“คุณหนูของอ่อนไม่ต้องทำแล้วค่ะ มาให้นมอ่อนขัดผิวให้นะคะ”
แม่นมเข้ามาจับมือบางที่กำลังล้างจานอยู่ในครัวให้วางลง ล้างน้ำเปล่าจนสะอาด
“ขัดผิวไปทำไมคะ”
“โธ่ อีกหนึ่งเดือนก็จะเป็นเจ้าสาวแล้วนี่คะ ถึงไม่เข้าสปาก็ต้องสวยพร้อมอย่าให้ใครเขามาว่าเอาได้ว่าหน้าเมือก”
“หน้าเมือกก็ดีสิคะพี่วาจะได้ยกเลิกงานแต่ง”
“ยัยเกี๊ยวนี่พูดอะไรระวังปากหน่อย”
คุณทักษอรเดินเข้ามาให้ครัวทันได้ยินพอดี ลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้านจึงถูกดุตามระเบียบ
“คุณแม่เปลี่ยนใจไม่ได้เหรอคะ ถ้าเราขายบ้านหลังนี้แล้วเอาเงินไปใช้หนี้…ธุรกิจร้านอาหารของเกี๊ยวก็กำลังไปได้ดีเราน่าจะอยู่ได้อย่างสบายเลยนะคะ”
“เราพูดเรื่องนี้กันแล้วนะเกี๊ยว อย่าดื้อสิอยากเห็นพ่อแม่ตกเป็นขี้ปากชาวบ้านหรือไง”
“เราก็หนีไปอยู่ที่อื่นให้ไกลจากคนที่เรารู้จักสิคะ เกี๊ยวรับรองพ่อกับแม่และนมอ่อนไม่ลำบากแน่นอนค่ะ”
กณิสราเข้ามาอ้อนวอนผู้เป็นแม่อีกครั้ง จับมือบุพการีไว้แน่น
“แล้วตาวาเขาไม่ดียังไง เกี๊ยวลองบอกแม่สิ”
“เกี๊ยวแค่ไม่ได้รักเขา”
“แต่เราก็คบกับเขามาสามปีแล้วนะ จะมาเป็นเจ้าสาวกลัวฝนอะไรตอนนี้”
“เกี๊ยวไม่แน่ใจ”
“ลูกสาวของแม่สวยที่สุดและจะเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุดเชื่อแม่สิ”
“ค่ะ…”
กณิสรารับปากอย่างไม่เต็มเสียงมากนัก แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกันถึงได้รู้สึกว่าฉัตรชวาคนนี้ไม่ใช่คนที่หัวใจของเธอบอกว่ารักในวันที่รอดชีวิตตื่นขึ้นมาจากการจมน้ำในวัยเด็ก…แววตามันไม่ใช่
“ให้นมอ่อนช่วยเลือกชุดนะวันนี้ตาวาจะมารับเราไปดินเนอร์”
“แต่เกี๊ยวทานข้าวเย็นไปแล้วนะคะ”
“ไปจิบไวน์เป็นเพื่อนพี่เขาหน่อยก็ได้”
“ไปค่ะคุณหนูของอ่อน”
นมอ่อนดึงมือของหญิงสาวให้เดินตามขึ้นไปบนห้องแล้วปิดประตูลงกลอน
“คุณเกี๊ยวอยากใส่สีไหนเป็นพิเศษไหมคะ”
“ไม่ไปได้ไหมคะ เกี๊ยวปวดท้อง”
กณิสราเดินออกจากโซนตู้เสื้อผ้าแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง
“ลองคุยกับคุณวาอีกทีดีไหมคะ เผื่อคุณวาจะเปลี่ยนใจ”
“ไม่มีทางหรอกค่ะ พี่วาอยากจะกินเกี๊ยวจะตาย”
“กินเกี๊ยว?”
“ใช่ค่ะ กินเกี๊ยว”
“ว้ายตายแล้ว คุณเกี๊ยวพูดอะไรออกมา”
นมอ่อนยกมือทาบปาก ใบหน้าตกใจ
“ก็มันจริงนี่ค่ะ เจอกันทีไรก็ขอมีเซ็กซ์ด้วยทุกที”
หญิงสาวเอ่ยอย่างเหนื่อยใจถ้าเป็นคู่รักปกติการมีเพศสัมพันธ์คงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับเธอที่ไม่ได้รักว่าที่เจ้าบ่าวจึงไม่โอนอ่อนตามไปโดยง่าย
“เอายังไงดีคะ”
“นมอ่อนไม่ต้องเครียดไปค่ะ เกี๊ยวเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว”
ถ้าคืนวันแต่งงานมาถึงและเธอยังทำใจยอมรับไปกับความสัมพันธ์สวาทนั้นไม่ได้ ยานอนหลับที่แอบซื้อจะมาถูกใส่เข้าปากในทันที ชุดแต่งงานสองชิ้นขอบกระโปรงสีขาวฟูฟ่องใช้เป็นที่เก็บชั้นดี ในเมื่อเธอได้ทำหน้าที่ของลูกสาวแล้ว พ่อกับแม่ไม่มีหนี้และสินสอดอีกนับสิบล้านก็จะทำให้บุพการีอยู่อย่างสุขสบายในบั้นปลายชีวิต กณิสราก็ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วงอีกต่อไป
…จะว่าเธอเห็นแก่ตัวก็ได้
“คุณเกี๊ยวคะ คุณเกี๊ยว”
เมื่อเห็นท่าทีเหม่อลอยนมอ่อนก็เข้ามาสะกิดให้รู้สึกตัว
“…ม มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“คุณเกี๊ยวคิดอะไรอยู่คะ”
“เปล่าคะ เราไปเลือกชุดกันดีกว่า”
กณิสรายิ้มรับก่อนจะเดินกลับไปที่เดิม ตู้เสื้อผ้าถูกเปิดออกอีกครั้งเธอเลือกชุดเดรสสีน้ำตาลไหม้ขึ้นมาใส่
“มันจะดีเหรอคะ อยู่ในที่มืดคิดว่าเป็นสีดำไม่เป็นมงคลสำหรับงานแต่งเลย”
“ถ้าคนเรารักกันสีไหนก็มงคลทั้งนั้นแหละค่ะ”
“เอาก็เอาค่ะ นมอ่อนช่วยรูดซิปนะคะ”
กณิสรายืนตัวตรง ยิ้มฝืนให้ตัวเองในกระจกสะท้อนเงา
…อย่างน้อยที่สุดฉัตรชวาก็ดีกับครอบครัวของเธอตลอดมา…
หญิงสาวปลอบใจตัวเองแบบนั้น ติดก็แค่ความรักที่เธอไม่มั่นใจว่าใช่เขา
“น้องเกี๊ยวอยากทานอะไรดีคะ…อาหารอิตาเลียนไหมขากลับจะได้ซื้อลาซานญ่าของโปรดคุณแม่น้องเกี๊ยวกลับไปฝากท่านด้วย ทิรามิสุที่คุณพ่อน้องเกี๊ยวชอบก็มี”
เวลาอารมณ์ดีฉัตรชวาจะลงท้ายด้วย ‘คะ’ กับเธอเสมอ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยโกรธเธอเลยสักครั้ง มีแต่ตามใจเสียมากกว่า
“อะไรก็ได้ค่ะ เกี๊ยวทานข้าวมาแล้วแค่ของว่างก็พอค่ะ”
“งั้นบนดาดฟ้าที่โรงแรมใกล้ๆ คอนโดพี่มีร้านนั่งสบายรับลมเย็นเกี๊ยวสนใจไหม”
“เราตกลงกันแล้วนะคะ”
“พี่ก็ไม่ได้จะทำอะไรเกี๊ยวสักหน่อยอีกแค่เดือนเดียวเองพี่อดใจไหว”
“งั้นก็ได้ค่ะ”
กณิสรายิ้มรับอย่างไม่เต็มใจมากนัก อยากรีบทานแล้วก็รีบกลับบ้าน
“แล้วร้านอาหารของเกี๊ยวเป็นไงบ้าง”
“ก็ดีค่ะ ลูกค้าเข้าเยอะพออยู่ได้”
“ถ้าแต่งงานกันแล้วพี่จะจ้างเซฟมายืนหน้าเตาแทนเกี๊ยว เมียของพี่จะได้ไม่ร้อน”
“ไม่ค่ะ การทำอาหารคือสิ่งที่เกี๊ยวรัก”
“แต่พี่ไม่ชอบกลิ่นเหม็นมันติดตัวเกี๊ยว ชอบหอมๆ มากกว่า”
เพราะแบบนี้ไงฉัตรชวาจึงไม่เคยไปหาเธอที่ร้านอาหารเลยสักครั้ง มักจะมารับออกไปทานข้าวข้างนอกหลังเวลาร้านปิด และก็หลีกเลี่ยงที่จะไปร้านอาหารของเธอด้วยเช่นกันเพราะกณิสราจะลงมือทำอาหารเองทุกจาน
“เรามีเงินจะมายืนผัดเองให้เมื่อยมือทำไม สมัยนี้เขาก็จ้างกันทั้งนั้น”
“มันไม่เหมือนกันค่ะพี่วา ลูกค้าทานเพราะติดใจฝีมือเกี๊ยว”
“พี่ก็ไม่เห็นว่ามันจะอร่อยกว่าคนอื่นทำตรงไหน ลูกค้าเขาไม่รู้หรอกขนาดพี่ยังไม่รู้เลยว่าอันไหนฝีมือเกี๊ยว”
“พี่วาไม่ชอบก็เรื่องของพี่วา เพราะพี่วาไม่ใช่ลูกค้าของเกี๊ยวค่ะ”
กณิสราโมโหจนเลือดขึ้นหน้า อยากจะเปิดประตูลงจากรถไปซะเดี๋ยวนี้
“ใจเย็นๆ สิเกี๊ยว พี่ก็แค่ไม่อยากให้เกี๊ยวลำบาก”
เขาอยากให้เธอตามติดเขาไปทำงานมากกว่า หรือเป็นแม่บ้านคอยแต่งตัวสวยๆ ฉีดน้ำหอมหอมๆ คอยหอมแก้มซ้ายแก้มขวารักกันหวานชื่นก่อนเขาไปทำงานในทุกเช้าก็พอแล้ว
“เกี๊ยวอยากกลับบ้านค่ะ”
“อย่าอารมณ์เสียไปเลยพี่ขอโทษนะ ไปหาน้ำหวานเย็นๆ ดื่มกันดีกว่า ถ้ากลับบ้านไปตอนนี้เกี๊ยวจะถูกคุณแม่ดุเอานะ”
“พี่วารู้ด้วยเหรอคะ”
“พี่ไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังนะ แต่ขอให้รู้ไว้ว่าพี่รักเกี๊ยวจริงๆ ถึงได้ยอมทำทุกอย่างก็เพื่อให้ได้เกี๊ยวมา”
“ทำอะไรบ้างคะ”
“ก็…หลายอย่าง ช่างมันเถอะ”
เขาเองก็ไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องในอดีตอีกแล้ว รถมาเซราติคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดในพื้นที่คอนโดส่วนตัว ฉัตรชวาตั้งใจพาเธอมาที่นี่
“พี่วา…”
“พี่รู้เกี๊ยวพี่รู้ แค่จับมือก็ยังดี”
ฉัตรชวาคว้าข้อมือบางไว้แล้วดึงเธอเข้ามาจูบ ริมฝีปากร้อนที่ช่ำชองประกบลงบนฝีปากนุ่มแล้วบดขยี้อย่างหื่นกระหาย กณิสราพยายามดัวตัวออกห่าง
“ปล่อยนะ”
เมื่อสะบัดเขาออกได้ฝ่ามือบางก็ฟาดเข้าเต็มแรงที่แก้มซ้าย ใบหน้าหันไปตามนั้นรอยปื้นสีแดงเห่อร้อนขึ้นมา
“แย่มาก ผู้หญิงไม่ยอมแล้วยังจะขืนใจเนี่ยนะ…ไปตายซะเหอะ”
กณิสราที่เป็นคนเรียบร้อยเหลืออดเปิดประตูลงรถก้าวฉับๆ ไปเรียกรถแท็กซี่สาธารณะกลับบ้าน
…อีกกี่ครั้งที่เธอต้องเจอกับเรื่องบ้าๆ นี่…
“ไงคุณฉัตรชวา หลบหน้าไปนานไปโดนผู้หญิงที่ไหนตบมาล่ะ”
ผับที่คุ้นเคย หลังจากสานสัมพันธ์สวาทในคืนนั้นเขาก็หายไปจากการติดต่อหลีกเลี่ยงการเจอยงวรี อันที่จริงหญิงสาวตามเขามาตั้งแต่ที่คอนโดหรูสถานที่พลอดรักกันในค่ำคืนอันเร่าร้อนนั้นแล้ว
“มีอะไรก็ว่ามา”
เขาไม่อยากสานสัมพันธ์ต่อกับอดีตคนรักเก่าของแฝดผู้พี่ ถึงแม้จะเลิกรากันไปแล้วก็ตาม…ตามคำบอกเล่าของฉัตรชวิน
“ฉันท้อง”
ที่ตรวจครรภ์แท่งสีขาวมีสองขีดที่แดงอยู่ตรงกลางถูกวางลงตรงหน้า ข้างแก้วเหล้า
“แล้วไง จะบอกว่าท้องกับฉัน”
“ฉันก็มีอะไรกับคุณแค่คนเดียว”
“ไร้สาระ ผู้หญิงที่เอากับฉันแค่ครั้งเดียวแต่เรียกชื่อผู้ชายอีกคน ใครเอาทำเมียก็บ้าล่ะ”
“งั้นฉันจะไปบอกว่าที่เจ้าสาวของคุณ เธอชื่ออะไรนะ…กณิสรา ใช่ไหม”
“อย่ายุ่งกับเกี๊ยว ไม่งั้นฉันเอาเธอตายแน่”
“แล้วมาลองดูกันว่าใครจะตายก่อน”