บรรยากาศในโถงกลางคฤหาสน์ศิลาวารินทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัด หลังจากร่างบางของน้ำรินหายลับไปทางปีกซ้ายพร้อมกับหัวหน้าแม่บ้าน ปรานต์ ยังคงยืนนิ่งสงบอยู่ที่ห้องรับแขกที่ไร้ความรู้สึก ทว่าความจริงภายในใจเขากลับพลุ่งพล่าน มือหนาเผลอขยับเนคไทขึ้นอีกครั้งด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ไม่ได้มาจากเสื้อผ้าที่สวมใส่ แต่มันมาจากแรงกระเพื่อมในหัวใจที่เคยด้านชามานานนับสิบปี
เขารู้ดีว่าลูกสาวของเขาเป็นพายุลูกใหญ่ที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขัดใจ แต่เขาก็เพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า การรับ ‘หยดน้ำริน’ หยดนี้เข้ามา อาจจะเป็นการอัญเชิญพายุลูกที่ร้ายกาจกว่ามาสู่หัวใจของเขาเอง... พายุที่แฝงมาในคราบของความอ่อนโยนและนัยน์ตาซื่อบริสุทธิ์คู่หนึ่ง พายุที่อาจจะพัดทำลายกำแพงศีลธรรมที่เขาสร้างไว้หนาแน่นมาเกือบครึ่งชีวิตจนพังทลายลงในพริบตา
ปรานต์ เดินขึ้นบันไดไปยังห้องทำงานของตนเอง ทว่าเขารู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมาจากมุมมืดข้างราวบันได ปนินตา ยังไม่ได้เข้าห้องพักของเธอทันทีอย่างที่เขาสั่ง แต่เธอกลับยืนแอบอยู่ตรงนั้น ใบหน้าสวยเฉี่ยวบิดเบี้ยวด้วยความขัดใจ มือเรียวเล็บสีแดงสดจิกกำราวบันไดไม้สักจนแน่น เธอเฝ้ารอให้พ่อหันมาง้อ หรือพูดคำปลอบประโลมเหมือนทุกครั้งที่เธออาละวาด แต่ครั้งนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น
“นิน... พ่อหวังว่าครั้งหน้าพ่อจะไม่เห็นกิริยาแบบนี้อีก” ปรานต์เอ่ยเสียงเรียบโดยไม่หันไปมองลูกสาวที่ยืนหน้าตูมอยู่เบื้องหลัง น้ำเสียงของเขาไม่ได้โกรธเกรี้ยว แต่มันเย็นชาจนปนินตารู้สึกหนาวเยือกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
“แต่พ่อคะ! นังนั่นมัน...”
“พ่อสั่งให้ขึ้นห้อง หรือลูกจะออกไปช็อปปิ้ง ซื้อของดูหนังพ่อว่าลูกไปทำให้สบายใจของลูกจะดีกว่า” เขาย้ำคำๆ แต่ว่าทรงพลัง ก่อนจะก้าวเดินขึ้นชั้นบนไปด้วยท่วงท่าที่ดูเหมือนมั่นคง ทว่าในความนึกคิดของศาสตราจารย์ผู้สุขุม กลับวนเวียนอยู่แต่กับภาพใบหน้าที่นองน้ำตาและแววตาตัดพ้อของเด็กสาวคนนั้น... แววตาที่ทำให้เขารู้สึกผิดอย่างที่ไม่ควรจะรู้สึก
ในขณะเดียวกัน ป้าสายหยุด เดินนำน้ำรินมาจนถึงโถงทางเดินที่ยาวและเงียบสงบกว่าส่วนกลางของบ้าน ยิ่งเดินลึกเข้ามา กลิ่นอายของคฤหาสน์ก็ยิ่งเปลี่ยนไป กลิ่นของไม้เก่าที่ได้รับการดูแลอย่างดีและน้ำยาเคลือบผิวเครื่องเรือนชั้นเลิศลอยมาแตะจมูก ให้ความรู้สึกขรึมขลังและลึกลับในเวลาเดียวกัน น้ำรินมองไปรอบๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ เห็นประตูไม้สักบานใหญ่ที่สลักลวดลายเครือเถาอย่างวิจิตรบรรจงตลอดทางเดิน
“ห้องพักแขกทางปีกซ้ายนี้ ปกติไม่ค่อยได้เปิดใช้ค่ะ ท่านใช้แค่รับรองแขกเพื่อน ๆ ของท่าน” ป้าสายหยุดเอ่ยเพียงเท่านั้น ก่อนจะยิ้มบาง ๆ อย่างมีนัย
“แต่คุณท่านให้จัดห้องนี้ให้คุณน้ำริน เพราะมันอยู่ติดกับห้องสมุดส่วนตัวของคุณท่าน... เวลาทำงานจะได้ไม่ต้องเดินไกล และที่สำคัญ... มันค่อนข้างเป็นส่วนตัวจากปีกหลักของบ้านค่ะ” น้ำรินมองตามปลายนิ้วของป้าสายหยุดที่ชี้ไปยังประตูบานใหญ่สีเข้มที่อยู่ถัดไปเพียงไม่กี่ก้าว
“หลังนั้นคงเป็นห้องสมุด... อยู่ตรงนั้นหรือคะ”
“ใช่ค่ะ... ที่นั่นคือเขตหวงห้ามที่สุดของศิลาวาริน แม้แต่คุณหนูนินตาก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปยุ่มย่ามถ้าคุณท่านไม่อยู่ ห้องนั้นคือหัวใจของคุณท่านเลยล่ะค่ะ”
คำบอกเล่านั้นทำให้น้ำรินรู้สึกถึงความรับผิดชอบอันหนักอึ้งที่มาพร้อมกับ ‘สิทธิพิเศษ’ ที่เธอได้รับอย่างไม่คาดฝัน ป้าสายหยุดเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูห้องพักออก ห้องกว้างขวางเพดานสูงลิ่วปรากฏแก่สายตา เตียงนอนขนาดใหญ่ขึงด้วยผ้าปูสีนวลตาสะอาดสะอ้านดูนุ่มนวลจนน้ำรินไม่กล้าแม้แต่จะขยับเข้าไปใกล้ หน้าต่างบานยาวกรุกระจกใสเปิดออกสู่ทัศนียภาพของสวนกุหลาบอังกฤษที่กำลังเบ่งบาน ส่งกลิ่นหอมอบอวลเข้ามาทักทายแขกผู้มาใหม่
“เชิญพักผ่อนตามสบายนะลูก เดี๋ยวป้าจะจัดคนเอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้ คุณท่านสั่งไว้ว่าชุดเดิมของหนูมันอาจจะ...ไม่ค่อยสะดวกเวลาทำงานในคฤหาสน์ โดยเฉพาะเวลาต้องปีนป่ายจัดเก็บหนังสือ”
"เมื่อวานป้ามาทำความสะอาด ยังไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้เลยค่ะ"
หลังจากที่ป้าสายหยุดเดินออกไปและทิ้งความเงียบไว้เป็นเพื่อน น้ำรินพยายามขจัดความประหม่าด้วยการสำรวจที่พักใหม่เพื่อคลายความฟุ้งซ่าน เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าไม้สักหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมห้อง มือเรียวสั่นน้อยๆ ขณะเอื้อมไปเปิดบานประตูออกและเธอก็ต้องตกตะลึงจนดวงตาเบิกกว้าง...
ภายในตู้ไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่เธอคิด แต่มันกลับเต็มไปด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ถูกแขวนไว้อย่างเป็นระเบียบ มีทั้งชุดลำลองสีนวลตา เนื้อผ้าฝ้ายเกรดเอที่ดูเบาสบาย และชุดที่ดูเป็นทางการขึ้นมาอีกนิด ทุกชุดล้วนเป็นโทนสีอ่อนที่ดูสะอาดตา ราวกับถูกเลือกมาให้เหมาะกับบุคลิกของเธอโดยเฉพาะ ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเธอเดินเข้าไปดูในห้องน้ำขนาดกะทัดรัดที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาว เธอก็พบกับเครื่องใช้ส่วนตัวทุกอย่าง ตั้งแต่แปรงสีฟันสีกุหลาบอ่อน ครีมอาบน้ำที่มีกลิ่นหอมของดอกลาเวนเดอร์ ไปจนถึงผ้าเช็ดตัวหนานุ่มที่พับวางไว้อย่างประณีต ทุกอย่างดู 'พร้อม' จนเกินไป...
น้ำรินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอจำได้ว่าเมื่อสักครู่ป้าสายหยุดบอกว่าจะให้คนจัดหาชุดใหม่มาให้ นั่นหมายความว่าป้าแม่บ้านเองก็ยังไม่ทราบว่ามีของเหล่านี้เตรียมไว้แล้ว เธอนึกย้อนกลับไปถึงคำพูดของป้าสายหยุดที่ว่า ‘เมื่อวานป้ามาทำความสะอาด ยังไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้เลยค่ะ’ ถ้าหัวหน้าแม่บ้านไม่ได้เป็นคนเตรียม... แล้วใครล่ะจะเป็นคนสั่งการ
น้ำรินหยิบขวดครีมอาบน้ำขึ้นมาเพ่งมอง ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้ช่างขัดกับท่าทางเย็นชาและดุดันของศาสตราจารย์ปรานต์ที่เธอเห็นในโถงบ้านเหลือเกิน หรือว่าภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยนั้น คุณท่านจะแอบสำรวจและเตรียมการทุกอย่างไว้ให้เธอด้วยตัวเองตั้งแต่วันที่เขาไปที่โบสถ์ ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านเข้ามาในหัวใจที่กำลังอ่อนล้า ท่ามกลางความโดดเดี่ยวในบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยศัตรูอย่างปนินตา อย่างน้อยเธอก็รับรู้ได้ว่า... มีใครบางคนกำลัง 'เฝ้ามอง' และ 'ดูแล' เธออยู่ในเงามืดอย่างเงียบเชียบ
น้ำรินประคองเสื้อผ้าชุดหนึ่งขึ้นมาแนบอก กลิ่นหอมจางๆ ของผ้าใหม่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยขึ้นอย่างประหลาด เธอหลับตาลงพร้อมกับความรู้สึกที่เริ่มสั่นคลอนต่อภาพลักษณ์ของผู้ชายที่เธอเรียกว่า 'คุณท่าน'
ค่ำคืนแรกในศิลาวารินไม่ได้จบลงด้วยน้ำตาอย่างที่เธอคิด แต่มันจบลงด้วยความสงสัยที่แสนหวาน... และร่มเงาของปรานต์ที่ดูจะแผ่ขยายเข้ามาปกคลุมเธอ ลึกซึ้งกว่าที่ดวงตาคู่ไหนจะมองเห็น