ทินเดินเข้ามาในบ้านของเจในช่วงเย็นหลังจากจัดการกับธุระที่บ้านจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว
"เจ พี่มาแล้วนะ อยู่ไหนเนี่ย" ทินเดินถือจานข้าวมาจากบ้านและเอางานมาทำที่นี่ด้วย เขาหันมองหาเจไปทั่วทั้งบ้านแต่ก็ไม่เจอ
ทินเดินเข้าไปดูในครัว ในห้องรับแขก รวมถึงห้องน้ำ แต่กลับไม่พบเจเลย ปกติเวลานี้เจมักจะนั่งรอทินอยู่ที่โซฟากลางบ้าน แต่วันนี้กลับไม่มี
"เจ เจ อยู่ข้างบนห้องหรือเปล่า" ทินเดินขึ้นไปชั้นบนของบ้าน ซึ่งมันเป็นห้องนอนของเจ
"เจ อยู่ในห้องรึเปล่า พี่มาแล้วนะ" เขาเคาะประตูเรียกน้องอยู่ที่หน้าห้องนานพอสมควร แต่ไม่มีการตอบรับใดๆ ตอบกลับออกมา ทินเริ่มร้อนใจอย่างมาก ไม่ได้การแล้ว ทินเลยตัดสินใจกระแทกตัวเข้าไปที่ประตูห้องนอนของเจอย่างแรง
"ฟู่ เจ นี่พี่เรียกเราตั้งนาน ทำไมถึงไม่ตอบ" ทินเป่าปากด้วยความโล่งใจ เขาคิดว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีเข้ากับน้องเสียแล้ว ถึงแม้ว่าเจจะไม่เคยทำก็เถอะ แต่ทินก็ยังเป็นกังวลอยู่ดีเมื่อน้องหายไปแบบนี้
"อ้าว พี่ทิน มาแล้วเหรอ" เจถอดหูฟังออก และหันมาทักทินที่ยืนหน้าซีดอยู่ตรงหน้าประตู เป็นเพราะว่าเจสวมหูฟังอยู่ แถมยังเปิดเพลงซะดังลั่นหู จนทำให้ไม่ได้ยินเสียงรอบๆ ข้างอะไรเลย
"เป็นไร ทำไมพี่ทำหน้าแบบนั้นล่ะพี่ทิน" นี่เจคงไม่รู้ตัวเลยสินะ ว่าตัวเองทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วงมากถึงเพียงไหน
"นี่เราทำอะไรอยู่ ปกติเวลานี้เราจะลงไปรอพี่อยู่ข้างล่างหนิ แล้วทำไมวันนี้ถึงขึ้นมาอยู่ข้างบนได้ล่ะ" ทินเดินมานั่งลงข้างๆ น้องที่เตียงแล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"พอดีซีมันอยากขึ้นมาน่ะ เจเลยพามันมานอนพัก แล้วเจก็นอนฟังเพลงเป็นเพื่อนมัน" อีกแล้ว สิ่งที่เจทำทุกอย่าง ล้วนมีเหตุผลมาจากซีทั้งนั้นเลย
นั่นเป็นเพราะจิตใต้สำนึกของเจสั่งให้ทำ ทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันเป็นสิ่งที่เจเคยทำร่วมกันมากับซีทั้งหมด เจจำมันได้ทุกอย่าง ว่าซีเคยมาทำอะไรไว้ที่บ้านหลังนี้กับเขาบ้างในตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา
"ปะ ลงไปข้างล่างกัน พี่ต้องทำรายงานต่อ" ทินจับมือเจและพาเดินลงมาที่ชั้นล่าง เพราะเขามีรายงานที่ต้องทำส่งอาจารย์อีก
ทินนั่งทำงานอยู่ที่พื้นห้อง เพราะต้องรีบเขียนรายงานให้ทันส่งในวันพรุ่งนี้ ส่วนเจก็นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่เงียบๆ บนโซฟาข้างๆ ทินนั่นแหละ
"พี่ทิน ทำไรอยู่" จู่ๆ เจก็เดินมานั่งลงกับทิน สงสัยดูท่าจะเล่นโทรศัพท์จนเบื่อแล้ว
"รายงานน่ะ นี่พี่ต้องรีบส่งตอนเช้าด้วยเนี่ย" ทินบอกเจและรีบหันไปปั่นงานต่อเป็นการใหญ่
"ทำไมพี่ไม่ใช้คอมล่ะ เขียนเอาแบบนี้แล้วเมื่อไหร่มันจะเสร็จ" เจย่นคิ้วถามกับทิน เพราะเห็นพี่นั่งเขียนรายงานด้วยมืออยู่นานแล้ว
"พี่ใช้คอมไม่เก่ง อีกอย่างพี่ก็ไม่มีด้วย เขียนนี่แหละดีแล้ว" ทินหันมาบอกกับเจและหันกลับไปเขียนรายงานต่อ
ฐานะทางบ้านของทินไม่ได้ดีเหมือนกับบ้านของเจ เลยไม่มีของใช้ครบทุกอย่างเหมือนกับเจ แต่เขาก็พอใจ เขาไม่เคยเรียกร้องที่จะขอให้แม่ซื้อให้ เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับเขา ทินเป็นคนที่ค่อนข้างประหยัด ดังนั้น เขาจะไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับของที่ไม่จำเป็นอย่างแน่นอน
"อ่ะ เจให้ยืม" เจลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบโน๊ตบุ๊คเดินกลับมา เขาส่งมันยื่นให้กับทินได้ยืมใช้
"อะไร พี่บอกแล้วไงว่าพี่ใช้ไม่เก่ง ไม่ต้องหรอก" ทินตอบปฏิเสธ เพราะเขาค่อนข้างจะใช้มันไม่เป็นจริงๆ ที่ผ่านมาทินก็เขียนรายงานด้วยมือมาโดยตลอดอยู่แล้ว
"มา พี่ทำตรงไหนบ้างเดี๋ยวเจพิมพ์ให้เอง" เจบอกกับทินและเปิดโน๊ตบุ๊คขึ้นมาทันที
ความจริงแล้ว ก่อนหน้าที่เจจะมาเป็นแบบนี้ เจเรียนเก่งมาก เก่งทั้งเรื่องเรียนและเรื่องกีฬา ยิ่งเป็นวิชาที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เจยิ่งเก่งและคล่องมาก ตอนแรกเจวางแพลนไว้แล้วว่า ถ้าเขาเรียนจบมัธยมปลาย เขาจะเข้าเรียนต่อเกี่ยวกับสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ไอที แต่แล้วก็ต้องหยุดไว้เพียงแค่นั้น
"เอามาสิ เดี๋ยวพี่ก็ทำไม่เสร็จหรอก" เจบอกกับทิน เพราะถ้าทินทำงานไม่เสร็จ เจก็จะยังไม่ได้นอน แถมเจต้องอยู่ถ่างตารอเพื่อไปนอนพร้อมกันกับทินอีก
เจเริ่มพิมพ์รายงานที่ทินบอกอย่างรวดเร็วทจนเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็แล้วเสร็จ
"โห ไวจัง ถ้าเป็นพี่ยังไม่ได้หน้านึงเลยมั้งเนี่ย" ทินทำตาโตอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขามองหน้าน้องสลับกับหน้าจอแล้วบอกกับเจ ก่อนจะหันไปดูรายงานที่เสร็จสมบูรณ์แล้วอย่างไม่น่าเชื่อ เจเก่งมาก เก่งจนทินแอบเสียดายในความรู้ที่น้องมีอยู่
"อ่ะ พรุ่งนี้ก็เอาไปปริ้นแล้วเย็บเล่มได้เลย ผมเซฟไฟล์งานใส่แฟลชไดร์ฟให้แล้ว" เจยื่นแฟลชไดร์ฟที่ลงบันทึกรายงานไว้แล้วให้กับทิน
"เจ ไม่อยากไปเรียนบ้างเหรอ" ทินเอ่ยปากถามเจในสิ่งที่ไม่ควรจะถามอย่างช่างใจ
"ไม่อ่ะพี่ ผมยังไม่พร้อม" เจพยายามเก็บอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ก่อนจะตอบออกมาเสียงเบา
"แต่มันจะปีนึงแล้วนะ พี่เสียดายความรู้ที่เจมี พี่ว่าเจจะต้องเรียนเก่งมากแน่ๆ" ทินบอกกับน้องและยิ้มให้
"ผมเหรอ ผมทำไม่ได้หรอก ผมไม่กล้าพอที่จะไปเจอหน้าใครเลยด้วยซ้ำไป" เจทำหน้าเศร้าลงทันที แม้มันจะเป็นหน้าตาที่ปกติของเขาไปแล้วก็ตาม
ตือ ดือ ดือ สายเรียกเข้าจากพี่สาวคนกลาง
"พี่เเจน" เจรับสายจากแจนพี่สาว โดยการเปิดคุยผ่านวิดีโอคอล เพื่อที่ทั้งสองฝ่ายจะได้เห็นหน้ากัน
"เจ ทำไรอยู่ คิดถึงพี่บ้างมั้ย" แจนยิ้มร่าเอ่ยปากถามน้องชายสุดที่รักเพราะอยากเห็นรอยยิ้มเล็กๆ ของน้องบ้าง
"นั่งคุยอยู่กับซีและก็พี่ทิน" เจไม่ลืมที่จะบอกชื่อซีด้วยทุกครั้ง แต่มันก็ทำให้ทุกคนชินเสียแล้ว เพราะมันคือความสุขของเจ
"เหรอ แล้วนี่เรากินข้าวหรือยัง" แจนถามน้องชายกลับมาด้วยความเป็นห่วง เพราะทินบอกว่าเจไม่ค่อยจะกินข้าวสักเท่าไหร่
"กินแล้วพี่แจน" เจตอบกลับและทำหน้าตาเฉยเมยอย่างเช่นปกติที่เขาเคยทำ
"เอ้อเจ คุณพ่อคุณแม่แล้วก็พี่เจนฝากบอกว่าคิดถึงเจด้วยนะ"
"ครับ เจก็คิดถึงทุกคนเหมือนกันครับ" เจ ตอบกลับพี่สาวเสียงเรียบ ใบหน้าเฉยเมยเหมือนเดิมไม่มีผิด
ก่อนที่จะมีรอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นมาที่มุมปาก ถึงแม้จะเป็นรอยยิ้มเพียงเล็กน้อย แต่มันทำให้ทุกคนในครอบครัวนั้นมีความสุขมากพอแล้วกับภาพที่ได้เห็น
"พี่แจนแค่นี้นะเจง่วงแล้ว" เจบอกกับพี่สาวเพราะเริ่มที่จะง่วงแล้ว
"จริงสิเนาะ เวลาที่นู้นกับที่นี่มันไม่เหมือนกันด้วยสินะ งั้นวันนี้ฝันดีนะเจ บายจ้ะ"
ตอนนี้ที่อเมริกาคงจะเป็นเวลาเช้าส่วนที่ไทยนั้นเป็นเวลากลางคืน ทำให้เวลาที่ทุกคนจะได้คุกับเจนั้นค่อนข้างจะไม่ตรงกันสักเท่าไหร่ แต่ทุกคนก็พยายามโทรมาหาเจทุกวันเพื่อไม่ให้เจเหงาและรู้สึกโดดเดี่ยว