bc

คืน (รัก) นับดาว

book_age12+
1.8K
FOLLOW
8.7K
READ
HE
drama
bxg
mystery
brilliant
office/work place
childhood crush
like
intro-logo
Blurb

“พี่พาใครไปที่คอนโดหรือเปล่า”

นับดาวพยายามสูดกลิ่นน้ำหอมภายในรถ แม้จะเจือจางลงแล้วแต่เธอก็รู้ว่านั่นเป็นน้ำหอมผู้หญิง เพิ่มความน่าสงสัยมากขึ้นไปอีกเมื่อเขาเงียบไม่ยอมตอบ

“พี่พาใครมาที่ห้อง และก็พาขึ้นรถคันนี้ด้วย” เธอยังจี้ไม่ลดละ

‘ใช่แล้ว’

นับดาวนึกในใจ และนาทีนั้นน้ำตาก็ไหลเอ่อออกมา เธอรับไม่ได้ที่ภูดิทพาผู้หญิงคนอื่นไปในที่ที่เราเคยอยู่ด้วยกัน

“ใช่ผู้หญิงที่แม่พี่พูดถึงหรือเปล่า”

เธอกลั้นใจถามทั้งที่ไม่อยากถาม แต่ถ้าใช่จริง ๆ ก็ต้องเป็นหล่อนนั่นแหละที่แอบเอารูปมาจากภูดิท และจัดการทำลายชีวิตเธอ

“อือ”

“โอเค เพราะงั้นถ้าพี่ไม่ได้ปล่อยรูป ก็ต้องเป็นแฟนของพี่ที่ทำ”

“ไม่ใช่แฟน” ภูดิทย้อน

“โทษที! ต้องเรียกว่าอะไรดีล่ะ? เมีย ว่าที่คู่หมั้น หรือว่าที่ภรรยา”

นับดาวสวนกลับไม่ลดละ พานให้ชายหนุ่มปวดหัวไม่เป็นอันขับรถ เขาตัดสินใจหายูเทิร์นที่ใกล้ที่สุด เพื่อวนกลับเข้ามาในกรุงเทพมหานครอีกครั้ง โดยที่นับดาวยังคงนั่งสะอื้นอยู่ข้างกาย นึกเสียดายเวลาที่หลงคารมคบหากับเขามาหลายปี

“พี่เคยเสียดายเวลาหรือเปล่า...ตอนที่เราอยู่ด้วยกัน”

“ไม่” เขาสามารถตอบได้ทันที โดยที่นัยน์ตาคมขุ่นจดจ้องทางข้างหน้า

“แต่นับโคตรเสียดายเวลาเลย ทำไมพี่ถึงชั่วได้ขนาดนี้ ลูกผู้ชายเขาไม่ทำกันหรอกนะ”

chap-preview
Free preview
บทที่ 1.1 เหตุผลของการจากลา
บ่ายวันหนึ่ง ณ คอนโดใจกลางกรุงเทพมหานคร บรรยากาศภายนอกร้อนอบอ้าว มีอุณหภูมิสูงถึง 40 องศา ฯ เป็นเหตุให้ผู้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่ในบ้าน เปิดเครื่องปรับอากาศสร้างความเย็นให้ชุ่มชื่นหัวใจ นับดาวนั่งอยู่ในห้องนอนส่วนตัว มองรูปมารดาในกระเป๋าสตางค์ใบโปรดที่ผ่านร้อนผ่านหนาวกับเธอมาหลายปี กันนั้นหูทั้งสองข้างยังได้ยินเสียงแฟนหนุ่มหัวเราะลั่นมาจากด้านนอก เพราะกำลังเพลิดเพลินอยู่กับหนังเรื่องโปรด ในขณะที่เขามีความสุขอยู่กับตัวเอง แต่ทำไมต้องเป็นเธอที่คิดมากจนหัวแทบจะระเบิด “หนูจะลองดูนะแม่” นับดาวปิดกระเป๋าสตางค์ใบเก่า วางทิ้งไว้ข้างเตียงนอนดังเดิม แล้วลุกขึ้นยืนเดินออกมายังนอกห้อง จดจ้องร่างหนาที่กำลังนั่งดูหนังสบายใจเฉิบ เครื่องปรับอากาศในห้องรับแขกปะทะผิวกายของนับดาวจนเธอขนลุกเกรียว ยกสองแขนกอดตัวเองอัตโนมัติ “เบาทีวีหน่อยได้ไหม” นับดาวเอ่ยบอกชายหนุ่มที่ไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอ และไม่คิดจะหยิบรีโมตใกล้ ๆ ลำตัวมาเบาทีไว้ให้ตามคำขอ หญิงสาวไม่พอใจหากเธอพยายามข่มมันไว้ข้างใน ก่อนสาวเท้าไปหยิบรีโมตแอร์ที่เสียบอยู่ประจำที่มากด เสียงกดปุ่มจากรีโมตแอร์ทำให้ชายหนุ่มหันขวับ ภูดิทไม่พอใจเป็นอย่างมากเพราะเขาเป็นคนขี้ร้อน “อะไร? เบาแอร์พี่ทำไม” นับดาวเสียบรีโมตแอร์ไว้เช่นเดิม ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาใกล้กันกับภูดิท ดวงตาเหลือบมองรีโมตทีวีก่อนคว้ามากดเบาเสียง “เค้าขอคุยกับพี่หน่อยสิ” “มาคุยอะไรตอนนี้ พี่กำลังดูหนังอยู่” เขาไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด “แต่เค้ามีเรื่องสำคัญจริง ๆ นี่ ขอเวลาแป๊บนึง” “ไม่ใช่ตอนนี้ อย่าเสียมารยาทสินับ พี่กำลังใช้เวลาส่วนตัว อย่างน้อยเธอก็ต้องรอให้พี่ดูหนังจบก่อน” “รออีกแล้วเหรอ? พอหนังจบพี่ก็จะไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปดูบอลบ้านพี่ตาม” น้ำเสียงไม่ปกติจากฝ่ายหญิง ทำให้ชายหนุ่มชะงักมือที่กำลังจะกดเร่งเสียงจากรีโมต เขาเลือกที่จะกดปิดมันทันที ทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบฉับพลัน ดวงตาคมเข้มจดจ้องดวงหน้าสวยด้วยความสงสัยใคร่รู้ “มีเรื่องอะไรอยากพูด” “เมื่อไหร่เราจะแต่งงานกัน” เมื่อสองปีที่แล้วภูดิทและนับดาวมีแพลนจะแต่งงานกัน แต่ทุกอย่างต้องหยุดชะงักเพราะแม่ของนับดาวเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง หลังจากนั้นมาเขาก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องแต่งงานอีกเลย ทำราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทั้ง ๆ ที่เป็นเขาเองที่ให้สัญญากับมารดาของเธอไว้ก่อนสิ้นลมหายใจ “เราคบกันมาหกปีแล้วนะ เค้าอยากแต่งงาน” นับดาวพูดต่อเมื่อเห็นสีหน้าภูดิทไม่ดีเท่าไหร่ ชายหนุ่มพ่นลมหายใจดังโดยไม่รู้ตัว ก่อนยกมือขวาเกาหนังปากตนตามความเคยชิน สิ่งที่เขาแสดงออกมาเป็นอาการของคนคิดไม่ตก และนั่นทำให้นับดาวเสียใจ “พี่สัญญากับแม่เค้าไว้...” “หยุดเอาคนตายมาอ้าง! ถามจริงนะ แต่งงานสำคัญมากเลยเหรอ? ทุกวันนี้เราก็อยู่ด้วยกันแทบทุกวัน ไม่แต่งก็เหมือนแต่งอยู่แล้ว” “เฮ้ย! พี่พูดถึงแม่เค้าแบบนี้ได้ไง พี่เองไม่ใช่เหรอที่สัญญากับแม่ไว้อะ” “พี่ก็ถามเธออยู่นี่ไง ว่าแต่งกับไม่แต่งมันต่างกันยังไง ถ้าเราจัดงานแต่งแม่ของเธอจะฟื้นขึ้นมาแสดงความยินดีกับเราไหม ถ้ามันเป็นอย่างนั้นพี่จะรีบแต่งกับเธอเดี๋ยวนี้เลย” เป็นคำพูดของคนไม่มีความรับผิดชอบ เห็นแก่ตัว และหลายสิ่งหลายอย่างอีกมากมายที่นับดาวรู้สึกต่อภูดิท แต่ก็เลือกกักเก็บมันไว้ข้างในเพราะไม่สามารถบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ มีเพียงน้ำตาที่ไหลพรากลงมาไม่ขาดสาย รีบยกหลังมือปาดมัน ก่อนลุกขึ้นจากโซฟาเดินดุ่ม ๆ เข้าห้องนอน ให้หลังประตูปิดลงเสียงภาพยนตร์เรื่องโปรดของภูดิทก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงหัวเราะของเขา... นับดาวร้องไห้จนหายใจไม่ทัน เริ่มมีอาการใจสั่นพยายามกล้ำกลืนก้อนสะอื้นลงอกแข็ง อันที่จริงเธอไม่อยากร้องไห้ให้ใครเห็น สำหรับเขาแล้ว ‘การแต่งงาน’ คงไม่มีความหมายใด ๆ เพราะอีกฝ่ายไม่คิดยกย่องเธอออกหน้าออกตา หรือแสดงให้ใครรู้ว่าเราเป็นเจ้าของซึ่งกันและกัน แต่สำหรับเธอนั้น ‘การแต่งงาน’ คือคำสัญญา ครั้งหนึ่งเขาเคยลั่นวาจาเป็นมั่นเป็นเหมาะต่อหน้ามารดาของเธอ ในยามนั้นท่านมีลมหายใจ...ถึงแม้จะป่วยหนักแต่ท่านก็ทนรอวันสำคัญของลูก...แม้สุดท้ายจะไม่ได้เห็นก็ตาม แต่เขาก็เปล่งคำสัญญาก่อนท่านจะหมดลมหายใจว่าจะแต่งงานและดูแลเธอแทนท่าน แต่วันนี้คืออะไร? เขาพูดท้าทายคนจากไปราวกับไม่ให้เกียรติกัน อย่างน้อยครั้งหนึ่งเขาก็เคยเรียกผู้หญิงคนนี้ว่า ‘แม่’ หลังจากดูหนังจบภูดิทจึงเดินมาหยิบรีโมต ปิดเครื่องปรับอากาศ ก่อนหันกลับมาเคาะประตูห้องนอนเพราะอีกฝ่ายล็อกไว้ รอไม่ถึงสองวินาทีนับดาวก็เปิดประตูให้ เดินผ่านหน้าชายหนุ่มออกมาด้านนอก ตรงมายังส่วนครัวก่อนก้ม ๆ เงย ๆ เตรียมทำมื้อเย็น ส่วนฝ่ายชายหยิบผ้าเช็ดตัวเตรียมอาบน้ำอาบท่า มองไปบนที่นอนเห็นชุดตัวโปรดวางรออยู่แล้ว เขาอมยิ้มเมื่อเห็นความ ‘ใส่ใจ’ จากแฟนสาว นับดาวทำอะไรง่าย ๆ เพราะเธอจะไม่กินมื้อเย็นเยอะ ส่วนชายหนุ่มเป็นคนกินจุ ทว่าวันนี้ต้องออกไปสังสรรค์กับเพื่อน จึงอยู่กินกับเธอพอเป็นพิธี กับข้าววันนี้มีผัดผักถั่วลันเตาและยำไข่ต้มยางมะตูม หลังจากจัดโต๊ะเสร็จเรียบร้อยภูดิทที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จจึงเดินออกมา เขามองหน้าแฟนสาวที่ไม่แม้แต่จะสบตากันยิ้ม ๆ “คืนนี้ไปด้วยกันไหม เดี๋ยวพี่รอ กินข้าวเสร็จนับก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัว” “พี่ไปเหอะ เดี๋ยวเค้าจะเก็บกวาดห้องสักหน่อย วันนี้ไม่ได้ทำงานบ้านเลย” สิ้นสุดคำตอบนับดาวก็ตักข้าวให้แฟนหนุ่ม ก่อนตักให้ตนเองตามลำดับ เมื่อนั่งลงตรงข้ามกันเธอจึงเป็นฝ่ายเปิดเรื่องก่อน “เค้าขอโทษที่พูดจาไม่ดีกับพี่นะ เมื่อเย็นนี้...” คราแรกภูดิทไม่ได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่พูดไป ทว่าอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นมาในลักษณะนี้ จู่ ๆ ในอกก็จุกเสียดขึ้นมาดื้อ ๆ ยิ่งมองดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์ของเธอเขายิ่งละอายใจ “ไม่มีงานแต่งก็ไม่เป็นไร...งั้นเราจดทะเบียนกันได้ไหม” “นับ!” ภูดิทปล่อยช้อนส้อมในมือ เกิดเป็นเสียงดังกระทบจานข้าว พานให้นับดาวสะดุ้งตาแดงก่ำ เธอรีบยิ้มกลบเกลื่อนก่อนประสานสายตาชายหนุ่ม “เค้าแค่ถามดู พี่ไม่อยากจดก็ไม่เป็นไร...กินต่อเถอะ” ภูดิทไม่มีอารมณ์จะกินต่อ เขาลุกขึ้นยืนก่อนเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์และกุญแจรถในห้อง หากนับดาวไม่แม้แต่จะมองเขา เธอตักพริกขี้หนูในจานยำไข่ต้มใส่ปากคำแล้วคำเล่า จนใบหน้าเรียวแดงไปทั่วทุกอณู น้ำหูน้ำตาไหลพรากไม่หยุด รีบดึงกระดาษทิชชูมาเช็ดร่องรอยแห่งความเจ็บปวด “ไม่ต้องรอนะ น่าจะกลับดึกหน่อย” นับดาวเงยหน้ามองแฟนหนุ่มแล้วพยักหน้ายิ้มเจื่อน ทั้งที่ในปากยังเคี้ยวพริกขี้หนูตุ้ย ๆ มองแผ่นหลังหนาเดินจากไปจนพ้นเขตประตูห้อง เมื่อประตูปิดลงอีกครั้งนับดาวยังคงตั้งหน้าตั้งตากินกับข้าวตรงหน้า ตักข้าวเพิ่มจนหมดโถ ถึงเวลาแล้วที่ต้องตัดสินใจสักที...

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.7K
bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.6K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.5K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K
bc

โซ่รัก ใยปรารถนา

read
6.5K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook