
เมียแต่งกับเมียรัก สถานะมันต่างกัน หนึ่งคนรักที่เงิน กับอีกคนรักที่ใจ
++++++
ตอนที่6. ปะทะคารมณ์ 1.
“อะไรนะ เริ่มงานวันมะรืนนี้เหรอ อืมดีเหมือนกันเพราะผมเองก็ติดธุระไม่ต่างกัน เอาเป็นว่าวันมะรืนเจอกันที่นี่หวังว่าคุณจะมาตรงเวลานะครับเจ้าหน้าที่สินเชื่อ” ปกรณ์ย้ำกับณิชา ก่อนจะก้มลงอ่านเอกสารและทำการเซ็นเอกสารด้วยความรวดเร็ว ณิชารวบรวมเอกสารมาตรวจเช็คอีกครั้งก่อนจะเก็บใส่แฟ้มเอาไว้
“หมดธุระแล้วขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ”
“เดี๋ยวอย่าเพิ่งไป” ปกรณ์เรียกณิชาเอาไว้ หญิงสาวหันมามองด้วยความสงสัยเป็นอย่างมาก
“เรื่องที่เห็นตรีชฎาที่นี่ห้ามเอาไปพูดเป็นอันขาดเข้าใจไหม ผมไม่อยากให้เขาเป็นข่าวเสียหาย”
“เข้าใจค่ะ ฉันไม่ใช่คนปากพล่อยอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่อยากเป็นข่าวคราวหลังก็อย่าให้มาสิคะ คุณห้ามฉันได้แต่ก็ใช่ว่าจะห้ามพนักงานทั้งบริษัทคุณได้ จริงไหมคะ ” ณิชาพูดจบก็เดินออกไปโดยไม่สนใจปกรณ์เลยสักนิดทำเอาชายหนุ่มถึงกับหัวเสียเป็นอย่างมาก
บ้านพัฒนปรีชากุล...ณิชาที่เลิกงานแล้วเดินเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางที่อิดโรยเป็นอย่างมาก เมื่อเข้ามาถึงในบ้านก็เห็นว่าพ่อกับแม่มีแขก หญิงสาวไม่ลืมที่จะไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองตามมารยาท
“เข้ามานั่งคุยกันก่อนสิลูก ” ผู้เป็นแม่รีบเรียกลูกสาวคนเล็กเอาไว้ ทำเอาณิชาต้องเดินเข้าไปนั่งกับผู้ใหญ่ทั้งสี่คน
“ลูกนี่คุณหญิง กัญญา และคุณท่านพิภพ เธียรนิติฐาดล ” แม่รีบแนะนำทั้งสองท่านอีกครั้งหนึ่ง
“กราบคุณท่านทั้งสองค่ะ หนูณิชาค่ะ ” ณิชาแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ทำเอาผู้ใหญ่ทั้งสองยิ้มกับความน่ารักของหญิงสาวคนนี้ในทันที
“ว่าแต่ลูกสาวอีกคนละคะ” คุณหญิงกัญญาเอ่ยถามพ่อกับแม่ของณิชาในทันที เมื่อเห็นว่าตอนนี้มีเพียงแค่ณิชาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ที่บ้านตามเวลาที่นัดเอาไว้
“คือว่าลูกสาวคนโตของเราหนูริตามีงานด่วนค่ะ เลยไม่ได้มาร่วมแสดงความยินดีกับน้องสาวต้องกราบขออภัยคุณหญิงด้วยนะคะ”
“อ่อ แบบนี้นี่เองไม่เป็นไรค่ะ ลูกชายดิฉันเสียอีกสิคะที่มาสายต้องขอโทษด้วยนะคะ รายนั้นคงจะงานยุ่งค่ะ” คุณแม่ของทั้งสองถึงกับยิ้มเจือน ๆให้กัน ก่อนที่เพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงรถยนต์อีกคันหนึ่งที่ขับเข้ามา
“น่าจะมาแล้วครับ เดี๋ยวแม่บ้านก็คงพาเข้ามาครับ” พ่อของณิชารีบบอกกับทั้งสองคน
“ขอโทษที่ทำให้รอนานครับ พอดีว่ารถติด” เสียงที่คุ้นเคยทำให้ณิชาหันไปมองและต้องตกใจเป็นอีกครั้งที่สองเมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาเป็นใคร เช่นเดียวกันกับคนที่เพิ่งเดินเข้ามาก็ตกใจไม่ต่างกันเมื่อเห็นว่าใครที่นั่งอยู่ตรงนั้น
“มาแล้วเหรอลูก” คนเป็นแม่รีบลุกขึ้นมาหาลูกชายเพียงคนเดียวของท่าน ก่อนจะจูงมือปกรณ์มานั่งข้าง ๆ ณิชา ทั้งสองคนต่างนิ่งเงียบและใช้สมาธิในการรวบรวมข้อมูลเป็นอย่างมาก
“มาพร้อมกันแล้วก็เข้าเรื่องกันเลยดีไหมคะ เด็ก ๆ เพิ่งเลิกงานมาใหม่จะได้พากันออกไปกินข้าวเพื่อเป็นการปรับตัวเข้าหากันดีไหมคะ” คุณหญิงกัญญาแม่ของปกรณ์ออกความเห็น
“อ่อได้ครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านทั้งสองพูดก่อนได้เลยครับ” พ่อของณิชาเอ่ยออกมาและมองหน้าลูกสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ปกรณ์
“ฤกษ์ที่ทางเราไปดูมาก็คือพรุ่งนี้ตามที่ได้แจ้งไปก่อนหน้านี้ค่ะเป็นวันที่เร็วที่สุด และดีที่สุดของเดือนนี้ค่ะ”
“เดี๋ยวนะคะหนูว่ามันเร็วไปไหมคะ เราเลื่อนไปอีกดีไหมคะคือว่าหนูก็งานเยอะค่ะ” ณิชาหาคำแก้ตัวเพื่อที่จะได้ยืดเวลาออกไปให้นานที่สุด
“ผมว่าพรุ่งนี้ดีแล้วครับ รีบแต่งให้เสร็จ ๆ ไปจะได้ไปทำงานของตัวเองอย่างสบายใจทั้งสองฝ่าย คือว่าผมคิดมาแล้วครับเราจะแต่งกันแบบเงียบ ๆ ไม่ให้ใครรู้ ส่วนเรื่องจดทะเบียนเราจะไปจดทีหลังกันสองคนอย่างเงียบ ๆ หลังการแต่งงานก็ให้น้องย้ายไปอยู่เรือนหอที่ผมจัดไว้ได้เลยครับ เรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไรเลย ส่วนเรื่องงานนั้นเราสองบริษัทต่างก็จะสนับสนุนกันตามที่ตกลงกันไว้” ปกรณ์รีบพูดออกมาทำเอาแม่ของเขาสะกิดลูกชายแทบไม่ทัน
ณิชามองหน้าปกรณ์ด้วยความหงุดหงิดเป็นอย่างมากเพราะว่าที่เธอเห็นเมื่อกลางวันนั้นก็คือตรีชฎา ดาราชื่อดังคือคนรักของเขานั่นเอง
“แม่ว่าอย่างนั้นก็ดีเหมือนกันนะ ว่าแต่ทางฝ่ายเจ้าสาวต้องการเรียกสินสอดเท่าไหร่ก็สามารถเรียกได้เลยนะคะ ทางเราไม่เกี่ยงอยู่แล้วค่ะ”
“เห็นทีจะแล้วแต่ท่านทั้งสองกรุณาค่ะ ทางเราไม่กล้าเรียกร้องอะไรหรอกค่ะ” แม่ของณิชาเอ่ยขึ้นมาทันที เพื่อแสดงให้ทางนั้นเห็นว่าทางนี้ไม่ได้เรียกร้องอะไร
“เช่นนั้นทางเราจะจัดมาอย่างถูกต้องและความเหมาะสมนะคะ ถ้าอย่างนั้นเราปล่อยให้เด็ก ๆ ออกไปทานข้าวนอกบ้านและทำความรู้จักกันก่อนดีไหมคะ พรุ่งนี้จะได้ไม่เคอะเขินกัน”
“อ่อ ได้เลยค่ะ” แม่ของณิชาเอ่ยขึ้นและมองหน้าลูก
“ฝากน้องด้วยนะคะ”
“ได้ครับคุณป้า” ปกรณ์ตอบออกมาด้วยความสุภาพ
“คุณป้าอะไรกันลูก ทำไมไม่เรียกพ่อกับแม่ล่ะทำเป็นคนอื่นคนไกลไปได้พรุ่งนี้ก็จะเกี่ยวดองกันอยู่แล้ว” แม่รีบหันมาตำหนิลูก
“อ่อขอโทษครับ ได้ครับคุณแม่ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับผมจะดูแลน้องเอง ไปกันเถอะครับ”

