บทที่ 1 จอมโจรลักโด้
ปี ค.ศ. 2020
ณ เวลา 02:55 น.
การจราจรที่เคยแออัด บัดนี้ได้เงียบลงอย่างน่าใจหาย
ตึกสูงสิบชั้นขนาดใหญ่ใจกลางเมืองหลวง คือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน ซึ่งเก็บวัตถุโบราณล้ำค่าของชาติไว้มากมาย
บางชิ้นมีอายุมากกว่า 5000 ปีมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นถ้วย จาน อาวุธ หรือเครื่องประดับตกแต่งกายของคนโบราณ แต่ละชิ้นล้วนประเมินมูลค่าไม่ได้ เพราะราคาที่สูงลิบลิ่ว
สำหรับบุคคลทั่วไปอาจจะมองว่าสิ่งเหล่าเป็นเพียงเศษซากของคนโบราณ แต่สำหรับจอมโจรหน้าหล่ออย่างเขา “โจ ไม่มีนามสกุล”สิ่งเหล่านี้แม้เพียงหนึ่งชิ้นก็สามารถประทังชีวิตเขาได้เป็นเดือน ๆ เพราะหากนำไปขายในตลาดมืด ราคาของวัตถุโบราณหายากล้วนได้ราคางาม
โจ จอมโจรหน้าหล่อมีค่าหัวตามล่าจากกรมตำรวจถึงล้านหยวน
เขาเติบโตมาในซ่อง แม่ของเขาเป็นโสเภณีชั้นต่ำที่ไม่รู้ว่าใครคือพ่อของเขากันแน่ เมื่อเขาอายุได้สิบขวบแม่ก็เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ เขาจึงถูกไล่ออกจากซ่อง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย
นับจากวันที่เขาถูกไล่ออกจากหอนางโลม เขาก็คุ้ยเขี่ยขยะเพื่อประทังชีวิต แล้วพัฒนามาสู่การเป็นนักวิ่งราว ย่องเบา หรือแม้แต่การตบทรัพย์จากสาว ๆ เพราะด้วยหน้าตาที่หล่อคมคาย บวกกับประสบการณ์ที่เขาเคยอยู่ในสถานเริงรมย์ตั้งแต่เด็ก ๆ ทำให้เขาเป็นผู้ชายเจ้าคารม สาว ๆ บางคนแม้รู้ว่าเขากำลังหลอกเธอ แต่เธอก็เต็มใจให้เขาหลอก
อาชีพหลักที่แสนจะรายได้งาม คือ การขโมยวัตถุโบราณไปขาย อาชีพที่เขาค้นพบนี้เสี่ยงตายน้อยกว่าพวกฉกชิงวิ่งราว หรือพวกออกปล้น และเหมาะกับโจรที่ไม่นิยมการชกต่อยแบบเขาเป็นอย่างยิ่ง เรื่องอะไรที่เขาจะเอาหน้าหล่อ ๆ ไปกระแทกกำปั้นคนอื่นให้หน้าเยินล่ะจริงไหม
ไม่นานนักเขาก็ขึ้นมาถึงชั้นบนสุดของตึก ที่ที่เก็บยอดมงกุฎจักรพรรดินีที่มีอายุกว่าห้าพันปี เขาเพิ่งรู้ข่าวเรื่องนี้เมื่อสองวันก่อนว่ามันถูกเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้
หากเขาสามารถขโมยมงกุฎนี้ได้จะขายได้ราคามหาศาล นั่งกินนอนกินอยู่บ้านสบาย ๆ ได้เกินหนึ่งปีแน่นอน ยิ่งคิดถึงเม็ดเงินที่จะได้ เท้าจึงก้าวเข้าไปยังห้องโถงอย่างว่องไว
แสงจันทร์สาดส่องผ่านประตูกระจกบานใหญ่เข้ามายังห้องโถงจึงทำให้มองเห็นได้สลัวๆ โดยไม่ต้องเปิดไฟ
ตู้กระจกใสขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้รอบด้าน มีแท่นตั้งตรงกลางบนยอดของมันมีมงกุฎเพชรลายหงส์ส่องแสงประกายระยิบยับเมื่อต้องแสงจันทร์
โจถึงกับตาลุกวาวกับความงามของมุงกุฎจักรพรรดินี สมแล้วกับคำร่ำลือ และควรค่าต่อการเสี่ยงตายเข้ามาขโมยในวันนี้
เขาถอยหลังชิดผนังด้านหนึ่งเพื่อสังเกตบริเวณโดยรอบ มงกุฎของจักรพรรดินีมีราคาสูง ย่อมต้องมีการรักษาความปลอดภัยมากเป็นพิเศษแน่นอนดังนั้นเขาจะประมาทไม่ได้
เมื่อพิจารณาทั่วบริเวณแล้วไม่พบกล้องวงจรปิด ระบบเซนเซอร์รักษาความปลอดภัยแบบเลเซอร์ ก็ไม่ปรากฏแต่อย่างใด เขาจึงรีบประชิดตู้กระจก แล้วค่อย ๆ ใช้วิชางัดแกะที่ฝึกปรือมาอย่างยาวนาน ในไม่ช้าตู้กระจกก็ถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย เขารีบหยิบมงกุฎออกมาโดยทันที
ตืด ตืด ตืด
เสียงสัญญาณกันขโมยดังลั่น พร้อมกับเสียงสว่างวาบ ! ขึ้นทั่วทั้งห้อง หัวใจเขาหล่นลงแทบเท้าไปถึงตาตุ่ม
โจรีบคว้ามงกุฎเพชรยัดมันลงไปในถุง แล้วหันหลังวิ่งกลับออกไปตรงประตู แต่แล้วก็จ๊ะเอ๋เข้ากับยามสองนายพร้อมตะบองในมือวิ่งตรงมาหาเขาพร้อมกับแหกปากตะโกนว่า
“เฮ้ย ! เจ้าหัวขโมยหยุดนะ !”
โจจึงวิ่งเข้าไปหลบในห้องปีกซ้าย เสียงคนวิ่งตึงตึงเข้ามาในห้องโถงเขากลั้นหายใจชั่วขณะ หัวใจเต้นแรง ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งไปมาในห้องโถงใหญ่
“ไอ้หัวขโมยมันเอามงกุฎจักรพรรดินีไปแล้ว”
หนึ่งในสองคนสบถขึ้น
“มันคงไปไหนได้ไม่ไกลหรอก”
“มันต้องอยู่แถวนี้แหละเพราะมีประตูทางเข้าออกแค่ทางเดียว มันเป็นผีเท่านั้นแหละจึงจะหายตัวออกไปได้”
เสียงสนทนาใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ โจจึงขยับเข้าด้านในห้องเพื่อหาที่ซ่อนตัว และเมื่อเข้ามาใกล้ ๆ ตู้กระจกบานใหญ่ ภายใต้แสงสลัว ๆ เขามองเห็นลึงค์สัมฤทธิ์สองหัวขนาดมหึมา ลึงค์หยกยักษ์ หลากหลายอันและสิ่งที่สะดุดตาของเขามากที่สุด คือ ถุงยางจักรพรรดิที่ทำมาจากลำไส้ของพญาแพะสภาพสมบูรณ์แบบมาก รอยตะปุ่มตะป่ำตามลำไส้ของมันช่วยเสริมรสชาติการเสียดสีในร่องสวาทให้หฤหรรษ์เสียวซ่านจนถึงสวรรค์แน่ ๆ แล้วมือเจ้ากรรมดันไวเท่าความคิดแงะบานกระจกหลุดออก แล้วรวบเอาถุงยางจักรพรรดิเข้าไว้ในอกเสื้อ
พรึบ !
ไฟทั่วทั้งห้องสว่างวาบขึ้น ยามร่างบึกบึนสองนายชี้ตะบองมาที่เขา โจยิ้มหน้าทะเล้นให้
“ไงพวก นายก็สนใจของพวกนี้เหมือนกันรึ ใหญ่เนอะ แต่สู้ของอั๊วะไม่ได้ดอกว่ะ !”
สิ้นคำเขาก็คว้างลึงค์สัมฤทธิ์สองหัวออกไป
“โอ๊ย”
ยามตัวเล็กถูกลึงค์สัมฤทธิ์ขนาดมหึมาตกกระทบหัวไม่ทันได้ตั้งตัวถึงกับสลบ
โจอาศัยจังหวะนั้น ขว้างลึงค์หยกออกไปอีกอัน หัวดุ้นเสียบเข้าเบ้าตาอีกคนที่วิ่งเข้าใส่เขาอย่างจัง
“อร้ากกกก ถูกโด้ทิ่มตา !”
“โอ๊ะ โทษที พอดีฉันเหลาโด้ตัวเองทุกวัน มันก็เลยมันมือไปหน่อย ฮ่า ฮ่า”
โจผลักยามที่ร้องโอดโอยล้มกลิ้งให้พ้นประตู แล้วพุ่งตัวออกมาที่โถงกลาง เพื่อหาทางออกลงไปชั้นล่าง
เขาเป็นจอมโจรที่ไม่นิยมอาวุธสงคราม และไม่ชอบการต่อสู้ ดังนั้น ปืนสักกระบอกเขาก็ไม่มี อาศัยสติปัญญาในการหนีเสมอมา
“เฮ้ย!”
“หยุดนะ !”
ตำรวจวิ่งมาตามทางที่ตรงเข้าสู่ห้องโถงมาเป็นฝูงพร้อมอาวุธปืนครบมือ เขาจึงจำต้องถอยกลับเข้าสู่ห้องโถงใหญ่
“ไอ้ตำรวจเวรเอ๊ย ! ดึกขนาดนี้แล้วทำไมไม่นอนปี้เมียอยู่บ้านว่ะ”
โจวิ่งมาจนมุมที่ผนังกระจก ด้านนอกเป็นระเบียง ด้านล่างเป็นถนน สูงลิบ !
“ไอ้โจ ไอ้โจรหน้าหล่อ มึงหนีไม่รอดแน่คราวนี้”
หัวหน้าเวรชี้ปลายกระบอกปืน หมายหัวจอมโจรกะล่อนเอาไว้
“แหม ลูกพี่ ลูกพี่พูดได้ตรงใจฉันมาก ในเมื่อหนีไม่พ้นฉันก็ยอมมอบตัวก็ได้เอา !”
โจ ยอมยกมือขึ้น แล้วเดินเข้ามอบตัวเสียง่าย ๆ เขาไม่ชอบการต่อสู้ และไม่ชอบความเสี่ยงตาย มอบตัวเข้าไปนอนในคุกเล่นสักคืนสองคืนสบายกว่าการกระโดดลงไปข้างล่างกว่าเยอะ
“ไอ้โจ ! กูว่าแล้ว มึงต้องมาไม้นี้ กูรู้ดีอีกสองสามวันบรรดาสาว ๆ สวย ๆ ของมึงก็จะแห่กันมาประกันตัวให้ แล้วมึงก็ออกมาเล่นไล่จับกับกูอีก”
“ไม่ดีรึ ในเมื่อพวกพี่ ๆ ไม่ยอมปี้เมียอยู่บ้าน ก็มาวิ่งไล่จับกับผมแล้วกัน”
โจยื่นสองมือให้หัวหน้าเวร
ตำรวจหัวหน้าเวรแสยะยิ้ม แล้วสั่งลูกน้องว่า
“เฮ้ย จับมันไปที่ระเบียง”
“อ่าว ! ลูกพี่ ! ผมยอมให้จับดี ๆ แล้ว จะลากผมไปไหน”
“เล่นเกมไล่ล่า กับไอ้กะล่อนอย่างแกมันเหนื่อยว่ะ สู้ทำให้เกมโอเวอร์ในคืนนี้ไม่ดีกว่าหรือ ? ฮ่า ฮ่า”
เสียงหัวเวรหัวเราะดังลั่นราวกับซาตาน
ไอ้พวกลูกน้องตำรวจกดหัวเขาลงระเบียงจนแทบจะตกอยู่แล้ว
“ลูกพี่ ปล่อยผมไปเถอะ ผมแค่ขโมยกินเมียพี่แค่สองสามครั้งเอง”
โจกลัวจนฉี่ราด จึงเผลอพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา
“งั้นมึงก็สมควรตาย !”
หัวหน้าเวรถีบโจลงระเบียงด้วยความโมโห
ร่างจอมโจรกะล่อนดิ่งลงสู่พื้นด้วยความเร็วสูง ตกจากยอดตึกสิบชั้น
ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เสียงร้องโหยหวนดังหวีดแหลมจนถึงนรก !
.............................................................................................................................