bc

BAD KARMA รักเดิมพัน

book_age16+
3.1K
FOLLOW
12.6K
READ
dark
possessive
sex
playboy
badboy
bitch
comedy
sweet
bxg
lighthearted
like
intro-logo
Blurb

"สนุกมากมั้ยกับสิ่งที่พวกนายกำลังทำอยู่"

ฉันพูดออกมาด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ แต่กลุ่มคนตรงหน้ากลับยกยิ้ม และหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

"อืม ก็สนุกดีนะ"

ร่างสูงตรงหน้าพูดออกมาอย่างไม่คิดจะไตร่ตรอง

"ความลับไม่น่าแตกเลยเนอะ ไม่งั้นคงจะได้ต่ออีกสักรอบสองรอบ"

เขาพูดออกมาโดยไม่สะทกสะท้านอะไร เขาเหมือนคนที่ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีด้วยซ้ำ

"เลว!!"

ฉันตะคอกออกมาดังลั่น พร้อมกับสะบัดฝ่ามือฟาดลงไปที่แก้มของเขา จนใบหน้าของเขาหันไปตามแรงตบ

"ทำแบบนี้ อยากจะได้ผัวเพิ่มหรือไง!"

chap-preview
Free preview
ตอนที่ 1 เรื่องแย่ ๆ
บทเรียนราคาแพง โลกใบนี้มันจะสอนให้กับเราเอง... ฉันชื่อโฟกัส ฉันเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ช่วงวัยกำลังก้าวเข้าสู่รั้วมหาลัย ที่ใครต่อใครก็บอกว่ามันเป็นช่วงชีวิตที่พลิกผันที่สุด ฉันไม่รู้ว่าต่อไปนี้ฉันจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ฉันรู้เพียงแต่ว่าฉันต้องพยายามสู้กับมันด้วยตัวของฉันเอง เพราะไม่มีใครที่จะปกป้องฉันได้นอกจากตัวของฉัน… ถึงจะคิดแบบนั้นแต่ยังไงฉันก็คงทำมันไม่ได้จริงๆ หรอก เพราะฉันเป็นคนที่อ่อนแอมากๆ อ่อนแอจนครอบครัวของฉันไม่อยากจะปล่อยให้ห่างไกลจากพวกท่านด้วยซ้ำ ฉันกระชับหนังสือเล่มหนาที่หอบเอาไว้อยู่ในอ้อมกอด พร้อมกับถอดสายตามองออกไปบริเวณรอบๆ มหาลัยที่ฉันสอบติดเข้ามาได้ นักศึกษาทั้งรุ่นพี่และรุ่นเดียวกันต่างหันมองมาทางฉัน ก่อนที่พวกเขาจะหันไปพูดซุบซิบกันแล้วหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจ ฉันก้มมองสำรวจตัวเองอีกครั้ง หลังจากที่ทุกสายตาหันมามองพร้อมกับรอยยิ้มขบขัน วันนี้ฉันแต่งตัวถูกระเบียบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อนักศึกษาที่พอดีตัว และกระโปรงพลีทที่ยาวจนถึงตาตุ่ม ซึ่งคนที่นั่งหัวเราะฉันอยู่นั้น ต่างก็แต่งตัวไม่ค่อยจะเรียบร้อยกันเท่าไหร่ ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าพวกเขาหัวเราะเยาะอะไรฉันกันมากมาย ฉันจับแว่นสายตาที่ตัวเองใส่ แล้วเงยหน้าขึ้นมองคนเหล่านั้น แต่ฉันก็ไม่กล้าที่จะถามอะไรพวกเขาออกไป ฉันทำได้เพียงแค่เดินห่างออกมาจากตรงนั้นเงียบๆ ปึก! “อ๊ะ!” ฉันหลุดเสียงร้องออกมาเล็กน้อย เมื่อฉันเดินไปชนกับใครบางคนเข้าอย่างจัง “มัวแต่เดินก้มหน้าไม่คิดจะมองทางบ้างหรือไงวะ!” เสียงทุ้มเข้มของผู้ชายตรงหน้าพูดขึ้นมาเสียงดังอย่างหงุดหงิด “ขะ...ขอโทษค่ะ” ฉันก้มหัวให้เขา แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมอง ตอนนี้สายตาของฉันจึงเห็นเพียงแค่ปลายรองเท้าของเขาเท่านั้น “จะขอโทษก็เงยหน้าขึ้นมามองหน่อย!” เขายังคงหาเรื่องที่จะต่อว่าฉันไม่หยุด แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็เงยหน้าขึ้นมองเขาช้าๆ เมื่อสายตาของฉันสบเข้ากับดวงตาคมของเขา มันก็ทำให้ฉันหายใจติดขัดไปชั่วขณะ แต่คนตรงหน้ากลับจ้องมองฉันเพียงนิ่งๆ พร้อมกับไล่สายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า “เธอเป็นคนชนฉัน เธอก็เก็บของๆ เธอเองละกันนะ...เสียเวลาชะมัด” ชายตรงหน้าพูดบอกอย่างหัวเสีย “ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับ ก่อนจะก้มลงเก็บของตัวเองอย่างว่าง่าย ถึงแม้ว่าเขาจะหน้าตาดี และดูเพอร์เฟ็กต์ทุกอย่าง แต่นิสัยของเขามันก็แย่เอาการ ถึงแม้ในหัวของฉันจะคิดตำหนิเขา แต่ฉันก็ไม่กล้าที่จะพูดโต้ตอบอะไรเขากลับไป ฉันก้มหน้าก้มตาเก็บหนังสือของตัวเอง ที่หล่นกระจัดกระจายอยู่บนพื้นมาหอบเอาไว้อีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ตัวยาวใต้ตึกคณะของตัวเอง ตลอดเวลาที่ฉันนั่งอยู่ ไม่มีใครเข้ามาพูดคุยกับฉันเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งฉันเองก็ไม่ได้เดินเข้าไปคุยกับใคร เพราะฉันเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว ฉันกวาดสายตามองเพื่อนรุ่นเดียวกัน ที่นั่งจับกลุ่มคุยอย่างสนุกสนาน พอก้มมองตัวเองที่ไม่มีใครแล้วในใจของฉันมันก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมา “เฮ้อออ~” ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ บางทีฉันก็เหนื่อยกับตัวเองที่มีนิสัยแบบนี้ ฉันอยากจะเปลี่ยนให้ตัวเองเข้มแข็ง และกล้าขึ้นมากกว่านี้ แต่...มันก็ทำไม่ได้ “น้องปีหนึ่งรวมตัวกันได้แล้วค่ะ!” รุ่นพี่ที่อยู่อีกฟากหนึ่งเดินมาตะโกนบอกรุ่นน้องที่นั่งกันอยู่ ทุกคนต่างพากันลุกเดินไปเข้าแถวตามที่รุ่นพี่บอก รวมถึงฉันเองก็ด้วย “เธอๆ ชื่อไรอ่ะ” ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉันเอื้อมมือมาสะกิดที่ไหล่ของฉันเบาๆ ฉันจึงหันไปมองเธอช้าๆ พร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาตัวเองเพื่อเป็นเชิงถาม “เธอนั่นแหละ” ผู้หญิงคนนั้นพูดตอบกลับมาพร้อมมุมปากที่กำลังยกยิ้ม ท่าทางดูเป็นคนแรงๆ ของเธอมันทำให้ฉันรู้สึกแปลกใจว่าทำไมเธอถึงอยากจะคุยกับฉัน “ชื่อโฟกัสค่ะ” ฉันตอบกลับไป เธอเองก็พยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปกระซิบกับเพื่อนที่นั่งอยู่ด้านข้างของเธอ เพราะระยะที่นั่งห่างกันมันมีมากจนเกินไป ฉันถึงได้ยินไม่ชัดว่าพวกเธอคุยอะไรกัน “ทำไมเธอใส่กระโปรงยาวจัง” เธอคนนั้นหันกลับมาถามฉันอีกครั้ง พร้อมกับแอบกลั้นขำ “ฉันก็ใส่แบบนี้ปกติอยู่แล้วค่ะ” ฉันตอบกลับ ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เข้าใจในท่าทีของเธอก็ตาม “เธออยากจะมาเป็นเพื่อนกับพวกฉันมั้ย ฉันชื่ออิงค์ ส่วนนี่นับดาว” เธอถามออกมา พร้อมกับแนะนำเพื่อนอีกคนให้ฉันได้รู้จัก ลักษณะและท่าทางของพวกเธอมันทำให้ฉันรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก “เอ่อ...ค่ะ” ฉันอยากจะปฏิเสธออกไป แต่ฉันก็ไม่กล้าที่จะพูด “ถ้างั้นเสร็จจากตรงนี้แล้ว เราไปทานข้าวด้วยกันนะ” อิงค์พูดบอกออกมา ฉันเองก็พยักหน้ารับน้อยๆ เวลาผ่านไป หลังจากที่รุ่นพี่ปล่อย ฉันก็เดินออกมาพร้อมกับอิงค์และนับดาว “พวกเธอจะไปไหนกันเหรอ” ฉันเอ่ยถามออกมา เมื่อเห็นว่าทั้งสองกำลังเดินออกจากตึกคณะ แล้วไปทางที่จะออกไปหน้ามหาลัย “พวกฉันจะไปกินข้าวกันที่ห้างน่ะ” นับดาวเป็นคนที่หันมาตอบคำถามของฉัน “กินในโรงอาหารของคณะก็ได้หนิ” ฉันพูดบอกออกไปด้วยน้ำเสียงที่ปกติ “โอ้ย! ไม่เอาหรอก ฉันไม่อยากจะไปเบียดกับใคร” นับดาวโวยออกมาเสียงดังจนฉันสะดุ้ง “โทษที” เมื่อเธอเห็นว่าฉันตกใจเธอก็พูดเสียงอ่อนลงเล็กน้อย แต่สีหน้าและแววตาของเธอมันก็เต็มไปด้วยความหงุดหงิด ที่ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าเธอจะหงุดหงิดฉันด้วยเรื่องอะไร “อย่าเรื่องมากเลยโฟกัส เธอตกลงแล้วว่าเธอจะไปเธอก็ต้องไป” อิงค์พูดออกมาบ้าง ฉันไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่าที่น้ำเสียงของเธอมันเหมือนกับเป็นการบังคับฉัน ด้วยความที่ฉันเป็นคนที่ไม่กล้าเถียง และไม่กล้าแย้งอะไรใคร ฉันจึงเดินตามพวกเธอไปอย่างเงียบๆ จนกระทั่งนั่งรถของอิงค์มาถึงที่ห้างที่พวกเธอเลือกที่จะทานข้าวที่นี่ ทั้งสองเดินนำหน้าฉันไป ก่อนที่จะเลี้ยวเข้าร้านอาหารที่ดูหรูหรามากในสายตาของฉัน หลังจากหาที่นั่งกันได้เรียบร้อย ทั้งสองคนก็เริ่มสั่งอาหารทันที ส่วนฉันเมื่อกางเมนูออกแล้วเห็นว่าอาหารแต่ละอย่างนั้นราคาค่อนข้างที่จะแพง ฉันก็ชะงักมือค้างเอาไว้ทันที ก่อนที่จะปิดเมนูเอาไว้ตามเดิม “เธอไม่กินข้าวเหรอโฟกัส” อิงค์เงยหน้าขึ้นถาม ฉันจึงส่ายหน้าไปมาพร้อมรอยยิ้มแหยๆ พวกเธอเองก็ไม่ได้ถามอะไรฉันอีก จนกระทั่งพนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟ พวกเธอก็หยิบมือถือราคาแพงขึ้นมาถ่ายรูป ก่อนที่จะลงมือทาน ส่วนฉันก็ได้แต่นั่งมองพวกเธออยู่อย่างนั้น แม้แต่น้ำแก้วเดียวฉันก็ยังไม่ได้ดื่มเลยด้วยซ้ำ “เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” นับดาวพูดขึ้นมา หลังจากที่เธอทานในส่วนของเธอเสร็จเรียบร้อยแล้ว “เธอรีบกลับหรือเปล่า” อิงค์เอ่ยถามออกมาขณะที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม “ก็รีบอยู่” ฉันตอบกลับไป เธอเองก็พยักหน้ารับ ก่อนจะกวักมือเรียกพนักงานมาเช็คบิล “ฉันปวดท้องอ่ะ เดี๋ยวฉันกลับมานะ” เธอพูดพร้อมกับคว้ากระเป๋าของตัวเองลุกเดินออกไปจากร้าน โดยที่ฉันไม่ทันได้ทักท้วงอะไร “ค่าอาหารทั้งหมดครับ” พนักงานเดินกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับบิลค่าอาหาร “ค่ะ ขอรอเพื่อนแป๊บนึงนะคะ” ฉันหันไปบอกกับพนักงาน ซึ่งเขาก็พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินกลับไป ฉันนั่งรออิงค์และนับดาวอยู่อย่างนั้นหลายสิบนาที แต่พวกเธอก็ไม่กลับเข้ามา “ขอโทษนะคะคุณลูกค้า ทานเสร็จหรือยังคะ” ผู้หญิงที่ดูจากการแต่งกายแล้วน่าจะเป็นผู้จัดการร้านเดินเข้ามาหาฉันที่โต๊ะพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ แต่ฉันก็รู้ว่าเธอถามเพราะต้องการอะไร “อ๋อเสร็จแล้วค่ะ นี่ค่ะค่าอาหาร” แล้วในที่สุดฉันก็เป็นคนที่จะต้องจ่ายค่าอาหารทั้งหมด “ทั้งหมดสองพันบาทนะคะ” เธอคนนั้นพูดบอก เมื่อเห็นว่าฉันยื่นเงินให้กับเธอเพียงแค่หนึ่งพันบาท ฉันจึงจำต้องหยิบแบงค์พันออกมาให้เธออีกใบ ก่อนจะลุกเดินออกจากร้านมา ความจริงฉันก็ไม่ได้รวยหรือมีเงินมากมายอะไรขนาดนั้น เงินที่ฉันจ่ายไปในวันนี้ก็ล้วนแล้วเป็นเงินที่ฉันจำเป็นต้องใช้จ่ายในค่ากินค่าอยู่ของเดือนนี้ทั้งนั้น ฉันเดินออกจากร้านอาหารมาเงียบๆ ก่อนจะเดินลงบันไดเลื่อนแล้วไปรอรถที่ป้ายรถเมล์ ความรู้สึกของฉันคิดว่าทั้งอิงค์และนับดาวคงไม่ย้อนกลับมาหาฉันหรอก แค่วันแรกที่เริ่มเข้าสู่มหาลัย ชีวิตของฉันมันก็เจอเรื่องแย่ๆ แล้ว ไม่รู้ว่าต่อไปนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นกับฉันอีก ฉันนั่งรอรถเมล์เป็นเวลานานหลายนาทีกว่าจะได้ขึ้นรถกลับบ้าน เพราะฉันเป็นเด็กต่างจังหวัดด้วยแหละฉันถึงไม่รู้เส้นทางมากนัก บางทีรถเมล์ที่ผ่านบ้านฉัน มันอาจจะขับผ่านไปแล้วหลายคันเพียงแต่ฉันไม่รู้ ฉันเดินไปนั่งเบาะคู่ติดริมหน้าต่างที่ว่างอยู่ ก่อนจะถอดสายตามองออกไปที่ข้างทางขณะที่รถก็เริ่มขับเคลื่อนออกตัวอย่างรวดเร็ว สักพักรถก็หยุดจอดอีกครั้ง ก่อนที่จะมีผู้คนเดินขึ้นมามากมายอย่างเบียดเสียด เพราะเป็นช่วงเวลาเลิกงานแล้ว สายตาของฉันหันไปเห็นคุณป้าคนหนึ่งที่ถือของเอาไว้ในมือมากมาย ขณะที่มืออีกข้างก็กำลังจับข้อมือเล็กของหลานสาวเอาไว้ “คุณป้าคะนั่งนี่ได้เลยค่ะ” ฉันลุกขึ้นยืนแล้วบอกกับป้าคนนั้นด้วยรอยยิ้ม เธอเองก็พยักหน้ารับนิ่งๆ โดยที่ไม่พูดขอบคุณหรืออะไรฉันสักนิด แต่ไม่เป็นไร แค่ฉันได้ช่วยเหลือคนอื่นฉันก็พอใจแล้ว ฉันจับราวด้านบนเพื่อทรงตัว ขณะที่ผู้คนก็เริ่มเบียดเสียดกันขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเวลาผ่านไปสักพัก ฉันก็รู้สึกเหมือนกับมีอะไรบางอย่างกำลังจับอยู่ที่บั้นท้ายของฉัน ก่อนที่จะลูบวนเบาๆ ซึ่งนั่นมันก็ทำให้ฉันรู้แล้วว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ฉันหันกลับไปที่ป้าคนนั้นเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เธอก็ทำแค่มองแล้วเบือนหน้าหนีเหมือนไม่อยากจะยุ่งในเรื่องนี้ ฉันกัดฟันแน่นเพื่อข่มความกลัวด้วยท่าทางที่สั่นเทา เมื่อมือหนาของบุคคลนั้นเริ่มลูบไล้ลงไปที่ต้นขาของฉันผ่านเนื้อผ้า พรึบ! “ทำเหี้ยอะไรวะ!!” เสียงผู้หญิงข้างๆ ตะโกนดังขึ้น พร้อมกับที่มือบางของเธอตะครุบมือหนาของคนที่กำลังลูบไล้ที่ต้นขาของฉันเอาไว้แน่น ทุกคนภายในรถจึงหันมามองตรงจุดที่ฉันยืนอยู่เป็นตาเดียว ฉันเองก็หันกลับไปดูคนที่ทำแบบนั้นกับฉันเหมือนกัน “ทำอะไร ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” ผู้ชายที่อยู่ในวัยกลางคน พูดออกมาเสียงละล่ำละลักเมื่อถูกจับได้คาหนังคาเขา ลุงคนนั้นพยายามที่จะชักมือของตัวเองกลับ แต่ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างฉันก็จับบีบเอาไว้แน่น จนใบหน้าของลุงเหยเกเล็กน้อย “ตอแหล! แก่จนจะเข้าโลงอยู่แล้วนะลุง ยังจะมาทำตัวมักมากในกามอีกเหรอ ก็เห็นอยู่เนี่ยว่าลุงกำลังจับก้นผู้หญิงคนนี้ มือก็ค้างอยู่เนี่ย ยังจะแถอีกเนอะ!” เธอพูดออกมาเป็นชุด พร้อมกับสายตาที่จ้องชายตรงหน้าเขม็ง ส่วนฉันเองก็ได้แต่มองอย่างสั่นๆ โดยไม่กล้าปริปากพูดอะไรออกมาเพราะยังตกใจไม่หาย “อะไรของแกเนี่ยนังหนู ก็บอกว่าไม่ได้ทำก็ไม่ได้ทำไง!” ลุงคนนั้นทำท่าหงุดหงิดออกมา ก่อนจะสะบัดข้อมือของตัวเองออก แล้วเดินเบียดตัวฉันและเธอออกไป ก่อนที่ลุงเขาจะกดออดแล้วเดินลงจากรถอย่างหนีความผิดที่ตัวเองก่อ “ป้าก็อีกคน! อยู่ใกล้กันขนาดนี้ควรที่จะช่วย! คนสมัยนี้มันเป็นอะไรกันหมดวะ” เธอหันไปพูดกับป้าที่ฉันสละที่นั่งให้เสียงดัง ก่อนที่เธอจะตวัดสายตามามองที่ฉันเป็นคนสุดท้าย “แล้วเธอล่ะ ปากไม่มีพูดหรือไง ด่ามันไปสิใครทำอะไรก็ด่ามันไปเลยอย่าไปกลัว” เธอพูดบอกฉันด้วยน้ำเสียงที่เบาลงนิดหน่อย แต่มันก็ทำให้ฉันสะดุ้ง “ขะ...ขอบคุณค่ะ” ฉันพูดออกไปอย่างตะกุกตะกักอย่างไม่กล้าโต้แย้งอะไรกับเธอ เมื่อเธอได้ยินแบบเธอก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ “อืม ทีหลังอ่ะหัดสู้คนอื่นซะบ้าง โลกนี้มันไม่เหมาะกับคนใสๆ อย่างเธอหรอก” เธอพูดบอกออกมาอีกครั้ง ฉันจึงพยักหน้ารับหงึกหงัก ขณะที่สายตาก็มองสำรวจเธอไปด้วย ดูจากการแต่งตัวเธอคงจะเรียนวิทยาลัยเทพช่างแน่ๆ บางทีอาจจะรุ่นเดียวกับฉันเลยด้วยซ้ำ “เธอชื่ออะไรเหรอ” ฉันเงยหน้าขึ้นถามเธอ เพราะตัวของเธอค่อนข้างที่จะสูงกว่าฉันหลายเท่า “เธอไม่ต้องอยากรู้จักคนอย่างฉันหรอก ฉันไปล่ะ หวังว่าถ้าเจอกันอีกเธอคงไม่ปล่อยให้ใครทำอะไรกับเธอแบบนี้อีกนะ” เธอพูดทิ้งท้ายเอาไว้ ก่อนจะเดินลงจากรถไป อย่างน้อยวันที่ฉันได้เจอกับเรื่องแย่ๆ แต่มันก็ยังมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับฉันอยู่บ้าง…ถึงจะน้อยนิดและเกือบจะไม่รอดแล้วก็ตาม

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.7K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
3.0K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook