ตอนที่ 12 คำขอร้อง

1162 Words
ประมาณเกือบห้านาทีหลังจากปกรณ์วางสายไปแล้ว โดยทิ้งฟ้าใสให้มึนงงว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเค้าถึงเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทไปได้ เจ้านายของฟ้าใส ‘คุณสาธิต’ ก็เดินมาสะกิด “ฟ้าใส ทางผู้บริหารแจ้งว่าอนุมัติลาช่วงบ่ายให้เธอแล้วนะ เห็นว่ามีธุระด่วน เก็บของแล้วไปก่อนได้เลย พรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อก็ได้ งานนี้กำหนดให้ลูกค้าดูอาทิตย์หน้า ยังมีเวลา” สาธิตกล่าวออกมาเสียงเรียบแล้วเดินออกไป หากแต่ตอนพูดนั้นเสียงได้ดังไปจนถึงคนรอบข้าง ทำให้ทุกคนแอบงงว่า แค่ลางานทำไมคุณสาธิตถึงไม่อนุมัติเอง ต้องไปถึงผู้บริหารด้วย ฟ้าใสยังไม่คิดอะไรไม่ค่อยออก แต่จากสถานการณ์นี้แล้ว คงต้องรีบเก็บของแล้วลงไปรอข้างล่างจะดีกว่าไม่อยากอยู่เป็นเป้าสายตานานๆ “ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้” เมื่อเก็บของลงมานั่งรออยู่ที่หน้าบริษัทเรียบร้อยแล้ว ฟ้าใสถึงได้เอ่ยประโยคแรกออกมา บรืน บรืน เอี๊ยดดดดด ปริ๊น ปริ๊น เสียงเบรคดังอยู่ข้างหน้าฟ้าใส พร้อมเสียงบีบแตรเสียงดัง ทำให้ฟ้าใสหลุดจากความคิดของตัวเอง และเงยหน้ามองไปยังกระจกฝั่งข้างคนขับที่เลื่อนลงมา “อ้าว นั่งเหม่อคิดถึงผมอะไรอยู่ครับ ผมมารับแล้วไง ขึ้นรถสิ” ปกรณ์ยกยิ้มหล่อแล้วตะโกนเรียกฟ้าใสขึ้นรถ ฟ้าใสหันซ้ายหันขวา รีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งข้างคนขับอย่างจำยอม ชายหนุ่มหันมามองหญิงสาวสักพัก พร้อมทั้งขยับตัวเข้าใกล้ “เฮ้ย นะ นะ นายจะทำอะไร นี่หน้าบริษัทนะ” ฟ้าใสใช้มือผลักไปที่อกแกร่งของปกรณ์ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายอยู่ใกล้มากจนจมูกจะชนกัน พร้อมหัวใจที่เต้นแรงผิดจังหวะ “คาดเข็มขัดสิคร้าบ ขืนไม่คาดขับไปโดนปรับเสียเวลาอีก” ปกรณ์ชูเข็มขัดนิรมัยขึ้นมาแล้วทำการคาดให้กับหญิงสาว จากนั้นกลับมานั่งในท่าพร้อมขับรถ แต่ปากมีการยกยิ้มอย่างพึงใจที่เห็นอาการตื่นตระหนกและหูที่แดงระเรื่อของฟ้าใส “แล้วทำไมไม่บอกดีๆเล่า ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย โรคจิตหรือไง” ฟ้าใสบ่นออกมาไม่ดังนัก แต่ก็พอให้ได้ยินในรถหรูที่มีกันอยู่แค่สองคน “ผมก็นึกว่าคุณมัวแต่ตกตะลึงในความหล่อของผม ก็เลยคาดให้ก็เท่านั้นเอง” “หล่อตาย” ฟ้าใสกรอกตามองบน พร้อมแบะปากหมั่นไส้คนมั่นหน้าเหลือเกิน “ว่าไงนะ หรืออยากนั่งมองหน้าผมต่อ ผมสามารถจอดรถข้างทางแล้วให้คุณมองหน้าได้ทั้งคืนนะ” ปกรณ์หันมามองหน้าฟ้าใส พร้อมกับตบไฟเข้าข้างทาง “เฮ้ย ไม่ต้อง ไม่ต้อง คุณบอกว่าต้องไปงานเลี้ยงไม่ใช่เหรอ ชั้นต้องทำสวยนานนะ เดี๋ยวไปไม่ทันงานคุณแม่คุณนะ” ฟ้าใสรีบร้องห้ามออกมา พร้อมกับกำสายเข็มขัดนิรภัยไว้แน่น “ใช่แล้วลืมไปเลย แต่ถ้าคุณอยากอยู่กับผมสองคน คุณแม่ผมก็ไม่ว่าหรอกนะ สนใจมั้ย” ปกรณ์แกล้งทำเป็นนึกขึ้นมาได้ แล้วยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ “ใครจะไปอยากอยู่กับคุณสองคน” ฟ้าใสรีบแหวกลับทันที ‘ไอ้โรคจิต’ คิดในใจไม่กล้าพูดออกมา กลัวคนโรคจิตจะทำจริงตามที่บอก “วันนี้งานเลี้ยงใหญ่ ผมต้องขอความร่วมมือจากคุณสักหน่อย เชื่อว่าคุณแม่ผมคงแนะนำคุณกับทุกคนในฐานะคู่หมั้น ผมขอให้คุณช่วยแสดงว่าเราเป็นคู่รักกันหน่อยแล้วกัน เพื่อรักษาหน้าคุณแม่ต่อหน้าลูกค้าและผู้บริหารทั้งหลาย” อยู่ๆ ปกรณ์ก็เปลี่ยนมาอยู่ในโหมดจริงจังและกล่าวร้องขอฟ้าใสเพื่อช่วยเล่นละครตบตา “เหอะ คุณกำลังขอร้องฉันเหรอ ฉันทำไม่ได้หรอก เราไม่ได้รักกันจริงๆ สักหน่อย” ฟ้าใสได้ฟังก็ยิ้มออกมา พร้อมกับแผนที่ผุดขึ้นมาในใจ “โธ่คุณ แต่เรื่องที่เราเป็นคู่หมั้นกันก็จริงนิ คุณต้องการอะไรตอบแทนบอกผมมา” ปกรณ์มีความจำเป็นจริงๆ ที่ต้องให้ฟ้าใสช่วยเพราะเค้าเพิ่งรับตำแหน่งเป็นประธานบริษัท ดังนั้น เพื่อทำให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เค้าจะต้องควงคนรักไปออกงานในคืนนี้ และแน่นอนคุณหญิงแม่ต้องไม่ยอมให้ใครออกงานคู่กับเค้านอกจากว่าที่คู่หมั้นที่หมายหมั้นไว้แน่นอน ไม่งั้นงานแตกแน่ “อืม เอาอะไรดีนะ” ฟ้าใสทำท่าครุ่นคิด อย่างกวนประสาทมากในสายตาของปกรณ์ ‘หนอยได้ทีเอาใหญ่เลยนะ รอถึงทีเราก่อนเถอะ’ ปกรณ์ได้แต่คิดในใจแต่ไม่กล้าพูดออกไป “จะเอาอะไรก็ได้ทั้งนั้น” ปกรณ์เร่งรัด โดยการตกปากรับคำเพิ่มขึ้น “งั้น ข้อแรก ต่อไปคุณห้ามมาลางานแทนฉันอีก ต่อให้เป็นผู้บริหารก็ห้ามมาก้าวก่ายการทำงานฉัน ข้อสอง ถ้ามีความจำเป็นต้องมารับหรือนัด ต้องแจ้งล่วงหน้า ฉันมีแผนในการดำเนินชีวิตของฉัน ข้อสุดท้าย ฉันอยากให้นายไปบอกแม่นายว่านายไม่อยากหมั้นกับฉัน ทำได้มั้ยหละ” ฟ้าใสถือโอกาสแจกแจงสิ่งที่ตัวเองต้องการออกมายาวเหยียด “โห แม่คุณ แค่ออกงานงานเดียว ขอมาตั้งสามข้อเชียว เอาเป็นว่าผมรับปากคุณแค่ข้อแรกเท่านั้น คุณคงไม่คิดเอาเปรียบผมใช่มั้ย” ปกรณ์ได้ฟังก็ฉุนนิดหน่อย ออกงานเดียว กะจบเลยงั้นเหรอ แถมยังจะให้เค้าเป็นคนบอกแม่อีกเรื่องถอนหมั้น ฝันไปเหอะ “ก็นายบอกขออะไรก็ได้ ไม่ได้บอกว่าได้ข้อเดียวนี่หน่า” ฟ้าใสเถียงกลับ “งั้นตอนนี้ก็รู้แล้วนะ ผมขอให้คุณช่วยหนึ่งอย่าง คุณก็ขอผมได้หนึ่งอย่าง ตามนั้น ถ้าไม่อยากให้เรื่องคู่หมั้นของเราไปถึงบริษัทของคุณ” ปกรณ์พอจับได้ว่าฟ้าใสไม่อยากให้คนที่ออฟฟิศรู้เรื่องความสัมพันธ์กับเค้า เลยรีบฉวยโอกาสนี้ขู่กลับไป “นายกล้าขู่ฉันเหรอ” “ก็กำลังขู่อยู่นี่ไงคร้าบ” หน้าตาดีแต่กวนประสาทสุดๆ ในความเห็นของฟ้าใส เสียดายหน้าตาจริงๆ “ไหนตอนแรกขอความร่วมมือไง” “ก็ผมขอไปแล้ว แต่เหมือนจะมีคนบางคนฉวยโอกาส เพราะฉะนั้น ผมเลยเปลี่ยนเป็นขู่ดีกว่า ผมไม่เสียเปรียบด้วย” ปกรณ์พูดไปหัวเราะไปกับความหัวใสของตัวเอง “หึย นายนี่มัน เป็นสุภาพบุรุษมาก เป็นคนดีมากกกกก” ฟ้าใส ทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่พูดจาประชดประชัน ซึ่งแน่นอน ชายหนุ่มไม่แคร์
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD