bc

My wife เมื่อหมดรัก

book_age16+
272
FOLLOW
1.4K
READ
HE
second chance
stepfather
blue collar
drama
like
intro-logo
Blurb

จริงหรือไม่ว่านานไปความรักย่อมจืดจาง แต่ชีวิตคู่ยังอยู่ต่อไปได้เพราะยังคงเหลือความผูกพัน แต่ถ้าไม่เหลือทั้งรักและผูกพันชีวิตคู่ของเขาและเธอจะเป็นเช่นไร

chap-preview
Free preview
บทนำ:ไล่เมียออกจากบ้าน
My wife เมื่อหมดรัก: บทนำ จริงหรือไม่ว่านานไปความรักย่อมจืดจาง แต่ชีวิตคู่ยังอยู่ต่อไปได้เพราะยังคงเหลือความผูกพัน แต่ถ้าไม่เหลือทั้งรักและผูกพันชีวิตคู่ของเขาและเธอจะเป็นเช่นไร สกนธี สถาปนิกหนุ่มวัย 35 ผู้รักชีวิตสนุกสนานถึงแม้ว่าจะแต่งงานแล้ว อิสริยา เจ้าของร้านมินิมาร์ทผู้เป็นภรรยา หญิงสาววัย 30 ปีที่ถึงแม้จะแต่งงานแล้วแต่เธอและเขาก็ใช้เงินคนละกระเป๋า ต่างคนต่างมีงานตัวเอง ทั้งสองใช้ชีวิตแต่งงานมาจนถึงปีที่เจ็ด ด้วยความที่ต้องดิ้นรนกับสภาวะเศรษฐกิจจนทำให้ความหวือหวาหมดไป สองสามีภรรยาที่ดูเหมือนว่าจะมีชีวิตที่สวนทางกัน วันหยุดของเขาคือวันที่ขายดีของเธอเป็นแบบนี้มาหลายปีดีดักจนสองคนห่างกันไปเรื่อยๆ และดูเหมือนว่าจิตใจก็จะห่างไปด้วยเช่นกัน เมื่อเธอเห็นว่าในปกเสื้อเขามีรอยลิปสติกและกลิ่นน้ำหอมที่แปลกไป ปีที่เจ็ด...จะเป็นปีที่เจ็บหรือเปล่า #################### “น้องเพียงรีบกินข้าวลูก วันนี้แม่ต้องไปซื้อของเข้าร้านค่ะ” เสียงนั้นทำให้เด็กหญิงวัยห้าขวบรีบทานเร็วขึ้น วันนี้เป็นวันหยุดเด็กหญิงสุพิชชาจะไปที่ร้านกับมารดา ร้านที่ว่าคือมินิมาร์ทที่แม่ของเธอเป็นเจ้าของ อิสริยาเปิดร้านนี้ตั้งแต่แต่งงานปีแรก เดิมทีก่อนหน้านั้นหญิงสาวทำงานประจำ แต่เมื่อแต่งงานแล้วสกนธีขอให้เธอออกจากงานมาเป็นแม่บ้าน แต่เมื่อเธอยอมทำตามที่เขาขอกลับพบว่าสกนธีไม่สามารถซัปพอร์ตเธอได้เท่าที่ควร และอิสริยาเองก็ไม่อยากขอเงินสามีใช้ เธอจึงตัดสินใจเอาเงินเก็บที่มีมาเปิดร้านมินิมาร์ทที่ตึกเก่าของครอบครัวซึ่งอยู่ในย่านการค้า “คุณพ่อล่ะคะแม่” เด็กหญิงถามเมื่อนึกขึ้นได้ “คุณพ่อนอนดึกลูกเลยยังไม่ตื่น เราออกไปกันก่อนก็ได้ค่ะ” หญิงสาวตอบเด็กน้อยที่ฉลาดขึ้นทุกวัน “คุณพ่อทำงานดึกหาเงินมาเลี้ยงหนูกับคุณแม่ใช่ไหมคะ” เด็กหญิงพูดต่อ คนเป็นแม่เงียบกริบเธอไม่อยากทำลายภาพพ่อที่ดีในสายตาของลูก จึงไม่ได้แย้งว่าความจริงแล้วสกนธีมีหน้าที่ในบ้านเพียงแค่จ่ายค่าเทอมลูกเท่านั้น นอกนั้นกินอยู่ ค่าเสื้อผ้าค่าน้ำไฟ ค่าของใช้ แม้แต่ค่ากับข้าวเธอก็ต้องออกเองหมด สกนธีเดินลงมาจากชั้นบน ชายหนุ่มมีนัดตอนเช้ากับหุ้นส่วนเรื่องโพรเจกต์ใหม่ “วันนี้พี่ต้องไปคุยงานกับนนท์อาจจะกลับดึก เอ๋ไม่ต้องทำกับข้าวเผื่อนะ” เขาหยิบเอกสารที่โต๊ะทำงานเตรียมออกไปข้างนอก “คุณพ่อขา หนูอยากไปเที่ยวค่ะ” เด็กหญิงรีบลงจากเก้าอี้ไปหาบิดา สกนธีก้มลงหอมแก้มลูกสาวหนึ่งฟอดก่อนจะตอบว่า “วันนี้คุณพ่อไม่ว่างเลยค่ะ น้องเพียงไปกับคุณแม่ก่อนได้ไหมคะ” เด็กหญิงหน้ามุ่ยแต่ก็ยอมเข้าใจ “งั้นคราวหน้าคุณพ่อต้องไปกับหนูนะ” “จ้ะ พ่อไปนะคะ” สกนธีอุ้มลูกสาวพากลับมาส่งที่โต๊ะทานอาหารและหยิบกุญแจรถออกไป สักพักเสียงรถยนต์ของเขาออกจากบ้านไปอิสริยาจึงขยับตัว “ไปกันรึยังคะลูก” เช้าวันต่อมาอิสริยาเก็บเสื้อผ้าของสกนธีเตรียมแยกใส่เครื่องซักผ้า ปกติวันอาทิตย์เธอจะอยู่บ้านครึ่งวันเช้าทำงานบ้านและเข้าร้านในช่วงบ่าย เธอขมวดคิ้วเมื่อเห็นรอยลิปสติกบนปกเสื้อและกลิ่นน้ำหอมที่ไม่ใช่ของเขา เธอตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาชานนท์ เพื่อนรุ่นน้องของสามีและเป็นหุ้นส่วนทำบริษัทเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมด้วยกัน “พี่นนท์เหรอ เอ๋เองนะคะ” เธอบอกเมื่อปลายทางรับสาย “สวัสดีครับเอ๋” ชานนท์ตอบกลับมา “เอ๋อยากถามว่าเมื่อคืนพี่เก่งเขาไปคุยงานกับพี่นนท์ใช่ไหมคะ” “ครับ เมื่อคืนไปคุยกันที่ร้านเฮียหมิง แต่ไม่ดึกนะครับแค่สามทุ่มก็แยกย้าย” ชานนท์ตอบตามตรง “ขอบคุณค่ะพี่นนท์ ไม่รบกวนแล้วสวัสดีค่ะ” อิสริยาวางสายเธอรู้สึกหมดแรง ชานนท์บอกว่าแค่สามทุ่มก็แยกย้าย แต่สกนธีกลับมาถึงบ้านตอนตีสอง ที่ผ่านมาเธอปิดหูปิดตามาตลอดจนถึงวันนี้ที่รู้สึกว่าไม่อยากอดทนอีกแล้ว วันนั้นสกนธีตื่นในตอนเกือบสิบนาฬิกา ตอนนั้นอิสริยากำลังเก็บผ้าที่เริ่มแห้งส่งร้านซักรีด “อ้าวทำไมเสื้อตัวนี้ไม่เอาไปซักด้วยล่ะเอ๋” ชายหนุ่มถามเมื่อเห็นเสื้อเชิ้ตเมื่อคืนยังอยู่ในถังผ้า “เมื่อคืนพี่เก่งไปไหนมาคะ” อิสริยาถามโดยไม่หันมามองเขา “อ้าวพี่บอกแล้วไงว่าไปคุยงานกับไอ้นนท์” สกนธีตอบ เขาขมวดคิ้วเมื่ออิสริยาเดินมาหยิบเสื้อตัวนั้นขึ้นมาแล้วคลี่ให้เห็นปกเสื้อ “แล้วนี่อะไรคะ” สกนธีอึ้งเขาไม่รู้ตัวว่าเด็กเมื่อคืนจะทิ้งหลักฐานไว้ “ในร้านแบบนี้ก็มีเด็กดริงก์นั่งคุยเป็นปกติ มันจะอะไรนักหนาล่ะ พี่ไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีสักหน่อย” “อ้อ แล้วเลิกคุยสามทุ่มพี่ไปไหนต่อถึงกลับบ้านตีสอง” หญิงสาวตัดสินใจถามตรงๆ “นี่เธอโทรไปถามเพื่อนพี่เหรอ ไอ้นนท์มันจะคิดว่าพี่เป็นยังไงเมียถึงโทรเช็กแบบนี้ ก่อนจะโทษคนอื่นดูตัวเองก่อนนะว่าหน้าตาดูได้ไหมโทรมขนาดนี้ใครจะไปอยากอยู่ใกล้ ไม่ขอเลิกก็ดีเท่าไหร่แล้ว” สกนธีเอาเสียงดังเข้าข่ม เขารู้ว่าจุดอ่อนเธอคือเรื่องที่อิสริยาจะไม่ยอมให้ลูกขาดพ่อเด็ดขาด ไม่ว่าจะทะเลาะกันกี่ครั้งที่ผ่านมาพอเขาพูดเรื่องเลิกเธอจะเงียบและเป็นฝ่ายยอมเขามาตลอด แต่วันนี้เธอเองก็ไม่อยากทนแล้ว ที่โทรมที่ไม่สวยเหมือนเดิมก็ไม่ใช่เพราะเขาก็มีส่วนหรอกหรือ “ถ้ามันแย่ขนาดนั้นก็ไม่ต้องอยู่ค่ะ เราเลิกกันเลยก็ได้” อิสริยาพูดเสียงเรียบ เธอทนข่มความรู้สึกจนกลายเป็นความเก็บกดมาหลายปี สกนธีโมโหขึ้นมาทั้งที่เขาเป็นฝ่ายผิด “งั้นก็ออกไปเลยเก็บของออกไปทั้งแม่ทั้งลูกบ้านนี้เป็นของพี่เพราะพี่เป็นคนซื้อ ถ้าคิดว่าที่อื่นอยู่ได้ก็ออกไปพาลูกเธอไปด้วย มีปัญญาเลี้ยงลูกเองก็ไปเลย” เสียงเด็กหญิงสุพิชชาร้องไห้จ้าเมื่อได้ยินพ่อไล่เธอและแม่ อิสริยาตรงไปกอดลูกส่วนสกนธีเดินกระแทกเท้าปังๆ ออกไปจากบ้าน อิสริยากอดปลอบลูกสักพักจนเด็กหญิงเงียบ และร้องไห้จนหลับไปเอง หญิงสาวปล่อยลูกให้นอนหลับและเมื่อเห็นว่าเด็กหญิงหลับสนิทดีแล้วหลังจากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์มาโทรหาน้องสาว “แบมเหรอมาช่วยพี่เก็บของหน่อย เอารถที่บ้านมาด้วย” เมื่ออีกฝ่ายรับสายเธอก็แจ้งถึงสิ่งที่ต้องการให้ช่วยทันทีจนน้องสาวงง “อ้าวพี่เกิดอะไรขึ้น” เสียงน้องสาวถามมาอย่างแปลกใจอิสริยาจึงเล่าเรื่องคร่าวๆ ให้น้องฟังและกำชับว่า “มาเร็วๆ นะ เดี๋ยวค่อยมาคุยกัน” “ได้เลยพี่เอ๋ เดี๋ยวจะเอาลูกน้องไปช่วยขนด้วยมันไล่แล้วจะไปอยู่ทำไม” ฝ่ายนั้นรับคำอย่างโมโห ก่อนสายจะตัดไปอิสริยาได้ยินเสียงน้องสาวเรียกหาลูกน้องเสียงดังไปหมด

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.5K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.9K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook