ตอนที่ 2. ความลำบากใจ
ณิชาขับรถออกจากบ้านเพื่อไปทำงานด้วยความลำบากใจเป็นอย่างมากในขณะที่กำลังคิดถึงเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างรวดเร็วนั่นเอง...
โครม !! เสียงรถของณิชาที่ชนเข้าไปอย่างจังกับรถยนต์คันหน้า และที่ทำให้ณิชาต้องตกใจเป็นอย่างมากนั่นก็คือรถยนต์คันที่เธอขับไปชนนั้นเป็นรถยนต์หรูที่ราคาแพงหูฉี่เป็นอย่างมาก
“ให้ตายเถอะ นี่มันอะไรกัน” เสียงของชายหนุ่มถึงกับสบถออกมาอย่างแรง เมื่อเขารับรู้ว่ารถยนต์ของตัวเองโดนชนเข้าอย่างจังจากทางด้านหลัง ชายหนุ่มรีบปลดเข็มขัดนิรภัยออกและรีบลงจากรถเพื่อไปดูว่าใครที่มันช่างกล้าขับรถชนรถของเขานั่นเอง
“นี่คุณลงมาคุยกันเดี๋ยวนี้นะ” ชายหนุ่มยืนหัวเสียอยู่ข้างประตูฝั่งคนขับของรถยนต์คันที่มาชนรถของเขา ณิชามองดูชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า พร้อมกับยิ้มแห้ง ๆ ให้กับเขา
“ขอโทษค่ะดิฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ” ณิชาบอกกับชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าพร้อมกับยกมือไหว้
“ทำไมขับรถไม่ระวังแบบนี้ ? ” เป็นอีกครั้งที่เขาเอ่ยถามหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า แต่ว่าไม่ทันที่ณิชาจะได้ตอบอะไรก็มีเสียงหญิงสาวอีกคนที่อยู่ในรถคันนั้นตะโกนออกมา
“ปกรณ์คะตรีรีบนะคะ ช่างเถอะคะพวกคนจน ๆ อย่าไปถือสาเลยค่ะเดี๋ยวค่อยเรียกประกัน” ปกรณ์หันไปมองเจ้าของเสียงที่นั่งหน้าบึ้งอยู่หน้ารถ “ครับ” เพียงเท่านั้นปกรณ์ก็รีบเดินไปที่รถ แต่ใครจะรู้ว่าณิชาเดินตามไป และกระชากประตูรถฝั่งด้านข้างคนขับอย่างแรง
“คุณคะไม่ว่าคุณจะรวยแค่ไหนก็กรุณาให้เกียรติ์คนอื่นด้วยนะคะ คุณค่าของความเป็นคนอยู่ที่จิตใจ และจิตใต้สำนึกค่ะไม่ใช่ความรวยหรือว่าความจน คนเรามันเลือกเกิดกันได้เหรอคะ ถ้าเลือกได้ก็คงไม่มีใครอยากเกิดมาเป็นคนจนหรอกค่ะ แต่คุณนี่สิค่ะ อุตส่าห์เกิดมารวยทั้งที แต่จิตใจนี่บอกได้เลยว่าเสียชาติเกิดมาก”
“นี่แกเป็นบ้าอะไร อยู่ดี ๆ มายืนด่าคนอื่นฉอด ๆ แบบนี้แกไปกินรังผึ้งรังแตนมาจากไหนกัน แล้วแกรู้ไหมว่าฉันเป็นใครแกถึงกล้ามาด่าฉันแบบนี้ ? ”
ปกรณ์ที่เห็นท่าไม่ดีเลยรีบลงจากรถ เพียงเพื่อจะสลัดณิชาให้ออกห่างจากรถ เพียงเพราะไม่ต้องการให้มีคนมามุงดู
“ถามแปลกนะคุณอ่ะ ขนาดตัวเองยังไม่รู้ตัวเองเลยว่าเป็นใคร แล้วช่างกล้าถามคนอื่นเน๊อะ ไปเช็คสมองดูบ้างนะคะ ถ้าจะให้ดีก็เขียนใส่กระดาษและเก็บใส่กระเป๋าไว้สิค่ะ ชื่อ นามสกุล รวมไปถึงเบอร์ติดต่อของผู้ปกครองของคุณ”
“กรี๊ดด...นังบ้าแกกวนประสาทฉันเหรอ ฉันดาราดังขนาดนี้ยังบอกไม่รู้จัก”
“กรี๊ดด...ดังแค่ไหนก็ไม่รู้จักค่ะ แม่คุณอยากจะรู้จังว่าถ้าข่าวและพฤติกรรมของดาราดังหลุดออกไปนี่จะทำยังไงนะ ถ่ายคลิปไว้ดีไหมเนี่ย”
ณิชาทำท่าทางกรี๊ดเลียนแบบ ตรีชฎา หรือ ตรี นางแบบและนักแสดงสาวที่โด่งดังมากของเมืองไทยในตอนนี้ พร้อมกับทำท่าจะหยิบโทรศัพท์ออกมา แต่ว่าช้ากว่าปกรณ์ที่เดินมาแล้วรวบตัวของณิชาเอาไว้
“ตรีขับไปก่อนเลยเดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง”
“ปล่อยฉันนะไอ้บ้า นายจะทำอะไรฉัน ปล่อยเดี๋ยวนี้นะไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งความนายขอหาอนาจาร”
“นี่คุณ คุณขับรถชนคนอื่นเขาไม่เอาเรื่องก็ดีเท่าไหร่แล้ว ยังมาปากดีต่อปากต่อคำอีก”
“ปล่อยนะไอ้บ้า” ณิชาร้องออกมาเสียงดังลั่นทำเอาคนที่ผ่านไปมาตอนนี้ถึงกับมองเป็นตาเดียวกัน
“เรื่องของผัวเมียครับ ไปกันเถอะเมียจ๋า”
ปกรณ์พูดและดึงณิชาไปขึ้นรถของณิชาโดยมีเขาเองที่เป็นคนขับออกไปอย่างรวดเร็ว
“นี่นายเป็นใครและจะพาฉันไปไหนกันเนี่ย จอดเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันบอกให้จอดยังไงล่ะไม่ได้ยินเหรอ ? ”
“เงียบและนั่งเฉย ๆ แค่ไปส่งที่บริษัทแค่นั้นเอง เพราะคุณทำให้ผมต้องไปทำงานสายรู้ไหม”
“ถ้ารู้ว่าสายแล้วทำไมไม่ตื่นให้มันเช้ากว่านี้ล่ะ” ณิชาถึงกับย้อนออกมา และนั่นทำให้ปกรณ์ถึงกับเบรกรถจนทั้งสองเกือบหน้าทิ่ม
“หวังว่าเราคงเจอกันแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นนะ ชาตินี้อย่าได้เจอกันอีกเลย”
“ค่ะ วันนี้วันเดียวเท่านั้นแล้วอย่าเจอกันอีกเลย ลงไปจากรถฉันได้แล้ว นายรีบไปทำงานฉันก็รีบไม่ต่างกันไปสิ” ณิชาไล่ปกรณ์ลงจากรถ ก่อนที่เธอจะรีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว
“ให้ตายสินี่มันวันอะไรกันนะ ทำไมต้องมาเจอเรื่องอะไรที่มันซวยแล้วซวยอีกอย่างนี้เนี่ย โชคร้ายที่เกิดมาเป็นเด็กกำพร้า โชคร้ายที่ไม่อาจจะเลือกคู่ครองของตัวเองได้ โชคร้ายที่มาเจอกับไอ้บ้านั่น แต่คงจะโชคดีอย่างเดียวนั่นก็คือมีคุณแม่ที่รักเรานะสินะ”
ณิชาบ่นและรีบลงจากรถเพื่อเดินเข้าไปที่ทำงานของเธอ นั่นก็คือธนาคารแห่งหนึ่ง
“ทำไมมาสายแกวันนี้ มีอะไรหรือเปล่าหรือว่าไม่สบายตรงไหน” ใบเตยเพื่อนสนิทที่สุดของณิชาเดินเข้ามาถามด้วยความห่วงใยเป็นอย่างมากเพราะไม่เคยเห็นว่าณิชาจะมาทำงานสายสักครั้ง และนับว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบปีเลยก็ว่าได้ที่เห็นว่าณิชามาทำงานสายนั่นเอง