กลายเป็นกัวชิงอี้
หลี่ชิงอี้รับรู้ถึงฝ่ามือใครบางคนปะทะใบหน้า
ดวงวิญญาณอย่างนางมีคนมาทำร้ายให้เจ็บปวดตั้งแต่เมื่อใดกัน ใช่ว่านางเฝ้ามองคนพวกนั้นด้วยความแค้นมาตลอด ผีเร่ร่อนอย่างหลี่ชิงอี้เคยลงมือทำร้ายผู้ใดก็หาไม่
หลังจากของหมั้นตำหนักบูรพาส่งมาถึงจวนสกุลหลี่ วิญญาณหลี่ชิงอี้ติดตามคนสกุลหลี่มาถึงวัดไท่อัน โดยเฉพาะหนึ่งบุรุษสตรีงามยืนเคียงคู่กัน หลี่ชิวหลันน้องสาวต่างมารดาของนาง ฉากหน้าคุณหนูรองสกุลหลี่ผู้อ่อนโยนดั่งดอกบัวขาว
ผู้ใดจะไม่ชื่นชอบสตรีท่าทางบอบบาง น่าทะนุถนอมเช่นหลี่ชิวหลันบ้าง ขนาดรัชทายาทเยี่ยหรงชงได้เห็นใบหน้าอบอุ่นของหลี่ชิวหลันครั้งเดียว เทียบหมั้นหมายทองคำแทบจะลอยมาติดหน้าประตูจวนหลี่
ช่างน่าขันนัก หลี่ชิงอี้สตรีไร้ค่าไร้ตัวตนอย่างนาง เพราะมารดาผู้ล่วงลับมีสัญญาใจกับเจิ้งฮองเฮา นางถึงได้ไปบังอาจขวางทางบุบเพด้ายแดงของหลี่ชิวหลัน
สุดท้ายถูกคนลอบทำร้ายโยนลงจากกำแพงเมือง สกุลหลี่ไม่แม้แต่จะร้องขอความเป็นธรรมให้นาง ไม่มีแม้กระทั่งพิธีศพอย่างที่คุณหนูใหญ่ควรมี
วันนี้หนึ่งบุรุษสตรีคู่ยวนยางแห่งยุคได้หมั้นหมายกันแล้ว เหลือก็แต่รอพิธีการวังหลวง รับหลี่ชิวหลันเข้าเป็นไท่เฟยตำหนักบูรพา
เงาร่างโปร่งบางเฝ้ามองดูควันธูปสีขุ่น สลับกับใบหน้าอันเปี่ยมด้วยเมตตาของพระพุทธองค์อยู่นาน ในใจร่ำร้องขอชีวิตใหม่อีกสักครั้ง นางอยากกระชากหน้ากากจอมปลอมของหลี่ชิวหลัน ยิ่งเป็นหน้ากากรัชทายาทผู้ใจดีมีเมตตาของเยี่ยหรงชง ยิ่งสมควรถูกกระชากออกมาตีแผ่นัก
ยิ่งคิดหลี่ชิงอี้ยิ่งเจ็บใจ นึกไม่ถึงพอนางกะพริบตา กลับรู้สึกเจ็บแปลบที่ใบหน้าเสียได้
“อย่ามาทำอ่อนแอต่อหน้าข้านะ เด็กสกปรกอย่างเจ้ามีโอกาสรับแขกแล้วยังแกล้งป่วย มันน่าโมโหนัก”
เสียงด่าทอกรีดแหลมดังอยู่ข้างหูหลี่ชิงอี้ “อีกเดี๋ยวไห่อ๋องจะ มาถึงแล้ว เด็กสารเลวอย่างเจ้าอยากตายนักก็ไปตายต่อหน้าไห่อ๋องโน่น อย่ามาทำให้กิจการของข้าเดือดร้อนไปด้วย”
พูดไม่พูดเปล่า สตรีใบหน้าโบกแป้งชาดหนาผู้นั้น ยังดึงเอาเส้น ผมบนหัวหลี่ชิงอี้หลุดติดมือไม่น้อย
“มาลากนางไปแต่งตัวสิ!! ยืนบื้อรออะไรกัน หรืออยากให้ข้าจับพวกเจ้าถลกหนังอีกคน”
กว่าหลี่ชิงอี้จะได้สติว่าเรื่องราวตรงหน้ามีที่มาที่ไปอย่างไร เส้น ผมบนหัวนางรวมถึงเสื้อผ้า ผลัดเปลี่ยนเป็นชุดเนื้อบางแต่งแต้มให้เหมาะสมกับฐานะนางบำเรอเรียบร้อยแล้ว
ที่นี่คือหอโคมเขียวหนึ่งเดียวในตำบลหลงกัว ติดเมืองชายแดน ฟู่โจวอันห่างไกล หลี่ชิงอี้หาใช่หลี่ชิงอี้คุณหนูใหญ่สกุลหลี่คนเดิม นางสวมร่างคืนวิญญาณมาเป็น กัวชิงอี้ บุตรสาวชาวนายากจน
บิดาเลี้ยงเอานางมาขายให้หอโคมเขียวเมื่อหลายวันก่อน ส่วนมารดาได้แต่ยืนหลั่งน้ำตามองดู ชิงอี้เข้ามาที่นี่ไม่นานก็มีเรื่องกับดาวเด่นเจ้าถิ่น เด็กน้อยถูกขังอยู่ในห้องเก็บฟืนหลายวัน อดข้าวอดน้ำทั้งยังทนหนาวเย็น มีหรือจะไม่ล้มป่วย
วันนี้หากไม่เพราะคนของไห่อ๋อง ต้องการบุปผาแรกแย้มไปให้ ผู้เป็นนาย มีหรือชิงอี้จะได้โผล่ออกมาจากขุมนรกหนาวเย็นเช่นนั้น
น่าเสียดายชีวิตสตรีผู้หนึ่งต้องมาถูกคนกลั่นแกล้งจนตายไป ในเมื่อพุทธองค์ตอบรับคำขอมีชีวิตใหม่ของหลี่ชิงอี้ นางจะใช้ชีวิตใหม่ที่ได้มาให้ดี
“...เหอะ!!....หญิงชาวบ้านอย่างเจ้า มีค่าก็แค่เป็นบุปผาแรกแย้มเท่านั้น ไห่อ๋องสูงศักดิ์เย่อหยิ่งที่สำคัญโหดร้ายบ้าคลั่ง ผู้ใดบ้างไม่รู้เรื่องรอดูเอาเถอะวันพรุ่งนี้เจ้าคงเหลือกลับมาแต่ร่างไร้วิญญาณแล้ว”
น้ำเสียงเย้ยหยันของดาวเด่นอย่างอวิ๋นฮวา หากเป็นชิงอี้คนเดิมคงเบิกตาถลนเข้าไปทวงถามกันไปข้าง ส่วนหลี่ชิงอี้คุณหนูใหญ่จวนหลี่อย่างนาง ลำพังบ่าวรับใช้ข้างกายยังมากฝีมือกว่าอวิ๋นฮวาเป็นไหนๆ
“ข้าก็นึกว่าเสียงคุณหนูสูงส่งมาจากที่ใด ที่แท้ก็อวิ๋นฮวาคนไร้พรหมจรรย์นี่เอง”
“นี่เจ้า!! กล้าด่าข้าเรอะ”
ไม่ทันที่อวิ๋นฮวาจะถลาเข้าใส่ชิงอี้เหมือนเคยทำ ปลายเท้าบอบ บางกระแทกเข้าช่วงหัวเข่าแม่นางอวิ๋นฮวาเต็มแรง เงาร่างดาวเด่นร่วงลงไปกองกับพื้น
“เตือนเจ้าเอาไว้ก่อน ข้าเป็นคนที่ไห่อ๋องต้องการตัว จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ตราบใดที่ข้างนอกคนของไห่อ๋องยังรอข้าอยู่ สตรีมีค่าแค่ราคาแป้งชาดบนหน้าอย่างเจ้า จะมาหาเรื่องข้าก็จงคิดให้ดีเถอะ”
“...เหอะ!!...คำก็ไห่อ๋อง สองคำก็ไห่อ๋อง ผู้ใดไม่รู้บ้างว่าไห่อ๋องเป็นทรราชฆ่าคนตาไม่กะพริบ น้ำหน้าคนชั้นต่ำอย่างเจ้าหวังจะบินขึ้นฟ้าฝันไปเถอะ” อวิ๋นฮวาเงื้อมือเตรียมกระชากชายเสื้อชิงอี้ ปลายเท้าบอบบางง้างท่ารอเหยียบอยู่เช่นกัน
“พวกเจ้ามีเรื่องอะไรกัน ชิงอี้เจ้ายังไม่รีบไปอีก อยากให้ข้าถลกหนังเจ้าอีกรอบหรือ”
“ถามนางสิว่ามีเรื่องอะไร” หลี่ชิงอี้เชิดหน้า “อีกอย่างคนของหอโคมเขียวดูหมิ่นไห่อ๋อง คิดเหรอว่าข้าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปทูลไห่อ๋องเพื่อเอาหน้า จะอย่างไรไห่อ๋องเป็นโอรสอดีตฮ่องเต้ ใช่คนที่สตรีหอโคมเขียวจะดูหมิ่นได้เช่นนี้”
“ชิงอี้เจ้าพูดอะไรของเจ้า” สตรีพอกแป้งชาดเหลืองเริ่มสีหน้าไม่สู้ดีบ้างแล้ว
ไห่อ๋องเป็นชนชั้นสูงเป็นโอรสอดีตฮ่องเต้ อีกทั้งยังมีฐานะเป็นแม่ทัพแดนประจิม ฆ่าคนเป็นผักปลา ทัพเหลียวเมื่อหลายปีก่อนถึงขนาดยอมแพ้ มอบเมืองหน้าด่านกับองค์หญิงให้เป็นบรรณาการแล้ว ยังถูกไห่อ๋องตามล่าสังหารลบชื่อจากแผ่นดิน
“นางกล้าข่มขู่เหนียงเหนียง ต้องสั่งสอนนางนะเจ้าคะ”
“เอาสิหากข้ามีแผลอีก แล้วไห่อ๋องถามขึ้นมาข้าจะพูดให้หมด”
“นังเด็กสารเลว”
ไม่ทันที่เหนียงเหนียงจะลงมือกับชิงอี้เพิ่ม เสียงกระแทกด้ามกระบี่เข้ากับพื้นดังกังวาน ดวงหน้าองครักษ์ฉาบไว้ด้วยความเย็นชาหนาสามชั้นจ้องมอง
“ผู้ใดคือสตรีที่เตรียมไว้ให้ท่านอ๋อง”
“...เอ่อ....เรียนใต้เท้า เป็นนางเจ้าค่ะ” เหนียงเหนียงหอโคมเขียวไม่อาจทนกลิ่นอายฆ่าฟันของทหารเจนศึกเช่นนี้ สองขานางคล้ายจะสิ้นเรี่ยวแรง
“ตามมา”
หลี่ชิงอี้ปรายหางตามองดูสีหน้าเจ็บแค้นของเหนียงเหนียงกับ อวิ๋นฮวา จิตใจด้านชาของนางเบิกบานไม่น้อย สีหน้าเจ็บแค้นจนอยากไปตายเช่นนี้ นางอยากเห็นจากหลี่ชิวหลันเช่นกัน
“ปิดตาเจ้าไว้ ไม่อนุญาตให้มองข้างทาง”
สิ้นเสียงเยือกเย็นขององครักษ์คนเมื่อครู่ ผ้าม่านหนาหนักด้านหน้าปิดลงทันที รถม้าธรรมดาเตรียมออกเดินทาง หลี่ชิงอี้กลับเปิดม่านยื่นมือออกไปจิ้มหัวไหล่กำยำ ดวงหน้าเครียดเขม็งหันหน้ามาถลึงตาใส่นาง คมกระบี่ชักออกจากฝักห่างจากปลายนิ้วหลี่ชิงอี้ชุ่นเดียว
“อยากตายเรอะ”
“ข้าไม่มีผ้าปิดตาเจ้าค่ะ”
อู้หลินพ่นลมหายใจอย่างแรง ก่อนจะโยนผ้าเนื้อหยาบผืนหนึ่งเข้าไปในรถม้า
“อย่าได้เอามือเจ้าแตะต้องมั่วซั่ว”
“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
เมื่อครู่เขามองดูสตรีผู้นี้ตบตีผู้อื่น ทั้งยังกล้าเอาท่านอ๋องมาข่มคน ชั่วขณะที่ปลายกระบี่ชักออกจากฝัก นางไม่แม้แต่จะกะพริบตา นับว่าใจกล้าไม่น้อย รอยนิ้วมือบนหัวไหล่คล้ายร้อนวูบขึ้นมา
………………………………………………………..
อย่าลืมกดติดตาม กดหัวใจ เพิ่มเข้าชั้น
เป็นกำลังใจให้กันนะคะ จุ้ฟๆ ❤️