รอยรักร้าย...1

3018 Words
( @ ลาสเวกัส ) ปันดาว...หญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดปีกอดกระเป๋าในเล็กเอาไว้แนบอกอย่างหวงแหน ดวงตากลมโตที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตามองไปรอบกายอย่างหวาดระแวง เธอถูกทอดทิ้งให้อยู่ท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่ แต่ไม่มีใครใส่ใจในความทุกข์ที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าเธอเลยสักคน ลาสเวกัสซึ่งเป็นสถานที่ที่มีลักษณะพิเศษ เพราะเมืองทั้งเมืองเจริญเติบโตขึ้นมาจากความก้าวหน้าของกิจการการพนัน เป็นแรงดึงดูดหลักให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามา ต่อมาก็ได้พัฒนาไปสู่ธุรกิจบริการใกล้เคียง ทั้งโรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความโอ่อ่าอลังการ และขนาดใหญ่กว่าที่อื่นในโลก ปันดาวมาที่นี่เพราะอยากทำงานตามคำชักชวนของคนรู้จัก แต่เมื่อมาถึงจึงรู้ว่างานที่ว่าคือการขายเรือนร่างก็ปฏิเสธทันที กว่าที่เธอจะหนีรอดมาได้ก็ทุลักทุเลพอสมควร "ตั้งสตินะดาว และไปหาตำรวจ" เธอพยายามบอกกับตัวเองแล้วบังคับสองขาให้เดินฝ่าฝูงชนไป ปึก! "ขอโทษ...ไม่!!" คำขอโทษกลายเป็นเสียงกรีดร้องเมื่อกระเป๋าใบเล็กที่สายขาดจนสะพายไม่ได้ถูกแย่งไป "หยุดนะ!" ปากร้องตะโกนส่วนเท้าเล็กก็วิ่งตามไม่ลดละ แต่เพราะผู้คนบนถนนมากมายจึงเป็นไปอย่างยากลำบาก "ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย!" สุดท้ายแล้วสิ่งที่ปันดาวทำได้คือมองคนใจร้ายที่แย่งชิงกระเป๋าของเธอวิ่งลับตาไป "ฮือๆ..." เสียงร่ำไห้ดังขึ้นพร้อมน้ำตาที่พร่างพรูออกจากดวงตาที่สิ้นหวัง ร่างเล็กค่อยๆทรุดนั่งลงบนบาทวิถีอย่างหมดแรง เธอควรทำยังไงต่อไปดี... นั่นคือคำถามที่เกิดขึ้นในใจแต่อับจนคำตอบ เพราะเธอไม่รู้เลยว่าควรทำยังไงต่อ "เฮ้! มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า!" ปันดาวเงยหน้ามองหญิงสาวผมบลอนด์ที่หยุดยืนข้างเธอด้วยความหวาดระแวง ถึงแม้คำถามนั้นจะแสดงถึงความเป็นมิตรและน้ำใจของคนพูด แต่ปันดาวก็ไม่กล้าที่จะไว้ใจใครอีกแล้ว "ไม่ต้องมามองฉันแบบนั้น ฉันเห็นเธอร้องไห้เลยถามดูเท่านั้น" "ฉัน...ฉันถูกวิ่งราว บัตรและเอกสารสำคัญอยู่ในนั้น คุณช่วยพาฉันไปหาตำรวจได้มั้ย" ผู้หญิงคนนั้นทำหน้าตกใจก่อนจะนั่งลงข้างเธอ "ไม่ได้นะ! ถ้าเธอไปหาตำรวจแบบไม่มีเอกสารติดตัวเธอจะต้องถูกจับ!" "ถูกจับได้ไงล่ะก็ฉันถูกวิ่งราว" "นั่นแหละ ถ้าเธอไม่ถูกตำรวจปรักปรำว่าเป็นแรงงานเถื่อน พวกมันก็จะเรียกเก็บเงินจากเธอ แบบขูดรีดน่ะเข้าใจมั้ย แต่ถ้าเธอไม่เชื่อฉันจะไปก็ได้นะฉันจะพาไป" น้ำตาที่เพิ่งแห้งไปไหลออกมาอีกระลอกเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น ถึงแม้จะคลางแคลงใจแต่ปันดาวก็ไม่กล้าที่จะเสี่ยง "ฉันถามหน่อยเถอะเธอมาทำอะไรที่นี่ มาทำงานหรือมาเที่ยว" "มาทำงาน" "มากับใคร..." "คนเดียว" "แล้วพักอยู่ที่ไหนได้งานหรือยัง" "ยังไม่ได้งาน และยังไม่มีที่พักฉันเพิ่งมาถึงวันแรก" "งั้นฉันช่วยเอามั้ย ช่วยหางานให้ ที่นั่นมีที่พักให้และถ้าเธอทำงานที่นั่นได้นะทุกอย่างจะโอเค เรื่องเอกสารที่หายไปเขาก็จะจัดการให้เธอได้" "งานอะไร แล้วทำไมเขาถึงจัดการเรื่องเอกสารได้ เธอคงไม่ได้หมายความว่าเขาจะปลอมเอกสารให้ฉันใช่มั้ย" "ไม่สิ...ไม่ปลอม งานที่ฉันจะพาเธอไปทำเป็นงานทำความสะอาด เจ้าของคือคุณไคโร ไมเนอร์ เขามีอิทธิพลมากๆ ใหญ่คับลาสเวกัสเลยล่ะ ถ้าเธอทำงานที่นั่นก็แจ้งเขาเรื่องเอกสาร และระหว่างที่เธอรอเอกสารรับรองไม่มีหน้าไหนกล้ายุ่ง" "จริงเหรอ..." "จริง...ไปกับฉันตอนนี้เลยรับรองเขารับเธอแน่" ถึงแม้จะไม่อยากไว้วางใจใครอีกแต่ตอนนี้ปันดาวก็จนตรอกเกินกว่าจะปฏิเสธ "เธออย่าหลอกฉันนะ...ฉันไม่เหลืออะไรแล้ว" คำพูดที่ฟังดูน่าสงสารรวมทั้งแววตาสิ้นหวังทำเอาหัวใจของเฮเลนไหววูบ "ฉันไม่หลอกเธอแน่ ฉันชื่อเฮเลน" "ฉัน...ปันดาว" ( หลายวันต่อมา ) หลังจากที่ได้งานแม่บ้านปันดาวก็รู้ความจริงว่าที่เฮเลนช่วยหางานให้ เพราะอีกฝ่ายได้เงินค่าหัวจากการที่หาคนทำงานได้ ซึ่งปันดาวก็ไม่ได้รู้สึกว่าโกรธเคืองอะไร “เธอรู้แบบนี้แล้วโกรธหรือเปล่า” “ไม่เลย...เพราะเธอไม่ได้หลอกฉันนี่ เธอพาฉันมาทำงานจริงๆ แต่เรื่องตำรวจเธอพูดเว่อร์ให้ฉันกลัวแล้วยอมมาทำงานกับเธอใช่หรือเปล่า” “เปล่านะ ฉันพูดจริงๆเลยล่ะ ถ้าเธอไม่มีเงินให้ขูดรีดหน้าตาสวยๆแบบเธอก็ต้องให้ตัว ใช้ร่างกายจ่ายแทนเงินไงล่ะ” “แย่จัง...แบบนี้คนที่ทำเอกสารหายก็...” “ไม่ใช่ทุกคนที่จะโดนแบบเธอ ไอ้พวกนี้มันเลือกคน มันฉลาดจะตาย” “น่ากลัวจัง” “ใช่...น่ากลัวมาก บางคนถูกจับติดคุกแบบไร้ทางสู้น่าสงสารเอามากๆ” “ขอบคุณนะเฮเลนที่เตือนฉัน” “อือ...ว่าแต่เรื่องเอกสารเธอแจ้งไปหรือยัง” “เรียบร้อยแล้วล่ะ มีเจ้าหน้าที่มาจัดการให้แล้วเขาว่าอีกสักเดือนก็ได้แล้ว” “อือ...งั้นฉันไปก่อนนะ” “บาย” “บาย” ปันดาวมองร่างสูงโปร่งราวกับนางแบบของเฮเลนแล้วยิ้มน้อยๆ ดีใจที่อย่างน้อยโชคชะตาก็ไม่ใจร้ายกับเธอเกินไปนัก เพราะถ้าไม่ได้เฮเลนก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะย่ำแย่แค่ไหน ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะช่วยเธอเพราะอยากได้ค่านายหน้าก็ตาม … ความจริงอีกข้อที่ปันดาวรู้ก็คือค่าแรงของเธอถูกกดจากหัวหน้างาน เพราะตอนนี้เธอคือแรงงานเถื่อนที่ต้องอาศัยงานนี้เพื่อให้มีตัวตน “วันนี้เธอต้องไปเข้าคาสิโนนะ ริกะจะเป็นคนสอนงานให้เธอ” “ค่ะ” “ลับไปอาบน้ำเตรียมตัวได้ มีเวลาพักหนึ่งชั่วโมงก่อนเข้าคาสิโน” “ค่ะ” ปันดาวรับคำแล้วเดินออกจากห้องของหัวหน้างานด้วยท่าทางอ่อนเพลีย เพราะเธอทำงานมาตั้งแต่ฟ้าสางจนกำลังจะมืดอีกครั้งก็ยังไม่ได้หยุดพัก ซ้ำคืนนี้เธอยังต้องทำงานในคาสิโนต่อ จึงรู้สึกเหนื่อยจนสองขาแทบจะก้าวไม่ออก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังฝืนร่างกายพาตัวเองมาที่ห้องได้สำเร็จ “เอ็มม่า...เธอเข้าต่อหรือเปล่า” เธอเอ่ยถามเพื่อนร่วมห้องเพราะกลับมาถึงในเวลาไล่เลี่ยกัน “ไม่ ฉันเข้าอีกทีพรุ่งนี้ เธอล่ะ” เอ็มม่าตอบพร้อมกับนอนราบไปบนที่นอนขนาดสามฟุตครึ่งของตัวเองด้วยท่าทางอ่อนเพลีย “ฉันต้องเข้าคาสิโนคืนนี้” “ดีแล้ว” “ดียังไง” “ก็จะได้ทิปเยอะไง ถ้าได้เข้าคาสิโนเธอจะได้ทิปเยอะกว่าทำห้องโรงแรม” “จริงเหรอ!” “อื้อ...” พอได้ยินว่าจะได้ทิปหนักความเหน็ดเหนื่อยก็มลายหายไปแทบจะทันที มีเพียงประกายตาที่แวววาวไปด้วยความหวังเท่านั้น “แต่เธอต้องระวังนะ พวกเศรษฐีในคาสิโนน่ะทิปหนักแต่มือไว จับโน่นจับนี่เราต้องคอยระวังเอา” “ขอบใจนะที่เตือน” “อือ...เธอใช้ห้องน้ำก่อนเถอะ ฉันจะอาบทีหลังแล้วจะนอนเลยเหนื่อยชะมัด” ปันดาวไม่รอช้ารีบเข้าห้องน้ำจัดการให้ตัวเองสดชื่นขึ้นกว่าเดิม เพื่อที่จะได้เริ่มงานแรกในคาสิโนด้วยความกระฉับกระเฉง ตอนนี้ปันดาวมีเพื่อนร่วมอาชีพรุ่นราวคราวเดียวกันอยู่หลายคน มากาเร็ตหัวหน้างานบอกกับเธอว่าหญิงสาวที่เข้ามาทำงานแม่บ้าน คือการมาพิสูจน์ความอดทนของตัวเองทั้งสิ้น เพราะใครที่ไม่สามารถอดทนต่องานหนักได้ก็จะออกไปทำงานอื่น ซึ่งเป็นงานที่สบายและรายได้ดีแต่ต้องแลกมาด้วยศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง ซึ่งปันดาวไม่เคยแม้แต่จะคิดที่จะทำ ( @ คาสิโน ) งานที่เธอได้รับมอบหมายคือการทำความสะอาดห้องทำงานของคุณ ไคโร ซึ่งเป็นเจ้าของทั้งโรงแรมและคาสิโนแห่งนี้ รวมทั้งเขายังเป็นเจ้าของคาสิโนและสถานบันเทิงของลาสเวกัสเกินครึ่ง คำบอกเล่าที่ปันดาวได้ยินเกี่ยวกับตัวเขาทำให้รู้สึกกลัวทั้งๆที่ไม่เคยพบหน้า “หืม...” เธอหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่แล้วแหงนคอตั้งบ่าเพื่อมองภาพที่ถูกสกรีนลงบนผนังด้านหลัง ใบหน้าที่หล่อเหลาดุดันของชายหนุ่มในภาพทำให้ปันดาวอึ้ง และรู้สึกราวกับโลกหยุดหมุนเมื่อมองสบนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลคู่นั้น “นี่เหรอคุณไคโร หล่อจัง...เหมือนเทพกรีกเลย” เธอวิจารณ์เบาๆแล้วมองจ้องใบหน้าหล่อเหลานานหลายนาทีราวกับต้องมนต์ “นี่! เปิดแอร์ไว้ด้วยนะ อีกหนึ่งชั่วโมงคุณไคโรเข้ามาทุกอย่างต้องพร้อม” ริกะซึ่งทำหน้าที่สอนงานให้เธอแง้มประตูเข้ามาบอกทำให้ปันดาวหลุดจากภวังค์ “อืม...ได้ๆ” เธอรับคำแล้วจึงรีบลงมือทำความสะอาดซึ่งไม่มีอะไรมากมายเพราะห้องนี้ถูกปัดกวาดอยู่ทุกวัน ใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็เรียบร้อยจนปันดาวยิ้มพอใจ ดวงตากลมโตกวาดมองเฟอร์นิเจอร์หรูหราภายในห้องด้วยสายตาชื่นชม ถึงแม้เธอจะไม่รู้จักและไม่เคยใช้แต่ก็มั่นใจได้ว่าต้องแพงระยับอย่างแน่นอน “นุ่มจัง...” มือบางลูบเบาๆที่โซฟาบุกำมะหยี่สีน้ำเงิน เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงลองหย่อนก้นลงนั่งช้าๆ “หืม...สบายจัง” ปันดาวลองนั่ง ลองนอน ด้วยความชอบใจแล้วเปลือกตาก็ค่อยๆปรือลงเรื่อยๆ ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศบวกกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวันทำให้เธอเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว ( เสียงเปิดประตู ) ฝีเท้าหนักๆของคนที่ก้าวเข้ามาในห้องไม่ทำให้ปันดาวรู้สึกตัวแต่อย่างใด ดวงตาคู่สวยยังคงหลับพริ้มอยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุข “หืม...” ไคโรทำเสียงแปลกใจเมื่อเห็นร่างเล็กนอนซุกตัวอยู่บนโซฟา “นี่เธอ...” ชู่ววว อลันบอดีการ์ดคนสนิททำท่าจะปลุกเรียกเธอแต่เจ้าของห้องกลับห้ามเอาไว้ “ทำไมละครับ” “ไม่รู้สิ...แค่รู้สึก...” อลันมองเจ้านายหนุ่มที่ทำหน้าครุ่นคิดอย่างรอคอยคำตอบ “วันนี้อารมณ์ดีไม่อยากจะโมโหใคร นายออกไปเถอะ” “แล้ว...” “ปล่อยเธอนอนไป ห้ามใครรบกวนนะ” “ครับ” บอดีการ์ดหนุ่มรับคำแล้วออกจากห้องทันที ไม่บ่อยนักที่เจ้านายของเขาจะมีแววตาคล้ายเด็กเห็นของเล่นแบบนี้ ถึงแม้ชีวิตหนุ่มของไคโรจะมีผู้หญิงไม่ขาด แต่ทุกคนก็ถูกเรียกตัวมาเพื่อปลดเปลื้องอารมณ์ และยังไม่มีใครทำให้เจ้านายของเขาถูกใจถึงขั้นรับเลี้ยงได้ “หลับสบายเชียวนะแมวน้อย” ชายหนุ่มพึมพำเบาๆในขณะที่มองสำรวจทั่วใบหน้าหวาน ตั้งแต่คิ้วเรียวโก่งเรียงเส้นสวยมาจนถึงเปลือกตาที่หลับพริ้ม ขนตางอนยาวทาบแก้ม จมูกโด่งแต่พอดีสมใบหน้าเล็ก มาจนถึงกลีบปากอิ่มรูปกระจับสีชมพูดจัด ทุกๆองค์ประกอบของเธอดูงดงามเสียจนไคโรไม่อาจละสายตาได้ พลันนึกอยากจะเห็นดวงตาของเธอชัดๆเหลือเกิน “อื้อ...” เสียงหวานครางเบาๆพลางขดตัวราวกับลูกแมวตัวน้อยๆ ไคโรจึงเข้าใจว่าอากาศในห้องคงจะเย็นเกินไป แต่แทนที่เขาจะเพิ่มอุณหภูมิกลับถอดสูทตัวนอกคลุมร่างเล็กเอาไว้ “อืม...” ปันดาวครางเบาๆอีกครั้งเมื่อร่างกายได้รับไออุ่น จนคนมองยกยิ้มมุมปากด้วยความเอ็นดู … ( 2 ชั่วโมงต่อมา ) หลังจากหลับลึกถึงสองชั่วโมงเต็มร่างเล็กก็ค่อยๆขยับ พร้อมปรือตาขึ้นช้าๆ “อืม...” ภาพห้องทำงานหรูหราทำให้สติถูกกระชากกลับมาอย่างรวดเร็ว เพราะตระหนักได้ว่าตอนนี้เธออยู่ในเวลางาน “ตายแล้ว!” ปันดาวลุกขึ้นนั่งแล้วก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าภายในห้องไม่ได้มีเธอคนเดียว “นอนพอแล้วเหรอ...” เสียงทุ้มที่เอ่ยถามถึงแม้จะไม่ได้กระด้างแต่ก็ไม่ได้นุ่มนวล ปันดาวก้มหน้าแล้วเหลือบตามองเขาเป็นระยะด้วยความกลัว “มานั่งตรงนี้” ตรงนี้...ของเขาคือเก้าอี้ตัวตรงข้าม แต่ถึงจะเข้าใจแต่ปันดาวก็ไม่กล้าขยับตัว “ไม่ได้ยินเหรอ...ฉันบอกให้เธอมานั่งตรงนี้” ปันดาวลุกขึ้นยืนจึงทำให้เสื้อสูทตกลงไปอยู่กับพื้น เธอจึงรีบหยิบขึ้นมาพร้อมหัวใจที่เต้นกระหน่ำ เมื่อรู้ว่าความอบอุ่นที่ได้รับมาจากเสื้อของเขา “เอามานี่” เธอลากเท้าที่หนักอึ้งเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าเขา ก่อนจะยื่นเสื้อคืนด้วยมือที่สั่นน้อยๆเพราะความประหม่า “พูดได้หรือเปล่า” “ดะ...ได้ค่ะ” “แล้วคำว่าขอบคุณรู้จักมั้ย” คำถามนั้นทำเอาใบหน้าหวานร้อนผ่าวเพราะความอับอาย “ขอบคุณค่ะ” “นั่งลงสิ” ปันดาวค่อยๆทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ทั้งๆที่ใจสั่นระรัว จากเสียงเล่าลือถึงความดุดันเฉียบขาดของไคโรทำให้เธอรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก “เหนื่อยมากเหรองานแม่บ้านน่ะ ถึงได้มาหลับในเวลางานแบบนี้” ปันดาวแทบอยากจะร้องไห้ออกมาเมื่อได้ยินคำพูดนั้น “คุณ...คงไม่ได้กำลังไล่ฉันออกใช่มั้ยคะ ฉันขอโทษได้มั้ยคะ ฉัน...” “ฉันยังไม่ได้พูดสักคำเลยนะว่าจะไล่เธอออก เพียงแต่ถามว่าเธอเหนื่อยมากใช่หรือเปล่าเท่านั้น” “อ้อ...ค่ะ” “ค่ะ...คือเหนื่อยหรือไม่เหนื่อย” “เหนื่อยค่ะแต่ฉันทำได้ และอยากทำอาชีพนี้ต่อคุณอย่าไล่ฉันออกนะคะ ต่อไปจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกค่ะ” เธอเงยหน้าขึ้นมองสบตาเขาเป็นครั้งแรกเพื่อขอร้อง จึงทำให้เขาเห็นดวงตากลมโตสุกใสชัดเจน “ฉันไม่ไล่เธอออกหรอก เพียงแต่อยากเสนองานที่ไม่เหนื่อยให้เธอทำ” “งานอะไรคะ” “เธอสนใจมั้ยล่ะ ถ้าสนใจฉันจะบอก” “ก็...มันงานเกี่ยวกับอะไรละคะ” ถึงจะกลัวเขายังไงเธอก็ยังต้องการความกระจ่าง เพราะเข็ดเสียแล้วกับการไม่รอบคอบ “ฉันจะให้เธอมาดูแลฉันเป็นส่วนตัวเวลาที่ฉันมาที่นี่” “อ้อ...เหมือนเลขาส่วนตัวเหรอคะ” ปันดาวถามอย่างนั้นเพราะคำว่าดูแลแบบส่วนตัวทำให้เธอนึกถึงงานเลขาที่ต้องคอยชงกาแฟและเอาใจเจ้านายยิบย่อย “เธอจะเรียกแบบนั้นก็ได้ ถ้าไม่อยากใช้คำตรงๆ” “งั้น...ถ้าคำตรงๆละคะ” ไคโรเริ่มหงุดหงิดกับคำถามที่ไม่รู้จักจบสิ้นของหญิงสาวตรงหน้าจึงตัดสินใจเลิกอ้อมค้อม “มาเป็นของเล่นบนเตียงให้ฉัน ตรงพอมั้ย!” รอยรักร้าย…2 ปันดาวถึงกับอึ้งกับคำตอบที่ตรงยิ่งกว่าตรง ก่อนจะส่ายหน้ารัวแบบไม่หยุดคิด “ส่ายหน้าคืออะไร ยังตรงไม่พอ?” ไคโรตั้งคำถามพร้อมเลิกคิ้วเมื่อเธอส่ายหน้าดิก “ตรงค่ะ แต่ฉันไม่สนใจ” “ทำไมล่ะ เธอจะได้ไม่ต้องทนกับงานหนักๆ ฉันไม่เคยเสนอให้ใครแบบนี้เลยนะ” “ขอบคุณนะคะ แต่ฉันไม่สนใจค่ะ” ปันดาวปฏิเสธเสียงเรียบเพราะในใจเริ่มรู้สึกโกรธกรุ่น “เธอชื่ออะไร มาจากประเทศไหน” เธอนั่งเงียบเมื่อเขาตั้งคำถาม ตอนนี้ไม่หลงเหลือความกลัวใดๆ และหากไม่กลัวตกงานเธอคงจะต่อว่าเขาแรงๆไปแล้ว “ทำไมไม่ตอบคำถาม ฉันเป็นเจ้านายโดยตรง เป็นคนจ่ายเงินเดือนให้เธอนะ” ไคโรเอ่ยเตือนเมื่อรู้สึกได้ว่าเธอกำลังต่อต้าน “ชื่อปันดาวค่ะ มาจากประเทศไทย” ดวงตาคู่คมมีแววบางอย่างเมื่อเธอตอบแต่เพียงครู่เดียวก็กลับเป็นปกติ “อืม...ออกไปเถอะ” “ค่ะ” เธอรีบรับคำแล้วลุกออกจากตรงนั้นราวกับกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ แต่พอออกมาด้านนอกก็ต้องรู้สึกหน้าร้อนเพราะสายตาของบอดีการ์ดหน้าห้องหลายคน ที่มองมาอย่างใคร่รู้ว่าเธอใช้เวลาทำอะไรอยู่ในห้องนั้นนานนับชั่วโมง … ( เช้าวันต่อมา ) “ดาว” “ว่าไง” “คุณมากาเร็ตเรียกเธอไปหาที่ห้องน่ะ” “หืม...” ปันดาวทำเสียงแปลกใจเมื่อจู่ๆริกะก็มาตามให้เธอไปพบหัวหน้างาน “อย่าบอกนะว่าจะให้ฉันเข้างานเช้าต่ออะ ฉันเพิ่งเลิกงานใจคอคุณมากาเร็ตจะไม่ยอมให้ฉันพักผ่อนบ้างหรือไง” “ไม่น่าจะใช่นะ” “อือๆ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” ปันดาวปิดล็อกเกอร์แล้วตรงไปที่ห้องของคุณมากาเร็ต สาวใหญ่เจ้าระเบียบและเคี่ยวเค็มซึ่งเป็นหัวหน้างานของเธอ “มาแล้วเหรอ” “ค่ะ ริกะไปตามฉันก็รีบมาเลย คุณมากาเร็ตมีอะไรกับฉันเหรอคะ” “มีเรื่องสำคัญจะบอกน่ะ” “ค่ะ” “เธอถูกไล่ออกแล้ว ช่วยเก็บข้าวของออกไปจากห้องพักภายในสามชั่วโมง” “ฮะ! อะไรนะคะ!” คำพูดของหัวหน้างานไม่ต่างอะไรกับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางศีรษะของปันดาว ทั้งตกใจทั้งงุนงงจนตั้งตัวไม่ติด “เธอถูกไล่ออก เพราะเมื่อคืนเธอแอบหลับในเวลางาน แถมยังหลับในห้องคุณไคโรซะด้วยใจกล้าจริงๆ!” “แต่ฉั...” “ไปเก็บของเธอออกจากห้องซะอย่ามามัวพูดให้เสียเวลา คำสั่งนี้มาจากคุณไคโรโดยตรงไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD