ตอนที่ 1.

2352 Words
“หนีไปลูก!! หนีไป!!” เสียงทุ้มร้องบอกลูกสาวเพียงคนเดียว ทั้งที่ตัวของเขานั้นถูกเท้าสกปรกเหยียบย่ำอยู่บนใบหน้า หญิงสาวหันกลับมามองผู้เป็นพ่อทั้งน้ำตา แต่เธอก็ต้องเอาชีวิตรอดเช่นกัน ...ในโลกความจริงของคนยากคนจนที่ไม่มีทางออกให้ชีวิตมากนักมันช่างโหดร้าย ร้านกาแฟโบราณเล็กๆที่พ่อตั้งใจสร้างขึ้นถูกทำลายเละเทะไปหมด ข้าวของพังเสียหายไม่เหลือชิ้นดี หนี้นอกระบบไม่มีใครอยากจะเป็นหนี้กับคนปล่อยเงินกู้พวกนี้หรอก แต่ครอบครัวของเธอเองก็ไม่ได้มีทางเลือกมากนัก การกู้ยืมเงินในธนาคารเป็นเรื่องที่ยากสำหรับคนที่มีรายได้เพียงน้อยนิดอย่างพ่อค้าแม่ขาย การกู้ยืมเงินนอกระบบจึงมักจะเป็นทางเลือกที่ครอบครัวของเธอเลือกทำ แต่...ไม่ว่าจะพยายามใช้หนี้มากเท่าไหร่ หนี้กลับยิ่งเพิ่มขึ้นทุกวันอย่างไร้สาเหตุ หญิงสาวในชุดนักศึกษาที่พึ่งกลับมาจากมหาวิทยาลัยหมาดๆ ก็ได้วิ่งหนีเจ้าหนี้โหดอย่างไม่คิดชีวิต เธอตั้งใจเรียนจนได้เกรดนิยมตั้งแต่ปีหนึ่ง เพื่อที่จะได้หางานดีๆทำ และใช้หนี้บ้าๆนี้ให้หมดสิ้นเสียที แต่..เจ้าหนี้ใจโฉดกลับไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเท่าตัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ ด้วยความที่พ่อไม่ทันได้อ่านใบสัญญาเงินกู้ให้ละเอียด เพราะความดีใจที่สามารถกู้เงินได้ก้อนหนึ่งสำหรับคนไม่มีทางเลือกอย่างครอบครัวเธอ เงินก้อนนั้นที่ผู้เป็นพ่อเอาเปิดร้านกาแฟเล็กๆ และส่งเสียเธอเรียน “กรี๊ดดดดดดด!!! ปล่อยฉันนะ!! ไอ้พวกขี้โกง!!” เสียงกรีดร้องอย่างสุดเสียงของหญิงสาวที่ถูกชายฉกรรจ์จับได้หลังจากพยายามหนี แต่กลับไม่มีใครที่คิดจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเธอเลย พ่อค้าแม่ค้าต่างหวาดกลัวอิทธิพลมืดของเจ้าหนี้ ร่างบางของเธอถูกอุ้มขึ้นพาดบ่าพากลับไปจุดเดิม แม้ว่าเธอจะพยายามดิ้นรนแค่ไหนก็ไม่สามารถที่จะพ้นเงื้อมือของชายคนนั้นได้เลย หญิงสาวทั้งทุบทั้งตีแผ่นหลังของชายคนนั้นอย่างบ้าคลั่ง “โอ้ย!! นังเด็กนี่!!” เพี๊ยะ!! เธอถูกอุ้มมาวางไว้หน้ารถตู้ทึบ ก่อนฝ่ามือหนาของชายคนนั้นปะทะเข้าเต็มๆใบหน้าเรียวสวยจนหน้าหัน ความเจ็บแสบและชาไปทั่วใบหน้าทำให้น้ำตาไหลพราก เธอหันกลับไปมองชายคนนั้นตาขวางทั้งน้ำตา “มองหน้ากูแบบนี้อยากโดนอีกทีเหรอ!!” “อย่าทำอะไรลูกผม! ขอร้องล่ะครับ! อย่าทำอะไรลูกผมเลย!” ผู้เป็นพ่อคลานเข่าเข้ามาจับเท้าคนที่ตบหน้าลูกสาวของตนเพื่อขอร้อง ก่อนที่สองมือประสานขึ้นไหว้ชายผู้นั้นทั้งน้ำตา แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยคราบเลือดและรอยฟกช้ำ เสื้อผ้าอาภรณ์เปอะเปื้อนดินโคลนเต็มไปหมดก็ตาม ผู้เป็นลูกสาวเห็นสภาพพ่อเป็นอย่างนั้นก็ถึงกับทรุดตัวลงนั่งข้างพ่อของตัวเองพร้อมกับประคองผู้เป็นพ่อไว้ “โธ่ๆ มึงก็อย่ารุนแรงกับน้องเขานักสิวะ! เดี๋ยวจะเสียของ” ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ในรถตู้พูดขึ้นพร้อมกับโผล่หน้าเดินลงมาจากรถ หลุบตามองสองพ่อลูกอย่างนึกเวทนา แต่นั่นมันก็แค่ฉากหน้า! ก่อนที่สายตาของชายวัยกลางคนจะมองหญิงสาวในชุดนักศึกษาอย่างหยาบคาย “ผมก็จ่ายเจ้าสัวไปตามที่กำหนดแล้วนี่ครับ ทำไมเจ้าสัวถึงทำแบบนี้กับผม” ผู้เป็นพ่อพูดขึ้นอย่างอ้อนวอนพร้อมกับยกมือพนมไหว้ขอความเห็นใจจากชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยเกือบเท่าคนท้องตรงหน้า ผู้เป็นลูกสาวเหลือบตามองชายเจ้าหนี้หรือที่ใครๆก็ต่างเรียกเขาว่าเจ้าสัวอย่างนึกเคือง “เอ็งจ่ายข้ามาไม่ครบดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเลยด้วยซ้ำ นี่ข้ายังปราณีนะ” “แต่ผมจ่ายคืนให้หมดแล้วนะครับ ห้าแสนพร้อมดอกเบี้ย แต่ทำไม...” “ไม่ได้จ่ายเงินก้อนนี่นา เอ็งผ่อนจ่ายมันก็ต้องมีดอกเบี้ยบ้างสิวะ รวมๆแล้วเนี่ย...ล้านห้า” “ไอ้คนชั่ว!! แกตั้งใจจะโกงพ่อฉันชัดๆ” ผู้เป็นลูกสาวแผดเสียงขึ้นอย่างโมโห มีที่ไหนกันยืมมาห้าแสนดอกเบี้ยเป็นล้าน มองดูก็รู้ว่าเขาตั้งใจจะโกงพ่อเธอเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง พวกมันรู้ว่าพ่อของเธอยังไงก็จ่ายไม่ไหว “จุ๊ๆ ไม่พูดแบบนี้จะดีกว่านะหนูน้ำหวาน พี่เนี่ย...ช่วยหนูกับพ่อสุดๆแล้วนะ” เจ้าสัวพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม สายตายังคงจ้องมองหญิงสาวอย่างโลมเลีย ผู้เป็นพ่อเห็นอย่างนั้นก็ถึงกับเขยิบเอาตัวเองมาบังลูกสาวไว้ ทั้งที่สองมือยังคงพนมไหว้เจ้าสัวที่ยืนอยู่ตรงหน้า “งวดหน้าผมจะจ่ายให้ครับ ปล่อยผมกับลูกไปเถอะครับ” “วันนี้เป็นวันครบกำหนดจ่ายครบพอดีตามที่เซ็นในสัญญา เอ็งต้องจ่ายวันนี้ ล้านห้า” “ผมไม่มีเงินเยอะขนาดนั้นหรอกครับ ผมขอร้องล่ะเจ้าสัว...ผมจะจ่ายผ่อนจ่ายให้ครบ” “ไม่ได้...ถ้าไม่มีจ่าย วันนี้ก็เอาลูกสาวเอ็งมาขัดดอก” เสียงของเจ้าสัวพูดอย่างหนักแน่นเสียงแข็ง น้ำหวานรู้ในทันทีว่านี่เป็นการบีบบังคับให้พ่อยกเธอให้เขา ที่ผ่านมาเจ้าสัวก็มาเทียวไล้เทียวขื่อเธอตลอดทำไมถึงนึกไม่ได้กันนะว่าเขาต้องทำแบบนี้ “ไม่ได้ครับ! ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ให้เวลาผมเถอะครับ ได้โปรดเถอะครับ!” น้ำตาของผู้เป็นพ่อไหลลงอาบสองแก้มอีกครั้ง ทั้งกราบทั้งไหว้ขอร้องเจ้าหนี้ตรงหน้า แต่เจ้าสัวกลับหันหลังให้ไม่ยอมรับไหว้ ก่อนที่ลูกน้องของเขาจะจับผู้เป็นพ่อไว้แล้วลากตัวออกห่างลูกสาว ลูกน้องอีกกลุ่มก็หันมาจับลากตัวน้ำหวานขึ้นรถ “กรี๊ดดดดดดด!!ปล่อยฉันนะ!! พ่อ!! ช่วยหนูด้วย!!” “หวาน!! ลูก!! อั่ก!!” “พ่อ!! ฮือๆ อย่าทำอะไรพ่อฉัน!!” เสียงของสองพ่อลูกเรียกร้องหากันไม่ขาดปาก น้ำหวานพยายามวิ่งไปหาผู้เป็นพ่อที่กำลังถูกรุมซ้อมแต่ก็โดนจับรั้งไว้และดันตัวเธอขึ้นรถตู้ไป ภาพสุดท้ายที่เธอมองเห็นคือผู้เป็นพ่อถูกเหยียบย่ำและพยายามคลานมาหาเธอแต่ก็ถูกกระทืบจนตัวสั่น มือของผู้เป็นพ่อพยายามที่จะเอื้อมมาหาลูกสาวครั้งแล้วครั้งเล่า พูดก็พูดไม่ออกเพราะเลือดกบปากเต็มไปหมด น้ำหวานเองก็พยายามเอื้อมมือไปหาผู้เป็นพ่อและลงจะจากรถ แต่ประตูรถกลับปิดลงเสียก่อนแล้วรีบแล่นไปจากตรงนั้นทันที “เป็นเด็กดีสิน้องหวาน พี่ไม่ทำอะไรน้องหรอก” เจ้าสัวพูดพร้อมกับเอามือลูบไล้ใบหน้าสวยอย่างยิ้มๆ น้ำหวานปัดมือของเจ้าสัวอย่างไม่ไยดี ดวงตาจ้องมองอย่างโกรธเคืองแม้จะมีน้ำตาเต็มสองเบ้าตาก็ตาม เมื่อเห็นท่าทีของหญิงสาวพวกลูกน้องของเจ้าสัวรวมถึงตัวเจ้าสัวเองต่างหัวเราะเหมือนกับมันเป็นเรื่องตลก “ชอบความรุนแรงก็ไม่บอกพี่” “ฉันเกลียดแก!! ไอ้แก่ชั่ว!” “เอ...นังนี่!! พูดดีๆไม่ชอบ!! เดี๋ยวบั๊ด!!” ชายวัยกลางคนง้างมือขึ้นทำท่าจะตบ แต่ก็ชะงักไว้เสียก่อน เพราะลูกน้องยื่นโทรศัพท์มาให้เขา น้ำหวานที่ยกมือขึ้นป้องกันตัวเองพร้อมกับหลับตาแน่นอย่างหวาดกลัวก็ค่อยๆลืมตาขึ้น เมื่อไม่รู้สึกถึงแรงตบ “นายใหญ่โทรมาครับเจ้าสัว” “อืม” เจ้าสัวตอบรับแค่นั้นก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มาแนบหู ใบหน้ากลมๆที่ทำขึงขังในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มขึ้นมาทันทีเมื่อพูดคุยกับคนปลายสาย ท่าทีเกรงใจนั้นทำให้หญิงสาวแปลกใจไม่น้อย พร้อมกับคิดว่ามีเครือข่ายใหญ่ของเจ้าสัวแน่ๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่กล้าท้าทายกฎหมายทำร้ายผู้คนแบบนี้ “ครับนาย...” (งานประมูลครั้งนี้อย่าให้พลาด) “ผมได้ของสวยๆงามๆไปประมูลครับนาย ไม่พลาดแน่นอน” เจ้าสัวพูดพร้อมกับปรายตามองหญิงสาวแล้วยกยิ้มขึ้น ก่อนจะวางสายไปหลังจากตอบรับสั้นๆ น้ำหวานเองก็พยายามที่เงี่ยหูฟังแต่ก็ฟังได้ไม่ถนัดนัก รู้แต่ว่ามีงานประมูลอะไรสักอย่าง ความรู้สึกหวั่นใจก่อตัวขึ้น เหมือนกับว่ากำลังจะเกิดเรื่องขึ้นกับเธอยังไงอย่างนั้น รู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเลย... เมื่อเจ้าสัววางสายก็หันไปหาน้ำหวานพร้อมกับแสดงสีหน้าเสียดายไม่น้อย มือหนาๆเอื้อมไปลูบไล้ใบหน้าเลื่อนลงมายังคอเพรียวสวยกลายๆ สายตาที่บ่งบอกความเสียดายอย่างที่สุด “พี่ตั้งใจว่าจะเลี้ยงดูน้องน้ำหวานอย่างดีเลยแท้ๆ” “........” “แต่...เห็นทีคงไม่ได้แล้วล่ะ หึๆ ฮ่าๆๆ” เสียงหัวเราะเหมือนคนโรคจิตดังขึ้น น้ำหวานมองดูชายวัยกลางคนตรงหน้าพร้อมกับขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่รถจะแล่นมายังบ้านหลังใหญ่ของเจ้าสัวที่ไม่ไกลจากตลาดที่พ่อของเธออยู่มากนัก หญิงสาวถูกคุมตัวเข้ามาในห้องนอนหรูหราอย่างดี แต่พวกเขาก็ยังคงมัดมือของเธอไว้ไม่ปล่อย เจ้าสัวเดินเข้าห้องมาพร้อมกับคนรับใช้สองสามคน “อย่าให้บอบช้ำ...เดี๋ยวจะเสียราคา” “แก...คิดจะทำอะไร?!” “โอ๋ๆ ไม่ต้องตกใจไปนะน้องหวาน พี่แค่จะพาน้องไปเปิดตัว” “ฉันไม่ไป!!! ปล่อยฉันนะ!! คอยดูเถอะ! ฉันจะแจ้งตำรวจ!!” “ฮ่าๆๆ น้องหวานก็ตลกดีนะ ไอ้ตำรวจที่น้องจะไปแจ้งนั่นแหละที่สั่งให้พาเธอไปประมูลขาย” เจ้าสัวหัวเราะร่าพร้อมกับพูดให้เธอกระจ่าง น้ำหวานค่อนข้างที่จะช็อกเมื่อได้ยินอย่างนั้น ไม่คิดเลยว่าจะไม่มีที่พึ่งขนาดนี้ แม้แต่ผู้คุมกฎหมายเธอก็ไม่สามารถขอร้องให้ช่วยเหลือได้ แล้วอย่างนี้เธอจะรอดออกไปได้ยังไงกัน นี่สินะ...เงินคือพระเจ้า เธอไม่มีเงินก็ไม่สามารถรอดได้อย่างปลอดภัย คนพวกนั้นจะช่วยเหลือแค่คนที่มีเงินเท่านั้นสินะ... น้ำหวานนั่งเหม่อเลื่อนลอยอย่างหมดอาลัยตายยาก ปล่อยให้พวกคนรับใช้อาบน้ำแต่งตัวให้เธออย่างเงียบๆ ไม่ว่าจะหนทางไหนก็ไม่รอด ถึงจะหนีออกไปได้ก็ไม่รอดอยู่ดี...นี่หรือชะตาชีวิตของเธอ...ชะตาชีวิตของคนยากจน...จบแบบนี้สินะ แม้จะภาวนาอ้อนวอนแค่ไหนก็ไม่มีใครช่วยเธอได้ ...แม้แต่พระเจ้าก็ยังละเลย... หลังจากที่แต่งตัวเสร็จเธอก็ถูกพาขึ้นรถมายังสถานที่ที่เธอไม่รู้จัก มองไม่เห็นเสียด้วยซ้ำเพราะถูกปิดตาไว้ตลอดการเดินทางเหมือนเป็นสถานที่ลับ เธอถูกพามานั่งที่ไหนสักที่...ที่ที่มีเพียงชิงช้าให้เธอนั่ง สองมือถูกมัดติดกับเชือกชิงช้านั้น ดวงตาถูกปิดกั้นการมองเห็น ถึงจะหมดความศรัทธาแต่ก็ยังภาวนาให้ตัวเองรอด...แม้ความหวังจะริบรี่แค่ไหนก็ตาม “สวัสดีทุกท่าน...วันนี้การประมูลของเรามีสินค้าที่น่าสนใจมากมาย...” เสียงของชายหนุ่มพูดขึ้นผ่านไมค์ดังกึกก้องในห้องโถงใหญ่ น้ำหวานได้ยินเสียงร้องไห้ของหญิงสาวอีกหลายคนดังอยู่ไม่ไกลจากเธอมากนัก รู้แค่เพียงว่ามีเสียงไฟจากสปอตไลท์สาดส่องมายังที่ที่เธออยู่จนรู้สึกร้อน... น้ำหวานเม้มปากแน่นอย่างหมดหวัง...ความหวาดหลัวในใจเริ่มสุมในอก ก่อนจะได้ยินการเสียงจากไมค์ให้เริ่มการประมูล... ด้านบนชั้นวีไอพีของห้องโถงใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา กลางเวทีค่อยๆเปิดผ้าที่คลุมสินค้าออกทีละชิ้น สายตาคมจ้องมองไปยังเวทีด้านล่างด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง มือหนึ่งถือแก้ววิสกี้สีเข้มนั่งไขว่ห้างมองเวทีเหมือนกับมองการแสดงอย่างหนึ่ง ลูกน้องคนสนิทยืนข้างกายอย่างนอบน้อม “ไม่มีสินค้าถูกใจบ้างเลยหรอครับนาย?” “...อืม” เสียงทุ้มตอบเพียงสั้นๆ สายตายังคงจ้องมองไปบนเวทีด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่บ่อยนักที่เขาจะมางานประมูลแบบนี้ แต่วันนี้เขาแค่เบื่อๆอยากฆ่าเวลาเล่นๆ ไม่ได้หวังที่จะเจอสินค้าถูกใจ การประมูลมีทั้งสินค้าโบราณ สินค้านำเข้าที่ผิดกฎหมาย ผู้หญิง และอื่นๆ การที่เขาได้รับเชิญมาก็ไม่แปลก ในเมื่อเขาคือผู้มีอิทธิพลที่ใครๆก็ต่างเกรงขาม แม้กระทั่งตำรวจยังสวามิภักดิ์กับเขา และที่สำคัญ...เขาเป็นเจ้าของห้องโถงประมูลตลาดมืดนี้ “สินค้าชิ้นที่6...เป็นสินค้าที่มีความสวย...สด บริสุทธิ์...อายุน้อยที่สุด” ผ้าคลุมสีแดงถูกเปิดออก กรงนกสีทองกรงใหญ่ที่มีหญิงสาวผิวขาวผ่องในชุดสีขาวถูกปิดตาด้วยผ้าปิดตาสีแดง ใบหน้าเรียวรูปไข่ อกผายไหล่ผึ่งนั่งอยู่บนชิงช้าในกรงทอง มือเท้าถูกมัดติดกับเชือกชิงช้าและฐานกรง แม้น้ำตาไหลพรากลงอาบสองแก้มแต่กลับเม้มปากแน่นอย่างโกรธเคือง มาเฟียหนุ่มยกยิ้มก่อนจะยันตัวจากพนักพิงโซฟาหรูขึ้นจ้องมองหญิงสาวในกรงทองนั้นอย่างสนใจ “นายจะประมูลหรอครับ?...นกตัวนี้ดูจะไม่เชื่องเลยนะครับ” “หึ...ถ้าเชื่องมากก็น่าเบื่อแย่สิ...” “ผมว่าไม่มีประโยชน์กับนายเลยนะครับ” “ก็แค่ของเล่นแก้เบื่อ...ไม่เล่นแล้วก็แค่ขายต่อ” . .
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD