เขารักฉัน
แค่ได้รักก็พอ แต่ถ้าได้วีดีคอลก็จะดีกว่านี้
ณ โรงพยาบาลไกรวนิตย์ โรงพยาบาลอันดับหนึ่งของประเทศ คนไข้วีไอพีห้อง 905 นั่งบนเตียงอย่างมั่นคง โนสนโนแคร์สายน้ำเกลือที่ห้อยระโยงระยางและเสียงอัตราการเต้นของหัวใจที่ขึ้นจอมอนิเตอร์ นั่งจ้องหน้าจอโน๊ตบุ๊คบนตักตาไม่กระพริบ หน้าจอปรากฎรายชื่อผู้โชคดีที่จะได้วีดีโอคอลส่วนตัวกับอปป้าส่งตรงจากโคเรีย ทันทีที่ชื่อผู้โชคดีปรากฎ จอมอนิเตอร์วัดระดับอัตราการเต้นของหัวใจปรากฎการเต้นของหัวใจที่เริ่มช้าลงๆ และเมื่อชื่อ ปวิตรา มีนญปัณณา ขึ้นเป็นลำดับสุดท้ายของ10คนที่โชคดี เสียงมอนิเตอร์ก็ดังสนั่นทั้งชั้นเนื่องจากหัวใจเต้นแรงเกินอัตรา
“กรี๊ดดดดดด…อ๊อก!”
เมื่อเสียงแจ้งเตือนดังลั่นเหล่าพยาบาลและหมอประจำชั้นก็วิ่งกรูเข้ามาทันทีเพื่อช่วยเหลือคนไข้ และเมื่อวิกฤติได้ผ่านไปคนไข้รอดตายหวุดหวิดที่เกือบไม่ได้เจอเนื้อคู่ (?) ก็ฟื้น เหล่าบรรดาหมอและพยาบาลก็พากันถอนหายใจอย่างโล่งอก
“อ้าว มะลิเป็นอะไรอีกเหรอคะคุณหมอ?”
“เห้อ หนูมะลิเล่นเอาพวกเราเกือบช่วยไม่ทันเลยนะครับ หัวใจทำงานมากเกินไปครับ” คุณหมอประจำตัวคนไข้ยืนตอบอย่างปลงๆ ก็คนไข้คนนี้อยู่ที่นี่มาแทบจะตั้งแต่เกิดเลยด้วยซ้ำ
เนื่องจากร่างกายแทบจะเป็นแหล่งรวมโรคอยู่แล้ว เจ้าตัวก็ยังนั่งยิ้มระรื่นหน้าตาเบิกบานอยู่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยจริงๆ เพราะอยู่เฉยๆ รอทานยาทุกวันเลยเบื่อไม่ได้ทำอะไร พยาบาลสาวเลยแนะนำให้รู้จักกับนักร้องบอยแบรนด์ต่างชาติกลุ่มนึง ทำให้หนูมะลิผู้นี้ก็กลายเป็นติ่งเกาหลีน้อยอย่างเต็มตัว และหลังจากนั้นก็มักจะมีเรื่องให้เหล่าหมอและพยาบาลทำงานกันทุกวันเนื่องจากเจ้าตัวเผลอใจเต้นแรงมากเกินไป ทำให้หวิดตายอยู่แทบจะตลอดเวลา
“แหมมม พี่หมอหนูอยากจะกรี๊ด กรี๊ดดด ขอกรี๊ดอีกได้มั้ยคะ”
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆๆ
“ใจเย็นก่อนนะหนูมะลิ ใจเย็นๆ ค่อยหายใจเข้าแล้วค่อยๆ ผ่อนออก อย่างนั้นแหละ” แค่นี้หมอก็เหนื่อยจนร่างจะขาดแล้วหนูมะลิเอ๋ย
“โอเคค่ะ ฮึบ ฟู่ววว คือหนู กรี๊ดด ฮึบ ฟู่ววว หนูจะได้วีดีโอคอลกับอปป้าค่ะพี่หมอ! ฮึบ ฟู่ววว” มะลิกั้นใจพูดออกไปแล้วกลับมาโฟกัสกันหายใจเข้าออกเพื่อลดการทำงานของหัวใจที่เต้นเร็วมากเกินไปตามพี่พยาบาล
“เมื่อไหร่เหรอครับ” ต้องเตรียมการล่วงหน้ากันสักหน่อยละ
“มะรืนนี้ค่ะ เฮ้อออ ถ้ามะลิได้คอลกับอปป้ามะลิคงตายตาหลับละค่ะ ฮรึก มะลิ ฮึก มะลิโอเคมาก ฮือ"
“หนูมะลิคะ ค่อยๆ หายใจเข้าตามพี่นะคะ แล้วหายใจออกค่ะ มือบีบลูกบอลอยู่มั้ยคะ”
“มะลิทำอยู่ค่ะ” มะลิพยายามฮึบ
“มะลิหนูอย่าพูดแบบนี้ ลางไม่ดีเลยนะครับ” คุณหมอเอ่ยเตือน
“ฮ่ะๆ”
ภายหลังหนูมะลิหลับไปเพราะฤทธิ์ยาที่หมอให้ตามเวลา เหล่าหมอและพยาบาลเริ่มประชุมกันยกใหญ่่ รวมถึงการติดต่อสอบถามทางครอบครัวของน้องที่มีอยู่เพียงคนเดียวโดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้
สองวันผ่านไป…ถึงวันที่ได้วีดีคอลกับอปป้า มะลิตั้งโน๊ตบุ๊คพร้อมประจำที่ที่จะพูดคุยกับคนที่ตัวเองเฝ้ามองคะนึงหาผ่านหน้าจอ ไปหาก็ไม่ได้เพราะแค่ก้าวเท้าออกจากห้องนี้ยังทำไม่ได้เลย เหล่าผู้ช่วยพยาบาลและหมอประจำที่เตรียมพร้อมเพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตแพทย์นั่งประกบมะลิด้านข้างเพื่อควบคุมไม่ให้มะลิตื่นตัวจนทำให้หัวใจทำงานหนักเกินไป
“โอเค มะลิพร้อม มะลิสู้!! สู้ตาย!! ฮึบๆ” พูดจบมะลิก็กดเข้าเว็บไซต์ ล็อกอิน ท่ามกลางการลุ้นตัวโก่งของเหล่าแพทย์และพยาบาลทั้งหลาย
รายชื่อของการวีดีโอคอลเริ่มสั้นลงๆ โดยกำหนดให้ผู้โชคดีวีดีโอคอลได้เพียง5นาทีเท่านั้น สำหรับเหล่าผู้โชคดีที่คิดว่ามันช่างเป็นเวลาแสนสุขสุดสั้นนั้น ช่างเป็นเวลาเนิ่นนานของเหล่าแพทย์เบอร์หนึ่งของประเทศในขณะนี้
“ตามะลิแล้วค่ะ” ทันทีที่พูดจบหมอและพยาบาลเตรียมหยิบอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเข็มฉีดยา ถุงน้ำเกลือ ถุงเลือดที่พร้อมเปลี่ยน เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า และอีกมากมาย
“….”
ระหว่างรอการเชื่อมต่อที่กำลังหมุนโหลดอยู่ แอร์ภายในห้องนั้นเย็นเฉียบ ไร้เสียงพูดคุยใดๆ มีเพียงความเคร่งเครียดของบรรดาแพทย์เท่านั้น
“เชื่อมต่อแล้วค่ะ” มะลิพูดจบ จอโน๊ตบุ๊คก็ปรากฎภาพหนุ่มหล่อทั้งเก้าคนขึ้นมาเต็มหน้าจอในระดับความชัดสูงสุด
“สวัสดีครับ!! วีอาร์วัน …”
“แปปนะคะอปป้า”
หล่อมากพ่อ หล่อวัวตายควายล้ม คนหรือเทพบุตร กินอะไร พระเจ้ารังสรรค์อะไรให้หล่อขนาดนี้ ขุ่นพระขุ่นเจ้าช่วยมะลิที หายใจเข้าพุทโธธัมโม
“ครับ?” ในขณะนั้นภายในจอของฝั่งแฟนคลับเหล่าอปป้าก็ได้เห็นว่าแฟนคลับตัวเองกำลังพยายามโฟกัสการหายใจอย่างถึงที่สุด พวกเขาก็รู้ทันทีว่าควรทำอย่างไร
“พร้อมค่ะ มาค่ะ”
“ชื่ออะไรเหรอคะ” หนึ่งในหนุ่มหล่อถาม
“หนูชื่อมะลิค่ะ”
“ว๊าว น่ารักจังเลย แค่ชื่อก็หอมแล้วนะคะเนี่ย”
ใจเย็นนะมะลิ ใจเย็น ค่อยๆ หายใจ ฮรึก รู้สึกสวยจนอยากเอาผมทัดหูแต่ว่าไม่มีผมสักเส้นให้สะบัด
“ค่ะอปป้า”
“หนูมะลิไม่สบายเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ แต่ช่างมันเถอะค่ะ อปป้ารู้ไหมคะ ถ้าไม่รู้หนูจะบอกค่ะ อปป้าเป็นรักแรกและรักเดียวของหนูค่ะ อปป้าเป็นแรงบันดาลใจแล้วก็เพลงของอปป้าทำให้หนูอยากสู้เพื่ออยู่ต่อค่ะ!! อปป้าคือความสุขในชีวิตหนูต้องขอบคุณอปป้านะคะที่พยายามเดบิวต์ พยายามอะไรหลายๆ อย่าง ถึงหนูจะไม่รู้ว่าอปป้าเหนื่อยหรือลำบากหรือท้อมากแค่ไหน หนูขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณที่ประสบความสำเร็จให้หนูหรือแฟนคลับทุกคนได้รู้จัก ขอบคุณจริงๆ ที่อปป้าพยายามมาจนถึงวันนี้ หนูรักเพลง รักเสียงร้อง รักทำนอง รักอปป้าทุกคน ไม่ว่าใครจะอยู่หรือไปหนูพร้อมซับพอร์ต พร้อมเป็นกำลังใจไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน มะลิแค่ต้องการบอกแค่นี้…ฮึก เพียงแค่นี้ มะลิก็ตายตาหลับแล้วค่ะ”
สิ้นเสียงพูดของมะลิทั้งห้องก็ปราศจากเสียงใดๆ มีเพียงเสียงจากจอมอนิเตอร์เท่านั้นที่ดังปกติ
“ขอบคุณครับ” ลีดเดอร์เป็นคนตอบแทนทุกคนที่กำลังน้ำตาซึมกับคำพูดที่สัมผัสได้ว่า ทุกคำที่แฟนคลับคนนี้พูดมามันออกมาจากใจจริง
พวกเขาเป็นเหมือนแรงยึดเหนี่ยวสุดท้ายที่ทำให้เด็กสาวในจอสู้กับสิ่งเลวร้ายที่ต้องพบเจอในชีวิตมันยากมากแค่ไหนที่ต้องทนอยู่บนเส้นด้ายว่าตัวเองจะอยู่หรือจะตายเวลาไหนก็ไม่รู้ แต่แรงใจที่พยายามสู้เพื่อวันนี้ที่เด็กสาวรอคอยก็มาถึงในที่สุด
“หนูรอคอยวันนี้มานานมากค่ะ เพื่อที่จะบอกสิ่งที่ยังค้างคาในใจให้อปป้าได้รับรู้”
“พวกเรารับรู้แล้วครับ ขอบคุณนะครับที่มาเป็นแฟนคลับของพวกเรา”
“ฮืออ พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกันนี่คะ ฮืออ”
“พวกเราก็รักหนูนะครับ รักนะครับมะลิ”
“ฮรึก….อึ่ก!!”
ติ๊ด…ติ๊ด……ติ๊ด…….ติ๊ด
“พวกเราทุกคนก็รักหนูนะครับ ฉะนั้น สู้ๆ นะครับพวกเราก็จะเป็นกำลังใจให้” พูดจบ ลีดเดอร์ก็เอากล้องไปใกล้ๆ ให้ใบหน้าของทุกคนเต็มจอ แล้วพูดพร้อมกันว่า “รักมะลินะครับ แล้วพบกันครั้งหน้า ซารังเฮมะลิย่าาา” จากนั้นก็วิ้งค์และส่งจุ๊บพร้อมมินิฮาร์ทมาให้
ครบกำหนดเวลาวีดีโอคอลกล้องก็ตัดอัตโนมัติเพื่อความเท่าเทียมกันของแฟนคลับผู้โชคดี
“เขาบอกรักฉัน…เขาเรียกชื่อฉัน…เขาบอกรักฉัน…….เขาเรียกชื่อฉัน…เขาบอกรักฉัน…………เขารักฉัน” เสียงที่เริ่มอ่อนแรงลงก็หายไปพร้อมกับโน๊ตบุ๊คบนตักที่ร่วงลงพื้น
ติ๊ด…….ติ๊ด……….ติ๊ด……….ตี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
“มะลิ!!!”
มะลิในวัยยี่สิบหกจากโลกนี้ไปด้วยสาเหตุหัวใจเต้นเร็วเกินไปจนร่างกายรับไม่ไหวจากไปอย่างสงบด้วยรอยยิ้มที่ค้างอยู่บนใบหน้า