หญิงสาวกะพริบตาก่อนจะขมวดคิ้วสลัดภาพชายคนนั้นออกไปจากใจแล้วมองชายตรงหน้า ดูเหมือนว่าคนที่อยู่ในอ้อมแขนของเธอกรายๆ จะเกลียดเธอมากกว่าใคร
“ถ้าคุณหนึ่งเกลียดมะลิมากขนาดนี้ คุณหนึ่งจะไม่ให้มะลิผ่านงานก็ได้นะคะ”
“นี่เธอไม่สนใจคะแนนตัวเองเลยใช่ไหม เธอสนใจแต่จะมายั่วยวนผู้ชายใช่ไหม”
“แล้วแต่คุณหนึ่งจะคิดเถอะค่ะ” แม้ว่าเธอจะแอบมองพินิจอยู่บ่อยๆ หลงใหลในความหล่อเหลาอย่างที่เขาว่าให้จริงๆ แต่สิ่งหนึ่งความจริงแล้วพินิจไม่สามารถแทนที่คนๆ นั้นได้
“งั้นฉันจะคิดว่าเธอจงใจมายั่วให้ฉันล่อ ผู้ชายอย่างฉันไม่เคยปล่อยให้ตุ๊กตาเคลือบแก้วหลุดมือซะด้วยสิ”
มะลิลาหลับตาลงอีกครั้งเมื่อริมฝีปากของเขาจาบจ้วงดูดกลืนเต้านมของเธอ เขากำลังคุกคามทางเพศ กำลังทำสิ่งที่เธอหวาดกลัวจนตัวสั่นเหมือนลูกนกตกน้ำ ทว่ามะลิลากลับนอนสั่นนิ่งๆ ทั้งที่หัวใจเต้นกระหน่ำโครมครามอยู่ในอก บีบคั้นอารมณ์และความรู้สึกทั้งน้ำตาและลมหายใจก็แทบจะขาดรอน
ยอดอกข้างขวาของเธอคงแดงช้ำเพราะตอนนี้มันเจ็บแปลบไปหมด เขาทั้งดูดทั้งกัดและใช้ปลายลิ้นสากๆ ชื้นๆ ลากเลียไปทั่วก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นจนรู้สึกได้ว่ามันเปียกและเย็นวาบ เธอกัดริมฝีปากตัวเองจนเจ็บจนชา กัดแล้วปล่อยให้ความชามันหายค่อยกัดใหม่ จนรับรู้รสชาติเค็มปร่าของเลือดตัวเอง เธออดทนอดกลั้นทั้งๆ ที่ปลายเท้าจิกเกร็ง สองมือกำแน่นจนข้อแข็ง
แต่พอเขาย้ายมาดูดกัดยอดอกข้างซ้าย ราวกับว่าพร้อมกันนั้นได้ร่ายมนตร์ใส่ร่างกายและจิตวิญญาณของเธอด้วย มะลิลาก็อ่อนปวกเปียกเป็นขี้ผึ้งลนไฟ
เต้านมอวบใหญ่รสหวานของเธอทำให้พินิจไม่อาจถอนริมฝีปากออกห่าง ทั้งยังจาบจ้วงบีบขยำด้วยสองมือ ฝากรอยฟัน รอยนิ้วมือจนแดงก่ำไปทั่วทั้งเต้า หัวเข่าแยกต้นขาอ่อนขาวออกจากกัน ลำตัวหนาใหญ่เลื่อนต่ำฝากรอยจูบไว้ที่แผ่นท้องซึ่งกำลังแขม่วเกร็ง
“ซี้ดดด” เสียงหวานเผลอดังออกมาจากอุ้งปาก อารมณ์กำลังลอยละลิ่วจนลืมสิ้นทุกอย่าง แม้แต่น้ำตาก็ยังหยุดรินไหล
“ครางด้วย! เสี้ยนมากเลยสินะ”
ตอนนี้พินิจคงจะพูดได้เป็นสิบประโยคและมะลิลาก็พูดได้แค่ประโยคเดียวเป็นแค่การตอบโต้สั้นๆ เพราะร่างกายของเธอกำลังต้องการอะไรบางอย่างที่ไม่เคยรู้จัก มันร้อนรุ่มเหมือนถูกไฟสุม มันสั่นระริกก็ใช่ว่าเพราะหนาวจัดแต่เพราะไฟในกายที่กำลังแผดเผาตัวเองให้วอดวาย
พินิจปลดเปลื้องสิ่งกีดขวางออกจากร่างสวยๆ จนเธอเปลือยเปล่า มะลิลาก็ยังนอนระทดระทวยเหมือนพร้อมรับในเกมสวาทครั้งนี้ มันทำให้พินิจแน่ใจสิ่งที่เขาคิดคือความจริง เด็กสาวคนนี้ตั้งใจมายั่วเขาจริงๆ
“จำไว้นะมะลิลา ถึงฉันจะเอาเธอจนฟ้าเหลือง แต่เธอจะไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวฉันเด็ดขาด เธอจะไม่ได้ความเป็นเมีย ไม่ใช่เจ้าของฉัน และนับจากนี้เธอเป็นแค่ตุ๊กตายางบำเรอกามให้ฉันเท่านั้น”
“ค่ะ” สาวน้อยตอบสั้นๆ
“ระยำเอ๊ย!!” พินิจสบถหยาบคาย
และโดยที่เธอยังไม่ทันตั้งตัว ปลายนิ้วของพินิจก็แหวกกลีบเนื้อบอบบางเข้าสู่ร่องอุ่นจัด มะลิลาสะดุ้งเฮือกแล้วกรีดเสียงอยู่ในลำคอ ปากเธอขบเม้มอย่างพยายามกลั้นเสียงให้มาก ความเจ็บปวดเกิดขึ้น ภาพที่เกิดขึ้นในห้องพักก็กลายเป็นเงาหลอกหลอน มะลิลาเบิกตากว้างแต่แทนที่เธอจะกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ต้นขาของเธอพยายามหนีบเข้าหากัน ส่วนมือของเธอก็จิกทึ้งเรือนผมของเขา
ปฏิกิริยาเป็นไปโดยอัตโนมัติ มันคือการส่งสัญญาณให้ชายหนุ่มล่วงเกิน โดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้เลยเผลอแสดงอาการเชิญชวนออกไป พินิจยิ่งรุกรานจู่โจมเธอด้วยปลายนิ้วกระทุ้งอยู่ในร่องเนื้ออุ่นจัด มะลิลาสั่นระริกเจ็บปวดแต่มีความรู้สึกหนึ่งเกิดแทรกขึ้นมา
“อ๊ะ ซี้ดดด”
ถึงตอนนี้พินิจก็ไม่อยากพูดอะไรมากกว่ากระทำให้เสร็จสมอารมณ์หมาย กางเกงของเขาถูกกระตุกลง ท่อนเนื้อแข็งขึงพร้อมพรักสำหรับการสอดแทรก ไม่มีคำพูดใดๆ มีเพียงความใกล้ชิดที่สั้นลงอย่างรวดเร็ว อึดใจเดียวดวงตากลมสวยก็เบิกกว้างอย่างตระหนกและเจ็บปวด
“กรี๊ดดด” คราวนี้จะไม่ให้ส่งเสียงคงไม่ได้ กลีบกายบอบบางถูกชำแรกแทรกลึกด้วยดุ้นเนื้อใหญ่โต เบียดกลีบเนื้อให้แยกกว้างอย่างเจ็บปวด ร่างขาวสั่นมากกว่าเดิม เหงื่อออกซึมเป็นเม็ดโตๆ เต็มใบหน้าสวยใส
“นี่เธอ!” สิ่งที่เขากำลังพบเจอไม่ใช่แบบที่คาดไว้ “บ้าเอ๊ย! อย่าหวังว่าจะมัดฉันด้วยวิธีนี้ ไม่มีทาง!!!”
มะลิลาน้ำตาร่วงผล็อยทั้งเจ็บปวดและอับอาย เธอจำต้องเมินหน้าหนีสายตาเย็นชาที่มีแต่แววเกลียดชัง ความเกลียดชังที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน จากสาเหตุอะไร ทำคนใต้ร่างอกสั่นขวัญแขวนไปหมด มือเล็กกดปลายเล็บเข้ากับแผงอกคล้ายจะดันออก แต่แล้วเธอกลับวางมือไว้นิ่งๆ กลั้นสะอื้นแล้วส่งเสียงครวญคราง
“อาห์”
พินิจสบถกับท่าทีสมยอมทั้งที่น้ำตารินไหล รู้สึกเหมือนกำลังจะเป็นบ้า คลั่งไปด้วยความปรารถนา กลีบกายของเธอเสมือนอ้อมแขนที่รัดรวบร่างแกร่งของเขาไว้มั่น เรียวปากสั่นระริกสีชมพูน่าจูบ แต่พินิจกลับตอบรับความน่ารักด้วยการบดขยี้หนักหน่วง ไม่สนใจว่าจะทำให้มันชอกช้ำหรือเรียกเลือดให้ซึมออกมาจากปากนุ่มด้านในหรือไม่
แค่อยากระบาย
ผู้หญิงที่มาหาถึงห้องซ้ำยังตอบสนองเขาได้อย่างดีเยี่ยม จะต้องการอะไรถ้าไม่ใช่สิ่งนี้