รอยรักร้าย...1
( @ ลาสเวกัส )
ปันดาว...หญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดปีกอดกระเป๋าในเล็กเอาไว้แนบอกอย่างหวงแหน ดวงตากลมโตที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตามองไปรอบกายอย่างหวาดระแวง เธอถูกทอดทิ้งให้อยู่ท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่ แต่ไม่มีใครใส่ใจในความทุกข์ที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าเธอเลยสักคน
ลาสเวกัสซึ่งเป็นสถานที่ที่มีลักษณะพิเศษ เพราะเมืองทั้งเมืองเจริญเติบโตขึ้นมาจากความก้าวหน้าของกิจการการพนัน เป็นแรงดึงดูดหลักให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามา ต่อมาก็ได้พัฒนาไปสู่ธุรกิจบริการใกล้เคียง ทั้งโรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความโอ่อ่าอลังการ และขนาดใหญ่กว่าที่อื่นในโลก
ปันดาวมาที่นี่เพราะอยากทำงานตามคำชักชวนของคนรู้จัก แต่เมื่อมาถึงจึงรู้ว่างานที่ว่าคือการขายเรือนร่างก็ปฏิเสธทันที กว่าที่เธอจะหนีรอดมาได้ก็ทุลักทุเลพอสมควร
"ตั้งสตินะดาว และไปหาตำรวจ"
เธอพยายามบอกกับตัวเองแล้วบังคับสองขาให้เดินฝ่าฝูงชนไป
ปึก!
"ขอโทษ...ไม่!!"
คำขอโทษกลายเป็นเสียงกรีดร้องเมื่อกระเป๋าใบเล็กที่สายขาดจนสะพายไม่ได้ถูกแย่งไป
"หยุดนะ!"
ปากร้องตะโกนส่วนเท้าเล็กก็วิ่งตามไม่ลดละ แต่เพราะผู้คนบนถนนมากมายจึงเป็นไปอย่างยากลำบาก
"ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย!"
สุดท้ายแล้วสิ่งที่ปันดาวทำได้คือมองคนใจร้ายที่แย่งชิงกระเป๋าของเธอวิ่งลับตาไป
"ฮือๆ..."
เสียงร่ำไห้ดังขึ้นพร้อมน้ำตาที่พร่างพรูออกจากดวงตาที่สิ้นหวัง ร่างเล็กค่อยๆทรุดนั่งลงบนบาทวิถีอย่างหมดแรง
เธอควรทำยังไงต่อไปดี...
นั่นคือคำถามที่เกิดขึ้นในใจแต่อับจนคำตอบ เพราะเธอไม่รู้เลยว่าควรทำยังไงต่อ
"เฮ้! มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า!"
ปันดาวเงยหน้ามองหญิงสาวผมบลอนด์ที่หยุดยืนข้างเธอด้วยความหวาดระแวง ถึงแม้คำถามนั้นจะแสดงถึงความเป็นมิตรและน้ำใจของคนพูด แต่ปันดาวก็ไม่กล้าที่จะไว้ใจใครอีกแล้ว
"ไม่ต้องมามองฉันแบบนั้น ฉันเห็นเธอร้องไห้เลยถามดูเท่านั้น"
"ฉัน...ฉันถูกวิ่งราว บัตรและเอกสารสำคัญอยู่ในนั้น คุณช่วยพาฉันไปหาตำรวจได้มั้ย"
ผู้หญิงคนนั้นทำหน้าตกใจก่อนจะนั่งลงข้างเธอ
"ไม่ได้นะ! ถ้าเธอไปหาตำรวจแบบไม่มีเอกสารติดตัวเธอจะต้องถูกจับ!"
"ถูกจับได้ไงล่ะก็ฉันถูกวิ่งราว"
"นั่นแหละ ถ้าเธอไม่ถูกตำรวจปรักปรำว่าเป็นแรงงานเถื่อน พวกมันก็จะเรียกเก็บเงินจากเธอ แบบขูดรีดน่ะเข้าใจมั้ย แต่ถ้าเธอไม่เชื่อฉันจะไปก็ได้นะฉันจะพาไป"
น้ำตาที่เพิ่งแห้งไปไหลออกมาอีกระลอกเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น ถึงแม้จะคลางแคลงใจแต่ปันดาวก็ไม่กล้าที่จะเสี่ยง
"ฉันถามหน่อยเถอะเธอมาทำอะไรที่นี่ มาทำงานหรือมาเที่ยว"
"มาทำงาน"
"มากับใคร..."
"คนเดียว"
"แล้วพักอยู่ที่ไหนได้งานหรือยัง"
"ยังไม่ได้งาน และยังไม่มีที่พักฉันเพิ่งมาถึงวันแรก"
"งั้นฉันช่วยเอามั้ย ช่วยหางานให้ ที่นั่นมีที่พักให้และถ้าเธอทำงานที่นั่นได้นะทุกอย่างจะโอเค เรื่องเอกสารที่หายไปเขาก็จะจัดการให้เธอได้"
"งานอะไร แล้วทำไมเขาถึงจัดการเรื่องเอกสารได้ เธอคงไม่ได้หมายความว่าเขาจะปลอมเอกสารให้ฉันใช่มั้ย"
"ไม่สิ...ไม่ปลอม งานที่ฉันจะพาเธอไปทำเป็นงานทำความสะอาด เจ้าของคือคุณไคโร ไมเนอร์ เขามีอิทธิพลมากๆ ใหญ่คับลาสเวกัสเลยล่ะ ถ้าเธอทำงานที่นั่นก็แจ้งเขาเรื่องเอกสาร และระหว่างที่เธอรอเอกสารรับรองไม่มีหน้าไหนกล้ายุ่ง"
"จริงเหรอ..."
"จริง...ไปกับฉันตอนนี้เลยรับรองเขารับเธอแน่"
ถึงแม้จะไม่อยากไว้วางใจใครอีกแต่ตอนนี้ปันดาวก็จนตรอกเกินกว่าจะปฏิเสธ
"เธออย่าหลอกฉันนะ...ฉันไม่เหลืออะไรแล้ว"
คำพูดที่ฟังดูน่าสงสารรวมทั้งแววตาสิ้นหวังทำเอาหัวใจของเฮเลนไหววูบ
"ฉันไม่หลอกเธอแน่ ฉันชื่อเฮเลน"
"ฉัน...ปันดาว"
( หลายวันต่อมา )
หลังจากที่ได้งานแม่บ้านปันดาวก็รู้ความจริงว่าที่เฮเลนช่วยหางานให้ เพราะอีกฝ่ายได้เงินค่าหัวจากการที่หาคนทำงานได้ ซึ่งปันดาวก็ไม่ได้รู้สึกว่าโกรธเคืองอะไร
“เธอรู้แบบนี้แล้วโกรธหรือเปล่า”
“ไม่เลย...เพราะเธอไม่ได้หลอกฉันนี่ เธอพาฉันมาทำงานจริงๆ แต่เรื่องตำรวจเธอพูดเว่อร์ให้ฉันกลัวแล้วยอมมาทำงานกับเธอใช่หรือเปล่า”
“เปล่านะ ฉันพูดจริงๆเลยล่ะ ถ้าเธอไม่มีเงินให้ขูดรีดหน้าตาสวยๆแบบเธอก็ต้องให้ตัว ใช้ร่างกายจ่ายแทนเงินไงล่ะ”
“แย่จัง...แบบนี้คนที่ทำเอกสารหายก็...”
“ไม่ใช่ทุกคนที่จะโดนแบบเธอ ไอ้พวกนี้มันเลือกคน มันฉลาดจะตาย”
“น่ากลัวจัง”
“ใช่...น่ากลัวมาก บางคนถูกจับติดคุกแบบไร้ทางสู้น่าสงสารเอามากๆ”
“ขอบคุณนะเฮเลนที่เตือนฉัน”
“อือ...ว่าแต่เรื่องเอกสารเธอแจ้งไปหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วล่ะ มีเจ้าหน้าที่มาจัดการให้แล้วเขาว่าอีกสักเดือนก็ได้แล้ว”
“อือ...งั้นฉันไปก่อนนะ”
“บาย”
“บาย”
ปันดาวมองร่างสูงโปร่งราวกับนางแบบของเฮเลนแล้วยิ้มน้อยๆ ดีใจที่อย่างน้อยโชคชะตาก็ไม่ใจร้ายกับเธอเกินไปนัก เพราะถ้าไม่ได้เฮเลนก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะย่ำแย่แค่ไหน ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะช่วยเธอเพราะอยากได้ค่านายหน้าก็ตาม
…
ความจริงอีกข้อที่ปันดาวรู้ก็คือค่าแรงของเธอถูกกดจากหัวหน้างาน เพราะตอนนี้เธอคือแรงงานเถื่อนที่ต้องอาศัยงานนี้เพื่อให้มีตัวตน
“วันนี้เธอต้องไปเข้าคาสิโนนะ ริกะจะเป็นคนสอนงานให้เธอ”
“ค่ะ”
“ลับไปอาบน้ำเตรียมตัวได้ มีเวลาพักหนึ่งชั่วโมงก่อนเข้าคาสิโน”
“ค่ะ”
ปันดาวรับคำแล้วเดินออกจากห้องของหัวหน้างานด้วยท่าทางอ่อนเพลีย เพราะเธอทำงานมาตั้งแต่ฟ้าสางจนกำลังจะมืดอีกครั้งก็ยังไม่ได้หยุดพัก ซ้ำคืนนี้เธอยังต้องทำงานในคาสิโนต่อ จึงรู้สึกเหนื่อยจนสองขาแทบจะก้าวไม่ออก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังฝืนร่างกายพาตัวเองมาที่ห้องได้สำเร็จ
“เอ็มม่า...เธอเข้าต่อหรือเปล่า”
เธอเอ่ยถามเพื่อนร่วมห้องเพราะกลับมาถึงในเวลาไล่เลี่ยกัน
“ไม่ ฉันเข้าอีกทีพรุ่งนี้ เธอล่ะ”
เอ็มม่าตอบพร้อมกับนอนราบไปบนที่นอนขนาดสามฟุตครึ่งของตัวเองด้วยท่าทางอ่อนเพลีย
“ฉันต้องเข้าคาสิโนคืนนี้”
“ดีแล้ว”
“ดียังไง”
“ก็จะได้ทิปเยอะไง ถ้าได้เข้าคาสิโนเธอจะได้ทิปเยอะกว่าทำห้องโรงแรม”
“จริงเหรอ!”
“อื้อ...”
พอได้ยินว่าจะได้ทิปหนักความเหน็ดเหนื่อยก็มลายหายไปแทบจะทันที มีเพียงประกายตาที่แวววาวไปด้วยความหวังเท่านั้น
“แต่เธอต้องระวังนะ พวกเศรษฐีในคาสิโนน่ะทิปหนักแต่มือไว จับโน่นจับนี่เราต้องคอยระวังเอา”
“ขอบใจนะที่เตือน”
“อือ...เธอใช้ห้องน้ำก่อนเถอะ ฉันจะอาบทีหลังแล้วจะนอนเลยเหนื่อยชะมัด”
ปันดาวไม่รอช้ารีบเข้าห้องน้ำจัดการให้ตัวเองสดชื่นขึ้นกว่าเดิม เพื่อที่จะได้เริ่มงานแรกในคาสิโนด้วยความกระฉับกระเฉง
ตอนนี้ปันดาวมีเพื่อนร่วมอาชีพรุ่นราวคราวเดียวกันอยู่หลายคน มากาเร็ตหัวหน้างานบอกกับเธอว่าหญิงสาวที่เข้ามาทำงานแม่บ้าน คือการมาพิสูจน์ความอดทนของตัวเองทั้งสิ้น เพราะใครที่ไม่สามารถอดทนต่องานหนักได้ก็จะออกไปทำงานอื่น ซึ่งเป็นงานที่สบายและรายได้ดีแต่ต้องแลกมาด้วยศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง ซึ่งปันดาวไม่เคยแม้แต่จะคิดที่จะทำ
( @ คาสิโน )
งานที่เธอได้รับมอบหมายคือการทำความสะอาดห้องทำงานของคุณ ไคโร ซึ่งเป็นเจ้าของทั้งโรงแรมและคาสิโนแห่งนี้ รวมทั้งเขายังเป็นเจ้าของคาสิโนและสถานบันเทิงของลาสเวกัสเกินครึ่ง คำบอกเล่าที่ปันดาวได้ยินเกี่ยวกับตัวเขาทำให้รู้สึกกลัวทั้งๆที่ไม่เคยพบหน้า
“หืม...”
เธอหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่แล้วแหงนคอตั้งบ่าเพื่อมองภาพที่ถูกสกรีนลงบนผนังด้านหลัง ใบหน้าที่หล่อเหลาดุดันของชายหนุ่มในภาพทำให้ปันดาวอึ้ง และรู้สึกราวกับโลกหยุดหมุนเมื่อมองสบนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลคู่นั้น
“นี่เหรอคุณไคโร หล่อจัง...เหมือนเทพกรีกเลย”
เธอวิจารณ์เบาๆแล้วมองจ้องใบหน้าหล่อเหลานานหลายนาทีราวกับต้องมนต์
“นี่! เปิดแอร์ไว้ด้วยนะ อีกหนึ่งชั่วโมงคุณไคโรเข้ามาทุกอย่างต้องพร้อม”
ริกะซึ่งทำหน้าที่สอนงานให้เธอแง้มประตูเข้ามาบอกทำให้ปันดาวหลุดจากภวังค์
“อืม...ได้ๆ”
เธอรับคำแล้วจึงรีบลงมือทำความสะอาดซึ่งไม่มีอะไรมากมายเพราะห้องนี้ถูกปัดกวาดอยู่ทุกวัน ใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็เรียบร้อยจนปันดาวยิ้มพอใจ
ดวงตากลมโตกวาดมองเฟอร์นิเจอร์หรูหราภายในห้องด้วยสายตาชื่นชม ถึงแม้เธอจะไม่รู้จักและไม่เคยใช้แต่ก็มั่นใจได้ว่าต้องแพงระยับอย่างแน่นอน
“นุ่มจัง...”
มือบางลูบเบาๆที่โซฟาบุกำมะหยี่สีน้ำเงิน เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงลองหย่อนก้นลงนั่งช้าๆ
“หืม...สบายจัง”
ปันดาวลองนั่ง ลองนอน ด้วยความชอบใจแล้วเปลือกตาก็ค่อยๆปรือลงเรื่อยๆ ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศบวกกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวันทำให้เธอเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
( เสียงเปิดประตู )
ฝีเท้าหนักๆของคนที่ก้าวเข้ามาในห้องไม่ทำให้ปันดาวรู้สึกตัวแต่อย่างใด ดวงตาคู่สวยยังคงหลับพริ้มอยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุข
“หืม...”
ไคโรทำเสียงแปลกใจเมื่อเห็นร่างเล็กนอนซุกตัวอยู่บนโซฟา
“นี่เธอ...”
ชู่ววว
อลันบอดีการ์ดคนสนิททำท่าจะปลุกเรียกเธอแต่เจ้าของห้องกลับห้ามเอาไว้
“ทำไมละครับ”
“ไม่รู้สิ...แค่รู้สึก...”
อลันมองเจ้านายหนุ่มที่ทำหน้าครุ่นคิดอย่างรอคอยคำตอบ
“วันนี้อารมณ์ดีไม่อยากจะโมโหใคร นายออกไปเถอะ”
“แล้ว...”
“ปล่อยเธอนอนไป ห้ามใครรบกวนนะ”
“ครับ”
บอดีการ์ดหนุ่มรับคำแล้วออกจากห้องทันที ไม่บ่อยนักที่เจ้านายของเขาจะมีแววตาคล้ายเด็กเห็นของเล่นแบบนี้ ถึงแม้ชีวิตหนุ่มของไคโรจะมีผู้หญิงไม่ขาด แต่ทุกคนก็ถูกเรียกตัวมาเพื่อปลดเปลื้องอารมณ์ และยังไม่มีใครทำให้เจ้านายของเขาถูกใจถึงขั้นรับเลี้ยงได้
“หลับสบายเชียวนะแมวน้อย”
ชายหนุ่มพึมพำเบาๆในขณะที่มองสำรวจทั่วใบหน้าหวาน ตั้งแต่คิ้วเรียวโก่งเรียงเส้นสวยมาจนถึงเปลือกตาที่หลับพริ้ม ขนตางอนยาวทาบแก้ม จมูกโด่งแต่พอดีสมใบหน้าเล็ก มาจนถึงกลีบปากอิ่มรูปกระจับสีชมพูดจัด ทุกๆองค์ประกอบของเธอดูงดงามเสียจนไคโรไม่อาจละสายตาได้ พลันนึกอยากจะเห็นดวงตาของเธอชัดๆเหลือเกิน
“อื้อ...”
เสียงหวานครางเบาๆพลางขดตัวราวกับลูกแมวตัวน้อยๆ ไคโรจึงเข้าใจว่าอากาศในห้องคงจะเย็นเกินไป แต่แทนที่เขาจะเพิ่มอุณหภูมิกลับถอดสูทตัวนอกคลุมร่างเล็กเอาไว้
“อืม...”
ปันดาวครางเบาๆอีกครั้งเมื่อร่างกายได้รับไออุ่น จนคนมองยกยิ้มมุมปากด้วยความเอ็นดู
…
( 2 ชั่วโมงต่อมา )
หลังจากหลับลึกถึงสองชั่วโมงเต็มร่างเล็กก็ค่อยๆขยับ พร้อมปรือตาขึ้นช้าๆ
“อืม...”
ภาพห้องทำงานหรูหราทำให้สติถูกกระชากกลับมาอย่างรวดเร็ว เพราะตระหนักได้ว่าตอนนี้เธออยู่ในเวลางาน
“ตายแล้ว!”
ปันดาวลุกขึ้นนั่งแล้วก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าภายในห้องไม่ได้มีเธอคนเดียว
“นอนพอแล้วเหรอ...”
เสียงทุ้มที่เอ่ยถามถึงแม้จะไม่ได้กระด้างแต่ก็ไม่ได้นุ่มนวล ปันดาวก้มหน้าแล้วเหลือบตามองเขาเป็นระยะด้วยความกลัว
“มานั่งตรงนี้”
ตรงนี้...ของเขาคือเก้าอี้ตัวตรงข้าม แต่ถึงจะเข้าใจแต่ปันดาวก็ไม่กล้าขยับตัว
“ไม่ได้ยินเหรอ...ฉันบอกให้เธอมานั่งตรงนี้”
ปันดาวลุกขึ้นยืนจึงทำให้เสื้อสูทตกลงไปอยู่กับพื้น เธอจึงรีบหยิบขึ้นมาพร้อมหัวใจที่เต้นกระหน่ำ เมื่อรู้ว่าความอบอุ่นที่ได้รับมาจากเสื้อของเขา
“เอามานี่”
เธอลากเท้าที่หนักอึ้งเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าเขา ก่อนจะยื่นเสื้อคืนด้วยมือที่สั่นน้อยๆเพราะความประหม่า
“พูดได้หรือเปล่า”
“ดะ...ได้ค่ะ”
“แล้วคำว่าขอบคุณรู้จักมั้ย”
คำถามนั้นทำเอาใบหน้าหวานร้อนผ่าวเพราะความอับอาย
“ขอบคุณค่ะ”
“นั่งลงสิ”
ปันดาวค่อยๆทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ทั้งๆที่ใจสั่นระรัว จากเสียงเล่าลือถึงความดุดันเฉียบขาดของไคโรทำให้เธอรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก
“เหนื่อยมากเหรองานแม่บ้านน่ะ ถึงได้มาหลับในเวลางานแบบนี้”
ปันดาวแทบอยากจะร้องไห้ออกมาเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
“คุณ...คงไม่ได้กำลังไล่ฉันออกใช่มั้ยคะ ฉันขอโทษได้มั้ยคะ ฉัน...”
“ฉันยังไม่ได้พูดสักคำเลยนะว่าจะไล่เธอออก เพียงแต่ถามว่าเธอเหนื่อยมากใช่หรือเปล่าเท่านั้น”
“อ้อ...ค่ะ”
“ค่ะ...คือเหนื่อยหรือไม่เหนื่อย”
“เหนื่อยค่ะแต่ฉันทำได้ และอยากทำอาชีพนี้ต่อคุณอย่าไล่ฉันออกนะคะ ต่อไปจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกค่ะ”
เธอเงยหน้าขึ้นมองสบตาเขาเป็นครั้งแรกเพื่อขอร้อง จึงทำให้เขาเห็นดวงตากลมโตสุกใสชัดเจน
“ฉันไม่ไล่เธอออกหรอก เพียงแต่อยากเสนองานที่ไม่เหนื่อยให้เธอทำ”
“งานอะไรคะ”
“เธอสนใจมั้ยล่ะ ถ้าสนใจฉันจะบอก”
“ก็...มันงานเกี่ยวกับอะไรละคะ”
ถึงจะกลัวเขายังไงเธอก็ยังต้องการความกระจ่าง เพราะเข็ดเสียแล้วกับการไม่รอบคอบ
“ฉันจะให้เธอมาดูแลฉันเป็นส่วนตัวเวลาที่ฉันมาที่นี่”
“อ้อ...เหมือนเลขาส่วนตัวเหรอคะ”
ปันดาวถามอย่างนั้นเพราะคำว่าดูแลแบบส่วนตัวทำให้เธอนึกถึงงานเลขาที่ต้องคอยชงกาแฟและเอาใจเจ้านายยิบย่อย
“เธอจะเรียกแบบนั้นก็ได้ ถ้าไม่อยากใช้คำตรงๆ”
“งั้น...ถ้าคำตรงๆละคะ”
ไคโรเริ่มหงุดหงิดกับคำถามที่ไม่รู้จักจบสิ้นของหญิงสาวตรงหน้าจึงตัดสินใจเลิกอ้อมค้อม
“มาเป็นของเล่นบนเตียงให้ฉัน ตรงพอมั้ย!”
รอยรักร้าย…2
ปันดาวถึงกับอึ้งกับคำตอบที่ตรงยิ่งกว่าตรง ก่อนจะส่ายหน้ารัวแบบไม่หยุดคิด
“ส่ายหน้าคืออะไร ยังตรงไม่พอ?”
ไคโรตั้งคำถามพร้อมเลิกคิ้วเมื่อเธอส่ายหน้าดิก
“ตรงค่ะ แต่ฉันไม่สนใจ”
“ทำไมล่ะ เธอจะได้ไม่ต้องทนกับงานหนักๆ ฉันไม่เคยเสนอให้ใครแบบนี้เลยนะ”
“ขอบคุณนะคะ แต่ฉันไม่สนใจค่ะ”
ปันดาวปฏิเสธเสียงเรียบเพราะในใจเริ่มรู้สึกโกรธกรุ่น
“เธอชื่ออะไร มาจากประเทศไหน”
เธอนั่งเงียบเมื่อเขาตั้งคำถาม ตอนนี้ไม่หลงเหลือความกลัวใดๆ และหากไม่กลัวตกงานเธอคงจะต่อว่าเขาแรงๆไปแล้ว
“ทำไมไม่ตอบคำถาม ฉันเป็นเจ้านายโดยตรง เป็นคนจ่ายเงินเดือนให้เธอนะ”
ไคโรเอ่ยเตือนเมื่อรู้สึกได้ว่าเธอกำลังต่อต้าน
“ชื่อปันดาวค่ะ มาจากประเทศไทย”
ดวงตาคู่คมมีแววบางอย่างเมื่อเธอตอบแต่เพียงครู่เดียวก็กลับเป็นปกติ
“อืม...ออกไปเถอะ”
“ค่ะ”
เธอรีบรับคำแล้วลุกออกจากตรงนั้นราวกับกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ แต่พอออกมาด้านนอกก็ต้องรู้สึกหน้าร้อนเพราะสายตาของบอดีการ์ดหน้าห้องหลายคน ที่มองมาอย่างใคร่รู้ว่าเธอใช้เวลาทำอะไรอยู่ในห้องนั้นนานนับชั่วโมง
…
( เช้าวันต่อมา )
“ดาว”
“ว่าไง”
“คุณมากาเร็ตเรียกเธอไปหาที่ห้องน่ะ”
“หืม...”
ปันดาวทำเสียงแปลกใจเมื่อจู่ๆริกะก็มาตามให้เธอไปพบหัวหน้างาน
“อย่าบอกนะว่าจะให้ฉันเข้างานเช้าต่ออะ ฉันเพิ่งเลิกงานใจคอคุณมากาเร็ตจะไม่ยอมให้ฉันพักผ่อนบ้างหรือไง”
“ไม่น่าจะใช่นะ”
“อือๆ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
ปันดาวปิดล็อกเกอร์แล้วตรงไปที่ห้องของคุณมากาเร็ต สาวใหญ่เจ้าระเบียบและเคี่ยวเค็มซึ่งเป็นหัวหน้างานของเธอ
“มาแล้วเหรอ”
“ค่ะ ริกะไปตามฉันก็รีบมาเลย คุณมากาเร็ตมีอะไรกับฉันเหรอคะ”
“มีเรื่องสำคัญจะบอกน่ะ”
“ค่ะ”
“เธอถูกไล่ออกแล้ว ช่วยเก็บข้าวของออกไปจากห้องพักภายในสามชั่วโมง”
“ฮะ! อะไรนะคะ!”
คำพูดของหัวหน้างานไม่ต่างอะไรกับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางศีรษะของปันดาว ทั้งตกใจทั้งงุนงงจนตั้งตัวไม่ติด
“เธอถูกไล่ออก เพราะเมื่อคืนเธอแอบหลับในเวลางาน แถมยังหลับในห้องคุณไคโรซะด้วยใจกล้าจริงๆ!”
“แต่ฉั...”
“ไปเก็บของเธอออกจากห้องซะอย่ามามัวพูดให้เสียเวลา คำสั่งนี้มาจากคุณไคโรโดยตรงไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้!”