02
สาวปลูกผัก
งานเลี้ยงที่จัดขึ้นเพื่อสังสรรค์เฉลิมฉลองให้กับวันคล้ายวันเกิดของอดีตขุนนางผู้มั่งคั่ง ตอนนี้ผู้คนกำลังสนุกสนานแต่อยู่ ๆ ก็มีทหารวิ่งกันอย่างลุกลนและเร่งรีบ นางกำนัลก็ต่างร้องเรียกกันเสียงดัง
สิ่งที่อู๋หนิงเทียนและบิดา มารดาของนางได้ยินคือ มีคนตกน้ำเสียชีวิตภายในจวนแห่งนี้และยิ่งไปกว่านั้นอู๋ลี่จูเดินกลับมาพร้อมกับหน้าตาที่ซีดเซียวเพราะเขารู้แล้วว่าสตรีที่จมน้ำเสียชีวิตคือ สวี่ซูเจิน สตรีที่เขาตามหาเพื่อขอบคุณแต่เขายังไม่ได้เจอนางเสียด้วยซ้ำ นางก็มาด่วนจากไปอย่างนี้
“พี่จูท่านหายไปไหนมา แล้วพี่รู้หรือยังว่ามีคนตกน้ำตาย” อู๋หนิงเทียนเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองหน้าพี่ชายที่เหงื่อแตกพลักเป็นเม็ด ๆ
“พี่รู้แล้ว พี่ได้ยินทหารและนางกำนัลพูดคุยกัน พวกเขาบอกว่าลูกสาวของจวนนี้ตกน้ำเสียชีวิตนางมีนามว่า สวี่ซูเจินและนางคือคนที่ใจดีเชิญให้ครอบครัวของเราได้มางานเลี้ยงในวันนี้
“จริงหรือนี่ ไม่อยากเชื่อ”
“พวกเรากลับบ้านกันดีกว่า งานเลี้ยงสังสรรค์คงต้องกลายเป็นงานเศร้าโศกเสียแล้วล่ะ” อู๋ซูเม่ยเอ่ยขึ้นมาแล้วก็ชวนลูก ๆ และสามีของนางเพื่อกลับบ้าน
ในระหว่างทางที่ทั้งสี่คนกำลังเดินออกไปพ้นจวนไม่เท่าไร อู๋หนิงเทียนก็ล้มลงหมดสติไป
“หนิงเทียนเจ้าเป็นอะไร ทำไมเจ้าหลับไปอย่างนี้เล่า ตื่นขึ้นมาก่อน” อู๋ลี่จูที่ยังไม่หายตกใจกับเหตุการณ์ที่สวี่ซูเจินจมน้ำเสียชีวิตอยู่ ๆ น้องสาวของนางก็หมดสติไปอย่างนี้ทำให้หัวใจของเขาเหมือนกำลังจะแตกสลาย
“น้องเป็นอะไรลี่จู เหตุใดนางไม่หายใจอย่างนี้ ฮือ ๆ ไม่นะหนิงเทียนเจ้าจะมาทิ้งพ่อกับแม่กับพี่ไปอย่างนี้ไม่ได้นะ ฮือ ๆ ๆ” อู๋ซูเม่ยเอ่ยขึ้นมาแล้วก็ร้องไห้ออกมาเสียงดัง
“เจ้าอย่าเพิ่งโวยวายไปซูเม่ย ข้าคิดว่าควรพานางไปหาหมอที่อยู่ใกล้ ๆ บริเวณนี้เสียก่อน เจ้าพอจะรู้จักหมอใกล้ ๆ แถวนี้หรือไม่ลี่จู”
“ข้ารู้จักท่านหมออยู่ผู้หนึ่งเขาเป็นบิดาของเพื่อนข้าขอรับท่านพ่อ”
“ถ้าอย่างนั้นเราก็รีบพานางไปไม่อย่างนั้น นางได้จากพวกเราไปจริง ๆ แน่”
“เดินไปคงไม่ทัน เราต้องเรียกรถม้าพาไป” อู๋ลี่จูพูดจบก็เห็นรถม้าวิ่งผ่านมาทางนี้เข้าพอดี
ปกติครอบครัวของพวกเขาจะไม่เสียเงินจ้างรถม้าง่าย ๆ แต่ครั้งนี้รอไม่ได้อย่างทุกครั้ง
ในขณะที่อู๋หนิงเทียนกำลังถูกพาตัวเพื่อไปหาหมอ ร่างที่ไร้วิญญาณของสวี่ซูเจินก็ถูกนำขึ้นมาจากน้ำหมอพยายามช่วยนางให้ฟื้นขึ้นมาแต่ก็ไม่สามารถทำให้นางกลับมามีลมหายใจได้
ร่างกายที่ไร้วิญญาณของอู๋หนิงเทียนกลับตื่นขึ้นมาหลังจากที่หมอให้ยากระตุ้นหัวใจให้นางกลับมามีลมหายใจอีกครั้งแต่การกลับมาของนางในครั้งนี้ไม่ใช่อู๋หนิงเทียนคนเดิมอีกต่อไป
เช้าของอีกวัน
สวี่ซูเจินตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงเพราะตอนนี้นางไม่ได้เป็นคุณหนูผู้สูงส่งเหมือนอย่างที่เคยผ่านมา
“ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน ข้าตายไปแล้วไม่ใช่หรืออย่างไร” สวี่ซูเจินที่อยู่ในร่างของอู๋หนิงเทียนเอ่ยขึ้นมาด้วยความสงสัย
“เจ้าไม่ได้ตายเจ้าเพียงแค่หมดสติไปเท่านั้นเองหนิงเทียน” อู๋ซูเม่ยเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นว่าบุตรสาวลืมตาขึ้นมาแล้วเอ่ยอะไรแปลก ๆ ออกมา
“ข้าตกน้ำตายไม่ใช่หรืออย่างไร” นางเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งแล้วก็มองไปรอบ ๆ ยิ่งมองนางก็ยิ่งรู้สึกไม่คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้
“เจ้าไม่ได้ตกน้ำตาย เจ้าเพียงแค่ได้ยินเรื่องของหญิงคนหนึ่งตกน้ำตายเท่านั้น ส่วนเจ้านั้นหมดสติไปเท่านั้น เจ้าคงยังสับสนเจ้านอนพักผ่อน แม่จะไปหายาต้มมาให้เจ้าดื่ม ท่านหมอบอกว่าเจ้าทำงานหนักเกินไปทำให้อ่อนเพลียจนหมดสติไป”
“ข้าขอคันฉ่องได้หรือไม่”
“ได้เดี๋ยวแม่เอามาให้เจ้าแต่ตอนนี้เจ้าช่วยกินยาต้มก่อนเพื่อที่ร่างกายของเจ้าจะได้ฟื้นฟูให้เร็ว ๆ”
“ได้เจ้าค่ะ” นางเอ่ยแล้วก็รับถ้วยยาต้มยกมาดื่มตามที่อู๋ซูเม่ยบอก
“นี่คันฉ่อง เจ้าอยากส่องความงดงามของเจ้าอย่างนั้นหรือ ตอนนี้หน้าตาของเจ้ายังซีดเซียวเพราะเจ้ายังป่วย ถ้าเจ้าดื่มยาต้มสมุนไพรที่ท่านหมอให้มาเจ้าก็จะหน้าตาสดใสงดงามดังเดิม”
เมื่อสวี่ซูเจินมองเห็นหน้าตนในคันฉ่องความตกใจก็แล่นเข้ามาในหัวใจของนางทันที
“ตอนนี้ข้ามีนามว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ”
“เจ้าจำชื่อของเจ้าไม่ได้อย่างนั้นหรือ เจ้าก็มีนามว่า อู๋หนิงเทียนอย่างไรล่ะ ส่วนข้าอู๋ซูเม่ยแม่ของเจ้า” ผู้เป็นมารดาเอ่ยขึ้นมาด้วยความสงสัยว่าบุตรสาวของนางจำอะไรไม่ได้แล้ว
“ข้าลืมเรื่องราวในชีวิตของข้าไปหลายอย่างเพราะหมดสติไปเจ้าค่ะ แม้แต่บ้านของข้า ข้าก็ยังจำไม่ได้” นางเอ่ยออกมาอย่างนั้นเพื่อให้ทุกคนไม่ต้องสงสัยว่าทำไมนางจำอะไรไม่ได้แต่มีสิ่งหนึ่งที่นางอยากจำได้แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าใครเป็นคนทำให้นางตกน้ำจนตายอย่างนี้
“เทียนเอ๋อร์น้องตื่นแล้วอย่างนั้นหรือพี่ไปตลาดซื้อหมูสามชั้นมาตุ๋นยาให้เจ้าเพื่อให้ร่างกายของเจ้าได้ฟื้นฟู พี่ดีใจที่เจ้าตื่นขึ้นมามองหน้าพี่อีกครั้ง”
“ข้าก็ดีใจเจ้าค่ะ แต่ความจำของข้าหายไปบ้างท่านพี่คงไม่ว่าอะไรน้องนะเจ้าคะ” นางเอ่ยออกมายิ้ม ๆ แม้ว่าตอนนี้นางรู้สึกว่าตนโชคร้ายแต่พอได้รู้ว่าเกิดใหม่มาเป็นน้องสาวของบุรุษผู้นี้นางก็คิดว่านางกำลังจะโชคดีที่เกิดมาใหม่ในร่างนี้
“ไม่เป็นไร เจ้าเป็นน้องข้าอย่างไร เจ้าก็ยังเป็นน้องของข้าอยู่ดี เจ้าไม่ต้องกังวลไป” อู๋ลี่จูเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับเอามือของเขาไปลูบที่ผมของนางด้วยความเอ็นดูน้องสาวคนเดียวของเขาโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าน้องสาวที่เขารักและเอ็นดูได้จากเขาไปแล้วเหลือแค่ร่างกายที่เป็นจิตใจของผู้อื่น