บทที่ 5 มิตรภาพที่ไม่คาดคิด

1468 Words
เมื่อเวลาผ่านไป ชีวิตของแคทเธอรีน ฮอลโลเวย์เปลี่ยนไปจากเดิม จากเด็กสาวที่เติบโตมากับแม่เพียงลำพัง จากคนที่ไม่เคยไว้ใจใคร จากคนที่มองสังคมมหาวิทยาลัยว่าเป็นสถานที่จอมปลอม เธอกลายเป็นผู้หญิงวัยทำงานที่ประสบความสำเร็จ มีบ้าน มีธุรกิจ และไม่มีอะไรให้ต้องกังวล แต่ถึงกระนั้น เธอก็ยังเป็นคนที่ตัวติดกับแม่ มีแม่เป็นเพื่อน แม้กระทั่งพาแม่ไปเที่ยว ก็ยังใส่ชุดที่ใส่เหมือนกัน เป็นชุดคู่ ที่แสดงออกถึงความรักและความสนิทสนมระหว่างแม่กับลูก ซึ่งทุกครั้งที่ไปแคทและแม่ต่างก็มีความสุขมาก แม่มักจะพูดถึง ชีวิตที่ลำบากที่ผ่านมากันได้ วนเวียนอยู่แต่เรื่อง เก่าๆ แต่แคทก็คุยกับแม่แล้วก็มีความสุขแล้วก็รู้สึกว่าชีวิตได้แค่นี้มาถึงขนาดนี้ก็ถือว่า เพียงพอแล้ว “ฉันทำงานเพื่อแม่ ฉันมีทุกอย่างเพราะแม่ ถ้าไม่มีแม่ ฉันคงไม่มีวันนี้” แต่ใครจะรู้ว่า… วันหนึ่ง มีใครบางคนที่เข้ามาสั่นคลอนสิ่งที่เธอเชื่อมั่นมาตลอด ผู้หญิงที่มาพร้อมกับสายลมแห่งอิสรภาพ เธอชื่อ “อีวา” หญิงสาวที่ดูแตกต่างจากแคททุกอย่าง “แคท ฉันว่าชีวิตเธอตึงไปนะ” “ออกมาเที่ยวบ้างสิ” อีวาเป็นเพื่อนร่วมงานของเธอที่โรงพยาบาล เป็นคนที่เธอเริ่มสนิทด้วย เพราะอีวาไม่เหมือนคนอื่น ในขณะที่คนอื่นมักจะสร้างกำแพงแห่งมารยาท อีวากลับตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ และไม่หวาดกลัวต่อความจริง เธอไม่ได้เข้ามาตีสนิทเพื่อหวังผล เธอไม่ได้แสร้งเป็นมิตรเพราะอยากได้อะไรจากแคท “ฉันชอบเธอนะ แคท เธอเป็นคนจริงใจ แม้ว่าจะพูดจาฉุนเฉียวไปบ้างก็เถอะ” เนื่องจากแคททำงานตั้งแต่เรียนจบจริงจังกับชีวิต จริงจังกับการสร้างชีวิต ไม่รู้จักพูดเล่น ไม่รู้จักหยอก ล้อ อยู่ด้วยความกดดันว่าจะต้องประสบความสำเร็จ ให้ได้ เลยค่อนข้างที่จะเป็นคนหงุดหงิดง่ายฉุนเฉียว ง่าย “เธอทำให้ฉันรู้สึกว่าโลกนี้ยังมีคนที่พูดตรงๆ แบบไม่เสแสร้งอยู่จริง” อีวาไม่กลัวอารมณ์ของแคท เธอไม่สนใจว่าแคทจะเป็นคนพูดตรง หรือแสดงออกทางอารมณ์แบบรุนแรง ตรงกันข้าม เธอกลับ มองเห็นด้านดีของแคท มิตรภาพที่เริ่มเปลี่ยนแปลงแคท อีวา พยายามพาแคทออกจากโลกที่เธอสร้างขึ้นมาเอง “แคท ชีวิตเธอมีแต่ทำงานกับกลับบ้าน เธอไม่เบื่อเหรอ?” “ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกบ้างเถอะ” แคทมักจะปฏิเสธอยู่เสมอ แต่วันหนึ่ง อีวาไม่ยอมแพ้ “ถ้าฉันบังคับให้เธอไปเที่ยวกับฉัน เธอจะโกรธฉันไหม?” แคทชะงัก เธอรู้ว่าอีวาไม่ใช่คนประเภทที่พูดไปเรื่อย “ก็ลองบังคับดูสิ” เธอพูดติดตลก และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของ การออกไปสู่โลกข้างนอก แคทเริ่มเปิดใจให้กับอีวา พวกเธอเริ่มใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น ไม่ใช่ในฐานะเพื่อนร่วมงาน แต่ในฐานะเพื่อนแท้ วันหนึ่งแคทเลยพาอีวามาที่บ้านมารู้จักกับแม่ ทั้งสามคนทำกับข้าวกินกันพูดคุยกันสนุกสนาน แม่บอกแม่ดีใจเหมือนได้ลูกสาวเพิ่มมา 1 คนก็เลยแลกเบอร์โทรศัพท์ กับเอวา เผื่อมีอะไร ที่ฉุกเฉิน จะได้ติดต่อได้ แม่ : “ อีวา วันไหนที่หนู อยากมาเล่นกับแคทที่บ้านก็มาได้ตลอดเลยนะจ๊ะ ถ้าคิดถึงแม่ หรือถ้าว่างก็มาเล่นกับแม่มาเยี่ยมแม่ได้นะ บ้านนี้ยินดีต้อนรับหนูเสมอ “ อีวา : “ แน่นอนค่ะแม่ แม่แคทก็เหมือนแม่หนูแถมกับข้าวก็อร่อยด้วยจะมาบ่อยๆเลยค่ะ “ แต่เมื่อมีเวลาอยู่ด้วยกัน 2 คน อีวามักจะพูดกับแคท แบบนี้เสมอ “แคท เธอรู้ไหม ว่าเธอทำเพื่อแม่มามากพอแล้วนะ” “ชีวิตที่เหลือ ควรเป็นของเธอเอง” คำพูดนี้ของอีวาทำให้แคทเงียบไป เธอเคยคิดแบบนั้นไหม? ไม่… เพราะ เธอไม่เคยแม้แต่จะอนุญาตให้ตัวเองคิด แคท : “ อันที่จริง แม่ก็ไม่ได้บังคับให้ฉันต้องอยู่กับแม่นะ แต่ฉันก็รู้สึกว่าฉันอยู่แล้วฉันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เราผ่านอะไรด้วยกันมามากผ่านความลำบากกันมามาก ไปกับแม่ก็สบายใจดี ฉันก็มองว่ามันไม่เห็นจะมีอะไรน่าเสียหาย “ อีวา : (พูดเชิงหยอก) “ แต่เธอต้องมีชีวิตของตัวเองบ้างแค่ ไปกับแม่บ่อยๆ แล้วอย่างนี้ผู้ชายที่ไหนจะกล้าเข้ามา ถ้าเธอมีแฟน จะไปด้วยกัน 3 คนอย่างนี้ตลอดหรอ แม่นอนซ้ายผู้ชายนอนขวาอย่างนั่นสิ “ จากนั้นทั้งคู่ก็หัวเราะเสียงดังลั่น แล้วก็คุยกันเรื่องอื่นต่อไป แต่เมื่อเธอเริ่มเปิดใจให้กับอีวา… วันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังนั่งรออีวาในร้านกาแฟ อีวาส่งข้อความมาบอกว่า “แคท ฉันติดธุระนิดหน่อย เดี๋ยวโทรหานะ” แคทรออยู่เกือบชั่วโมง แต่ก็ไม่มีข้อความตอบกลับ เธอพยายามโทรหาอีวา แต่ไม่มีใครรับสาย วันต่อมา อีวากลับมาทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อแคทถามถึงเรื่องเมื่อคืน อีวาเพียงแค่ยิ้มแล้วตอบ “อ๋อ ขอโทษที ฉันลืมไปเลย” แล้ววันนี้ก็มาถึงฉันได้วันที่แคทคิดว่าอีวา คือเพื่อนแท้ รักษาคำพูดและใส่ใจความรู้สึกของเธอ เธอรู้สึกเสียใจ เพราะการปล่อยให้เธอนั่งรอในร้านกาแฟคนเดียวโดยที่ไม่บอกว่าไปไหน มันถือว่าเพื่อนไม่ควรทำกันแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นเราก็คงต้องดึงใจเรากลับมา ไม่ควรจะเต็มร้อยกับอีวาอีกแล้วล่ะแคทคิดกับตัวเอง แล้วก็นำเรื่องนี้ไปเล่าให้แม่ฟัง แม่: “ เราก็คบเขาให้เพียงผิวเผินเท่านั้นแหละลูก สุดท้ายแล้ว คนเราก็ต้องรักตัวเองก่อนทั้งนั้น ไม่มีใครมาจริงใจกับลูกเท่าแม่หรือคนในครอบครัวหรอก “ คำพูดของอีวาที่ฝังลึกลงไปในใจ วันหนึ่ง อีวานัดแคทไปนั่งริมชายหาด “เธอรู้ไหม แคท?” “เธอเป็นคนที่มีชีวิตที่น่าสนใจมาก เธอผ่านอะไรมาเยอะมากกว่าที่ใครจะจินตนาการได้” “แต่เธอรู้ไหมว่าเธอยังขาดอะไรอยู่?” แคทเงียบ… เธอรู้คำตอบนั้นดี แต่เธอไม่อยากพูดออกมา “เธอขาดอิสรภาพ เธอขาดการใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง” อีวาหันมามองเธอด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง “เธอเคยลองคิดไหม ว่าถ้าไม่มีแม่ เธอจะอยู่ยังไง?” แคทไม่ตอบ… เพราะเธอไม่เคยคิดถึงมันเลย และเธอ ไม่กล้าคิดถึงมันด้วย เมื่อเธอเริ่มสงสัยว่า… มีบางอย่างที่มองไม่เห็นกำลังขวางเธอไว้ หลังจากวันนั้น… อีวาเริ่มหายไปจากชีวิตเธอทีละน้อย จากที่เคยนัดเจอกันบ่อย ๆ จากที่เคยคุยกันแทบทุกวัน อีวากลับเริ่มเงียบลง... จนวันหนึ่ง เธอไม่สามารถติดต่ออีวาได้อีกเลย โทรศัพท์ของอีวา ถูกตัดสาย ข้อความ ไม่ถูกอ่าน เพื่อนร่วมงานบอกว่าอีวาส่งข้อความมาลาออกไปแต่งงานที่ต่างประเทศ แคทเริ่มรู้สึกว่า... เรื่องสำคัญอย่างเช่นแต่งงานขนาดนี้ เพื่อนแท้จะไม่บอกกันหน่อยหรอ แค่คิดก็ได้แต่น้อยใจ แต่ก็ไม่รู้จะคุยกับอีวายังไงเพราะติดต่อไม่ได้ ด้วยความที่ ประสบการณ์ที่ผ่านมา เจอคนแบบนี้มาเยอะในมหาวิทยาลัย แคทจึงใช้เวลาตัดใจ จากอีวาได้ไม่ยาก ผ่านไปประมาณ 2-3 เดือน อีวาก็ยังคงเงียบ แคทก็ไม่นึกถึง การตัดใครสักคนออกจากชีวิตสำหรับแคททุกวันนี้มันง่ายมาก เพราะแคทกลัวการเจ็บปวด จึงสร้างกำแพง กั้นผู้คนขึ้นมาได้ง่ายและพร้อมที่จะหันหลังให้กับทุกคนได้ทุกเมื่อ เมื่ออายุมากขึ้น บวกกับ การกินอยู่ที่สบาย พาแม่กินพาแม่เที่ยว ที่ทำให้ฉันมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น และเริ่มไม่ดูแลตัวเอง แคทจึงเริ่ม ไปออกกำลังกายโดยการไปวิ่งแล้วก็ไปคลาสโยคะ ทำให้เจอเพื่อนคนใหม่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD