ช่วงสายของวัน บรรดาลูก้องของเกริกพลเตรียมรถลีมูซีนสุดหรูเพื่อนำไปรับลูกสาวคนเดียวของเจ้านาย อีกไม่ถึงชั่วโมงเกลวรินคุณหนูขี้วีนขี้เหวี่ยงซ้ำยังชอบเอาแต่ใจกำลังจะเดินทางมาถึง อานนท์บอดี้การ์ดประจำตัวที่ถูกคัดเลือกนั่งบนเบาะซ้ายข้างคนขับ เขาสวมชุดสูทผูกเน็กไทอย่างเป็นทางการ ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาและรูปร่างกำยำกลับดูดีเกินกว่าจะเป็นแค่ชายบอดี้การ์ด จากนั้นรถยนต์คันหรูเคลื่อนตัว มุ่งหน้าไปยังสนามบินเพื่อรอรับคุณหนูลูสาวคนเดียวของเจ้านายผู้ทรงอิทธิพล
เครื่องบินลำใหญ่แลนดิ้งลงเตรียมจะลงสู้ภาคพื้นของประเทศไทย กระทั่งเปิดประตูให้ผู้โดยสายขาเข้าระหว่างได้ออกมา หญิงสาวผู้มีความมั่นใจสูงสวมแว่นทึบสีดำทันที เธอเดินลงจากเครื่องและตรงไปยังจุดรับกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสาและทันทีที่มีสัญญาณมือถือ พลันยกกดแนบหูต่อสายหาชายที่รักด้วยความคิดถึง
... หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้
… หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้
เดินทางมาเหนื่อยๆ คนแรกที่คิดถึงคือแฟนหนุ่ม พลันใจฝ่อขึ้นเมื่อไม่สามารถติดต่อพี่ธีร์ได้ทั้งที่อีกฝ่ายก็รู้ว่าเธอจะเดินมาถึงในวันนี้ วางมือถือลงกระเป๋าเสื้อเข้าไปยืนรอกระเป๋าที่กำลังลำเลียงทางสายพาน จากนั้นหิ้วใส่รถเข็นเดินออกมา
Rrrr
ยกมือถือขึ้นมาอีกครั้ง เป็นเบอร์แปลกที่โทรเข้า โดยนิสัยเกลวรินไม่รับเบอร์ไม่รู้จัก ทว่าวันนี้ลองตัดสินกดรับดูครั้นเมื่อสักครู่โทรหาพี่ธีร์ติด อาจจะเป็นธีร์ใช้เบอร์คนอื่นโทรมาก็ได้
“Hello”
“ยายเกล!!” เสียงแหลมดังแสบแก้วหูจนต้องยกมือถือออกห่าง เพียงแค่เรียกชื่อก็รู้ว่าเป็นเพื่อนสาวที่อยู่ในไทยคนเดียวที่มีอยู่
“คลาวเดียร์!!”
เรียกตอบพลางโคลงศีรษะไปมาเพราะแก้วหูอึนไปสักพัก
“แกถึงแล้วใช่ไหม คิดถึงแกอยู่พอดี”
ประโยคคำถามพลันทำให้เธอสงสัย การกลับมาครั้งนี้นอกจากเตี่ยที่เป็นผู้ออกคำสั่งก็คงมีแต่พี่ธีร์แฟนหนุ่มเท่านั้น ทว่าเพื่อนสาวของเธอไปรู้มาจากไหน พลันขมวดคิ้วฉงนงงหนักอยู่ทีเดียว
“รู้มาจากไหน ฉันไม่ได้บอกใครนอกจากพี่...”
“พี่ธีร์”
“….”
“เผอิญไปเจอแฟนแกที่ร้านอาหาร น่าจะไปกินข้าวกับลูกค้า ฉันเลยเข้าไปทักแล้วก็พูดถึงแกด้วยนะ พี่ธีร์เลยบอกว่าแกจะกลับมาวันนี้”
รีบอธิบายกันยกใหญ่ ทว่าทั้งหมดที่พูดมาคือการโกหกทั้งเพ ไม่มีใครไปเจอใครที่ร้านอาหาร ครั้นทั้งสองคนนอนเสพสุขสวมเขาเกลวรินมานานนับปี
“เหรอ”
“Sorry น่าเพื่อน ไม่ได้ไปรับเลย ติดธุระให้หม่าม้า”
“ไม่เป็นไร ป๊าส่งคนมารับแล้ว”
“โอเค งั้นเดินกลับถึงบ้านอย่างปลอดนะ แล้วค่อยเจอกัน”
“อืม”
บทสนทนาสิ้นลงอย่างไร้ความแคลงใจ เข็นรถกระเป๋าออกไปด้านนอกต่อ ในขณะที่เพื่อนสาวยังนอนกอดแฟนของตัวสำราญใจอย่างไม่สะทกสะท้าน ทว่ายังอารมณ์เสียอยู่บ้างเมื่อเกลวรินเดินทางมาถึงเร็วกว่ากำหนดหลายชั่วโมง
“บอกว่าอย่าโทร เกือบหลุดแล้วนะเดียร์”
ธีร์ตำหนิชู้รักอย่างไม่พอใจ ดันกดโทรหาเกลวรินจนห้ามไม่ทัน เกือบถูกจับได้ด้วยซ้ำเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้บอกใครเลยในการกลับมา
“ใครจะไปรู้ว่ามันไม่ได้บอกใครนอกจากพี่”
นาเดียร์สะบัดอารมณ์หนักขึ้น นับจากนี้ต้องใช้ชีวิตคู่รักกับคนข้างกายแบบหลบซ่อน ทั้งที่เธอและเขาต่างรักกันด้วยใจจริง แต่ทว่ามันเป็นความรักที่ไม่ได้ถูกต้อง ครั้นพี่ธีร์ยังไม่ได้เลิกกับเพื่อนของตนและชายหนุ่มยังมีเหตุผลของธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง ฉะนั้นเป็นไปได้ยากที่จะต้องจบความสัมพันธ์กับเกลวริน
….
ประตูทางออกของผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ เกลวรินสอดส่องสายตามองหาคนรถที่พ่อส่งมารับ จนไปสะดุดตากับชายรูปงามคนหนึ่งถือป้าย wellcome to thailand K’ kalwarin
“นึกว่าทัวร์มารับไปเที่ยว”
บ่นพึมพำ กลอกตามองบนพลางส่ายหัวไปมากับการถือป้ายชื่อของเธอ เดินตรงไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายคนนั้นพลางยืนกอดจ้องไม่กะพริบตา ครั้นเห็นว่ามีคนยืนจ้องอานนทำพลันมองกลับสำรวจผู้หญิงหน้าตาดีแต่ท่าทางเฟี้ยวเอาเรื่อง ครั้นมาทำหน้าที่รับคุณหนู ผู้หญิงคนนั้นคงต้องมีบุคลิกของลูกคนรวยเปียผมใส่ชุดเดรสยาว ทว่าคนตรงหน้ามีบุคลิกที่ดูเปรี้ยงจนเกินไป สวมกางเกงยีนรัดรูปเอวต่ำเจาะสะดือโชว์หน้าท้องแบนราบ สวมแว่นตาดำทำหน้าขึงเหมือนคนไม่พอใจตลอดเวลา
“….”
“จะมองฉันอีกนานไหม”
แว่นตาดำที่คาดบนเปลือกตาถูกถอด เธอเลิกคิ้วพลางถามชายตรงหน้าด้วยท่าทางยียวนไม่น้อย
“คุณ...”
“เกลวริน ลูกสาวคนเดียวของเจ้าสัวเกริกพล”
กิริยาท่าทางที่ดูวางอำนาจอยู่ทีเดียว พลันทำอานนท์ขยำกระดาษเป็นก้อนกลมแล้วปาทิ้งลงถังขยะ รีบทำเคารพด้วยการโค้งตัวก้มศีรษะต่ำในทันที
“ขอโทษครับคุณหนู”
“ป๊าส่งนายมาแค่คนเดียวเหรอ”
“มีคนรถอีกหนึ่งคนครับ”
“เข็นกระเป๋าฉันไปขึ้นรถ คนเยอะเดินสวนไปสวนมา ลายตา”
เกลวรินบ่นไปตามนิสัย ครั้นไม่ชอบอยู่ท่ามกลางคนหมู่มาก ยกมือเสยเส้นผมที่หล่นพัดปกใบหน้าไปด้านหลังจากนั้นสวมแว่นตาดำกลับเข้าที่เดิม พลางเดินนำหน้าออกไปแม้จะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารถที่เอามารับจอดอยู่ด้านใน กระทั่งอานนท์โทรเรียกคนขับรถให้เอารถมาจอดด้านหน้า เพียงแค่ยืนกลางแดดไม่ถึงหนึ่งนาที ทำคุณหนูเกลหงุดหงิดใจ เธอแสดงอาการแบบไม่มีกั๊ก อีกทั้งรู้สึกรุ่มร้อนในอกครั้นติดต่อแฟนหนุ่มตั้งมาถึงยังไม่ได้เลย
“ปล่อยให้ฉันตากแดด 43 วินาที จะฟ้องป๊าให้หักเงินเดือน”
ความเอาแต่ใจคือนิสัยที่โจษจัน บอดี้การ์ดคนอื่นที่ทำงานกับเกริกพลมานานย่อมรู้ดีว่าเกลวรินเป็นลูกสาวที่ถูกเลี้ยงดูตามใจทุกอย่าง
“ขอโทษครับ”
อานนท์รีบเปิดประตูรถ เมื่อเจ้านายหญิงของเขาชักสีหน้าหงุดหงิดจะวีนแตกอยู่รอมร่อ คนตัวเล็กเดินขึ้นรถทั้งสีหน้าซังกะตายกับอาการร้อนอันอบอ้าว มันร้อนจนแสบผิวทั้งการเดินทางที่ยาวนานมันทำให้เธออยากนอนบนเตียงนิ่มๆ แอร์เย็นฉ่ำ เมื่อได้นั่งในที่อุณหภูมิต่ำลงก็เหมือนจะใจเย็นขึ้น หยิบมือถือกดโทรหาแฟนหนุ่มอีกรอบก็ยังติดต่อไม่ได้ ใบหน้าหงุดหงิดก็ปรากฏขึ้นอีกระลอก ทว่าคราวนี้อานนท์ดังอยู่ด้านข้างประกบคุณหนูเพื่ออารักขาเหล่หางตามองกับท่าทางที่ดูไม่พอใจใครเลยสักคน
“ป๊าไปไหน ทำไมส่งแค่พวกนายมารับ”
“นายท่านติดธุระสำคัญครับ เลยมาไม่ได้”
เกลวรินนั่งไขว่ห้าง เม้มปากหลวมๆ มองไปนอกตัวรถ หลายปีที่ไม่ได้กลับก็ดูแปลกตาไปบ้าง ถนนที่มีหลายสายเพิ่มมากขึ้น ตึกรามสูงขึ้นหลายแห่งจนบดบังอาคารบ้านเรือนหลังเล็ก ทว่าที่ยังอยู่เหมือนเดิมคือสายไฟฟ้าที่ยังระโยงระยางไม่มีเปลี่ยน
“จอด!!
เสียงหวานเอ่ยขึ้นกะทันหันพลันทำคนขับเบรกรถจนหัวทิ่มแล้วตบไฟเข้าจอดริมถนน
“มีไฟแซ็คไหม” หันมาถามบอดี้การ์ดด้วยสีหน้าเรียบเฉย คนฟังแอบขวมดคิ้วครั้นจู่ๆ คุณหนูดัยมาถามหาไฟแซ็คกลางถนนทางกลับมา
“มีครับ” อานนท์รีบควักออกจากคอนโซลรถด้านหน้าและยื่นให้คุณหนูเกลทันที เธอรับสิ่งของที่ถามหาและเดินลงจากรถพร้อมควักบุหรี่ตัวแพงออกจากกระเป๋าสะพายใบเล็ก ดวงตาคู่คมมองผู้หญิงตรงหน้า เกวลรินเป็นคนสวยมากทั้งผิวขาวเนียนน่าสัมผัสแต่มีกิริยาที่ไม่มีมีส่วนใหญ่ว่าเธอเป็นกุลสตรี น้ำเสียงห้วนไม่อ่อนหวาน ท่าทางการเดินทะมัดทะแมงเกินจะเป็นผู้หญิงเรียบร้อย พลันคาบบุหรี่เข้าปากและจุดไฟแซ็คลนแล้วสูดอัดสารนิโครตินเข้าปอดท่ามกลางดวงตารัตติกาลสีคมเข้มมองไม่คลาดสายตา
“มองอะไร”
“แค่แปลกใจ”
“เป็นผู้หญิงดูดบุหรี่ไม่ได้เหรอ”
“ข้างซองไม่ได้ระบุไว้ ยกเว้นสตรีมีครรภ์ แต่แค่เตือนว่ามันทำลายสุขภาพ”
ประโยคนั้นค่อนข้างยียวนคนฟังพอสมควร แต่เพราะได้สารนิโครตินเข้าไปจำนวนมาก ทำเกลวรินคลายหงุดหงิดและไม่ถือสา ก่อนจะยื่นซองที่อัดแน่นไปด้วยมวลบุหรี่ให้ชายบอดี้การ์ด
“สักตัวไหม”
“ไม่ครับ ผมเลิกแล้ว”
“เลิก?” เธอขมวดคิ้วพลางหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ
“มันเลิกกันง่ายขนาดนั้นเหรอ”
“พ่อผมตายเพราะบุหรี่ แม่ก็เลยขอให้ผมเลิก น่าจะได้เกือบ 5 ปีแล้วที่ผมไม่ดูดมันอีกเลย”
เป็นเหตุผลที่อานนท์ยอมเลิกแต่โดยดี ครั้นแต่ก่อนก็ติดหนักมากพอสมควร มองคุณหนูที่เขาต้องดูแลเชิดหน้ามองฟากฟ้าและพ่นควันบ่นบุหรี่อย่างต่อเนื่อง
“ห้ามบอกป๊าเรื่องนี้ ถ้าป๊ารู้ก็คงไม่ต้องบอกว่านายจะเป็นยังไงกับนาย”
“ครับคุณหนู”
บุหรี่ที่ถูกดูดเหลือแต่ก้นถูกส่งให้ชายบอดี้การ์ด เกลวรินเดินขึ้นรถไปก่อน ส่วนก้นบุหรี่นั้นถูกฝ่าเท้าหนาของอานนท์บดลงกับพื้นลาดยางแล้วเดินตามหญิงสาวไปติดๆ