บทที่ 1 แตกสลาย
ติ้ง!
เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ในเช้าวันใหม่ ทำให้ร่างบางรู้สึกตัวตื่น ฝ่ามือบางควานหาโทรศัพท์บนหัวเตียง เธอหรี่ตาเล็กน้อย หลังจากนั้นไม่นานริมฝีปากบางก็คลี่ยิ้มออกมา
[มอร์นิง เบบี๋] เป็นข้อความจากแฟนหนุ่มนี่เอง สายป่านหยัดกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ก่อนจะพิมพ์ข้อความกลับด้วยความรวดเร็ว
“มอร์นิงค่ะ”
“have a good day naka baby” โดยไม่ลืมส่งข้อความอวยพรในเช้าวันใหม่ให้กับเขา เธอทำอย่างนี้เป็นประจำ ทว่า
[วันนี้หยุด ที่รักจำไม่ได้เหรอ] เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมา
“จริงด้วย ลืมไปเลย...”
[แล้วลืมนัดเราหรือเปล่า] สายป่านยิ้มอีกครั้ง วันหยุดเสาร์อาทิตย์ เธอมักจะไปขลุกตัวอยู่กับแฟนหนุ่มที่คอนโดมิเนียมของเขา แน่นอนว่าวันนี้ก็เป็นวันที่เธอต้องไปหาเขา
“ไม่ลืมแน่นอน” เธอส่งข้อความหา ก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอน รีบไปอาบน้ำ เก็บข้าวของที่จำเป็นบางอย่างใส่กระเป๋า เธอรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ใช้เวลาช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ไปกับคนที่ตนรัก
...ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเธอก็จัดการตัวเองเรียบร้อย ร่างบางสะพายกระเป๋าข้างสีชมพูสดใส สวมใส่ส้นสูงสีเดียวกับกระโปรง เธอเป็นคนสดใส การแต่งกายก็ทันสมัย เป็นสาวสังคมสมกับที่ทำงานในนิตยสารชื่อดัง แม้นตอนนี้บริษัทจะผันตัวอยู่ในรูปแบบออนไลน์ทั้งหมด แต่ก็ยังคงความแฟชั่นเหมือนเดิม
รถเก๋งอีโคคาร์สมกับตำแหน่งบ.ก. ที่ทำงานมากว่าแปดปี เธออารมณ์ดีเป็นพิเศษ แม้นว่าจะเจอเขาที่ทำงานทุกวัน แต่ด้วยภาระงานและตำแหน่งที่ทั้งสองทำงานในบริษัทเดียวกัน หลาย ๆ อย่างเลยไม่เหมาะสม แม้นแต่สบตาก็ยังยาก ทำได้แค่หลบ ๆ ซ่อน มีแค่เพื่อนสนิทของเธอที่รู้เรื่องนี้
หญิงสาวนั่งงึมงำเพลงอยู่ภายในรถยนต์ระหว่างรอรถติด เธอถอนหายใจออกมาแรง ๆ ด้วยความเบื่อหน่าย อากาศก็ร้อนแสนร้อน ข้างนอกนั่นไม่รู้ว่าเกิดเหตุอะไร มีทั้งรถตำรวจ มีทั้งรถพยาบาล ดูชุลมุนวุ่นวายเต็มไปหมด
ติ้ง!
[นานจัง] เสียงข้อความของแฟนหนุ่มดังขึ้น เธอเหลือบสายตาไปมองทันที ก่อนจะคว้ามาพิมพ์ข้อความตอบกลับ
“เหมือนจะมีอุบัติเหตุอะ อาจจะช้าหน่อยนะคะ”
[โอเคครับ แค่คิดถึงน่ะ] เธอกระตุกยิ้มให้กับข้อความของเขา เป็นข้อความที่ทำให้หัวใจฟู ความรู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องติดแหง็กอยู่บนถนนมาร่วมชั่วโมงนี้มลายหายไปทันที
“คิดถึงเหมือนกัน อดใจที่จะเจอไม่ไหวแล้วเนี่ย” เธอพิมพ์ข้อความตอบกลับ ก่อนจะเก็บโทรศัพท์เมื่อมองเห็นเพื่อนที่ทำงานที่สำนักพิมพ์เดียวกัน ทว่าอีกฝ่ายนั้นทำแผนกอาชญากรรม ความอยากรู้อยากเห็นทำให้เธอคว้ากระเป๋าพร้อมกับโทรศัพท์มือถือลงจากรถ
...บรรยากาศช่วงสายของวันใจกลางกรุงเทพฯ เมืองที่เต็มไปด้วยผู้คน ขึ้นชื่อเรื่องรถติด และอากาศที่ร้อนระอุ กลิ่นท่อไอเสียรถยนต์นั้นทำให้หญิงสาวอดที่จะนึกเสียใจไม่ได้ที่ตนลงมา
“ไม่น่าเลย” แต่ก็เดินใกล้จะถึงแล้ว ริมฝีปากเอ่ยเรียกชื่อเพื่อนชาย
“วัฒน์!” เจ้าของชื่อหันขวับ เขาแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นสายป่านที่นี่
“อ้าว! เป็นผู้ประสบภัยรถติดอีกคนเหรอเนี่ย!!”
“ฮ่า ๆ ใช่น่ะสิ หมดกันวันหยุด” เธอหัวเราะออกมาเสียงดัง ทำให้จารุวัฒน์หัวเราะตามไปด้วย “แล้วเกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย”
“ก็รถชนประสานงากัน ก็เลยทำให้รถคันอื่น ๆ ที่ตามมาเบรกไม่ทัน ชนกันเป็นโดมิโนเลยน่ะสิ” ระหว่างที่จารุวัฒน์พูด ใบหน้าสวยก็ชะเง้อคอมองไปยังเหตุการณ์ตรงหน้า ผ่านช่องว่างระหว่างไทยมุงที่มามุงดูเหตุการณ์ไม่ต่างจากเธอ
“อุ๊ย! คนเลือดเต็มเลย” เปลือกตาบางเบิกกว้าง ไม่น่ายื่นหน้าไปอยากรู้อยากเห็นเลย ทว่า
“แก หมอหล่อมาก” อยู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งลอยเข้ามาในหู สายป่านหันไปมองตามเสียงซุบซิบนั้นอย่างช่วยไม่ได้ เธอชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างหนาในชุดเสื้อกาวน์สีขาว ที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด เขากำลังกู้ชีพผู้ประสบเหตุอยู่
...ใบหน้าหล่อเข้ม เธอมองเขาผ่านด้านข้างทำให้เห็นสันจมูกที่โด่งคมของเขา รับกับริมฝีปากหนาสีแดงระเรื่อ แม้นจะมีผมปรกที่หน้าผาก แต่ก็ไม่อาจปิดคิ้วหนาดกดำของเขาไว้ได้ ยิ่งแววตามุ่งมั่นก็ยิ่งทำให้เขามีเสน่ห์มากขึ้นเป็นเท่าตัว
สายป่านส่ายหน้าแรง ๆ สลัดความคิดไม่ดีออกจากหัว เธอมีแฟนแล้ว คิดว่าคนอื่นหล่อกว่าแฟนตัวเองได้ยังไง หญิงสาวกล่าวโทษตัวเองในใจ
“ผมว่าคุณสายป่านอ้อมไปถนนเส้นอื่นเถอะครับ ติดอีกนานเลยแหละ” เสียงของจารุวัฒน์ทำให้เธอได้สติ หลังจากที่ลอบมองผู้ชายคนอื่นอยู่นาน หญิงสาวหันไปหาคนเป็นเพื่อนอีกครั้ง
“ฉันก็ว่างั้นแหละ ดูท่าจะอีกนาน”
“หึ นานแน่ ๆ ว่าแต่จะไปไหนเหรอ” จารุวัฒน์อดสงสัยไม่ได้ เพราะวันนี้เป็นวันหยุดของคนเป็นเพื่อน
“อ้อ...” ทว่าอีกฝ่ายกลับมีท่าทีอึกอัก สายป่านกลืนน้ำลายลงคอ
‘ผมไม่อยากให้คนในบริษัทรู้ว่าเราคบกันครับ ป่านก็รู้ว่าทำไม’
เสียงของแฟนหนุ่มดังขึ้นในหัว หญิงสาวฉีกยิ้มให้เพื่อนเบา ๆ
“กลับบ้านน่ะ”
“ต่างจังหวัดน่ะเหรอ...สองวันเองนะ” เธอหยุดแค่เสาร์อาทิตย์ แค่ซักผ้าก็หมดวันแล้ว ยากที่จะเชื่อว่าเธอจะเดินทางกลับต่างจังหวัด
“อ้อ ก็...แหม สองวันนั่นแหละที่ต้องกลับ วันน้อยแค่ไหนก็อยากจะกลับบ้านน่ะ” เธอโกหก ปกติแล้วสาวเจ้านั้นไม่ใช่คนขี้โกหก แต่พอเป็นเรื่องนี้ เธอก็เลือกที่จะโกหกเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย
“อ้อ อย่างนั้นเหรอ ถ้างั้นก็เดินทางปลอดภัยนะ”
“โอเค ขอบใจนะ สู้ ๆ ล่ะ” สายป่านยิ้มรับ พร้อมกับให้กำลังใจเพื่อนในการทำงานในวันหยุด อีกฝ่ายคงทำโอทีเลยไม่ได้หยุดเหมือนคนอื่น
...ร่างบางเดินกลับไปที่รถยนต์ของตัวเอง เธอถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่เพื่อนไม่ถามเซ้าซี้มาก เพราะตนเป็นคนโกหกใครไม่เก่ง ยามที่ต้องโกหกไม่พูดความจริง เสียงของเธอจะสั่นมาก แถมพูดตะกุกตะกัก หากตำรวจมาคงจับเธอไปแน่ เหตุมีพิรุธทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด
สายป่านวนรถกลับ เปลี่ยนเส้นทางใหม่โดยไม่ลืมส่งข้อความบอกแฟนหนุ่ม
“กำลังไปนะคะ เปลี่ยนเส้นทางใหม่น่ะ” เธอไม่อยากให้เขารอนาน หญิงสาวเลยส่งข้อความไปหาเขา
ติ้ง!
[ครับ ผมทำกับข้าวรอ] เธอฉีกยิ้มกว้างออกมา คิดแล้วก็นึกโกรธตัวเองที่เผลอตัวไปเชยชมคนหน้าตาดีคนอื่นที่ไม่ใช่แฟนของตัวเอง กระนั้นก็เป็นแค่ชั่วครู่เดียวที่รู้สึก เพราะการหักห้ามใจให้รักแค่คนเดียวนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมี...
เวลาต่อมา...
พอมาถึงก็ต้องนั่งรอแฟนหนุ่มลงมารับ เธอหน้างอเล็กน้อยที่เขาปล่อยให้เธอรอกว่าครึ่งชั่วโมง ทั้ง ๆ ที่เธอบอกเขาแล้วว่ามาถึงแล้ว แต่ก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่แฟนหนุ่มลงมารับช้า ทว่าพอเขาลงมาแล้วนั้น
“รอนานไหม” รอยยิ้มของเขาก็ทำให้ความโกรธในใจมลายหายไปในทันที กฤตินเดินมาโอบเอวแฟนสาวเข้ามาหา เขาโน้มหน้ากดปลายจมูกลงที่แก้มของเธออย่างแรง
“อื้อ~ ตินคะ อายคน” เธอยกมือขึ้นดันแผ่นอกของเขาออก หัวใจในอกข้างซ้ายนั้นเต้นโครมคราม แต่สายตาของรปภ. ที่นั่งเฝ้าประตูคอนโดมิเนียมก็ทำให้เธอนั้นรู้สึกเขินอายไม่น้อย
“หึ รีบขึ้นห้องกันดีกว่า” แววตาของเขานั้นเต็มไปด้วยสายตาอ่านกิน ทำให้สายป่านเขินอายมากกว่าเดิม เธอเอียงใบหน้าหนี ขณะที่สองขาก็ก้าวเดินขึ้นลิฟต์ไปกับเขา
ถ้าไม่ติดว่าภายในลิฟต์มีกล้องวงจรปิด เขาก็คงจะจูบเธอมันตอนนี้ ชายหนุ่มโอบเอวคนตัวเล็กกว่าเข้ามาหา โน้มหน้าลงคลอเคลียที่ซอกคอของเธอ
“คิดถึงมาก”
“หึ เหมือนกันค่ะ อือ~ ใจเย็น ๆ สิคะ” เธอก็อยากอยู่หรอก แต่ว่าตอนนี้มันอล่างฉ่างเกินไป แต่พอมาถึงห้อง
...ร่างหนาของแฟนหนุ่มก็เข้าประชิดตัวเธอทันที คราวนี้สายป่านไม่ได้ห้ามอะไร เธอปล่อยกายไปกับความต้องการที่มีมากล้นของตัวเอง ชายหนุ่มดันร่างบางของแฟนสาวไปทางด้านหลัง จนเธอล้มตัวลงบนโซฟา ชายหนุ่มรีบขึ้นคร่อมทันที
“ใจร้อนจังเลยนะคะ” เธอมองร่างหนาของแฟนหนุ่มที่กำลังถอดเสื้ออยู่ หญิงสาวฉีกยิ้มกว้าง ทว่าพอเขากำลังจะโน้มหน้าลงมานั้น
ติ๊ด!
อยู่ ๆ เสียงแตะคีย์การ์ดหน้าห้องก็ดังขึ้น สายป่านขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ แต่แฟนหนุ่มของเธอกลับตกใจมาก เขาเบิกตากว้างพร้อมกับดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เป็นจังหวะที่บานประตูถูกเปิดเข้ามา
เป็นผู้หญิง...ที่สายป่านเองก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร
แต่แฟนหนุ่มของเธอนั้น...รู้ดี