ตอนที่ 2 คำสัญญาระหว่างแม่ทั้งสอง

1177 Words
ฟ้าใสยังคงรู้สึกสับสนหลังจากกลับมาจากบ้านแม่ เธอพยายามทำใจให้สงบ แต่ความคิดต่าง ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ตอนนี้เธอต้องเผชิญกับความจริงที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน นั่นคือเธออาจจะต้องแต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่รู้จักมาก่อน "เราอยู่สมัยไหนกันแล้วเนี่ย ไม่มีทางแน่นอน มันจะต้องไม่เกิดขึ้น" หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านั้น ณ คฤหาสน์หรู ขนาด 100 ไร่ ใจกลางกรุงเทพฯ คุณหญิงอรพินท์ ธนเกียรติ์โภคิน ประธานบริษัท TK กรุ๊ป บริษัทชั้นนำทางด้านเทคโนโลยีในประเทศ และมีธุรกิจในเครืออีก 10 กว่าแห่ง มีลูกสองคน ปกรณ์ และมินตรา ธนเกียรติ์โภคิน สามีเพิ่งเสียไปเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว นั่งชะเง้อคอยใครสักคนอยู่ที่ห้องโถงกลางบ้าน สายตาคอยจับจ้องไปที่ประตูอยู่ตลอดเวลา บรืนนนนนน เอี๊ยดดดดดด “ตากรณ์” คุณหญิงร้องเรียกขึ้นมาทันที โดยที่ยังไม่ได้เห็นเลยว่าผู้ที่มาคือใคร ตึก ตึก ตึก “มาแล้วค่ะ คุณแม่ ลูกชายสุดที่รักของคุณแม่กลับมาแล้วค่ะ” เสียงใสดังขึ้นมา พร้อมร่างเพรียวบางราวนางแบบ เดินเคียงข้างควงแขนมากับชายหนุ่มหล่อสูงโปร่ง ผิวขาวละเอียด และดวงตาคม เข้ามาที่ห้องโถงกลางบ้าน ที่คุณหญิงนั่งรออยู่ หญิงสาวเข้ามาสวมกอดคนเป็นแม่พร้อมยิ้มอย่างดีใจ “ขอบใจมากนะลูกมิ้นท์ ที่ไปรับพี่เค้าที่สนามบิน” เมื่อกอดกับลูกสาวจนสมใจ ก็หันหน้ามามองชายหนุ่มที่เดินเข้ามายืนยิ้มอย่างดีใจ น้ำตาแห่งความปิติไหลออกมาอย่างไม่อาจกลั้น “แม่ครับ ผมกลับมาหาแม่แล้วครับ” ปกรณ์ คลานเข่าเข้ามากราบบนตักมารดา พร้อมสวมกอด “3 ปี แล้วนะลูก กรณ์ไม่ได้กลับมาเยี่ยมแม่เลยตั้งแต่คุณพ่อเสียไป” หญิงสูงวัยสวมกอดลูกชายพร้อมน้ำตา “ผมขอโทษครับ ผมตั้งใจเคลียร์โปรเจคที่โน้นให้จบ เพื่อจะได้กลับมาอยู่เมืองไทยฐาวรครับแม่” “แสดงว่ากรณ์จะกลับมาอยู่กับแม่ไม่ไปไหนแล้วใช่มั้ยจ๊ะ” คุณหญิงจับหน้าชายหนุ่มอย่างทะนุถนอมและยิ้มอย่างดีใจ “ครับแม่ ผมจะกลับมาช่วยแม่บริหารบริษัทครับ” “เย้ดีจัง อย่างนี้ มินท์ก็หนีงานได้แล้วสิคะ พี่กรณ์ไม่รู้หรอก ระหว่างที่พี่ไม่อยู่ คุณแม่เคี่ยวเข็ญมินท์ตลอดเลย มินท์ต้องไปทำงานทุกวันเลยนะพี่ เหนื่อยจะแย่” “ก็ดีแล้วนี้ ถึงพี่ไม่อยู่เมืองไทย ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้นะ ว่าเรานะ เกเรกับคุณแม่แค่ไหน ขนาดคุณแม่คุมขนาดนี้ ได้ข่าวว่ายังแอบโดดงานไปเที่ยวตั้งหลายครั้ง ไม่ใช่เหรอ” “อะไรอะพี่ เอาที่ไหนมาพูด ม่ายมี๊ อย่ามากล่าวหานะพี่” สาวน้อยวัย 25 ปี รีบตอบพี่ชายเสียงสูง พร้อมเหลือบตาไปมองคุณหญิงอรพินท์ อย่างหวาดๆ เพราะเรื่องที่พี่ชายพูด แม่ของเธอไม่รู้มาก่อน เธออาศัยจังหวะตอนที่ต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ แต่เข้าประชุมแค่วันเดียว ที่เหลือให้เลขาฯ คุณพ่อเป็นคนเข้าแทน พร้อมติดสินบนไม่ให้บอกแม่ของเธอ โดยไม่คิดว่าเลขาฯ จะมีการพูดคุยกับพี่ชายเป็นประจำ “เอาหละ เอาหละ ไม่ต้องทะเลาะกัน ยังไงทั้งสองคน ต้องมาช่วยแม่ทั้งคู่” คุณแม่ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ที่ได้เห็นการหยอกล้อกันระหว่างพี่น้อง บ้านหลังนี้ เงียบเหงามานาน ตั้งแต่ ปกรณ์ ไปเรียนต่อปริญญาโทและทำงานต่อที่ประเทศอังกฤษ เป็นเวลาถึง 5 ปี ส่วนมินท์ เพิ่งกลับมาที่เมืองไทยเมื่อปีที่แล้วหลังจากเรียนจบจากอเมริกา เมื่อมาถึงก็เข้ามาช่วยงานที่บริษัทในตำแหน่ง รองประธาน ทันที ตอนนี้ลูกชายกลับมาแล้ว อรพินท์ เลยอยากจะถอยตัวเองออกมาเพื่อให้ลูกชายรับตำแหน่งประธานบริษัทแทน ในขณะเดียวกันก็คาดหวังอยากให้ลูกทั้งสองมีครอบครัว และมีหลานให้เธอเลี้ยงเร็วๆ “กรณ์ ลูก ตั้งแต่เลิกกับหนูนีน่าไป เราได้มีใครบ้างหรือเปล่า” อรพินท์จับมือชายหนุ่มแล้วพูดขึ้นมาอย่างมีความหวัง “ไม่มีครับแม่ ผมยังไม่คิดจะมีครอบครัว” “แต่แม่แก่แล้วนะลูก แม่อยากเห็นกรณ์เป็นฝั่งเป็นฝาเร็วๆ แม่อยากเลี้ยงหลาน อยากเห็นหน้าหลานก่อนแม่จะตาย” “แม่พูดอะไรครับ แม่ยังสาวอยู่เลย แม่จะตายได้ยังไงครับ” “ไม่มีอะไรแน่นอนหรอกลูก ปีนี้แม่ก็อายุ 50 ปีแล้วนะ แม่จะอยู่ได้อีกกี่ปี ดูอย่างคุณพ่อสิ ท่านทั้งแข็งแรง อยู่ๆ ก็หลับแล้วจากเราไปในวัยแค่ 55 ปีเอง” แม่อรพินท์ว่าพลางน้ำตาไหล สะอื้นไห้ คิดถึงสามีคู่ทุกข์คู่ยากที่เสียไป “แม่อย่าพูดอย่างนี้สิค่ะ พวกเราใจคอไม่ดีเลย” มินท์รีบวิ่งเข้ามาสวมกอดปลอบโยนแม่ “กรณ์ แม่รู้ว่าลูกเพิ่งกลับมา ถ้าลูกยังไม่มีใคร แม่ขออะไรลูกอย่างได้มั้ยจ๊ะ” แม่อรบีบมือชายหนุ่มแน่นขึ้น รู้ว่าลูกชายไม่ชอบการถูกบังคับตั้งแต่ไหนแต่ไร และอยากให้ลูกชายได้ทำในสิ่งที่อยากทำ แต่กลัวว่าอาจจะช้าไป หากปล่อยให้เป็นไปตามที่ชายหนุ่มต้องการ “คุณแม่จะขออะไรครับ ผมทำให้หมดทุกอย่าง ขอแค่ให้คุณแม่สบายใจ และอยู่กับพวกเรานานๆ” “แม่อยากขอให้ลูกแต่งงานกับลูกสาวเพื่อนแม่ได้มั้ย เรามีสัญญากันตั้งแต่ลูกยังเด็ก ว่าถ้าลูกของเราอายุครบ 27 ปี แล้วยังไม่มีใครทั้งคู่ เราสองคนจะให้ลูกแต่งงานกัน” แม่มองหน้าลูกชายสุดที่รักอย่างคาดหวัง “แม่ครับ ผมทำเพื่อแม่ได้ทุกอย่าง แต่เว้นเรื่องนี้ได้มั้ยครับ” ใบหน้าหล่อดูทะมึนขึ้นมาทันที เมื่อฟังคำแม่จบ “แม่รู้ว่าที่ผ่านมา กรณ์ต้องทนความกดดันหลายๆอย่าง คุณพ่อเข้มงวดกับกรณ์มาก เพราะหวังเห็นลูกชายของท่านประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน หลังจากท่านเสีย แม่ก็ตามใจกรณ์มากขึ้น เพื่อให้กรณ์ได้ทำในสิ่งที่กรณ์อยากทำ มีแค่เรื่องนี้ เรื่องเดียวที่แม่ขอทำให้แม่ไม่ได้เหรอลูก” คุณหญิงพูดออกมาเสียงสั่นๆ “แม่คะ อย่าร้องไห้นะค่ะ” “พี่กรณ์ก็อย่าเพิ่งปฎิเสธสิค่ะ ตอนนี้พี่กรณ์ก็ยังไม่มีใคร ลองเปิดใจดูก่อนดีกว่ามั้ยค่ะ” มินท์รีบเอ่ยปากแย้งพี่ชายที่ทำท่าจะพูดอะไรออกมา ทำให้พี่ชายต้องเม้มปากกลับไป โดยมีสีหน้านิ่งเฉย ไม่แสดงอาการออกมา แต่ภายในใจคุกรุ่นอย่างบอกไม่ถูก ทำอย่างไรดี.................เฮ้อ คุณแม่มาบทดราม่าขนาดนี้ เราคงต้องเล่นไปตามน้ำแล้วมั้ง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD