บทที่ 3.

2404 Words
หกปีก่อน “ คลีโอสวยไหมลูก พ่อซื้อมาฝากจากอเมริกา ” พ่อชูตุ๊กตาคิตตี้ตัวโต และเดินเข้ามาหาฉันกับแม่ นั่งลงข้างๆ ฉัน เอาแขนกอดคอฉันไว้หลวมๆ ฉันกับแม่กำลังรอท่านกลับมา และฉันกำลังรอของฝาก เพราะท่านมักจะเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ ฉันมองไปที่รถพ่อ ที่มักจะมีผู้ชายตัวโตๆ ใส่ชุดสูธสีดำ มาส่งเสมอ ถ้าพ่อค้างกับเราเขาก็จะกลับไป แม่บอกว่าธุรกิจที่พ่อทำใหญ่มากต้องมีบอดี้การ์ด ฉันไม่ค่อยสนใจหรอก สนใจแต่ของฝากเท่านั้น “ พ่ออ่ะ หนูไม่ชอบคิตตี้ หนูอยากได้ เฮลิคอปเตอร์ บังคับ เหมือนพวกฟาโรห์ ไนท์ ปริ้น แล้วก็ ทรีโอเซ็ง!! อุตส่าห์รอ ” ฉันบ่นหน้างอ “ หนูเป็นผู้หญิงนะลูก ทำไมชอบเล่นอะไรแบบนั้น” “ หนูไม่อยากเป็นผู้หญิง หนูอยากเป็นผู้ชาย คอยดูนะ โตขึ้นหนูจะตัดมดลูกออก” “ ใครสอนให้พูดแบบนี้! ” ดูพ่อตกใจกับคำพูด ของเด็กอายุสิบสอง “ หนูคิดเอง…เป็นผู้หญิงน่าเบื่อจะตายไป ” ฉันเบะปากประกอบ “ ทำไมคุณถึงชอบให้ลูกไปเล่นกับเด็กผู้ชายนะ เห็นไหม ” พ่อหันไปดุแม่ แม่ได้แต่ยิ้มๆ ก่อนพูดว่า “ ลูกจะได้เข้มแข็ง ได้เล่น ได้ออกกำลังกายกับพวกฟาโรห์ สักวันโรคหัวใจที่ลูกเป็นอาจจะหายได้ ” แม่พูดเสียงนุ่ม อ่อนหวานกับพ่อเสมอ พ่อจึงพูดกับแม่เสียงอ่อนลง “ ทำอย่างอื่นก็ได้นี่นา ” “ ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะคุณ ฟาโรห์ ไนท์ ปริ้น แล้วก็ ทรีโอ เราก็เห็นพวกแกมาตั้งแต่เด็กๆ บ้านก็อยู่ระแวกเดียวกัน สนิทกันทั้งนั้น ” แม่พูดถึงเพื่อนรักทั้งสี่คน เราห้าคนเคยดื่มน้ำสาบาน เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เรียนอนุบาล ปริ้นเป็นคนออกความคิดนี้ จนถึงทุกวันนี้ ฉันยังไม่รู้เลยว่า มันให้ฉันดื่มน้ำอะไรเข้าไป รสชาติแปลกๆ ถามก็ไม่ยอมบอก “ แต่ลูกเราเป็นผู้หญิง พวกนั้นเป็นเด็กผู้ชายทั้งนั้น กำลังโตด้วย ” “ ช่างเถอะค่ะคุณ ” “ ไหนจะทรงผมอีก ใครตัดให้น่ะ...ทำไมไม่ตัดสกินเฮดไปเลยล่ะ ” พ่อพูดประชด “ หนูตัดเอง หนูก็คิดอยู่ ว่าอยากให้มันสั้นกว่านี้ ” “ เฮ้ย..พ่อพูดเล่น โธ่ลูกพ่อ...พ่ออยากเห็นหนูไว้ผมยาว ใส่กระโปรงน่ารักๆ เหมือนเด็กผู้หญิงบ้าง ไม่ใช่ผมสั้นจู๋เป็นทอมบอยแบบนี้ ” “ หนูเป็นผู้ชาย! หนูไม่ใช่ทอมบอย! ” ฉันเริ่มเสียงดัง เมื่อถูกพ่อขัดใจ “ เฮ่อ!! ผู้ชายก็ผู้ชาย ” พ่อได้แต่ส่ายหน้า คงกลัวว่าฉันจะเครียด และโรคหัวใจที่เป็นอยู่อาจจะกำเริบ “ โตขึ้น บวชให้พ่อด้วยก็แล้วกัน” “ หนู...ไม่อยากพูดกับพ่อแล้ว แล้วไอ้ตุ๊กตาคิดตี้นี่หนูก็ไม่เอา พ่อจะเอาไปให้ใครก็เอาไปเถอะ ” ฉันสะบัดก้นงอน เอ๊ะ!!ไหนว่าเป็นผู้ชายไง แม่หัวเราะฉันกับพ่อ ที่มักจะคุยกันแบบนี้เสมอ “ หนูจะออกไปเล่นเฮลิคอปเตอร์บังคับ กับฟาโรห์ที่บ้านนะคะ เอ้ย!นะฮะแม่ ” แม่พยักหน้าอนุญาต พ่อได้แต่ส่ายหน้า การเล่นเฮลิคอปเตอร์บังคับ เป็นสิ่งหนึ่งที่ฉันทำได้ สนุกโดยที่ไม่ต้องใช้แรงมาก ฉันเดินเข้าบ้านฟาโรห์ที่อยู่ติดกัน บ้านของเขาใหญ่กว่า เนื้อที่กว้างกว่า เพราะพ่อเขาเป็นเจ้าของธุรกิจ และเป็นเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรแห่งนี้ พ่อของเขาเป็นลูกครึ่งฝรั่งเศสรวยมากๆ แม่เป็นคนไทย เขาจึงมีหน้าตาเหมือนๆ พ่อ ตาสีน้ำตาล คมกริบ ตอนนี้หล่อมากๆ โตขึ้นน่าจะหล่อกว่านี้ ปริ้น พ่อเป็นคนญี่ปุ่น แม่เป็นคนไทยหล่อแบบตี๋ๆ ใจดีกับฉันที่สุด ไนท์ พ่อของเขาเป็นคนสเปน แม่เป็นลูกครึ่งไทยเสปน ความหล่อสูสีกับฟาโรห์ แต่สีผิวไนท์จะคล้ำกว่า ส่วนทรีโอเกาหลีมากแต่ตาสองชั้น พ่อเป็นคนเกาหลี เขาอยู่กับแม่เลี้ยงที่เป็นคนไทย ในหมู่บ้านที่ฉันอยู่นี่ฐานะดี ส่วนใหญ่จะมีธุรกิจส่วนตัวกันทั้งนั้น ทุกคนล้วนแต่เป็นลูกครึ่งลูกเสี้ยวทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่ฉันเอง พ่อเป็นคนอเมริกาแม่เป็นคนไทย พ่อพูดไทยชัดมากแต่บางครั้ง ก็พูดอังกฤษกับฉันบ้าง แม่ฉันและแม่ของฟาโรห์ค่อนข้างสนิทกัน ตั้งชื่อลูกก็ยังคู่กันอีก ฟาโรห์-คลีโอ มันมาจากคำว่าคลีโอพัฒตรานั่นแหละ ส่วนพวกไนท์ ปริ้น แล้วก็ ทรีโอก็อยู่ใกล้กัน แต่คนละซอย เราทุกคนโตมาพร้อมๆ กัน ฉันรู้จักพวกเขาตอนเรียนอนุบาลเดียวกัน ฟาโรห์ ไนท์ ปริ้น แล้วก็ ทรีโอน่ะ พวกนี้ เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เล็กๆ ส่วนฉัน ไม่ค่อยได้ออกไปเล่นกับใคร เพราะไม่ค่อยแข็งแรง แม้แต่อีตาฟาโรห์ มันก็ไม่ยอมเล่นกับฉัน มันชอบว่าฉันขี้โรค ฮึ่ย!!เจ็บใจนัก แต่ฉันก็ไม่เคยละความพยายาม ที่จะเป็นเพื่อนกับพวกเขา เพราะละแวกนี้ ตัวเองไม่มีเพื่อนเล่นสักคนตั้งแต่อนุบาล หลังจากที่พวกเขายอมรับฉันเป็นเพื่อน เราก็สนิทกันเรื่อยมา ถ้าขาดใครไปสักคน คงรู้สึกแปลกๆ พอพวกเขารู้ว่าฉันไม่ค่อยแข็งแรง เป็นโรคหัวใจตั้งแต่เกิด เล่นอะไรหนักๆ ไม่ได้ พวกเขาก็จะหาอะไรที่เบาๆมาให้เล่น เช่น เล่นเกมส์ด้วยกัน วาดรูป เล่นดนตรีโดยให้ฉันเป็นคนเล่นคีย์บอร์ด ฟาโรห์ชอบตีกลอง ไอ้บ้านี่มันโรคจิต บ้าพลัง ไนท์เล่นกีต้าร์ ปริ้นเล่นกีต้าร์เบส ที่ขาดไม่ได้น่าจะเป็นนักร้อง ทรีโอนั่นเอง เขาร้องเพลงเก่งมากๆ เราใช้ห้องๆ หนึ่งที่บ้านของฟาโรห์ เป็นที่ซ้อมเล่นกันเป็นประจำ แต่ก่อนจะมาตั้งวงเล่นกันเอง เราไปเรียนเบื้องต้นกันมาก่อน และท้ายสุดนี้ คือการเล่นเครื่องบินบังคับ ฉันรักพวกสี่ยอดกุมารของฉันจังเลย ....โดยเฉพาะฟาโรห์ ฉันจะสนิทกับเขาที่สุด เพราะเราบ้านอยู่ติดกัน จึงได้พบกันบ่อยๆ ถึงแม้เขาจะปากเสีย ชอบว่าฉันต่างๆ นาๆ แต่ฉันรู้ว่าใจเขาเป็นอย่างไร ฉันยิ้มได้ทุกครั้งที่คิดถึงพวกเขา สี่ยอดกุมาร ฉันเอามือลูบชายผมตัวเอง ที่ต้นคอด้านหลัง รู้สึกภูมิใจ กับฝีมือของตัวเอง เพราะปกติ ช่างตัดผมเขาตัดผมของตัวเองไม่ค่อยได้ แต่สำหรับฉัน ถ้าไม่หัดตัดผมตัวเอง ทรงนี้แม่คงไม่ยอมตัดให้ พรสวรรค์อันนี้ ฉันได้มาจากแม่ แม่เป็นช่างตัดผมฝีมือดี มีร้านตัดผมที่ใหญ่ที่สุด อยู่ในห้างดังแห่งหนึ่ง เท่าที่จำความได้เปิดมาหลายปีแล้ว ฉันจะไปร้านกับแม่บ่อยๆ เวลาแม่และพี่ๆ ลูกจ้าง ทำผมหรือเสริมสวยให้ลูกค้า จะคอยแอบดู บางทีก็ลักจำ จริงๆ แล้วฉันก็สามารถตัดผมให้ลูกค้าได้นะ แต่เสียดายที่ไม่มีใครยอมมาเป็นหุ่นให้ นอกจาก สี่ยอดกุมารพวกนี้ ฉันแอบจับกรรไกรตัดผมตั้งแต่อยู่ ป.5 และหนูทดลองหัวแรกๆ ของฉันก็คือ ไอ้พวกสี่ยอดกุมารนั่นเอง เหอๆๆๆ นึกถึงตอนวันนั้นก็อดขำไม่ได้ ฉันตัดผมพวกมันแหว่ง โดนด่าจนต้องหนีหน้าไปหลายวัน และวันนี้ฉันพกกรรไกรมาด้วย เห็นพวกสี่ยอดกุมาร กำลังนั่งอยู่รวมกันใต้ร่มไม้ข้างสนามหญ้า “ พวกแกน่ะ ผมยาวกันแล้วนะ มาฉันจะตัดให้พวกแกเอง ” ฉันล้วงกรรไกรออกมา แล้วก้าวฉับๆ เข้าไปหาพวกเพื่อนสี่ยอดกุมาร ที่กำลังนั่งพักใต้ต้นไม้ หลังจากเหนื่อยจากการ เตะฟุตบอลเล่นกันกลางสนามหญ้า บ้านของฟาโรห์ อะไรๆ ก็บ้านฟาโรห์ เหตุผลก็คือ พวกนี้ไม่อยากให้ฉันไปเล่นไกล บ้านของฟาโรห์จึงมีทุกอย่าง “ ม่ายยย...ฉันไม่ตัดกับยัยขี้โรคอย่างเธอหรอก คราวที่แล้วยอมไปที แหว่งจนช่างต้องแก้แย่เลย ” นี่เป็นคำพูดของใครไปไม่ได้นอกจากฟาโรห์ “ ฉันด้วย ” ไนท์ “ ฉันเหมือนกัน ” ปริ้น “ ฉันก็...ม่ายยย ” ทรีโอ ทุกคนส่ายหน้ากันหมดเลยอ้า... “...^_^.....” ฉันเอง “ โอ๊ย!! ” ฉันเอามือกุมหน้าอก ทรุดตัวนั่งลงไปที่พื้น สีหน้าแสดงความเจ็บปวดออกมา เมื่อไม่ได้อย่างใจ ฉันรู้เมื่อทำแบบนี้ ทุกคนก็ต้องยอมฉัน เพราะทุกคนห่วงใย จนฉันนำมันมาเป็นจุดอ่อนของพวกเขา ฉันนี่เลวจริงๆ เลย ที่ล้อเล่นกับความรู้สึกของเพื่อน แต่ฉันรู้สึกดีนี่นา จริงๆ ไนท์ ปริ้น ทรีโอ พากันกรูเข้ามาพยุงฉัน ส่วนฟาโรห์ ยืนกอดอกเฉย แถมยังยกมุมปาก เหมือนไม่เชื่อ “ เป็นไงมั่ง ยาล่ะอยู่ไหน....ทรีโอดูยาที่กระเป๋าคลีโอสิ ” ไนท์ คนที่แสนดี เขาใจดี คอยห่วงใยฉันเสมอ “ ไม่เป็นไร ๆ นั่งสักพักก็หาย ” ฉันโบกมือห้าม ก็ฉันแกล้งทำ ฉันกำลังเรียกร้องความสนใจ และต้องการให้ทุกคนตามใจจริงๆ “ พอไม่ได้อย่างใจ ก็เป็นแบบนี้ทุกที ” ไอ้ฟาโรห์ปากเสีย มันว่าฉันอีกแล้ว “ ฟาโรห์ว่าฉันอ่ะปริ้น ” “ เฮ้ย!!ไอ้ฟาร์ แกอ่ะหุบปากไปเลย ” ปริ้นคนขี้เล่น เขามักจะชอบพูด ชอบคุย คุยสนุก เวลาอยู่ด้วยแล้วไม่เหงา “ ยัยนี่ชอบแกล้ง เรียกร้องความสนใจ...เชอะ! ” ปี๊ด!! เส้นเลือดพุ่ง...มันรู้ทัน .มันไม่น่าอยู่บ้านติดฉันเลย ให้ตาย ....ตอนนี้เริ่มรู้สึก หายใจไม่ออกขึ้นมาจริงๆ แล้ว เพราะคำพูดของฟาโรห์ หรือเพราะร่างกายของฉันมันไม่ดีเอง ช่วงหลังแม้ไม่ทำอะไรหนัก ก็จะเกิดอาการแบบนี้บ่อยขึ้น ฉันกำเสื้อบริเวณหน้าอกแน่น ใช้กำปั้นกดเอาไว้ ทั้งๆ ที่มันช่วยอะไรไม่ได้ โรคหัวใจกำลังกำเริบขึ้นมาจริงๆ แล้ว เจ็บหน้าอก ใจสั่น หายใจไม่ออก ปวดเหมือนมีใครเอาเข็มสิบๆ เล่มมาแทง ปวดร้าวจนน้ำตาไหล ฉันใช้หลังนิ้วปาดน้ำ ที่รู้สึกว่ามันกำลังไหลออกมาทางจมูก ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมครั้งนี้ มีอะไรไหลออกมาจากทางจมูกด้วย และมันกำลังหยดลงมาที่กลางอกเสื้อ.... เลือด!!กำเดา ทุกคนตกใจที่เห็นเลือด ที่มันกำลังไหลออกมาจากจมูก ฟาโรห์รีบถอดเสื้อของเขา เอามาซับเลือดที่กำลังไหลไม่หยุด “ เฮ้ย!!คลีโอ ยา ยา อยู่ไหนน่ะ แล้วเลือดนี่... ” ทรีโอละล่ำละลักถาม พร้อมกับล้วงยาในกระเป๋ากางเกง ที่ฉันพกติดตัวไว้เป็นประจำ ไนท์วิ่งไปหยิบขวดน้ำที่พิงไว้ตรงโคนต้นไม้ส่งมาให้ ปริ๊นเป็นคนประคองฉันไว้ ส่วนฟาโรห์ ตอนนี้ หน้าซีดเป็นไก่ต้ม “ ฉันขอโทษนะ ไม่คิดว่าเธอจะเป็นจริงๆ ” ฟาโรห์ เขาเป็นโรคแพ้น้ำตา ฉันรู้ ถ้าฉันร้องไห้ เขาจะทนไม่ได้ แต่ด้วยความที่เป็นคนปากเสีย บางครั้งชอบพูดให้เจ็บบ่อยๆ โรคจิตชัดๆ “ กินยาก่อน ” ฟาโรห์ รับยามาจากทรีโอ เขาส่งยาเข้าปากให้ฉันเอง ฉันนั่งหลับตา พิงต้นไม้สักพัก อาการเริ่มดีขึ้น พอลืมตาก็เห็นพวกเพื่อนๆ สี่ยอดกุมาร นั่งล้อมไว้ รอดูอาการด้วยความเป็นห่วง นี่คือผลของการโกหกหรือไง “ขอบใจนะ ขอบใจพวกนายมาก ” ฉันใช้นิ้วมือถูไป บริเวณเหนือริมฝีปาก เลือดหยุดไหลแล้ว เพราะเสื้อของฟาโรห์ ตอนนี้เขาไม่ได้ใส่เสื้อ ฉันยิ้มแหยๆ เหนื่อยเหลือเกิน ยาที่กินอยู่ตอนนี้ เหมือนจะเอาไม่อยู่แล้ว “ ทำไมครั้งนี้มีเลือดด้วยล่ะคลีโอ ” ปริ้นถามด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดี คนอื่นๆ รอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ “ ฉัน...ไม่รู้สิ เลือดกำเดามั้ง ตอนนี้ไม่มีแรง แม้แต่จะหายใจ บนโลกนี้ เหลือที่ให้ฉันยืนน้อยเต็มที ” ฉันพูดเบาๆ พร้อมกับหอบไปด้วย “ ไม่นะ!! เธอจะต้องอยู่กับพวกเราตลอดไป เธอจะไม่ทิ้งพวกเราใช่ไหมคลีโอ ฮื่อๆๆ ไหนเธอสัญญาว่าเราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไปไง ” ทรีโอกอดฉันไว้ ร้องไห้ไปด้วย ไม่รังเกียจเลือด ที่อยู่บนเสื้อของฉันแม้แต่น้อย ฉันเบือนหน้าหนีทุกคนที่ดูซึมไปหมด ไม่เว้นแม้แต่คนปากดีอย่างฟาโรห์ ฉัน ฝืนยิ้มออกมา ไม่อยากให้บรรยากาศเศร้าไปมากกว่านี้ “ ไอ้พวกบ้า!!ทรีโอนี่ ขี้แยไปได้ เราเป็นผู้ชายนะโว๊ย! ผู้ชายที่ไหนเขาร้องไห้กัน ”ฉันใช้มือยันหน้าทรีโอ ฉันเกลียดสีหน้าของพวกมัน เวลาที่ทุกคนทำท่าเหมือนจะตายตามฉันไปด้วย “ พวกนายอย่าบอกแม่นะ คงเป็นเลือดกำเดาธรรมดา ” “ อืม....เราจะไม่บอกแม่เธอ แต่ตัดผมให้ฉันหน่อยสิ ” ไนท์ เป็นคนพูดแทรกขึ้นมา ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าๆ นั่นสิลืมความตั้งใจไปเลย “ ฉันด้วย ” ปริ้น “ ฉันก็เหมือนกัน ” ทรีโอ ฉันมองไปที่ฟาโรห์ ดูว่าเขาจะพูดอะไรบ้าง “ ฉันด้วยก็ได้ คราวนี้อย่าให้แหว่งแล้วกัน ถ้าแหว่งอีกนะ ฉันจะฆ่าเธอ! ” ฟาโรห์จอมโหดอีกตามเคย ฉันยิ้มออก เมื่อทุกคนยอมนั่งนิ่งๆ เป็นหุ่นให้ พอตัดเสร็จ ฉันก็เอากระจกให้พวกเขาส่องดูหน้าตัวเอง คราวนี้สี่ยอดกุมารล้วนพอใจ กับฝีมือการตัดผมของฉัน ไม่ยักถามทรงผมทรงใหม่ของฉัน ที่สั้นกว่าเดิม ดูอีกทีก็คล้ายๆ พวกเขา “ ฉันตัดผมให้พวกนายสุดฝีมือ พวกนายโชคดีนะเนี่ย ที่ได้ตัดผมกับมืออาชีพอย่างฉัน ในอนาคต ฉันจะเป็นช่างตัดผมที่เก่งที่สุด อายุน้อยที่สุด และหล่อที่สุด เฮอะๆๆๆ ” “ .o_o ” ฟาโรห์ “ .o_o..” ไนท์ “ o_o ” ปริ้น “.o_o ” ทรีโอ ทำไมทุกคนทำหน้าเหมือนกันหมด ฉันพูดอะไรผิดอีกหรือไง!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD