บทที่ 1 แตกสลาย

1620 Words
ติ้ง! เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ในเช้าวันใหม่ ทำให้ร่างบางรู้สึกตัวตื่น ฝ่ามือบางควานหาโทรศัพท์บนหัวเตียง เธอหรี่ตาเล็กน้อย หลังจากนั้นไม่นานริมฝีปากบางก็คลี่ยิ้มออกมา [มอร์นิง เบบี๋] เป็นข้อความจากแฟนหนุ่มนี่เอง สายป่านหยัดกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ก่อนจะพิมพ์ข้อความกลับด้วยความรวดเร็ว “มอร์นิงค่ะ” “have a good day naka baby” โดยไม่ลืมส่งข้อความอวยพรในเช้าวันใหม่ให้กับเขา เธอทำอย่างนี้เป็นประจำ ทว่า [วันนี้หยุด ที่รักจำไม่ได้เหรอ] เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมา “จริงด้วย ลืมไปเลย...” [แล้วลืมนัดเราหรือเปล่า] สายป่านยิ้มอีกครั้ง วันหยุดเสาร์อาทิตย์ เธอมักจะไปขลุกตัวอยู่กับแฟนหนุ่มที่คอนโดมิเนียมของเขา แน่นอนว่าวันนี้ก็เป็นวันที่เธอต้องไปหาเขา “ไม่ลืมแน่นอน” เธอส่งข้อความหา ก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอน รีบไปอาบน้ำ เก็บข้าวของที่จำเป็นบางอย่างใส่กระเป๋า เธอรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ใช้เวลาช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ไปกับคนที่ตนรัก ...ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเธอก็จัดการตัวเองเรียบร้อย ร่างบางสะพายกระเป๋าข้างสีชมพูสดใส สวมใส่ส้นสูงสีเดียวกับกระโปรง เธอเป็นคนสดใส การแต่งกายก็ทันสมัย เป็นสาวสังคมสมกับที่ทำงานในนิตยสารชื่อดัง แม้นตอนนี้บริษัทจะผันตัวอยู่ในรูปแบบออนไลน์ทั้งหมด แต่ก็ยังคงความแฟชั่นเหมือนเดิม รถเก๋งอีโคคาร์สมกับตำแหน่งบ.ก. ที่ทำงานมากว่าแปดปี เธออารมณ์ดีเป็นพิเศษ แม้นว่าจะเจอเขาที่ทำงานทุกวัน แต่ด้วยภาระงานและตำแหน่งที่ทั้งสองทำงานในบริษัทเดียวกัน หลาย ๆ อย่างเลยไม่เหมาะสม แม้นแต่สบตาก็ยังยาก ทำได้แค่หลบ ๆ ซ่อน มีแค่เพื่อนสนิทของเธอที่รู้เรื่องนี้ หญิงสาวนั่งงึมงำเพลงอยู่ภายในรถยนต์ระหว่างรอรถติด เธอถอนหายใจออกมาแรง ๆ ด้วยความเบื่อหน่าย อากาศก็ร้อนแสนร้อน ข้างนอกนั่นไม่รู้ว่าเกิดเหตุอะไร มีทั้งรถตำรวจ มีทั้งรถพยาบาล ดูชุลมุนวุ่นวายเต็มไปหมด​ ติ้ง! [นานจัง] เสียงข้อความของแฟนหนุ่มดังขึ้น เธอเหลือบสายตาไปมองทันที ก่อนจะคว้ามาพิมพ์ข้อความตอบกลับ “เหมือนจะมีอุบัติเหตุอะ อาจจะช้าหน่อยนะคะ” [โอเคครับ แค่คิดถึงน่ะ] เธอกระตุกยิ้มให้กับข้อความของเขา เป็นข้อความที่ทำให้หัวใจฟู ความรู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องติดแหง็กอยู่บนถนนมาร่วมชั่วโมงนี้มลายหายไปทันที “คิดถึงเหมือนกัน อดใจที่จะเจอไม่ไหวแล้วเนี่ย” เธอพิมพ์ข้อความตอบกลับ ก่อนจะเก็บโทรศัพท์เมื่อมองเห็นเพื่อนที่ทำงานที่สำนักพิมพ์เดียวกัน ทว่าอีกฝ่ายนั้นทำแผนกอาชญากรรม ความอยากรู้อยากเห็นทำให้เธอคว้ากระเป๋าพร้อมกับโทรศัพท์มือถือลงจากรถ ...บรรยากาศช่วงสายของวันใจกลางกรุงเทพฯ เมืองที่เต็มไปด้วยผู้คน ขึ้นชื่อเรื่องรถติด และอากาศที่ร้อนระอุ กลิ่นท่อไอเสียรถยนต์นั้นทำให้หญิงสาวอดที่จะนึกเสียใจไม่ได้ที่ตนลงมา “ไม่น่าเลย” แต่ก็เดินใกล้จะถึงแล้ว ริมฝีปากเอ่ยเรียกชื่อเพื่อนชาย “วัฒน์!” เจ้าของชื่อหันขวับ เขาแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นสายป่านที่นี่ “อ้าว! เป็นผู้ประสบภัยรถติดอีกคนเหรอเนี่ย!!” “ฮ่า ๆ ใช่น่ะสิ หมดกันวันหยุด” เธอหัวเราะออกมาเสียงดัง ทำให้จารุวัฒน์หัวเราะตามไปด้วย “แล้วเกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย” “ก็รถชนประสานงากัน ก็เลยทำให้รถคันอื่น ๆ ที่ตามมาเบรกไม่ทัน ชนกันเป็นโดมิโนเลยน่ะสิ” ระหว่างที่จารุวัฒน์พูด ใบหน้าสวยก็ชะเง้อคอมองไปยังเหตุการณ์ตรงหน้า ผ่านช่องว่างระหว่างไทยมุงที่มามุงดูเหตุการณ์ไม่ต่างจากเธอ “อุ๊ย! คนเลือดเต็มเลย” เปลือกตาบางเบิกกว้าง ไม่น่ายื่นหน้าไปอยากรู้อยากเห็นเลย ทว่า “แก หมอหล่อมาก” อยู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งลอยเข้ามาในหู สายป่านหันไปมองตามเสียงซุบซิบนั้นอย่างช่วยไม่ได้ เธอชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างหนาในชุดเสื้อกาวน์สีขาว ที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด เขากำลังกู้ชีพผู้ประสบเหตุอยู่ ...ใบหน้าหล่อเข้ม เธอมองเขาผ่านด้านข้างทำให้เห็นสันจมูกที่โด่งคมของเขา รับกับริมฝีปากหนาสีแดงระเรื่อ แม้นจะมีผมปรกที่หน้าผาก แต่ก็ไม่อาจปิดคิ้วหนาดกดำของเขาไว้ได้ ยิ่งแววตามุ่งมั่นก็ยิ่งทำให้เขามีเสน่ห์มากขึ้นเป็นเท่าตัว สายป่านส่ายหน้าแรง ๆ สลัดความคิดไม่ดีออกจากหัว เธอมีแฟนแล้ว คิดว่าคนอื่นหล่อกว่าแฟนตัวเองได้ยังไง หญิงสาวกล่าวโทษตัวเองในใจ “ผมว่าคุณสายป่านอ้อมไปถนนเส้นอื่นเถอะครับ ติดอีกนานเลยแหละ” เสียงของจารุวัฒน์ทำให้เธอได้สติ หลังจากที่ลอบมองผู้ชายคนอื่นอยู่นาน หญิงสาวหันไปหาคนเป็นเพื่อนอีกครั้ง “ฉันก็ว่างั้นแหละ ดูท่าจะอีกนาน” “หึ นานแน่ ๆ ว่าแต่จะไปไหนเหรอ” จารุวัฒน์อดสงสัยไม่ได้ เพราะวันนี้เป็นวันหยุดของคนเป็นเพื่อน “อ้อ...” ทว่าอีกฝ่ายกลับมีท่าทีอึกอัก สายป่านกลืนน้ำลายลงคอ ‘ผมไม่อยากให้คนในบริษัทรู้ว่าเราคบกันครับ ป่านก็รู้ว่าทำไม’ เสียงของแฟนหนุ่มดังขึ้นในหัว หญิงสาวฉีกยิ้มให้เพื่อนเบา ๆ “กลับบ้านน่ะ” “ต่างจังหวัดน่ะเหรอ...สองวันเองนะ” เธอหยุดแค่เสาร์อาทิตย์ แค่ซักผ้าก็หมดวันแล้ว ยากที่จะเชื่อว่าเธอจะเดินทางกลับต่างจังหวัด “อ้อ ก็...แหม สองวันนั่นแหละที่ต้องกลับ วันน้อยแค่ไหนก็อยากจะกลับบ้านน่ะ” เธอโกหก ปกติแล้วสาวเจ้านั้นไม่ใช่คนขี้โกหก แต่พอเป็นเรื่องนี้ เธอก็เลือกที่จะโกหกเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย “อ้อ อย่างนั้นเหรอ ถ้างั้นก็เดินทางปลอดภัยนะ” “โอเค ขอบใจนะ สู้ ๆ ล่ะ” สายป่านยิ้มรับ พร้อมกับให้กำลังใจเพื่อนในการทำงานในวันหยุด อีกฝ่ายคงทำโอทีเลยไม่ได้หยุดเหมือนคนอื่น ...ร่างบางเดินกลับไปที่รถยนต์ของตัวเอง เธอถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่เพื่อนไม่ถามเซ้าซี้มาก เพราะตนเป็นคนโกหกใครไม่เก่ง ยามที่ต้องโกหกไม่พูดความจริง เสียงของเธอจะสั่นมาก แถมพูดตะกุกตะกัก หากตำรวจมาคงจับเธอไปแน่ เหตุมีพิรุธทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด สายป่านวนรถกลับ เปลี่ยนเส้นทางใหม่โดยไม่ลืมส่งข้อความบอกแฟนหนุ่ม “กำลังไปนะคะ เปลี่ยนเส้นทางใหม่น่ะ” เธอไม่อยากให้เขารอนาน หญิงสาวเลยส่งข้อความไปหาเขา ติ้ง! [ครับ ผมทำกับข้าวรอ] เธอฉีกยิ้มกว้างออกมา คิดแล้วก็นึกโกรธตัวเองที่เผลอตัวไปเชยชมคนหน้าตาดีคนอื่นที่ไม่ใช่แฟนของตัวเอง กระนั้นก็เป็นแค่ชั่วครู่เดียวที่รู้สึก เพราะการหักห้ามใจให้รักแค่คนเดียวนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมี... เวลาต่อมา... พอมาถึงก็ต้องนั่งรอแฟนหนุ่มลงมารับ เธอหน้างอเล็กน้อยที่เขาปล่อยให้เธอรอกว่าครึ่งชั่วโมง ทั้ง ๆ ที่เธอบอกเขาแล้วว่ามาถึงแล้ว แต่ก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่แฟนหนุ่มลงมารับช้า ทว่าพอเขาลงมาแล้วนั้น “รอนานไหม” รอยยิ้มของเขาก็ทำให้ความโกรธในใจมลายหายไปในทันที กฤตินเดินมาโอบเอวแฟนสาวเข้ามาหา เขาโน้มหน้ากดปลายจมูกลงที่แก้มของเธออย่างแรง “อื้อ~ ตินคะ อายคน” เธอยกมือขึ้นดันแผ่นอกของเขาออก หัวใจในอกข้างซ้ายนั้นเต้นโครมคราม แต่สายตาของรปภ. ที่นั่งเฝ้าประตูคอนโดมิเนียมก็ทำให้เธอนั้นรู้สึกเขินอายไม่น้อย “หึ รีบขึ้นห้องกันดีกว่า” แววตาของเขานั้นเต็มไปด้วยสายตาอ่านกิน ทำให้สายป่านเขินอายมากกว่าเดิม เธอเอียงใบหน้าหนี ขณะที่สองขาก็ก้าวเดินขึ้นลิฟต์ไปกับเขา ถ้าไม่ติดว่าภายในลิฟต์มีกล้องวงจรปิด เขาก็คงจะจูบเธอมันตอนนี้ ชายหนุ่มโอบเอวคนตัวเล็กกว่าเข้ามาหา โน้มหน้าลงคลอเคลียที่ซอกคอของเธอ “คิดถึงมาก” “หึ เหมือนกันค่ะ อือ~ ใจเย็น ๆ สิคะ” เธอก็อยากอยู่หรอก แต่ว่าตอนนี้มันอล่างฉ่างเกินไป แต่พอมาถึงห้อง ...ร่างหนาของแฟนหนุ่มก็เข้าประชิดตัวเธอทันที คราวนี้สายป่านไม่ได้ห้ามอะไร เธอปล่อยกายไปกับความต้องการที่มีมากล้นของตัวเอง ชายหนุ่มดันร่างบางของแฟนสาวไปทางด้านหลัง จนเธอล้มตัวลงบนโซฟา ชายหนุ่มรีบขึ้นคร่อมทันที “ใจร้อนจังเลยนะคะ” เธอมองร่างหนาของแฟนหนุ่มที่กำลังถอดเสื้ออยู่ หญิงสาวฉีกยิ้มกว้าง ทว่าพอเขากำลังจะโน้มหน้าลงมานั้น ติ๊ด! อยู่ ๆ เสียงแตะคีย์การ์ดหน้าห้องก็ดังขึ้น สายป่านขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ แต่แฟนหนุ่มของเธอกลับตกใจมาก เขาเบิกตากว้างพร้อมกับดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เป็นจังหวะที่บานประตูถูกเปิดเข้ามา เป็นผู้หญิง...ที่สายป่านเองก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่แฟนหนุ่มของเธอนั้น...รู้ดี
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD