01 ก่อนที่จะมาเป็นสาวปลูกผัก

1002 Words
01 ก่อนที่จะมาเป็นสาวปลูกผัก งานเลี้ยงสังสรรค์วันคล้ายวันเกิดของอดีตขุนนางถูกจัดขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะ บุตรสาวทั้งสองของเขาต่างช่วยกันจัดเตรียมงานนี้รวมไปถึงภรรยาของเขา “ท่านพ่อเจ้าคะ งานวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง ข้ากับพี่ซูเจินช่วยกันคิด ช่วยกันเลือกหลายอย่างทั้งอาหารที่เตรียมไว้ต้อนรับแขกที่จะมาร่วมงานในวันนี้” สวีเยี่ยนฟางเอ่ยขึ้นมาอย่างเอาอกเอาใจบิดาของนาง “จริง ๆ เรื่องการจัดการงานทั้งหมดต้องยกให้กับฟางเอ๋อร์มากกว่าเพราะข้าเองก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนักเอาแต่ยุ่งเรื่องอื่นด้วยเช่นกัน” “ไม่หรอกท่านพี่ ถ้าไม่ได้ท่านพี่ข้าเองก็ไม่สามารถทำให้งานนี้ออกมาสมบูรณ์แบบอย่างนี้ได้” สวีเยี่ยนฟางกับสวีซูเจินต่างยกความดีความชอบให้กับอีกคนจนบิดาของทั้งสองต้องเป็นฝ่ายตัดสิน “ลูกทั้งสองไม่ต้องเถียงกันให้มากความ เจ้าทั้งสองเป็นคนทำให้งานในวันนี้ออกมาดีที่สุด แล้วพ่อก็ภูมิใจในตัวของลูกทั้งสองเท่า ๆ กัน” ผู้เป็นบิดาเอ่ยขึ้นมาก่อนที่จะเรียกให้ลูกสาวมานั่งใกล้ ๆ ทั้งสองคนเพื่อรับของกำนัลที่เขาได้เตรียมไว้ให้กับลูกสาวของเขา ครอบครัวของอู๋หนิงเทียนเดินทางมาที่งานเลี้ยงสังสรรค์กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งสี่คนดูตื่นเต้นที่ได้มางานเลี้ยงนี้พร้อมกัน เนื่องจากครอบครัวที่ยากจนอย่างพวกเขาไม่ได้มีโอกาสบ่อย ๆ ที่จะได้มางานเลี้ยงใหญ่โตเช่นนี้ “พี่จูทำไมเราถึงได้โชคดีขนาดนี้นะ งานเลี้ยงใหญ่โตอย่างนี้อีกกี่ปีครอบครัวของเราถึงจะมีโอกาสได้มาอย่างนี้” อู๋หนิงเทียนเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองไปข้างในจวนที่ถูกประดับประดาไปด้วยแสงไฟ ดอกไม้อย่างสวยงาม “พี่เองก็คิดอย่างเจ้า ครอบครัวของเราไม่มีโอกาสได้มาง่าย ๆ อย่างนี้แน่นอน ถ้าไม่ได้มาจากความดีของพี่ แต่ไม่เป็นไรอย่างน้อย ๆ วันนี้เราทั้งครอบครัวก็มีโอกาสได้มากันแล้ว เราเข้าไปข้างในกันดีกว่า” อู๋ลี่จูเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองไปที่ใบหน้าของน้องสาวและบิดามารดาของเขา เมื่อทั้งสี่คนเดินมาถึงประตูจวนก็มีทหารขวางไว้ไม่ให้พวกเขาทั้งสี่เข้าไป “พวกเจ้าเป็นใคร งานเลี้ยงนี้เข้าได้เฉพาะผู้ที่ได้รับเชิญเท่านั้น ถ้าพวกเจ้าไม่ได้รับเชิญก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปภายในงานเลี้ยงนี้และข้าคิดว่าพวกเจ้าคงไม่ได้ถูกเชิญมาเป็นแน่ ทางที่ดีพวกเจ้าควรไปจากตรงนี้ซะ” “ข้าและครอบครัวข้าถูกเชิญให้มางานเลี้ยงที่นี่ วันนี้” อู๋ลี่จูเอ่ยขึ้นมาแล้วก็จ้องมองทหารผู้ที่เอ่ยกับเขา “หน้าอย่างเจ้าเนี่ยนะจะมีโอกาสได้มางานเลี้ยงใหญ่โตเช่นนี้” “แล้วเหตุใดหน้าอย่างข้าจะมางานเลี้ยงอย่างนี้ไม่ได้” “ไปได้แล้วพวกเจ้าไม่ต้องมายุ่งวุ่นวาย ข้าไม่ให้พวกเจ้าเข้าไปในงานเลี้ยงเป็นแน่” ทหารเอ่ยขึ้นมาแล้วก็ไล่ให้พวกเขาออกไปจากหน้าจวนเพราะคิดว่าพวกเขาจะมาก่อความวุ่นวาย “ทำไมพวกเขาพูดกับเราอย่างนี้ล่ะลี่จู แม่ว่าถ้าพวกเขาไม่ต้อนรับพวกเรา เรากลับกันดีกว่า” “จริงของท่านแม่ข้าเองก็รู้สึกเหนื่อย ๆ ถ้าพวกเขาไม่ให้เข้าข้าก็จะกลับไปนอนพักผ่อนที่บ้านเสียดีกว่า” อู๋หนิงเทียนเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับสีหน้าของนางที่ไม่สู้ดีนัก “พ่อเองก็เห็นด้วยกับแม่และน้องสาวของเจ้านะ” “ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงยังไงเราก็ต้องได้เข้าไปในงานเลี้ยงแน่นอน” อู๋ลี่จูเอ่ยขึ้นมาแล้วก็เดินไปหาทหารอีกครั้งพร้อมกับสีหน้าที่ระรื่นจนบิดา มารดาและน้องสาวของเขานึกสงสัย “ข้ามีตราประทับอันนี้ ข้าเข้าไปในงานเลี้ยงได้หรือไม่” อู๋ลี่จูเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองไปที่ใบหน้าของทหารสองนายอย่างผู้ชนะ “เข้าไปได้” ทหารเอ่ยขึ้นมาอย่างนั้นพร้อมกับเปิดประตูให้กับพวกเขาทั้งสี่คนได้เข้าไปภายในงานเลี้ยง เมื่อทั้งสี่คนเข้าไปก็ตรงเข้าไปกินอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้ในทันที อู๋ลี่จูพยายามมองหาสวี่ซูเจินแต่มองหาเท่าไรก็มองหานางไม่เจอเพราะผู้คนค่อนข้างเยอะทำให้การที่จะมองเห็นนางนั้นช่างยากลำบาก “พี่จูท่านกำลังมองหาใครอย่างนั้นหรือ” อู๋หนิงเทียนเอ่ยขึ้นถามพี่ชายพร้อมกับมองไปรอบ ๆ “พี่กำลังมองหาสตรีที่เชิญให้เรามางานเลี้ยงอย่างไรล่ะ พี่อยากให้นางรู้ว่าพี่ได้พาครอบครัวมาตามที่นางเชิญแล้ว” “อย่างนั้นหรือแล้วนางมีหน้าตาอย่างไรเล่า” อู๋หนิงเทียนเอ่ยถามพี่ชายแต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา เมื่อนางหันกลับมาอีกครั้งก็ไม่เจอกับพี่ชายของนางเสียแล้ว “หายไปไหนเสียแล้วพี่จู คิดจะหายไปก็หายไปดื้อ ๆ อย่างนี้ได้อย่างไรกัน” อู๋ลี่จูมองเห็นสวี่ซูเจินจึงเดินตรงไปหานางแต่ยิ่งเขาพยายามเดินไปหา นางก็ยิ่งเดินไกลออกไปเรื่อย ๆ ผู้คนมากมายทำให้เขาคลาดสายตาไปจากนาง ทำให้เขาต้องตามหานางอีกครั้ง อู๋ลี่จูพยายามเดินตามหานางอีกครั้ง เขาไม่ได้หวังอะไรในการเจอนางแค่เขาอยากขอบคุณนางเท่านั้นที่ทำให้ครอบครัวของเขาได้มางานเลี้ยงพร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างนี้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD