หนึ่งเดือนต่อมา
หญิงสาวกำลังจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาตกตะลึงภายในใจคิดว่า นี่น่ะหรือนายหัวสกายแม็คเรนแนล ใช่คนนี้แน่หรือไม่เห็นเหมือนอย่างที่มารดาของเธอบอกไว้เลยซักนิด หญิงสาวกวาดสายตาคู่สวยมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าคนตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะส่งยิ้มแห้งๆให้กับเขา
“สวัสดีค่ะนายหัว”
หญิงสาวพนมมือไหว้อย่างนอบน้อมสวยงาม พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอขณะนี้ แต่แล้วเธอก็ต้องยิ้มเก้อเมื่อคนที่เธอคิดว่าเป็นนายหัวส่งเสียงร้องห้ามออกมาด้วยความเกรงอกเกรงใจ
“โอ้ย..ไม่ต้องสวัสดีผมหรอกครับนายหญิง ผมไม่ใช่นายหัวหรอกครับมาๆ ผมถือกระเป๋าช่วย”
คุณลุงที่ดารกาคิดว่าเป็นนายหัวสกายเดินเข้ามาโบกไม้โบกมือพร้อมกับเดินมาถือกระเป๋าช่วยเธอ หญิงสาวอ้าปากค้างไปเลยทีเดียว
“อ้าว ลุงไม่ใช่นายหัวสกายหรอกหรือคะ ขอโทษจริงๆ ค่ะหนูก็คิดว่า..” หญิงสาวยิ้มแหย!ส่งให้คุณลุง ก่อนจะเอ่ยถามถึงสกาย แม็คเรนแนล บุคคลที่จะต้องมารับเธอในวันนี้
“ผมชื่อ มั่น เป็นคนขับรถของนายหัวครับ พอดีนายไม่ว่างมารับนายหญิง ท่านเลยให้ผมมารับแทนครับ”
คำพูดของลุงมั่นสร้างความไม่พอใจให้กับคุณหนูดารกาทันที โดยไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรหญิงสาวก็เดินเชิดหน้าตรงไปยกกระเป๋าลงจากรถท่ามกลางความงงงวยของลุงมั่น
“อ้าว นายหญิงยกลงทำไมล่ะครับ”
“ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ถ้าไม่เต็มใจมารับฉัน ฉันก็ไม่ไป”
“ผมเต็มใจครับนายหญิง” ลุงมั่นรีบบอกพร้อมกับส่งยิ้มกว้างแสดงให้เห็นถึงความจริงใจที่มี
“หนูไม่ได้หมายถึงลุงค่ะ ฝากบอกนายหัวของลุงด้วยว่าถ้าเขาไม่มารับหนูด้วยตัวเองหนูก็จะไม่ไปเกาะเพียงรัก บอกเขาด้วยว่าไปแก้ตัวกับคุณป้าเดือนประดับให้ดีด้วยก็แล้วกัน”
พูดจบดารกาก็คว้ากระเป๋าก้าวฉับๆ เข้าไปในโรงแรมทันทีพร้อมกับสั่งเปิดห้องใหม่อีกครั้ง ทำเอาลุงมั่นถึงกับเกาหัวแกร็กๆ ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์โทรไปรายงานเจ้านาย
“หนอย คิดว่าเราอยากมาที่นี่นักหรือไง อีตานายหัวบ้า”
หญิงสาวกระแทกตัวลงกับเตียงนอนนุ่มอย่างไม่สบอารมณ์ ใบหน้าสวยงอง้ำอย่างขัดอกขัดใจ เขากล้าดียังไงถึงส่งคนขับรถมารับเธอ เขาทำเหมือนไม่เต็มใจที่จะให้เธอไปทำงานด้วย
“ไม่เต็มใจมารับก็ไม่ต้องมา” หญิงสาวสะบัดหน้าส่งสายตาค้อนประตูห้องที่ปิดสนิทราวกับว่านายหัวสกายมายืนอยู่ตรงนั้น เขาทำแบบนี้เหมือนว่าไม่ให้เกียรติเธอเลยซักนิด แล้วเรื่องอะไรที่เธอจะยอมไปเกาะเพียงรักง่ายๆ เธอเองก็ไม่ได้เต็มใจมาซักหน่อยคนอย่างคุณหนูดารกาที่เคยสุขสบายเกิดมาพร้อมกับกองเงินกองทองอย่างเธอต้องบากหน้ามาทำงานใช้หนี้เพื่อไม่ให้บริษัทถูกยึดมันเป็นเรื่องบ้าบอที่สุดในโลกเลย
หญิงสาวเก็บของใช้เข้าตู้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย หลังจากนั้นเธอก็ออกไปเดินเล่นยังชายหาดอย่างมีความสุข โดยไม่ทราบเลยว่าใครอีกคนกำลังโมโหกับการกระทำของเธอมากขนาดไหน
ณ บริษัท แม็คเรนแนล
“ว่าไงนะครับลุงมั่น”
“นายหญิงเธอไม่ยอมมาครับ เธอบอกว่าถ้านายไม่เต็มใจมารับ เธอก็ไม่มาครับ” ลุงมั่นรายงานตามที่ได้ยินจากปากของดารกา ให้กับนายหัวหนุ่มฟังโดยไม่ขาดซักประโยคเดียว ชายหนุ่มขบกรามแน่น
“หมายความว่ายังไงครับลุงมั่นยายนั่นว่ายังไงนะครับ”
“คือนายหญิงเธอบอกว่า ถ้าเขาไม่มารับหนูด้วยตัวเองหนูก็จะไม่ไปเกาะเพียงรัก บอกเขาด้วยว่าไปแก้ตัวกับคุณป้าเดือนประดับให้ดีด้วยก็แล้วกัน” ลุงมั่นดัดเสียงเลียนแบบดารกาจนชายหนุ่มอดหัวเราะขำออกมาไม่ได้
“หึๆ ขอบคุณครับลุง เดี๋ยวผมจัดการเอง” ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ลงด้วยความหงุดหงิดที่ดารกาไม่ยอมมากับคนของเขา ช่างเรื่องมากแล้วก็เอาแต่ใจเสียจริงยายคุณหนูดาวของคุณแม่เขาเนี่ย
“ดารกายายคุณหนูเอาแต่ใจไม่อยากมาก็ไม่ต้องมาใครเขาอยากจะไปรับเธอกันฮึ”
ชายหนุ่มพึมพำออกมาเบาๆ เขาเองก็ต้องรีบเคลียร์งาน แทบไม่มีเวลาทำอะไรอยู่แล้ว คิดว่าตัวเองสำคัญมาจากไหนเชียว ถึงต้องให้เขาไปรับเขาไม่ได้ว่างขนาดนั้นซักหน่อย ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตาทำงานของเขาจนกระทั่งเสร็จ แล้วจึงบ้านอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับฮัมเพลงไปด้วยแต่เขาก็ต้องชะงักกับเสียงทักของมารดา
“อ้าว กลับมาแล้วเหรอลูก ท้องฟ้า”
คุณเดือนประดับออกมารับบุตรชายถึงหน้าบ้าน พลางสอดส่ายสายตามองหาใครอีกคนที่ท่านให้บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนไปรับมาแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของดารกา
“มองหาใครหรือครับแม่ แล้วทำไมมองผมแบบนี้ล่ะครับ”
ชายหนุ่มยิ้มใส่ตามารดาทั้งๆ ที่เขาเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าท่านมองหาใครอยู่ แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เดินไปหอมแก้มท่านแล้วกอดท่านเอาไว้อย่างประจบประแจง
“หนูดาวล่ะลูกอยู่ไหน” คำถามของมารดาส่งผลให้เขานิ่งไป ก่อนที่จะแสร้งทำหน้าเหรอหรา
“ใครครับแม่ หนูดาว” เขาถามแต่ไม่สบสายตากับมารดา
“ท้องฟ้า นี่ลูกอย่าบอกนะว่าลืมไปรับหนูดาวน่ะ” ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าท่านหมายถึงดารกายายคุณหนูเอาแต่ใจคนนั้น นี่เธอมีความสำคัญกับแม่เขาขนาดนั้นเชียวหรือ
“เปล่าลืมครับ แต่หนูดาวของแม่ไม่ยอมมาเองครับ”
“เป็นไปไม่ได้ ก็แม่คุยกับหนูดาวก่อนที่ลูกจะออกไปรับเธอแล้วนี่จ๊ะ” คุณเดือนประดับหรี่ตามองลูกชาย
“เอ่อคือ...ผม”
“มีอะไรปิดแม่หรือเปล่าท้องฟ้า” สกายหลบสายตาของมารดาเสไปมองทางอื่น
“พอดีงานผมยุ่งมากๆ เลยให้ลุงมั่นไปรับเธอน่ะครับ แต่เธอไม่ยอมมาเอง” สกายอ้อมแอ้มตอบมารดา
“ตายจริง...ก็แม่บอกให้ลูกไปรับหนูดาวด้วยตนเอง แล้วทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะท้องฟ้า เสียมารยาทที่สุด หนูดาวเป็นแขกของแม่นะ ลูกอยากให้แม่เป็นผู้ใหญ่ที่เสียคำพูดหรือไงลอย่างน้อยก็ให้เกียรติแม่ให้เกียรติหนูดาวบ้าง” ชายหนุ่มหน้าเจื่อนสนิท การที่เขาไม่ได้ไปรับยายคุณหนูนั่นเหมือนเป็นความผิดใหญ่หลวง มิน่าหล่ะยายนั่นถึงบอกให้เขาเตรียมคำตอบให้กับมารดาดีๆ
“แม่ครับ ก็แค่พนักงานของเรานะครับ” ชายหนุ่มเรียกมารดาเสียงอ่อยพร้อมกับขยับเข้ากอดท่านอย่างออดอ้อนไม่เหลือภาพนายหัวจอมดุ แม้แต่น้อย
“หนูดาวเป็นลูกสาวเพื่อนแม่ถึงจะมาทำงานให้กับเราก็ตาม ไปรับหนูดาวมาให้แม่ด้วยตัวเองเดี๋ยวนี้เลยท้องฟ้า” คุณเดือนประดับสั่งเสียงเข้ม
“พรุ่งนี้ไม่ได้หรือครับแม่จะห้าโมงแล้วด้วยนะครับ” ชายหนุ่มต่อรอง แต่คุณเดือนประดับส่ายหน้า
“วันนี้แล้วก็ตอนนี้ด้วย ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงชั่วโมง”
“แต่วันนี้ท้องฟ้าเหนื่อยแล้วนะครับแม่ นะครับ” เขายังคงส่งสายตาละห้อยให้มารดาแต่ท่านก็ยังคงยืนยันคำเดิมคือเขาต้องไปรับดารกาตอนนี้
“ท้องฟ้ารับปากแม่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ทำตามด้วยแม่รู้ว่าท้องฟ้าเหนื่อยแต่ถ้าท้องฟ้าไปรับหนูดาวตั้งแต่เช้าก็คงไม่เป็นแบบนี้ใช่ไหมจ๊ะ”
“งั้นก็ได้ครับแม่ ดูคุณแม่จะรักและเอ็นดูหนูดาวเสียจริงนะครับ” ชายหนุ่มตัดพ้อมารดาเสียงสะบัดจนท่านรู้สึกขำกับท่าทางเหมือนเด็กชายขี้งอนของนายหัวหนุ่ม
“พูดมาก ไปได้แล้วลูกเดี๋ยวน้องจะรอนาน”
“ครับแม่งั้นท้องฟ้าไปก่อนนะครับ” ชายหนุ่มหน้าจ๋อยแต่ก็พยักหน้ารับคำ
“จ๊ะ...เดินทางดีๆ นะลูก” คุณเดือนประดับโบกมือให้กับลูกชายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ยายหนูดาว นี่เธอยังไม่ทันมาอยู่บ้านนี้เลยนะ เธอก็ทำให้คุณแม่ดุฉันแล้ว คงคิดล่ะสิว่าตัวเองน่ะสำคัญอยากรู้นักว่าหน้าตาเธอจะเป็นยังไงคอยดูนะจะแกล้งเสียให้เข็ด ทำให้เธอขอกลับบ้านแทบไม่ทันเชียว”
ชายหนุ่มคิดไปหงุดหงิดไป นานแล้วที่คุณเดือนประดับไม่ใช้เสียงตำหนิเขา ตั้งแต่เขาโตท่านก็เคารพในการตัดสินใจของเขาเสมอ อยากรู้นักว่าคุณหนูดาวของมารดามีดีอะไรนักหนาท่านถึงได้เอ็นดูและคอยดูแล แถมยังให้เขามารับด้วยตนเองแบบนี้ ก็แค่พนักงานคนหนึ่งของบริษัท ถึงจะเป็นลูกสาวเพื่อนแม่แต่ก็อย่าหวังว่าจะมีสิทธิพิเศษกว่าพนักงานคนอื่น
ณ แม็คเรนแนล โฮเทล
ภายในห้องพักสุดหรู ดารกากำลังนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ริมระเบียง พร้อมกับอ่านหนังสือนิยายเล่มโปรดอย่างมีความสุขท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก หญิงสาวรู้สึกมีความสุขมากๆ กับการพักผ่อนบนชั้นห้าของโรงแรมหรู ห้องพักของเธอมีระเบียงยื่นออกไปมากเป็นพิเศษเพื่อให้ลูกค้าได้ชมวิวทะเลสีฟ้าครามได้อย่างจุใจ อีกทั้งยังได้เห็นดวงอาทิตย์ตกน้ำที่สวยที่สุดอีกที่หนึ่งก็ว่าได้
ในขณะที่หญิงสาวกำลังเพลิดเพลินอยู่กับโลกส่วนตัวอันแสนสุขนั้น ด้านล่างของโรงแรมกำลังมีใครอีกคนเดินเข้ามาติดต่อประชาสัมพันธ์ด้วยใบหน้าบึ้งตึง จนทำให้พนักงานสาวๆ ของโรงแรมกลัวจนตัวสั่น จะไม่ให้ใครต่อใครกลัวได้ยังไง ด้วยรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเครารกรุงรัง ดวงตาคมดุที่มองมานั้นมันทำให้พวกเธอเย็นวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเป็นโจรหรือเปล่าก็ไม่รู้
“ผมมารับคุณดารกา ทวีสวัสดิ์ ห้อง VIP 503 ช่วยโทรตามให้หน่อยครับ”
ชายหนุ่มบอกความประสงค์แก่ประชาสัมพันธ์สาวสวยที่ ยืนมองเขาหน้าตาตื่นราวกับว่าเขาน่ากลัวนักหนา สกายคิดอย่างหงุดหงิด
“เอ่อ... คุณ...เป็นอะไรกับเธอคะ คือ..คือ...”
หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ แต่ก็ยังคงส่งยิ้มมาให้ถึงแม้จะเป็นยิ้มแห้งๆ ก็เถอะ นี่เป็นจุดเด่นของโรงแรมของเขา พนักงานทุกคนจะต้องดูแลลูกค้าด้วยรอยยิ้มเสมอ คนนี้คงเป็นประชาสัมพันธ์คนใหม่ที่มาทำหน้าที่แทนคนเก่าที่ลาคลอดบุตรจึงไม่รู้จักเขาแต่จะโทษพนักงานก็ไม่ถูกเพราะส่วนใหญ่เขาอยู่ที่เกาะเพียงรัก จะมีแค่ผู้จัดการโรงแรม และพนักงานระดับสูงเท่านั้นที่รู้จักเขา
“เป็นนายจ้าง” เขาตอบเสียงห้วนสั้น
“ขอดูบัตรประชาชนหน่อยได้ไหมคะ เอ่อ..คือเราต้องขออภัยจริงๆ เราทำตามหน้าที่ค่ะ”
สกายแม็คเรนแนล กระแทกลมหายใจออกมาก่อนจะเดินกลับไปที่รถเพื่อหยิบบัตรประชาชนของเขา ชายหนุ่มเดินกลับมาอีกครั้งพร้อมกับยื่นบัตรประชาชนให้กับพนักงาน
“คุณสกายแม็คเรนแนล”
หญิงสาวเอ่ยชื่อพร้อมกับพิจารณาชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาจริงจัง
“ไม่เห็นเหมือนในรูปนี้เลยค่ะ”
หญิงสาวพูดออกมาตามที่เธอเห็น ด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ชายหนุ่มกรอกสายตาขึ้นมองเพดานอย่างขัดใจ
“แล้วไง ต้องให้ผมไปโกนหนวดโกนเคราก่อนไหม ถึงจะยอมโทรเรียกคุณดารกาลงมาเนี่ย”
ชายหนุ่มพูดเสียงเครียด เขาหงุดหงิดเป็นบ้า ทำไมต้องเป็นเขาที่มารับยายคุณหนูนี้ด้วย ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าพนักงานทำตามหน้าที่เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า
“คุณจะรับมีดโกนหนวดแบบไหนดีคะ”
พนักงานสาววางมีดโกนหลากหลายรูปแบบบนเคาน์เตอร์พร้อมน้ำยาโกนหนวดอย่างดี สกายแม็คเรนแนลยืนอึ้งไปนิดหนึ่งกับการเตรียมความพร้อมของพนักงาน มันน่าจะให้โบนัสซักสิบเท่าดีไหมนะ
“บ้าชิบ”
ชายหนุ่มสบถออกมาเบาๆ ก่อนจะหยิบอุปกรณ์โกนหนวดเดินตามพนักงานชายอีกคนไปยังห้องน้ำ ประมาณ สิบนาทีต่อมาใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเคราอันหนาครึ้มก็ถูกโกนออกเหลือแต่ใบหน้าอันหล่อเหลาสไตล์ลูกครึ่ง เขาเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้ายังคงบึ้งตึง เดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์อีกครั้ง พอไปถึงก็วางอุปกรณ์โกนหนวดลงที่เดิม
“โอเคหรือยังครับคุณประชาสัมพันธ์ ทีนี้โทรเรียกคุณดารกาลงมาได้แล้ว”
ชายหนุ่มกัดฟันพูดกับพนักงานสาวสวยที่ตอนนี้มัวแต่ตกตะลึงมองคนหล่อแถมยังเป็นเจ้าของโรงแรมจนตาค้างทำอะไรไม่ถูก จนชายหนุ่มต้องเรียกซ้ำ
“เฮ้ คุณครับคุณ”
“คะ คะ ว่าอะไรนะคะ” พนักงานสาวลนลาน ใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยความเขินอาย
“ผมว่าโทรเรียกคุณดารกาลงมาได้หรือยังครับ ผมจะนั่งรอตรงล็อบบี้ตรงโน้น ให้เธอไปพบผมที่นั่น” ชายหนุ่มชี้ไปทางที่เขาจะนั่งรอดารกา
“เอ่อ..ค่ะ ดิฉันต้องขอโทษท่านประธานด้วยนะคะคือว่า...เอ่อ..”
ประชาสัมพันธ์สาวหน้าซีดเป็นไก่ต้มเมื่อคนที่เธอคิดว่าเป็นโจรกลับกลายมาเป็นเจ้าของโรงแรมเสียนี่ สกายพยักหน้าเป็นเชิงให้อภัย
“ช่างเถอะ ผมถือว่าคุณทำหน้าที่ได้ดีมาก โทรตามคุณดารกาด้วยล่ะ”
“ค่ะท่านประธาน”
พนักงานสาวรับปากก่อนจะหยิบโทรศัพท์ต่อสายตรงไปยังห้องพักสุดหรูของดารกาพร้อมกับแจ้งให้เธอทราบว่ามีคนมารอพบ
“คุณดารกาคะ มีคนมาขอพบคุณค่ะ อ้อ ชื่อคุณสกายแม็คเรนแนลค่ะรออยู่ด้านล่างค่ะ ค่ะตรงค็อฟฟี่ช็อปค่ะ ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
“ต้องขออภัยท่านประธานอีกครั้งนะคะ ที่เสียมารยาท เอ่อ...เรื่องหนวด” พนักงานสาวเอ่ยขอโทษอีกครั้งพร้อมกับยกมือไหว้
“ไม่เป็นไร” พูดจบชายหนุ่มก็หยิบบัตรประชาชนใส่กระเป๋ากางเกงเดินไปนั่งรอดารกา
“เกือบไปแล้วไหมล่ะเธอ” พนักงานสาวอีกคนกระซิบเบาๆ
“ทำไมเธอไม่บอกฉันล่ะ ว่าเป็นท่านประธานมาทำงานก่อนฉันตั้งหลายเดือน”
“ฉันเองก็ไม่เคยเห็นท่านตัวเป็นๆ เลยนะ พึ่งวันนี้วันแรก ท่านไม่ค่อยมาที่โรงแรมหรอกส่วนใหญ่คุณพิธาน กับคุณวสุ จะมาดูแลแทน ”
“นั่นสิตอนแรกนึกว่าโจรมาแอบอ้างเป็นท่านประธานเสียอีกที่ไหนได้ท่านประธานชัดๆ ดีนะที่ท่านไม่เอาเรื่องไม่งั้นคงได้กินแกลบแทนข้าว”
“แต่แหม! พอโกนหนวดโกนเคราออก หล่อเป็นบ้าเลยนะเธอ”
“อืม นั่นน่ะสิ เสียดายดุไปหน่อย น่ากลัวยังไงก็ไม่รู้เนาะ”
สองพนักงานสาวมองตามหลังชายหนุ่มตาละห้อย ก่อนที่จะมีลูกค้าคนอื่นเข้ามาติดต่อ สองสาวหันกลับมาทำงานอย่างเอาจริงเอาจังอีกครั้ง