bc

ทะลุมิติมาเป็นสตรีร้ายกาจ 80s

book_age4+
528
FOLLOW
5.5K
READ
HE
time-travel
system
fated
kickass heroine
rebirth/reborn
poor to rich
like
intro-logo
Blurb

ตายแล้วแทนที่จะได้เกิดใหม่ กลับต้องมาอยู่ในร่างของสตรีร้ายกาจที่ใครต่างก็เบือนหน้าหนี แบบนี้ขอตายอีกสักครั้งได้ไหมนะ ยังไงฉันจะเปลี่ยนแปลงต้วเองให้ดู แต่ใครร้ายมาก็ร้ายกลับไม่โกงนะคะ!!

หลินซินเยว่ หญิงร้ายกาจประจำหมู่บ้าน ที่ไม่ชอบทำงาน วัน ๆ เอาแต่แต่งตัวสวย ใครเห็นก็เอาแต่ส่ายหน้าและไม่คิดแต่งเธอเข้าบ้านมาให้ลำบากทั้งกายใจ

ไม่ว่าเธอจะขี้เกียจและมักจะหาเรื่องคนไปทั่ว แต่ก็ยังเป็นที่รักของครอบครัว

วันหนึ่งเกิดถูกใจลูกชายคนที่สามของบ้านโม่ โม่กวนหยาง จึงได้วางแผนผิดผีเพื่อให้เขาแต่งงานด้วยแล้วเธอก็ทำสำเร็จ!!

แต่เพราะขี้เกียจและมักจะมีปากเสียงกับบ้านสามีอยู่แทบทุกวัน ฉีซื่อจึงให้ลูกชายแยกบ้าน โดยให้เงินจำนวนหนึ่งสร้างบ้าน

เมื่อแยกบ้านมาอยู่ด้วยตัวเองทุกอย่างในบ้านจึงตกเป็นหน้าที่ของสามีอย่างโม่กวนหยาง แม้ว่าเขาจะทำงานด้วยก็ตาม

แต่ใครจะคิดว่าอยู่ ๆ วันหนึ่งนักธุรกิจสาวนักขวัญข้าว จะเข้ามาอยู่ในร่างนี้หลังจากตายแล้วกันล่ะ

chap-preview
Free preview
บทที่ 1 ฉันย้อนมาในยุค 80
เมืองหลิงโจว หมู่บ้านไผ่เขียว ปี 1981 “ฮือ ๆ ซินเยว่ ตื่นมาเถิดลูกแม่ อย่าทำให้แม่กลัวแบบนี้สิ รู้ไหมว่าใจแม่จะขาดแล้ว ตื่นเถอะลูก” เสียงของหญิงวัยกลางคนเอ่ยออกมาพร้อมกับร้องไห้เสียใจปานใจจะขาด นางมองบุตรสาวที่นอนไร้สติด้วยสายตาเป็นห่วง “สมน้ำหน้าแล้ว หาเรื่องเขาไปทั่วแบบนี้ก็สมควรแล้ว นี่คงเป็นผลพวงจากที่ผู้คนสาปแช่งสินะ” เสียงหญิงชราคนหนึ่งดังขึ้นอย่างเย้ยหยัน นางไม่ชอบหญิงสาวที่นอนสลบอยู่เลยแม้แต่น้อย เพราะอีกฝ่ายมักจะหาเรื่องคนไปทั่ว ใครมองหน้าเข้าหน่อยก็ชี้หน้าด่าอย่างไร้เหตุผล จึงทำให้มีแต่คนสาปแช่งเธอมากมาย “นั่นสิ หาเรื่องคนอื่นก่อนแล้วตัวเองล้มหัวฟาดพื้นจนหมดสติ แล้วอย่างนี้จะเอาผิดใครกันล่ะ แบบนี้ก็สมน้ำหน้าแล้ว” ชาวบ้านอีกคนที่มุงดูอยู่พูดขึ้นอย่างเหลืออด เพราะหล่อนก็ไม่ค่อยชอบหญิงสาวที่ชื่อหลินซินเยว่คนนี้สักเท่าไร เนื่องจากครั้งหนึ่งเคยถูกอีกฝ่ายชี้หน้าด่า โดยที่ยังไม่ได้ทำอะไรให้เลย “ทำไมถึงพูดกันแบบนี้ ต่อให้มีเรื่องหรือไม่ชอบใจกัน เห็นคนล้มหัวฟาดพื้นสลบไปแบบนี้ ทำไมถึงไม่เรียกหมอหรือให้ใครมาช่วยพาเธอไปโรงพยาบาล นี่ไม่เท่ากับต้องการให้ซินเยว่ของฉันตายหรือ” จางฮุ่ยอีที่เป็นแม่ของหลินซินเยว่ ยังคงร้องไห้ฟูมฟายพร้อมกับพูดไปด้วย ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวคนหนึ่งอย่างมีความหมาย “มองอะไร ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยนะ นังซินเยว่มันลื่นล้มของมันเอง ไม่เชื่อก็ถามคนพวกนี้ดูสิ” หญิงสาวที่มีชื่อว่าตู้หลินเซียนพยายามพูดปัดให้พ้นผิด เธอรู้ดีว่าในหมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีใครชอบหลินซินเยว่เลย และเธอก็เกลียดอีกฝ่ายมากที่มาแย่งชายที่เธอชอบไป พอเจอหน้ากันในวันนี้จึงมีปากเสียงกันจนลุกลามถึงขั้นลงไม้ลงมือ แต่ใครจะคิดกันเล่าว่าหลินซินเยว่จะเหยียบไปโดนตะไคร่น้ำจนล้มหัวฟาดกับปูนแล้วสลบไปแบบนี้ พอชาวบ้านได้ยินว่าลูกสาวบ้านตู้ต้องการพยาน ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ ก็พยักหน้ารับกันรัว ๆ “มาเถอะแม่ เดี๋ยวผมพาน้องไปโรงพยาบาลเอง หัวไม่แตกแต่สลบไปแบบนี้ ผมกลัวเลือดคั่งในสมองเหลือเกิน” มีเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างกังวลใจ เขาคือหลินอี้เฉินพี่ชายของหญิงสาวที่กำลังนอนสลบไสลอยู่นั้นเอง ชายหนุ่มรีบวิ่งเข้ามาหลังจากมีคนไปแจ้งข่าวว่าน้องสาวตนเองนั้นลื่นล้มหัวฟาดพื้นจนหมดสติ ก่อนจะรีบอุ้มร่างของหลินซินเยว่ แล้วรีบพาไปที่รถสามล้อที่ได้ว่าจ้างมา เพื่อจะได้พาน้องสาวไปโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยมีผู้เป็นแม่ติดตามไปด้วยอย่างห่วงใย โรงพยาบาลในเมือง หลังจากส่งน้องสาวเข้าห้องฉุกเฉินแล้ว หลินอี้เฉินและแม่ก็นั่งรออยู่ที่หน้าห้องด้วยความร้อนใจ เนื่องจากกลัวว่าหลินซินเยว่จะเป็นอันตรายกว่าที่เห็นจากการหกล้มหัวฟาดพื้นในครั้งนี้ เวลาผ่านไปราว ๆ หนึ่งชั่วโมง ร่างของหญิงสาวก็ถูกพามาไว้ที่ห้องพักของผู้ป่วย “พยาบาล ลูกสาวของฉันเป็นอย่างไรบ้าง ทำไมเธอยังไม่ฟื้นอีกล่ะ” จางฮุ่ยอีถามพยาบาลที่มาดูแลอย่างร้อนใจ “อย่ากังวลไปเลยค่ะ หมอบอกว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรมาก ให้นอนพักอีกสักหน่อยก็คงจะฟื้นแล้ว” พยาบาลสาวตอบกลับอย่างใส่ใจ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องพักคนป่วย เมื่อได้ยินพยาบาลพูดอย่างนั้น ทั้งสองก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย ดังนั้นหลินอี้เฉินจึงพูดขึ้นมาว่า “แม่ครับ เดี๋ยวผมกลับไปที่หมู่บ้านเพื่อส่งข่าวให้พ่อได้รับรู้ก่อนนะครับ พ่อจะได้ไม่เป็นห่วง” “ดี ๆ ลูกรีบไปเถอะ เดี๋ยวทางนี้แม่จะอยู่เฝ้าซินเยว่เอง”คนเป็นแม่รีบตอบกลับอย่างเห็นด้วย นั่นเพราะอยากอยู่เฝ้าลูกสาวที่โรงพยาบาลด้วยตนเอง “ซินเยว่ลูกแม่ ตื่นมาเถอะนะลูกรัก แม่เป็นห่วงลูกมากเหลือเกิน อ้อ..จริงสิ เดี๋ยวแม่ไปเอาน้ำมาไว้ให้ลูกดีกว่า ตื่นมาลูกคงจะหิวน้ำ” จางฮุ่ยอีมานั่งข้างเตียงแล้วจับมือลูกสาวไว้อย่างห่วงใยพร้อมกับพร่ำบอกให้เธอตื่นขึ้นมาเสียที ก่อนจะนึกได้ว่าลูกสาวคงจะหิวน้ำหลังจากที่ฟื้นขึ้นมา จึงเดินออกไปหาน้ำมาไว้ให้เธอ ‘ใครคือซินเยว่’ คนที่หลับอยู่คิดในใจอย่างสงสัย ความจริงเรื่องที่คนอื่นคิดว่าเธอกำลังสลบอยู่นั้น กลับฟื้นคืนสติมาได้สักพักแล้ว แต่พอรู้สึกหนักศีรษะก็เลือกที่จะไม่ลืมตาขึ้นมา ในใจนึกสงสัยว่า ‘ซินเยว่คือใครกันนะ แล้วตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหนกันแน่ ทำไมมีแต่คนพูดภาษาจีนกันล่ะ แล้วทำไมฉันถึงฟังรู้เรื่องทุกคำแบบนี้ ’ หญิงสาวนอนคิดไปคิดมาอย่างไม่เข้าใจ แต่ยังไร้เรี่ยวแรงที่จะลืมตาขึ้นมา จึงคิดไปเรื่อย ๆ ‘เท่าที่จำได้ก่อนหน้านี้ฉันอยู่ในงานรับรางวัลนักธุรกิจมือทอง ซึ่งฉันได้รับรางวัลนี้หกปีซ้อนนี่น่า แล้วเท่าที่จำได้ฉันก็กลับมาถึงที่พัก ก็รู้สึกเหนื่อยล้าและหลับไป แล้วเสียงการพูดจาของคนจีนพวกนี้เป็นใคร คนพวกนี้ไม่น่าจะมาอยู่ในห้องพักของฉันเลยนะ’ ขณะที่ความคิดของเธอกำลังตบตีกันอยู่นั้น หญิงสาวจึงตัดสินใจที่จะลืมตาขึ้นมาเพื่อจะได้รู้ว่าใครกันที่มาอยู่ในห้องนอนของตัวเอง แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาจริง ๆ กลับพบว่าบรรยากาศโดยรอบไม่เป็นเหมือนเดิม ‘สถานที่ตรงนี้ไม่ใช่ห้องของเธอ’ หญิงสาวคิดอย่างตกใจ จากนั้นจึงได้ลุกพรวดขึ้นมานั่ง แล้วหันมองรอบ ๆ จึงได้รู้ว่าตนเองนั้นน่าจะอยู่ที่ห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลสักแห่ง แต่ที่น่าแปลกใจเพราะที่นี่ดูเก่าและโทรมมากในสายตาเธอ “เอ๊ะ นี่มันที่ไหนกัน” เธอพูดขึ้นเสียงเบา แต่แล้วจู่ ๆ เธอกลับปวดหัวรุนแรง ก่อนจะมีความทรงจำต่าง ๆ ของใครบางคนฉายให้เห็นไม่ต่างจากภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง จนทำให้เธอรู้ว่าตอนนี้ตนเองอยู่ในร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งเจ้าของร่างนี้มีชื่อว่า “หลินซินเยว่” เธอเป็นหญิงร้ายกาจประจำหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังเป็นหญิงขี้เกียจมาก และไม่ชอบทำงานอะไรเลย วัน ๆ เอาแต่แต่งตัวสวยแล้วเดินเที่ยวเล่น ใครเห็นก็เอาแต่ส่ายหน้าและไม่คิดแต่งเธอเข้าบ้านมาให้ลำบากทั้งกายใจ ไม่ว่าเธอจะขี้เกียจและมักจะหาเรื่องคนไปทั่วยังไง แต่ก็ยังเป็นที่รักของครอบครัวหลิน วันหนึ่งหลินซินเยว่เกิดถูกใจลูกชายคนที่สามของบ้านโม่ โม่กวนหยาง จึงได้วางแผนผิดผีกับเขา เพื่อให้เขาแต่งงานด้วย และแล้วเธอก็ทำสำเร็จ แต่เพราะขี้เกียจความ เลยมักจะมีปากเสียงกับคนที่บ้านสามีอยู่แทบทุกวัน แม่สามีอย่างฟางเหนียงจึงให้ลูกชายแยกบ้าน โดยให้เงินจำนวนหนึ่งมาสร้างบ้าน ซึ่งหลินซินเยว่เลือกจะสร้างในที่ดินของครอบครัวตนเอง เมื่อแยกบ้านมาอยู่ด้วยตัวเอง งานทุกอย่างในบ้านจึงตกเป็นหน้าที่ของสามีอย่างโม่กวนหยาง แม้ว่าเขาจะทำงานนอกบ้านด้วยก็ตาม ไม่ว่าจะเหนื่อยอย่างไรเขาก็ไม่เคยบ่น “โอ๊ย..อะไรกันเนี่ย อยากจะบ้าตาย ทำไมฉันถึงต้องมาอยู่ในร่างของหญิงร้ายกาจคนนี้ได้ ฉันขอตายอีกรอบได้ไหม ทำไมสวรรค์ถึงกลั่นแกล้งฉันแบบนี้ล่ะ” หญิงสาวพูดออกมาอย่างขัดใจ หลังจากทบทวนความทรงจำทั้งหมดแล้ว “ไม่คิดว่าจะต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่างของหญิงที่ร้ายกาจแบบนี้ ขนาดฉันเองยังเกลียดร่างนี้เลย แล้วคนอื่นจะไม่เกลียดได้อย่างไรกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม โอ๊ย..ปวดหัว” ขณะที่พูดก็ยกมือขึ้นกุมหัวเพราะทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่านี้ ขณะเดียวกันจางฮุ่ยอีก็เดินเข้ามา เมื่อเห็นว่าลูกสาวฟื้นแล้ว จึงยิ้มทั้งน้ำตาและพูดขึ้นมาด้วยความดีใจว่า “ซินเยว่ ลูกฟื้นแล้ว รู้ไหมว่าทำให้แม่กลัวขนาดไหนที่เห็นลูกสลบไปแบบนั้น” เธอลูบหัวลูกสาวอย่างอ่อนโยน “เอ่อ..ฉันฟื้นแล้วค่ะแม่” หญิงสาวตอบกลับเบา ๆ แม้จะไม่คุ้นชินเรียกคนตรงหน้าว่าแม่ก็ตาม แต่คิดว่าคงจะต้องสร้างความเคยชินได้แล้ว เพราะเธอคงจะอยู่ในร่างนี้ไปอีกนาน ‘เอาเถอะ ยังไงก็มาอยู่ในร่างนี้แล้ว คงจะต้องทำความสนิทสนมไว้ ฉันคงจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในร่างของหญิงสาวร้ายกาจคนนี้ต่อไปสินะ แต่คนอย่างฉันจะไม่ทำตัวแบบเธอหรอกนะ หลินซินเยว่' หญิงสาวคิดในใจอย่างจำยอมและตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองใหม่ “ลูกอยากกินอะไรไหม เดี๋ยวแม่ไปหาซื้อให้ ตอนมาแม่เห็นที่หน้าโรงพยาบาลพอจะมีอาหารขายอยู่” จางฮุ่ยอีพูดอย่างกระตือรือร้น “ไม่เป็นไรค่ะแม่ ตอนนี้ฉันยังไม่หิว อีกอย่าง อาการฉันก็ดีขึ้นมากแล้ว พวกเรากลับไปกินข้าวที่บ้านกันดีกว่าไหมคะ อยู่ที่นี่ก็มีแต่จะเปลืองเงินเปล่า ๆ ” หญิงสาวตอบอย่างอ่อนโยนพร้อมกับชักชวนกันกลับบ้าน ก่อนจะทำท่าจะลุกจากเตียง นั่นเพราะจากความทรงจำของร่างเดิม ทำให้เธอรู้ว่าบ้านหลินไม่ได้มีเงินมากมาย การที่เธอต้องนอนอยู่โรงพยาบาลแบบนี้ ย่อมต้องเสียเงินโดยไม่จำเป็นอยู่แล้ว “นอนพักสักวันคงไม่เป็นไรหรอกลูก ตอนนี้พี่ชายของลูกก็ไปบอกพ่อ กับลูกเขยแล้ว สักพักก็คงจะพากันมาที่นี่” จางฮุ่ยอีบอกและกดให้เธอนอนลงที่เตียงเหมือนเดิม เพราะคำว่า ‘ลูกเขย’ ทำให้หลินซินเยว่นึกขึ้นมาได้ว่าร่างนี้นั้นแต่งงานแล้ว และจากความทรงจำ หลินซินเยว่คนเดิมก็ไม่ได้ทำดีกับผู้เป็นสามีเลย 'โอ๊ย...ฉันอยากจะบ้าตาย ทำไมนอกจากเธอจะเป็นลูกและน้องที่แย่แล้ว ยังเป็นเมียที่ไม่ได้เรื่องอีกเหรอเนี่ย หลินซินเยว่' หญิงสาวได้แต่บ่นร่างเดิมในใจ แต่ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะเธอก็คือหลินซินเยว่ หญิงร้ายกาจคนนี้ แม้ว่าจะได้ยินแม่พูดมาอย่างนั้น แต่เธอก็ไม่อยากอยู่โรงพยาบาลต่อแล้ว เพราะรู้ดีว่าร่างกายตนเองไม่ได้เป็นอะไร เลยคิดว่ากลับไปบ้านน่าจะดีกว่า และที่สำคัญจะไม่ได้เปลืองเงินด้วย “ฉันคิดว่าเรากลับบ้านกันดีกว่าค่ะแม่ ถ้าเรารีบหน่อยน่าจะทันก่อนที่กับพี่ใหญ่จะมาที่นี่ อยู่ที่โรงพยาบาลนี้ก็ไม่มีอะไร รังแต่จะทำให้เสียเงินเพิ่มเสียเปล่า ๆ ค่ะ เราเก็บเงินไว้ใช้อย่างอื่นดีกว่านะคะ” หญิงสาวจับมือของแม่ไว้และพูดกลับไปอย่างจริงจัง “ได้ ๆ อย่างนั้นแม่จะไปถามพยาบาลก่อนนะ” เมื่อเห็นว่าลูกสาวยืนยันหนักแน่น จางฮุ่ยอีก็ไม่อยากจะขัดเธออีก จึงได้บอกไปอย่างนั้น ก่อนจะเดินออกมาจากห้องพักฟื้น แล้วตรงไปยังเคาน์เตอร์ที่พยาบาลอยู่ เพื่อสอบถามว่ากลับบ้านได้หรือไม่ ‘ทำไมฉันต้องมาอยู่ในยุคนี้ด้วย อะไรก็ไม่มีติดตัวมาสักอย่าง แล้วแบบนี้จะอยู่ได้ยังไงกัน' หญิงสาวก็ได้แต่นั่งบ่นในใจ แต่บ่นไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ ก็คือทำใจ และทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเท่านั้น!! จางฮุ่ยอีหายไปไม่นานก็กลับมาบอกกับลูกสาวว่า “ไปกันเถอะ ลูกสามารถออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านได้ตามที่ร้องขอกับหมอแล้ว” “จริงเหรอคะ ดีจังเลย อย่างนั้นเรากลับกันเถอะค่ะ” เมื่อได้ยินอย่างนั้น เลยทำให้หลินซินเยว่พูดออกมาอย่างดีใจมาก เพราะจะได้ไม่ต้องนอนติดเตียงอยู่ที่นี่ จากนั้นสองแม่ลูกก็เตรียมตัวกันเพื่อกลับบ้าน ‘เอาล่ะ ต่อไปนี้ฉันคือหลินซินเยว่ และฉันจะทำชีวิตนี้ให้ดีที่สุด’ หญิงสาวคิดในใจโดยที่สายตานั้นมองออกไปนอกหน้าต่างของห้องพักฟื้น

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.5K
bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.6K
bc

พันธะร้าย..ดวงใจรัก

read
2.1K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.0K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook