ตอนที่1.1 แก้วใส
"แม่ดาจ๋า อวยพรให้แก้วด้วยนะจ๊ะ"
เสียงของสาวน้อยวัย23ดังขึ้น ร่างบอบบางคุกเข่ากอดเอวมารดาที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ ใกล้โต๊ะไม้ที่วางถาดขนมหอมกรุ่นควันกรุ่นที่เพิ่งขึ้นจากเตา มีทั้งขนมตาล ขนมใส่ไส้ ตะโก้ และยังมีส่วนที่อยู่บนเตาส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งบ้าน
คนเป็นแม่ก้มมองหน้าบุตรสาวอันเป็นที่รัก พร้อมกับลูบหัวลูกเบาๆ
"ขอให้ลูกแก้วของแม่ สมปรารถนา ประสบความสำเร็จ ได้งานสมดังตั้งใจนะจ๊ะ"
"ขอบคุณค่ะแม่ดา"
แก้ว(ศศิกานต์ แก้วเกียรติ์)ก้มลงกราบที่ตัก ใบหน้าประดับด้วยยิ้มสดใส
"อายุเท่าไหร่แล้ว ยัยแก้วยังอ้อนแม่เป็นเด็กไปได้"
เสียงห้าวทุ้มดังมาจากประตูระเบียงไม้ที่ต่อเติมเพิ่มมาจากครัว
บ้านหลังเล็กชั้นเดียว แต่โล่งโปร่ง มีกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกปี๊ปต้นใหญ่ที่ส่งกลิ่นหอมเย็นไปทั่วบ้าน ผ้าม่านลายดอกกล้วยไม้พลิ้วไหวไปตามแรงลมยามเช้า
แก้วเงยหน้าขึ้นมองหน้าพี่ชาย พร้อมกับแยกเขี้ยวใส่ที่โดนแซวว่าเป็นเด็กไม่รู้จักโต
"แม่ดาจ๋า พี่ภูใจร้ายไม่ยอมไปส่งแก้วสัมภาษณ์งาน ให้น้องสาวที่แสนจะบอบบางและอ่อนต่อโลกต้องไปเผชิญชะตากรรมคนเดียว"
แก้วได้โอกาสฟ้องผสมอ้อน แอบหันมาหลิ่วตาล้อเลียนให้พี่ชาย
"น้อยๆหน่อยยัยตัวดี พี่บอกแล้วไงว่าต้องเข้ากรมไปรายงานตัว"
นาวาอากาศตรี ภูทัชขัดคอน้องสาวตัวแสบ พร้อมกับแกล้งตะเบ๊ะกระแทกเท้าเสียงดัง ชุดทัพฟ้าสีน้ำเงินเข้มพอดีตัวกระชับไปกับร่างกำยำและความสูง181ซม.หล่อเหลาคมเข้ม
ต่างจากแก้วผู้เป็นน้องที่มีผิวขาวอมชมพู แก้มแดง ปากนิดจมูกหน่อย ผมเกล้าเป็นมวยไว้กลางศีรษะ ลูกผมเส้นเล็กพลิ้วไหวล้อมรอบใบหน้าเรียวรูปไข่
ภูทัชมองหน้าน้องสาวแสนรักแล้วอดยิ้มไม่ได้ จะมีใครโกรธแก้วลง ไม่ว่าจะทำหน้าตาดุหรืองอน ดวงตากลมโตคู่สวยก็กระจ่างใสไร้เดียงสาจนถึงขั้นน่าเอ็นดู
"เอาละๆ เลิกทะเลาะกันเป็นเด็กซะที ภูก็เหมือนกันอายุ27เข้าไปแล้วนะเรา ไปได้แล้วทั้งสองคนเดี๋ยวจะสาย แม่ให้น้าจิตรไปซื้อไม้กลัดเพิ่มคงใกล้กลับมาแล้ว ไม่ต้องห่วงแม่"
สองพี่น้องมองตากันแล้วผลัดเข้าไปหอมมารดาทีละคน จำใจต้องทิ้งแม่ไว้คนเดียวถึงแม้จะเป็นห่วง เพราะช่วงนี้แม่เป็นลมหน้ามืดบ่อยครั้ง
หลังจากออกมาหน้าบ้านรอพี่ชายไปส่งหน้าปากซอยเพื่อไปต่อรถ แก้วก็พูดขึ้นว่า
"ถ้าสัมภาษณ์เสร็จแล้วแก้วจะรีบกลับ แก้วจะมาช่วยแม่เอาขนมไปส่งเองจ๊ะพี่ภู"
"ดีแล้วล่ะ พี่ยังไม่แน่เลยว่าจะกลับกี่โมง"
ภูทัชพูดด้วยสีหน้าเป็นกังวล เป็นห่วงเพราะที่บ้านมีแต่ผู้หญิง
✣✣✣✣╰☆╮✣✣✣✣
อากาศตอนเช้าเริ่มเพิ่มดีกรีความร้อนระอุหลังจากนาฬิกาบอกเวลา8.00 น. แก้วนั่งรถเมล์ปรับอากาศแล้วมาต่อวินมอร์ไซด์เพื่อเข้าบริษัทที่เรียกสัมภาษณ์
รถราแออัดติดขนัดไปทั้งถนน ต่างคนก็ต่างต้องการไปสู่จุดหมายปลายทางให้เร็วที่สุด มอเตอร์ไซด์พาซอกแซก แซงซ้ายแซงขวา ปาดหน้าจนคนซ้อนเผลอกำเสื้อวินเอาไว้แน่น
‘พ่อแก้วแม่แก้ว คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองลูกด้วยเถิด’
สวดภาวนาในใจ
"อ๊ะ! พี่ระวัง กรี๊ดดดดดดด!!!!"
ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ กรีดร้องเสียงดังเมื่อเห็นรถเบ๊นซ์สีดำคันใหญ่พุ่งตรงเข้ามาหา
..เอี๊ยดดดดด!!..
..โครมมม!!!..
สิ้นเสียงกรีดร้องก็ตามมาด้วยเสียงเบรกและเสียงชน
"โอ๊ยยยยย!!.”
แก้วได้ยินเสียงตัวเองร้องโอดโอยดังก้องอยู่ในหู
"น้องเป็นไรไม๊? เลือดเต็มเลย"
เสียงพี่วินนั่นเอง เหมือนพูดอยู่ไกลแสนไกล แก้วมองไปรอบตัวแบบเบลอๆสมองยังมึนงงสับสน
ประตูรถเบนซ์คันใหญ่ถูกกระแทกเปิดตามแรงอารมณ์ของคนขับ
‘รถสีดำ เสื้อผ้าดำทั้งชุด ไม่ร้อนรึไง’
แก้วคิดแบบมึนๆ สมองพร่าพราย ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน เลือดสีแดงไหลรินลงมาที่เปลือกตาบดบังการมองเห็น
"ออกมาได้! มองไม่เห็นรึไงว่าฝั่งนี้ไฟเขียวแล้ว ขับรถแบบนี้จะพากันไปตายนะรู้ไม๊"
ร่างสูงใหญ่ตะเบ็งเสียงโกรธจัด เมื่อก้าวลงมายืนข้างรถพร้อมกับถอดแว่นกันแดดออกด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์
‘โอ๊ยย! ตาบ้านี่ทำไมต้องตะโกนด้วยนะ ปวดหัวจะแตกอยู่แล้ว น้ำอะไรเนี่ยไหลเข้าตาอยู่ได้’
ยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่ไหลรินลงมา แต่มือเจ้ากรรมกลับไม่มีแรงยก ทำได้แค่ก้มหน้ามองมือตัวเองที่ทิ้งตัวอยู่ข้างกาย รู้สึกหมือนกำลังล่องลอยไปในที่ไกลแสนไกล “แม่จ๋า” รำพึงก่อนทุกอย่างจะดับมืด..
✣✣✣✣╰☆╮✣✣✣✣