บทนำ
บทนำ
ณ.ร้านเหล้ากลางทุ่งนา ที่มีกลิ่นไอของดิน น้ำ และต้นกล้า ภายนอกร้านตกแต่งแบบเรียบ ๆ แต่ภายในตกแต่งได้หรูหราราวกับว่าร้านเหล้าแห่งนี้ปลูกสร้างอยู่ในเมืองหลวง
มีเหล้านอกจากต่างประเทศและเหล้าราคาแพงจากหลายพื้นที่เต็มไปหมด แสงสีเสียงก็พร้อมมาก ไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง แต่ก็ไม่แปลกที่มีไอเดียบรรเจิดแบบนี้ เพราะเจ้าของร้านเป็นลูกคนมีเงิน เรียนจบป.ตรีจากกรุงเทพ แล้วกลับมาเปิดร้านเหล้ากึ่งผับกลางท้องทุ่งนา ทำให้วัยรุ่น วัยทำงาน วัยย่างสู่ผู้ใหญ่ ไม่ต้องขับรถพากันไปหากินเหล้าในเมืองแล้ว
เดี๋ยวนี้บ้านนอกก็ทันสมัยเหมือนในเมืองแล้ว ประชากรเพิ่มมากขึ้น รถราขับขี่ไปมาก็เยอะมากขึ้น มีห้างสรรพสินค้า มีเซเว่น ให้ละลายทรัพย์เยอะมากมากกว่าเงินในกระเป๋าเสียอีก
‘ เคร้ง! ’
แก้วเหล้าของสามสาวปะทะกัน ก่อนจะพากันยกดื่ม สายตาของทุกคนบนโต๊ะหยาดเยิ้มไปหมดแล้ว เพราะเริ่มกินกันตั้งแต่หนึ่งทุ่ม ตอนนี้สามทุ่มแล้ว
“ มึงจะสารภาพรักกับพี่วินตอนไหนวะอีพราว ” เสียงยานของเพื่อนสาวที่นั่งใกล้ถามขึ้น ซึ่งคำถามนี้ถามมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่ดื่มเหล้าแก้วแรก จนตอนนี้จะหมดขวดที่สองแล้ว เพื่อนสาวอย่างฉายระวีก็ยังไม่หยุดถาม
“ ต้องหาฤกษ์งามยามดีก่อนดิวะ พรวดพราดเข้าไปพี่วินคงได้หนีกูแน่ ๆ ”
“ มึงแอบชอบพี่เขามานานแล้วนี่น่า ตั้งแต่มึงสมัยเรียนมัธยมปลายโน่นจนตอนนี้เรียนจบป.ตรีแล้ว มึงก็ยังไม่มีฤกษ์งามยามดีอีกเรอะ ” เพื่อนสาวอย่างจารวีพูดแทรกในทันที น้ำเสียงของเพื่อนอีกคนก็ไม่ต่างจากเพื่อนที่พูดคนแรกเลย
“ พวกมึงอย่าทำเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ซิ จะเจอตัวพี่วินยังยากเลย กูจะเอาเวลาไหนไปสารภาพรักวะ น่าขำสิ้นดี เอิ๊ก อึก~ ” มือเล็กของพราวรุ้งกำแก้วเหล้าแน่นเมื่อนึกถึงผู้ชายที่ตัวเองถวิลหา
“ ถามจริง ๆ นะที่มึงบอกว่าไม่อยากทำงานที่อื่นเพราะกลัวเข้ากับสังคมไม่ได้ ชอบกรีดยางมากกว่า มันคือข้ออ้างปะ จริง ๆ คงอยากเจอพี่วินมากกว่าแหละ ใช่ไหม ? ”
“ เออ ยอมรับก็ได้วะ อยากเจอพี่วินจริง ๆ กูกลัวว่าถ้ากูไปทำงานไกลบ้าน นาน ๆ จะกลับพี่วินจะแต่งงานกับคนอื่นเสียก่อน ถ้าเป็นแบบนั้นกูคง‘อก’แตกตายแน่ ๆ ”
“ แล้วมึงยังมโนอยู่อีกเรอะว่าที่พี่เขาไม่ยอมแต่งงานสักทีเพราะรอมึงอยู่อะ ”
“ ก็เออสิวะ ”
“ กูขอถามหน่อย มึงเคยพูดกับพี่เขาไหม เคยได้ยินเสียงพี่เขาหรือเปล่า ? ที่ไม่ใช่ฟังจากไลฟ์สดของพี่เขาอะ เคยเจอกันแล้วทักทายบ้างไหม ”
“ ... ” ส่ายหัวไปมาแทนคำตอบ
“ มึงไม่เคยทักไปจีบหรือทักไปชวนคุยกันทางเฟซบุ๊ก ทางไลน์บ้างเหรอ ? ”
“ ไม่เคย ”
“ โอกาสมึงแทบจะไม่มีเลย ไม่เคยจีบ ไม่เคยคุย แค่แอบชอบ แล้วมึงเอาอะไรไปมโนว่าที่เขายังโสดเพราะว่ารอมึงอยู่วะ ” ที่เพื่อนพูดใช่ว่าจะไม่เคยคิด แต่แค่ไม่อยากเก็บมาใส่ใจมากกว่า
“ แล้วมึงว่ามันน่าคิดปะล่ะ พี่เขาอายุย่าง 35 ปีแล้วนะ ยังโสดอยู่เลย คนที่อายุรุ่นราวกับพี่เขาก็แทบจะไม่มีคนโสดแล้วนะ มีครอบครัวกันไปเกือบหมดล่ะ ”
“ งั้นพี่พีร์เพื่อนพี่วินล่ะ เขารอใคร เขาก็โสดด้วยนี่น่า ”
“ ก็รอน้องกูไง ”
“ ฮะ ” เพื่อนสาวทั้งสองพากันตกใจอุทานเสียงดัง
“ เออ พี่พีร์อีตาเย็นชาหน้ามึนทำเป็นเข้มนั่น เป็นคู่หมั้นยัยพลอยน้องสาวกูจริง ๆ ”
“ พวกเขาไปจีบกันตอนไหนวะ ทำไมกูไม่รู้ ”
“ เออ กูก็ด้วย ไม่เห็นจะรู้เลย ข่าวเงียบมาก ไม่เห็นป้าข้างบ้านพูดถึงเลย ”
“ อีจา อีฉาย มึงสองคนเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพเมื่อสองเดือนที่แล้วเองนะ จะรู้ได้ไง ”
“ เออเนอะ! แล้วมึงรู้นานแล้วเหรออีพราว ”
“ ก็ตั้งแต่ที่กูเรียนจบแล้วกลับมาอยู่บ้านเมื่อปีที่แล้วอะ กูก็รู้ในทันที ว่าน้องกูตกเป็นสินค้าของผู้ใหญ่โดยไม่เต็มใจ ”
“ หมั้นมาปีกว่าแล้วเหรอ ? ” เพื่อนสาวทั้งสองดูท่าจะอยากเผือกสุด ๆ
“ อืม ”
“ ข้ามหน้าข้ามตามึงไปได้ไง มึงเป็นพี่สาวคนโตนะอีพราว ”
“ อีกอย่างมึงก็อายุ 24 พร้อมที่จะมีผัวสุด ๆ ทำไมคนที่หมั้นไม่ใช่มึงอะ ” เพื่อนสาวทั้งสองพูดเหมือนเป็นห่วงความรู้สึกของเพื่อน แต่ความจริงคงอยากรู้ความเป็นมามากกว่า
“ โอ๊ย กูยังไม่อยากมีผัวเว้ย! ดีแล้วที่เลือกยัยพลอยแทนอะ ”
“ แล้วถ้าคนที่พ่อแม่มึงจะให้หมั้นเป็นพี่วินล่ะ ”
“ กูก็พร้อมจะแต่งทันที ไม่หมั้นให้มันเสียเวลาหรอก ฮ่า ๆ ”
“ อีนี่แล้วพูดว่ายังไม่อยากมีผัว อีเพื่อนตอแ-ล ฮ่า ๆ ”
“ ก็มันไม่เหมือนกันไง วีรกรรมพี่พีร์โคตรเยอะ โคตรแสบ เอาเรื่องอยู่ แค่จ้องหน้าพี่เขา กูยังไม่กล้าเลย จะให้กูหมั้นกับพี่เขา แม่งเอ้ย ฉี่ราดทุกวันแน่ ๆ ฮ่า ๆ ยิ่งถ้าถูกจับให้แต่งงานด้วย กูขอตายดีกว่า ”
“ กูกับอีจาเพิ่งกลับมาไม่นาน กูไม่ค่อยได้ยินข่าวลืออะไรของพี่พีร์เลย รู้แค่ว่าวีรกรรมตอนเรียนโคตรโหด หักนิ้วเพื่อน ต่อยเพื่อนจนฟันร่วง จมูกหัก ตาช้ำเลือด และอีกเยอะ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังมีเรื่องแบบนั้นอีกเหรอวะ “
“ เออสิวะ กูยังจำติดตาเลย สองปีก่อนที่มีงานวัด กูกลับบ้านมาและไปเที่ยวงานวัด พวกนักเลงรุมกระทืบกัน อีพี่พีร์เข้าไปแบบมือเปล่า ไม่รู้เข้าไปห้ามหรือผสมโรงด้วย แม่งเอ้ย จับพวกนักเลงยกขึ้นเหมือนนักกีฬาทุ่มน้ำหนักเลย แรงพี่เขาเยอะมาก วันนั้นจำได้ดีที่สุดว่ากูโดนลูกหลงด้วย และจำใจต้องช่วยซับเลือดพี่เขาด้วยนะ ”
“ ฮะ มึงเสนอหน้าไปซับเลือดให้ด้วยเหรอ ”
“ เปล่า กูยืนดูอยู่ไกล ๆ ไอ้พวกนักเลงวิ่งมาทางกู แต่โดนพี่พีร์วิ่งมาจับไว้ทันและต่อยกันต่อหน้ากูเลย ไอ้นักเลงมันชนกูล้ม อีพี่พีร์มาพยุงกูขึ้น ใบหน้าเข้มของพี่เขาก็มีเลือดเต็มไปหมด จู่ ๆ เลือดก็ไหลเข้าตา พี่เขาเลยขอให้กูช่วยซับเลือด กูก็เลยซับเลือดให้นิดหน่อยแล้วเอาผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นให้ไปเลย แล้วรีบออกมา กูขาสั่นไปหมด นักเลงยังไม่น่ากลัวเท่าพี่พีร์เลย ”
“ สองปีก่อนโน่น ตอนนั้นยังไม่หมั้นกับน้องสาวมึงใช่ไหม ”
“ เออ ”
“ ช่วงหลัง ๆ คงไม่มีแล้วมั้ง ไม่งั้นแม่มึงจะกล้าให้ลูกสาวหมั้นเหรอ ”
“ ใครบอก สามเดือนก่อนหน้า ก็มีอีก ครั้งนี้ไม่ได้เข้าไปช่วยใคร แต่โดนรุม ห้าต่อหนึ่ง มึงรู้ไหม พี่พีร์หักแขนไอ้พวกที่มารุมทุกคนเลย คิดดูโหดร้ายขนาดไหน ทั้งถึก ทั้งทน คนหรือควายวะนั่น ”
“ ตอนเรียนก็คงเป็นวัยคึกคะนองของวัยรุ่น ที่มีเรื่องชกต่อยปกติ แต่ความที่พี่พีร์เป็นคนต่อยหนัก ทำอะไรแบบจริงจัง ถ้าไม่เจ็บไอ้พวกนั้นคงไม่จำและยังมาหาเรื่องอีก พี่เขาเลยทำให้มันไม่กล้ามายุ่งกับพี่เขาอีก ก็เลยถูกมองไม่ดีมาตลอด แต่พอโตขึ้น พี่เขาก็ไม่ใช่ว่าจะโหดร้ายนะ ตอนโดนรุมก็แค่ป้องกันตัว ที่งานวัดก็คงอยากเข้าไปห้าม ยังไงพ่อพี่เขาก็เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอยู่นะ ก็คงได้รับหน้าที่ป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทแหละ ”
“ อีฉาย มึงพูดจามีเหตุผลอยู่นะ แต่วันนี้มึงแก้ข่าวให้พี่พีร์เลย มันแปลกไปไหม หรือว่ามึงแอบชอบพี่เขา ”
“ สาบานเลย กูไม่ได้ชอบพี่พีร์ กูมีแฟนแล้ว อีจามึงก็รู้ว่าใครเป็นแฟนกูอะ ”
“ กูก็แปลกใจว่าพี่พีร์กับพี่วินคบกันมาได้ไง พี่วินแสนจะอ่อนโยน สุภาพบุรุษสุด ๆ นิสัยต่างจากพี่พีร์มาก ๆ ”
“ นิสัยต่างกันสุดขั้วใช่ว่าจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้สักหน่อย ให้กูเป็นแฟนพี่วินก่อน แล้วกูจะคลายความสงสัยให้พวกมึงนะเพื่อน ฮ่า ๆ ”
“ กูคงแก่ตายไปก่อนแหละ กว่ามึงจะได้เป็นแฟนพี่วินอะ ฮ่า ๆ ” เราทั้งสามพากันหัวเราะดัง โดยไม่สนใจโต๊ะข้าง ๆ เลย
“ เออว่าแต่ถ้าใคร ๆ ก็ต่างรู้เรื่องวีรกรรมของพี่พีร์เยอะ แล้วพ่อแม่มึงจะให้น้องสาวไปหมั้นกับพี่เขาทำไมอีกวะ ไม่กลัวว่าพอแต่งงาน ทำอะไรไม่ถูกใจผัว ผัวจะฆ่าปาดคอเอาเรอะ! ” ทันทีที่เพื่อนพูดจบ ฉันก็นิ่งและคิดตาม ขนลุกขนพองเลย
“ มึงยังจะถามอีกเหรออีฉาย ก็เพราะพี่พีร์รวยไง มึงคิดดู ครอบครัวพี่เขาทำงานอะไร มีทั้งสวนทุเรียนไม่รู้กี่ไร่ สวนยางอีกกี่ไร่ไม่รู้นับไม่ถ้วนและมีรถบรรทุก รถหกล้อ รถแบคโฮ รถเกลี่ยดิน โอ๊ยอีกเยอะแยะกูเรียกไม่ถูก มีให้เช่าและรับเหมาเอง ทั้งถมดิน ส่งทราย ขุดบ่อ ขุดสระ ขุดตอ ล้มไม้ กวาดป่า ปรับพื้นที่ และอีกมากมาย มึงคิดดูอำเภอพวกเรา บ้านพี่พีร์รวยสุดแล้วนะ ถ้าได้พี่พีร์เป็นลูกเขยโก้จะตาย ” เพื่อนสาวอย่างจารวีพูดออกมาราวกับว่าตัวเองอาศัยร่วมชายคาบ้านพี่เขามาก่อนเลย ถึงได้รู้ลึก รู้จริงขนาดนั้น
“ เออ ถ้ารวยขนาดนั้น ทำไมไม่หาลูกสาวบ้านอื่นที่มีฐานะดีกว่าบ้านกูล่ะ ”
“ พี่เขาอาจจะชอบน้องสาวมึงก็ได้ อาจจะเป็นแฟนกันก่อนหน้า แล้วให้พ่อแม่มาสู่ขอและหมั้นไว้ก่อน เรียนจบครูเมื่อไหร่ก็คงให้แต่งงานทันที ”
“ ก็อาจจะใช่ ”
“ อีพราวมึงยอมได้ไง อนาคตข้างหน้า น้องมึงจะรวยมากเลยนะเพราะบารมีผัวอะ ”
“ อีจา มึงหัดใช้หัวคิดบ้างนะ บ้านพี่วินก็รวย บ้านพี่เขาเปิดร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างเชียวนะ มีหลายสาขาด้วย แต่ความรวยและมั่งคั่งคงน้อยกว่าพี่พีร์สักนิดแหละ ”
พราวรุ้งนั่งฟังเพื่อนพูดและคิดตาม แต่ในหัวไม่ได้ชอบพี่วินที่ฐานะ เพราะความที่ปิ๊งพี่เขาในตอนเด็กที่กำลังเรียนอยู่ ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่าบ้านพี่เขารวย รู้แค่ว่าพี่เขาหล่อถูกใจเอง เลยแอบชอบ
“ เออ พ่อแม่มึงนี่ ไม่ว่ากี่ปีก็ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ รักน้องสาวมึงยังไงก็รักเหมือนเดิม แถมยังเลือกคนรวยให้อีก ”
“ เออ แต่กูไม่สนใจหรอก ทุกวันนี้กูก็หาเงินใช้เองได้แล้ว ใครจะรวยจะจนก็ช่างแม่ง ขอให้กูหาเงินใช้เองจนตายได้ก็พอใจมากแล้ว ”
“ นั่น ๆ พี่วินมา ”
“ ไหน ๆ ” ได้ยินชื่อของคนที่แอบรัก มีเหรอที่คนอย่างพราวรุ้งจะไม่หันไปมอง
“ มากับเพื่อนรักของพี่เขาเหมือนเดิม อ้อ มากับว่าที่น้องเขยอีพราวต่างหากล่ะ ฮ่า ๆ ”
“ อีจามึงอย่าพูดเสียงดังไปซิ มึงช่วยดูหน้าคนข้าง ๆ ด้วย ดุดันไม่เกรงใจใครเลยนะ ” เพื่อนอีกคนพูดขึ้น
“ ที่พวกมึงสองคนบอกว่าขี้เกียจทำงานที่เมืองหลวงเพราะฝุ่นเยอะ มันคือเรื่องจริงเหรอ ? ”
ตั้งคำถามไปเรื่อย ความจริงก็ไม่อยากจะรู้อะไรมากหรอก พวกเราคบกันมาตั้งแต่ตอนเรียนประถมจนถึงมัธยมหก เพื่อนทั้งสองก็ไปเรียนกรุงเทพ พวกเราเลยห่างกัน ฉันเรียนแค่ในตัวเมืองของจังหวัดเพราะพ่อแม่ไม่มีกำลังพอที่จะส่งไปเรียนไกล ๆ
พอเรียนจบฉันก็กลับบ้านทันที ไม่ได้หางานอื่นทำเลย ไม่นานเพื่อนทั้งสองก็พากันกลับบ้านเช่นกัน แต่มันต่างกันตรงที่เพื่อนได้มีประสบการณ์ในการทำงานมาแล้วก็แค่นั้น
พวกเราก็เลยกลับมาสนิทกันเหมือนเดิม กรีดยางเหมือนกันอีก ใจตรงกันสุด ๆ
อาชีพนี้ตอนที่ราคายางขึ้นก็ได้หลายตังอยู่ แต่พอราคาลดลงก็ยังมีพอมีพอกิน และเป็นอาชีพที่สบายที่สุด แค่ใช้เวลาไปไม่กี่ชั่วโมงเองในการกรีดยางและเก็บน้ำยาง หลังจากนั้นก็มีเวลาทำอย่างอื่นอีกเยอะ มันก็ดีกว่าต้องทำงานในออฟฟิศเป็นวัน ๆ เลยนะ
มีหลายคนที่ต่างพูดกันว่าพวกเราสามคนเป็นคนโง่ ทั้งที่มีวุฒิ ป.ตรี แล้วแท้ ๆ แต่ไม่ยอมทำให้เกิดประโยชน์ หนึ่งในนั้นก็คือครอบครัวของฉันเอง
ตั้งแต่เรียนจบมัธยมต้น พ่อแม่ก็เริ่มให้ความสนใจน้องสาวมากกว่าตัวฉัน คงเพราะว่าน้องสาวเรียนเก่งมาก และเชื่อฟังพ่อแม่สุด ๆ จนตอนนี้เริ่มจะประสบความสำเร็จ พ่อแม่อยากให้รับราชการ น้องสาวก็เลยเรียนครู ตอนนี้กำลังฝึกสอนอยู่
‘ พรึ่บ ’
“ เฮ้ย ๆ โทษ ๆ เปียกหมดเลย ”
“ ไม่เป็นไร ๆ ” มือเล็กดึงผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งออกมา เช็ดตามเนื้อตัวที่โดนเหล้าหกใส่
“ ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ยังใช้อยู่อีกเหรอเนี่ย ลายปักโบราณมาก เปลี่ยนเหอะ นี่มันยุคสมัยไหนแล้วสาว ”
“ แม่กูปักให้ตั้งแต่เรียนประถมยันมัธยม ลายนี้ลายเดียว คิดว่ากูมีแค่ผืนเดียวหรือไง เป็นพันผืนแล้วมั้ง พวกมึงคิดว่ากูใช้ครบทุกผืนหรือยังล่ะ ”
“ ให้กูเดา มึงน่าจะใช้ไม่ครบ ขึ้นมหาวิทยาลัยมึงคงไม่กล้าใช้หรอก คงอายเพื่อนเพราะลายโบราณมาก ที่บ้านมึงเลยเหลือเยอะใช่ไหมล่ะ ฮ่า ๆ ”
“ พวกมึงก็รู้ว่ากูแพ้ทิชชู ใช้ไม่ได้เลย ผื่นขึ้นตลอด เวลากินอะไร กูก็กินมูมมาม ตอนเรียนป.ตรี กูก็ใช้นะ แต่ก็มีบางผืนที่ใช้ซ้ำอยู่จากที่ตอนเด็กใช้แล้วทิ้งเพราะเยอะเกิน ”
“ ทำไมต้องซักแล้วใช้ซ้ำ แทนที่จะใช้ให้หมด ๆ ไปแล้วซื้อใหม่แทน แม่มึงไม่เสียใจหรอก ”
“ เมื่อก่อนแม่ใส่ใจกูมาก แม่ก็เย็บปักให้กูทุกวัน จนมันสะสมเยอะมาก กูก็เลยให้น้องสาวไปใช้บ้าง แต่พอกูเริ่มเรียนม.4 แม่กูก็เริ่มใส่ใจน้องสาวมากกว่ากู ใส่ใจกูน้อยลง กูก็นอยด์ น้อยใจแม่มาก แต่ทำอะไรไม่ได้ ก็มีแค่ผ้าเช็ดหน้านี่แหละที่ยึดเหนี่ยวจิตใจกูได้ ทำให้กูคิดหลอกตัวเองว่าแม่ยังรักกู แต่แค่กูโตแล้วดูแลตัวเองได้ แม่เลยใส่ใจน้องมากกว่า ทุกวันนี้กูเลยเก็บผ้าเช็ดหน้าไว้ ใช้แล้วก็นำไปซักและนำมาใช้ใหม่ ทุกครั้งที่โดนแม่ตำหนิ แค่เห็นผ้าเช็ดหน้า กูก็ไม่นอยด์แล้วอะ ”