5 ปีต่อมา ณ บ้านตะวันราชา
"ปะป๊า วันนี้ไปส่งหนูที่โรงเรียนหน่อยได้ไหมคะ" เด็กสาวตัวน้อยหน้าตาน่ารักเอ่ยขณะนั่งทานอาหารเช้า
ชายหนุ่มที่กำลังนั่งจิบกาแฟ มองเด็กสาวตัวน้อยอย่างสงสัย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร
"ได้สิเดี๋ยวป๊าไปส่งหนูเอง"
เมื่อเด็กสาวได้ยินก็แสดงสีหน้ายิ้มแย้มอย่างมีความสุข
นํ้าเหนือเมื่อทานอาหารเช้าเสร็จก็เดินเข้าไปอุ้มสาวน้อยแล้วพาไปขึ้นรถ โดยมีคนขับรถรออยู่แล้ว
จากนั้นรถก็เคลื่อนตัวออกจากบ้านทันที
ระหว่างทางนํ้าเหนือ ก็นั่งอ่านแท๊บเล็ตในมือ ส่วนเด็กสาวก็มองหน้าพ่อของเธอตาปริ๊บๆ
"ซีซี มีอะไรจะถามป๊าหรือเปล่า" ชายหนุ่มเมื่อรู้สึกได้ว่าลูกของเขานั่งมองมาตลอดทาง
นํ้าเหนือรู้สึกว่าวันนี้ลูกสาวอ้อนเขาเป็นพิเศษ ปกติแล้วซีซี จะเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย รู้หน้าที่ บางที่ก็ดูเป็นผู้ใหญ่เกินตัว
ซีซีเมื่อได้ยินคำถาม เธอครุ่นคิดนิดนึงและเอ่ย " ทำไมป๊าถึงไม่มีแฟนใหม่หรือคะ? " สาวน้อยเอ่ยพร้อมทำหน้าสงสัย อย่างไร้เดียงสานํ้าเหนือคิ้วกระตุกนิดนึงเมื่ือได้ยินคำถามของลูกสาว
"ทำไมซีซีถึงอยากให้ป๊ามีแฟนล่ะ"
"ปะป๊าจะได้มีคนดูแลไงคะ กว่าหนูจะโตดูแลปะป๊าได้ ก็อีกนานเลย" สาวน้อยเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง
"อีกอย่างหม่ามี้ก็เสียชีวิตไปตั้งนานแล้ว ปะป๊าน่าจะหาใครมาดูแลสักคนนะคะ"
นํ้าเหนือพอได้ยินที่ลูกสาวพูด ดวงตาของเขาก็ประกฎความเศร้าขึ้นมาทันที เขาไม่มีวันบอกอยู่แล้วว่าเขาเก็บสาวน้อยมาเลี้ยง
จึงโกหกไปว่าแม่ของเธอเสียชีวิตไปแล้ว
"ป๊ายังไม่เจอคนถูกใจหน่ะ"นํ้าเหนือลูบหัวสาวน้อยอย่างทะนุถนอมและเอ่ยอย่างอบอุ่น
สาวน้อยพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ไม่นานรถเบ๊นซ์สีดำก็มาจอดหน้าประตูโรงเรียน
"ปะป๊าเข้าไปส่งหนูข้างในได้ไหมคะ" สาวน้อยเอ่ยขอด้วยสีหน้าออดอ้อน
นํ้าเหนือขมวดคิ้วนิดนึง เขาอดสงสัยไม่ได้จริงๆ แต่ก็ไม่ได้่ว่าอะไร
"ได้สิ" นํ้าเหนือเอ่ยจบก็เปิดประตูรถและจูงมือเข้าโรงเรียนไปกับลูกสาวทันที ทางด้านซีซีก็จูงมือพ่อไปด้วยกระโดดโล้ดเต้นไปด้วย
ด้วยหน้าตาอันหล่อเหลาของนํ้าเหนือจึงทำให้เป็นจุดสนใจ
ปกติแล้วนํ้าเหนือไม่ค่อยชอบเป็นจุดสนใจเท่าไรแต่ทำไงได้เพราะลูกสาวเขาขอ
เดินมาได้สักพักทั้งคู่ก็เดินมาถึงห้องเรียน นํ้าเหนือลงนั่งยองๆและหอมแก้มลูกสาวทันทีและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
"ป๊าไปแล้วนะ...ซีซีต้องตั้งใจเรียนรู้ไหม"
"รับทราบค่ะ! แฮ่ะๆ" สาวน้อยเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่น
นํ้าเหนือลูบหัวลูกสาวเบาๆ เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของลูกสาว ซีซีหันหลังแล้ววิ่งออกไปทันที นํ้าเหนือมองตามหลังลูกสาว
เห็นลูกสาวไปหยุดอยู่ที่หญิงสาวคนหนึ่ง หญิงสาวคนนั้นยิ้มอย่างอ่อนหวานและคุยเล่นกับลูกสาวของตน
นํ้าเหนือขมวดคิ้วเมื่อเห็นลูกสาวกระซิบข้างหูของหญิงสาว หญิงสาวยิ้มและหันมามองที่เขา
นํ้าเหนือพยักหัวทักทายหญิงสาวนิดนึงก่อนจะเดินออกไป
เขาอดคิดไม่ได้ไม่รู้ว่าลูกสาวตัวเองวางแผนอะไรอีก เขาทำได้แต่เพียงส่ายหัวเบาๆ
..................................................................................................................
ในขณะที่รถเบ๊นซ์สีดำจอดติดไฟแดงอยู่นั้น นํ้าเหนือก็เห็นว่ามีร้านแผงลอยขายขนมโตเกียวอยู่
"จอดตรงนี้แหละ"
คนขับรถขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรจากนั้นคนขับรถก็ขับรถไปจอดข้างทาง
นํ้าเหนือถอดสูทออกเหลือแต่เสื้อเชิิ๊ตขาว ปลดกระดุมแขนเสื้อ และปลดเนกไทออก จากนั้นก็หยิบแว่นกันแดดสีดำมาใส่
"ไม่ต้องตามมา" นํ้าเหนือเอ่ยเสร็จก็เปิดประตูลงจากรถไป
เดินไปไม่นาน นํ้าเหนือก็เดินมาถึงแผงลอยขนมโตเกียวแล้วสั่งทันที เนื่องจากมีลูกค้าหลายคน
นํ้าเหนือไปนั่งรอตรงม้านั่งข้างๆและมองสองแม่ลูกกำลังก้มหน้าก้มตาทำอยู่
เนื่องจากนํ้าเหนือชอบกินขนมโตเกียวมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว บวกกับวันนี้ขี้เกียจเข้าบริษัทเขาเลยกะว่าจะอู้สักหน่อย
"ว้าว!.....ป้าหญิงวันนี้ลูกค้าเยอะนิ ป้าคงมีเงินจ่ายหนี้แล้วใช่ไหม" เสียงชายหนุ่มที่เดินมาพร้อมกับพรรคพวกอีกห้าคนเอ่ยขึ้น
ป้าหญิงที่กำลังง่วนกับการทำขนมเห็นชายหนุ่ม หน้าของเธอก็ถอดสีทันที เธอล้วงเขาไปในผ้ากันเปื้อนและนําเงินออกมาให้ชายหนุ่มทันที
"ป้า!นี่มันยังไม่พอ ค่าดอกเบี้ยเลยนะ!" ชายหนุ่มเริ่มเสียงดัง ลูกค้าที่ต่อแถวเริ่มเดินออก
"พ่อหนุ่ม ป้ามีแค่นี้จริงๆพ่อหนุ่มช่วยไปคุยกับเสี่ยเม้งให้หน่อยนะ" ป้าหญิงเอ่ยอย่างอ้อนวอน
ชายหนุ่มมีสีหน้าเซ็งๆและพูด "ไม่รู้แหละวันนี้ถ้าป้าไม่จ่ายค่างวด ผมคงกลับไปมือเปล่าไม่ได้"
ป้าหญิงสีหน้าเสียทันที เพราะชายหนุ่มพูดและมองไปที่ลูกสาวของตน ป้าหญิงรู้ความหมายดีเพราะเสี่ยเม้งสนใจลูกสาวของตนอยู่
ป้าหญิงหันไปหาลูกสาวที่ยืนอยู่ข้างหลังและเอ่ย "พลอยใสหนูไปเรียนเถอะเดี๋ยวแม่จัดการทางนี้เอง"
"ไม่ค่ะแม่ ถ้าพวกเขาเกิดทำร้ายแม่ขึ้นมาหล่ะ"
"พี่ชายขอเวลาพวกเราสัก2-3วันได้ไหมคะ" พลอยใสพูดอย่างอ่อนน้อม เธอรู้แก่ใจว่าที่แม่เป็นนี้เพราะกู้มาให้เธอเรียนหนังสือ
เธออยากออกจากโรงเรียนแต่แม่ของเธอก็ไม่ยอม
ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีเลศนัยและเอ่ย " ได้สิจ๊ะ แต่น้องสาวต้องไปขัดดอกกับเจ้านายพี่ก่อนนะฮ่ะๆ "
พลอยใสเป็นเด็กสาวอายุ 18 หน้าตาดี เธอเรียนอยู่ม.6ที่โรงเรียนยูโรเซียร์บริช ยูโรเซียร์บริชเป็นโรงเรียนอันดับหนึ่งของเมืองบริช
พลอยใสมีฐานะยากจนก็จริง แต่เธอเป็นนักเรียนทุนมาตลอดแม้จะโดนเพื่อนล้อบ่อยๆเธอก็ยังมีความมุ่งมั่นที่จะเรียนให้จบ
พลอยใสรู้ดีว่าเสี่ยเม้งหมายปองตนมาตั้งนานแล้ว อีกอย่างเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นเพราะเธอ เธอไม่อยากให้แม่ต้องมาลำบากเพราะเธออีกแล้ว
ขณะที่เธอกำลังตอบตกลง
"เธอติดเงินพวกนายเท่าไหร่" เสียงชายหนุ่มดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง หงตี้ มือขวาของนํ้าเหนือนั่นเอง
นํ้าเหนือได้ยินทุกอย่าง จึงสั่งการไปที่หงตี้ให้มาจัดการ ส่วนตัวเขาเองก็กำลังนั่งไขว่ห้างอ่านแท็บเล็ตอยู่
หงตี้มาในชุดบอดี้การ์ดสูทสีดำตามแบบฉบับ เขาเป็นทหารรับจ้างฝีมือดีทั้งบู้นและบู๊ เขาติดตามนํ้าเหนือมานานจึงรู้ใจนํ้าเหนือทุกอย่าง
แค่มองตาเขาก็รู้ทันทีว่าเจ้านายคิดอะไร
พลอยใส และป้าหญิงมองไปยังหงตี้อย่างสงสัย เธอสองคนไม่รู้จักหงตี้แน่นอน และอีกอย่างเสี่ยเม้งเป็นผู้มีอิทธิพล
คนส่วนใหญ่ในเมืองบริชไม่ค่อยมีใครกล้ายุ่งกับคนของเสี่ยเม้ง
"อย่ายุ่งดีกว่าน้องชาย ไม่ใช่เรื่องของนาย" ชายหนุ่มหัวโจกเอ่ย
หงตี้มองด้วยสีหน้าเย็นชาและเอ่ย " บอกมาว่าพวกเธอติดเงินเท่าไหร่ เจ้านายเราจะใช้คืนให้"
"เหอะๆ น้องชายรู้ไหมพวกที่ชอบแส่เรื่องของเจ้านายเรา ผลที่ตามมามันจะเป็นอย่างไง"
พลอยใสเห็นท่าไม่ดี เธอไม่อยากให้คนอื่นเดือดร้อน เธอจึงหันไปมองหงตี้แล้วเอ่ย
"พี่ชายท่านนี้ หนูขอบคุณมากนะคะ แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของเรา หนูกับแม่ขอเป็นคนจัดการเองนะคะ" พลอยใสเอ่ยอย่างเกรงใจ
"ไม่เป็นไรน้องสาว เจ้านายเราชอบขนมร้านนี้มาก เรื่องของพวกเธอก็เหมือนเรื่องของเจ้านายเรา" หงตี้เอ่ยแล้วมองไปที่นํ้าเหนือที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านแท็บเล็ตอยู่
นํ้าเหนือได้ยินก็ยกยิ้มนิดนึง คิดในใจเขายังไม่ได้กินเลย หงตี้รู้ได้ไงว่าเขาจะชอบ
ทุกคนหันไปมองที่นํ้าเหนือ โดยเฉพาะพลอยใส เมื่อได้เห็นรูปร่างหน้าตาของนํ้าเหนือ เธอก็อดหน้าแดงไม่ได้ เธอยอมรับเลยว่าชายหนุ่มที่กำลังมีท่าทีไม่ค่อยสนใจอะไร ดูมีเสน่ห์จริงๆ
"เสือกจริงๆ" ชายหนุ่มหัวโจกอย่างหงุดหงิด หยิบมีพกแล้วเดินเข้าหาหงตี้ทันที หนุ่มหัวโจกเขาไม่กล้วอยู่แล้ว เพราะการพาพลอยใสไปหาหัวหน้าของเขาคือเป้าหมายสูงสุด
"ตายซะเถอะมึง!"
หงตี้ยืนนิ่งเขาไม่กลัวก็แค่นักเลงกระจอก หัวโจกเดินมาแล้วแทงหงตี้สุดแรง หงตี้จับข้อมือไว้ได้ทันทีและบิดข้อมือหัวโจกอย่างรุนแรง
"โอ็ย!!!!!!!" หัวโจกร้องด้วยความเจ็บปวด