bc

รานทรวง

book_age18+
3.2K
FOLLOW
7.6K
READ
bold
office/work place
like
intro-logo
Blurb

เธอยอมเป็นของเล่นเป็นผู้หญิงในความลับของเจ้านายหนุ่ม เพราะหวังว่าสักวันเขาจะเห็นความสำคัญของเธอบ้าง แต่สุดท้ายเธอก็ยอมตัดใจแล้วเดินจากมาเมื่อเขาเลือกที่จะแต่งงานทั้งๆที่รู้ว่าเธอท้อง..."คุณหนึ่งจะเอายังไงคะ"เขาตวัดตามองเมื่อเธอตั้งคำถามพร้อมบอกเสียงกระด้าง"จะเอายังไงได้ล่ะ พรุ่งนี้แสนไปยื่นใบลาออกซะ แล้วต่อไปนี้ก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง เดี๋ยวผมจะหาบ้านชานเมืองสักหลังแล้วให้แสนย้ายไปอยู่ที่นั่น""คะ...แค่นั้นเหรอคะ""แค่นั้น? หมายความว่าอะไรกัน""แล้ว...เรื่องการแต่งงานของคุณ...""เรื่องแต่งงานมาเกี่ยวอะไร นี่แสนคงไม่คิดว่าผมจะยกเลิกงานแต่งงานเพราะว่าแสนท้องหรอกนะ เพราะมันเป็นไปไม่ได้เลย"เธอเจ็บร้าวไปทั้งลำคอเมื่อได้ยินคำพูดของผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจ ผู้ชาย...ที่เป็นพ่อของลูกเธอ"แล้วลูกล่ะคะ ถ้าคุณแต่งงานลูกจะเป็นยังไง""ต่อให้ผมแต่งงานอีกสิบครั้งร้อยครั้งเขาก็คือลูกผม เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรต้องห่วง เพียงแต่คงเปิดเผยให้คนอื่นรู้ไม่ได้เท่านั้น"เวคินกล่าวเสียงเครียดไม่แพ้ใบหน้า เขามัวแต่กังวลจนลืมสังเกตว่าแววตาของแสนรักเริ่มเปลี่ยนไป"หมายความว่า...เราสองแม่ลูกต้องอยู่แบบหลบๆซ่อนๆไปตลอดชีวิตงั้นเหรอคะ""ทำไมต้องถามแบบนี้ด้วย เราตกลงกันตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอ""ค่ะ แสนผิดเองที่ถามโง่ๆ แต่ถึงอย่างนั้นแสนก็อยากจะถามคุณอีกอยู่ดี ว่านอกจากอยู่แบบหลบๆซ่อนๆแล้วยังมีวิธีอื่นอีกมั้ย""ถ้าไม่ยอมที่จะอยู่เงียบๆ ก็รอจนคลอดแล้วยกเด็กให้เป็นลูกของผมกับนัดธิดา เขาจะได้ทุกอย่างตามสิทธิ์ของเขา ผมสามารถสร้างข่าวได้อยู่แล้วว่านัดธิดาท้อง"เขาบอกอย่างนั้นเพราะมั่นใจเหลือเกินว่านัดธิดาซึ่งกำลังจะกลายเป็นภรรยาอย่างถูกต้องจะไม่ปฏิเสธ"ถ้าจะทำอย่างนั้นแสนยอมทำแท้งซะดีกว่าค่ะ!"แสนรักเริ่มขึ้นเสียงเพราะความเจ็บปวดผิดหวังท่วมท้นอยู่ในอกดวงตาแดงก่ำจ้องมองเวคินไม่ยอมหลบ"ก็เอาสิ! ดีเหมือนกันจะได้จบปัญหา!"❌️ นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการที่เพ้อเจ้อของไรท์ หากใครไม่ชอบดราม่า พระเอกเลว เลื่อนผ่านได้นะคะ❌️ สำหรับใครที่จะติดตามอ่านฟรีไรท์จะอัพทุกวันไม่เกินสองทุ่มจนจบเรื่องค่ะ🙏 ขอบคุณทุกๆกำลังใจทุกๆการติดตามนะคะ

chap-preview
Free preview
รานทรวง...1
ร่างอรชรเปล่าเปลือยยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง มองชายหนุ่มที่กำลังสวมเสื้อผ้าอยู่ตรงหน้าด้วยหัวใจที่เจ็บปวด ยังโชคดีที่ในห้องเปิดเพียงโคมไฟดวงเล็กเธอจึงซ่อนความเศร้าหมองจากสายตาเขาได้ “เดือนนี้โอนให้แล้วนะ” “ค่ะ” เขาพยักหน้าส่ง ๆ แล้วเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทางมั่นคงสง่างามไม่ต่างจากตอนเข้ามา ไม่มีจูบลา ไม่มีคำพูดที่แสดงถึงความอาวรณ์ มีเพียงความเฉยเมยเท่านั้นที่เธอมองเห็น ทุกครั้งที่เขามีอารมณ์ เธอก็จะเป็นที่ระบายชั้นเยี่ยม นอกเสียจากเวคินจะไม่มีเรื่องกวนใจ เธอจึงจะได้สัมผัสอ้อมกอดอบอุ่นบ้าง แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้เธอโทษใครไม่ได้เลยนอกจากตัวเอง (8 เดือนก่อน) แสนรัก อาจหาญ หญิงสาววัยยี่สิบสามปี นักศึกษาจบใหม่ที่โชคดีได้งานแรกเป็นประชาสัมพันธ์ในโรงแรมระดับห้าดาวชื่อดังอันดับต้น ๆ ของประเทศ ถ้าจะบอกว่าเธอได้งานนี้เพราะหน้าตาก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะผู้จัดการโรงแรมเลือกเธอจากใบหน้าสวยซึ้งหมดจด และรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นเหมาะสมกับงานที่เธอได้รับ โครม!! “ว้าย!!” หญิงสาวกรีดร้องอย่างตกใจเมื่อจู่ ๆ ท้ายรถแท็กซี่ที่เธอนั่งก็ถูกชนอย่างจัง “คุณเป็นไรมั้ยครับ!” “ไม่ค่ะ” เธอตอบเสียงสั่น เพราะยังคงรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะรีบตั้งสติแล้วเปิดประตูตามคนขับรถลงไป “ยังไงคะพี่” “ต้องรอประกันครับ” “โอ๊ย! หนูรอไม่ได้นะคะ พอดีวันนี้หนูทำงานวันแรกด้วย ถ้าสายนะแย่เลย” “งั้นเดี๋ยวพี่เรียกรถคันใหม่ให้นะ” “ค่ะพี่ รีบเลยค่ะ!” เธอตอบรับรวดเร็ว และก็ยังเดินตามคนขับไปเพื่อช่วยเรียกรถ แต่ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช่นนี้ รถทุกคันมีผู้โดยสารเสียแล้ว สร้างความกระวนกระวายใจให้กับแสนรักเป็นอย่างมาก “ซวยอะไรอย่างนี้นะ ทำงานวันแรกก็จะสายเลยเหรอเนี่ย!” ในระหว่างที่เธอกำลังตัดพ้อกับโชคชะตาที่ไม่ราบรื่น จู่ ๆ รถพอร์ชสุดหรูก็จอดสนิทตรงหน้า พร้อมกับกระจกที่คนขับจงใจลดมันลงเพื่อสนทนากับเธอ “มีอะไรให้ช่วยมั้ย” แสนรักแทบลืมหายใจเมื่อได้เห็นใบหน้าของคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย กลีบปากอิ่มเผยอค้าง เพราะมัวแต่ตกตะลึงในความหล่อของคนตรงหน้า เธอรู้สึกคล้ายถูกดูดเข้าไปในดวงตาลุ่มลึกคู่นั้น และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่แสนรักได้สัมผัสความรู้สึกที่เขาว่ากันว่าเหมือนโลกหยุดหมุน “คุณ...” “ฮะ! เอ่อ...คะ” “ผมถามว่ามีอะไรให้ช่วยมั้ย” “มะ...ไม่มีค่ะ ฉันแค่กำลังเรียกรถ” “กำลังจะไปโรงแรมสยามแกรนด์หรือเปล่า” “อ้อ...ค่ะใช่” “งั้นขึ้นมาเลย ผมกำลังจะไปที่นั่น” หญิงสาวไม่รอให้เขาพูดซ้ำ เพราะเธอเปิดประตูขึ้นไปนั่งเบาะข้างราวกับคนละเมอ “คุณคงนั่งรถที่เกิดอุบัติเหตุสินะ” ชายหนุ่มชวนคุยเพื่อลดความประหม่าให้กับเธอ “คะ...ค่ะ วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันทำงานด้วย ร้อนใจสุด ๆ เลยค่ะ กลัวไปสาย ดีนะคะที่ตื่นเต้นออกก่อนเวลา ไม่งั้นคงจะถูกไล่ออกตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มงาน” “หึ หึ ไม่แย่ขนาดนั้นหรอกครับ แค่บอกเหตุผลไปก็คงจะอะลุ่มอล่วยได้” “ฉันก็หวังแบบนั้นค่ะ ว่าแต่คุณรู้ได้ยังไงคะว่าฉันกำลังจะไปที่นั่น” “ชุดคุณไง” หญิงสาวก้มมองตัวเองแล้วจึงพยักหน้าหงึกหงัก เพราะเห็นว่าตัวเองใส่ชุดยูนิฟอร์มของโรงแรม “โรงแรมนี้ดังสุดละเนอะ เห็นชุดก็รู้แล้วว่าที่ไหน ฉันไม่คิดเลยค่ะว่าจะโชคดีถึงขนาดได้งานที่นี่ ถึงได้กังวลมากเรื่องไปสายไงคะ” “อ้อ...งั้นเหรอครับ” “ค่ะ แล้วคุณล่ะคะ จะไปทำอะไรที่นั่น” “ไปทำงานเหมือนกันครับ” “ดีจัง เราสองคนทำงานที่เดียวกันด้วย แต่ดูแล้วขอเดาเลยนะคะว่าคุณน่าจะเป็นผู้จัดการฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแน่ ๆ” ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนจะมองตรงไปยังถนนเบื้องหน้าอย่างตั้งใจ ใช้เวลาไม่นานรถก็จอดที่หน้าโรงแรม “ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ ถ้าไม่ได้คุณฉันแย่แน่ ๆ เอาไว้ถ้าเจอคราวหน้าฉันจะเลี้ยงกาแฟคุณค่ะ” ไม่เพียงกล่าวขอบคุณด้วยปากเปล่า แต่เธอยังยกสองมือขึ้นประนมไหว้ เพื่อให้เขารับรู้ว่าเธอรู้สึกขอบคุณจากใจจริง ๆ “ได้ครับ ขอให้งานของคุณราบรื่น” “ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ” เธอปิดประตูรถแล้ววิ่งเข้าไปในโรงแรมด้วยความรีบร้อน เพราะใกล้ถึงเวลาทำงานเข้ามาทุกที และในวันหนึ่งขณะที่เธอทำงาน ชายหนุ่มใจดีที่รับเธอติดรถมาด้วยก็เดินผ่านเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ แสนรักก็ไม่รอช้าที่จะเรียกเขา เพราะตั้งแต่วันนั้นเธอก็พยายามมองหาเขาอยู่ตลอด “คุณคะ! คุณ!” ชายหนุ่มหยุดเดินแล้วส่งยิ้มบาง ๆ ให้กับเธอ เพราะเขาเองก็จำเธอได้เช่นกัน “ฉันมองหาคุณหลายวันแล้วเพิ่งเจอ เที่ยงนี้ว่างมั้ยคะฉันจะเลี้ยงข้าว” “ทำงานที่นี่ราบรื่นดีมั้ย” “ดีค่ะ ดีมาก พวกพี่ ๆ ใจดีกับฉันมาก” “ดีแล้ว ถ้าอยากตอบแทนผมแค่ตั้งใจทำงานก็พอ เรื่องเลี้ยงข้าวไม่ต้องหรอก” ชายหนุ่มยกยิ้มก่อนจะเดินจากไปดื้อ ๆ แสนรักจึงได้แต่งุนงงกับท่าทางนั้น “อะไรของเขานะ ว่าแต่เขา...” คนที่กำลังจะขอความเห็นจากรุ่นพี่เลิกคิ้ว เมื่อเห็นสองสาวซึ่งทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ยืนอ้าปากค้าง จ้องมองมาที่เธออย่างอึ้ง ๆ ราวกับเธอทำความผิด “พวกพี่เป็นไรกันอะ” “แสนรัก เธอรู้จักเขาเป็นการส่วนตัวเหรอ” “อ้อ...เปล่าจ้ะ พอดีหนูเคยอาศัยรถเขามาทำงาน” “ฮะ!” “อาศัยรถเขามาทำงาน!!” “ใช่ ทำไมพี่สองคนต้องตกใจด้วย” “ก็...เอ่อ...แล้วรู้มั้ยเขาเป็นใคร” “ไม่อะพี่ รู้แค่ว่าเขาทำงานที่นี่เหมือนกัน เพราะเขาบอก” “ถามจริง ๆ เถอะแกเป็นเมียน้อยผู้จัดการฝ่ายบุคคลหรือเปล่าเนี่ย” “เฮ้ย! พี่พูดอะไรแบบนั้นอะ!” “ก็จะไม่พูดแบบนี้ได้ยังไงในเมื่อแกได้งานที่นี่แถมเป็นตำแหน่งประชาสัมพันธ์ของโรงแรม ทั้ง ๆ ที่แกไม่รู้จักท่านประธานเนี่ยนะ” “ท่านประธาน! ท่านประธานเลยหรอพี่!” “ใช่! ท่านประธานที่หมายถึงเจ้าของโรงแรมนี้ และโรงแรมอื่น ๆ อีกมากมายหลายสาขา และเป็นคนที่จ่ายเงินให้พวกเราทุกเดือนชัดไหม!” ดารินเน้นทุกคำพูดจนแสนรักเข่าอ่อน มือบางยกขึ้นกดลงตรงตำแหน่งของหัวใจเพราะมันเต้นแรงเหลือเกิน เธอทั้งตื่นเต้นและตกใจเมื่อรู้ว่าเขาไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานทั่วไป แต่ในความตกใจนั้นก็แฝงเร้นไปด้วยความผิดหวังเล็ก ๆ เพราะเธอรู้สึกว่าตัวเองถูกชะตา และอยากสานต่อความสัมพันธ์กับเขา แต่พอรู้ฐานะความคิดนั้นก็ต้องถูกพับเก็บ เพราะเขาคงไม่ชายตามองพนักงานอย่างเธอ รวมทั้งเธอก็ไม่คิดฝันเกินตัวเช่นกัน “เวคิน เลิศพานิชไพศาล อายุสามสิบสี่ปี สถานะโสด โสดด้วย!” หญิงสาวอ่านข้อความที่แสดงขึ้นมาทางหน้าจอไอแพดแล้วห่อปาก เธอไม่อยากจะเชื่อจริง ๆ ว่าคนที่ดูเพียบพร้อมไปซะทุกอย่างเช่นเขาจะโสดสนิท ปลายนิ้วเล็กเลื่อนหน้าจอไปเรื่อย ๆ เพื่อไล่ดูข้อมูลของเวคิน ผู้ที่เป็นทั้งเจ้านาย และรักแรกพบของเธอจนได้เจอคลิปสัมภาษณ์จึงหยุดดูด้วยความสนใจ เพราะหัวข้อที่ขึ้นว่า ‘กฎรักนักธุรกิจคนดัง’ ‘โสดแบบนี้คงเนื้อหอมน่าดูเลยนะคะ อยากไปสมัครเป็นลูกน้องจัง จะได้อยู่ใกล้เจ้านายสุดหล่อทั้งวัน” ‘อ้อ...ถ้าอยู่ใกล้คงได้ครับ แต่ถ้าเป็นลูกน้องหมดสิทธิ์เป็นแฟนนะครับ เพราะผมมีกฎไม่เป็นสมภารกินไก่วัดเด็ดขาด’ ‘ว้าย! ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นลูกน้องแล้วค่ะ สมัครเป็นแฟนเลยแล้วกัน ฮะ ฮะ ฮะ’ ‘ตอนนี้ยังไม่เปิดรับสมัครครับ’ ‘ว้า...แย่จัง ไม่ใช่แค่ดิฉันนะคะ แต่สาว ๆ ทั่วประเทศคงเสียใจไปด้วย พอจะบอกได้หรือเปล่าคะว่าถ้าเปิดรับสมัคร สาว ๆ ที่จะยื่นใบสมัครต้องมีคุณสมบัติยังไง’ ‘ไม่ครับ ผมเป็นคนไม่มีสเปก ถ้าถูกใจคือถูกใจ เพราะผมคิดว่าคำว่ารักหรือความชอบมันไม่มีอะไรตายตัว แต่ตอนนี้ผมไม่คิดมีความรักครับ อยากทำงานให้เต็มที่ก่อน’ ‘นี่ขนาดปิดใจก็ยังมีสาว ๆ มาเป็นข่าวด้วยไม่เว้นวัน เห็นทีฉายานักธุรกิจเนื้อหอมคงไม่เกินจริงแล้วละค่ะ’ เวคินเพียงแค่ยิ้มรับแต่ไม่ตอบคำถามนั้น รอยยิ้มที่เธอเห็นผ่านหน้าจอทำเอาแสนรักใจสั่น ความรู้สึกของเธอตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับคนคลั่งไคล้ดารา ตามอ่านข่าว ตามค้นข้อมูลแล้วเก็บมานั่งปลื้ม นั่งยิ้มคนเดียว เพียงแค่ได้เห็นได้มองหัวใจก็ชุ่มชื้นไปทั้งวัน เธอมีโอกาสได้ใกล้ชิดเขาอีกครั้งในงานเลี้ยงฉลองผลกำไรมหาศาลในปีที่แล้ว ถึงเธอจะเป็นพนักงานใหม่ แต่ก็ได้ร่วมสังสรรค์ด้วย หญิงสาวจงใจแต่งตัวให้สวยเป็นพิเศษด้วยชุดราตรีไหล่เบี่ยง ผ้าชีฟองสีชมพูพลิ้วส่งเสริมให้คนใส่ดูสวยหวานน่ารัก “เฮ้ย! แกคอแข็งขนาดนั้นเลยเหรอ ดื่มเอา ๆ ไม่กลัวเมาหรือไง” ดารินเอ่ยทักเมื่อเห็นรุ่นน้องยกแก้วค็อกเทลดื่มแบบไม่พัก ถึงแม้จะเป็นแค่เครื่องดื่มดีกรีอ่อน แต่ก็ทำให้มึนได้ถ้าปริมาณมากพอ “ไม่หรอกพี่ ไม่เมา” เธอโบกมือเป็นพัลวัน ดวงตาสอดส่ายมองหาร่างสูงสง่าของเวคิน ที่เธอดื่มให้มากเพราะอยากสร้างความกล้าให้กับตัวเอง เธออยากเดินเข้าไปพูดคุยแล้วขอถ่ายรูปคู่เอาไว้เป็นความทรงจำดี ๆ สักรูป แต่ทุกครั้งที่เห็นเขาชายหนุ่มก็จะถูกรุมล้อมด้วยเหล่าผู้บริหารระดับสูง ทำให้เธอไม่กล้าที่จะทำอย่างใจคิดจวบจนงานใกล้เลิกก็เห็นว่าเขาเดินออกทางประตูใหญ่ เธอไม่รอช้ารีบซอยเท้าตามไปติด ๆ ถึงแม้ตอนนี้สองขาจะปวกเปียกไปบ้างเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่ก็ยังพยายามก้าวเร็ว ๆ ให้ทันเขา ความตั้งใจของเธอสัมฤทธิ์ผล เพราะในที่สุดเธอก็ก้าวเข้าไปยืนในลิฟต์ตัวเดียวกันกับเขาได้สำเร็จ และเวคินก็หันมาเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ “จะไปไหน” เขาเอ่ยถามพลางกดลิฟต์ไปที่ชั้นบนสุดของโรงแรม “อะ...เอ่อ...ไปชั้นเดียวกับคุณค่ะ” “หืม...” ชายหนุ่มทำเสียงในลำคอก่อนจะกวาดตามองเธออย่างสำรวจอีกครั้ง ก็จะไม่ให้เขาทำเช่นนั้นได้อย่างไรในเมื่อชั้นที่เขากำลังจะไปคือห้องพักส่วนตัวทั้งชั้นและเธอคงไม่รู้ “ค่ะ ไปชั้นเดียวกับคุณค่ะ เอ่อ...พอดีมีธุระที่นั่น” ใบหน้าหล่อเหลาพยักน้อย ๆ แต่ในดวงตามีแววขบขัน เขาไม่พูดต่อแต่รอให้ลิฟต์ปิดและเคลื่อนตัว หากเป็นคนอื่นเขาคงพาเธอกลับไปส่งที่งาน ไม่ก็เรียกพนักงานมาจัดการพาไปพัก เพราะมั่นใจว่าเธอเมา แต่กับแม่สมันน้อยที่แสนโก๊ะคนนี้ เขากลับอยากรอดูว่าเธอจะทำเช่นไร ในขณะที่ลิฟต์เคลื่อนไปทีละชั้น แสนรักก็ลอบมองใบหน้าหล่อเหลาบ่อยครั้ง เธอพยายามลดความประหม่าในใจลงเพื่อทำตามที่ตั้งใจ “เอ่อ...” ติ๊ง!! เสียงลิฟต์ส่งสัญญานเตือนว่าถึงจุดหมายทำให้ปากสวยหุบฉับ เวคินหันกลับมาส่งยิ้มให้เธอนิดหนึ่งก่อนจะเดินออกจากลิฟต์ไป แสนรักก็มองจ้องแผ่นหลังกว้างในเสื้อสูทที่เดินห่างเธอไปช้า ๆ แต่ในขณะที่ประตูจะปิดเธอก็ตัดสินใจวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว “เดี๋ยวค่ะ! เดี๋ยวค...ว้าย!!” เพราะความรีบร้อนบวกกับมึนเมาทำให้หญิงสาวล้มกลิ้งบนพื้นพรมสร้างความอับอายให้เธออย่างที่สุด “เป็นไรมั้ยคุณ” “ไม่ค่ะ ไม่เป็นไร...” เธอโบกมือแล้วพยายามลุกขึ้นยืน โดยที่เวคินก็ไม่ได้นิ่งดูดาย แต่พอเขายื่นมือมาให้จับ เธอก็คว้าหมับแล้วดึงอย่างแรงจนร่างสูงเซเข้ามาใกล้ ‘บอกเขาไปสิว่าแกประทับใจในตัวเขา อยากขอถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึก!’ “ฉันชอบคุณค่ะ!!” พูดไปแล้วดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้าง เพราะตกใจในสิ่งที่ตัวเองพูดออกไป ไม่รู้เป็นเพราะดวงตาคู่คมลุ่มลึก หรือเพราะกลิ่นโคโลญจน์แบบผู้ชายที่ระเหยออกมาจากร่างเขาทำให้สมองของเธอเหมือนจะเบลอไปชั่วขณะ เผลอพูดในสิ่งที่ไม่ควรออกไปจนได้ “หืม...เรื่องจริงหรือหลอกเนี่ย” เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงที่นุ่มทุ้มชวนฝัน พอเห็นว่าเขาไม่ได้แสดงความโกรธหรือรังเกียจ แสนรักจึงเลือกที่จะพยักหน้ายืนยัน “ค่ะ ฉันชอบคุณมาก ๆ” “ใจตรงกันเลย ผมก็ชอบคุณเหมือนกัน คุณจะรังเกียจมั้ยถ้าผมให้คุณเป็นได้แค่คนในความลับ” เพียงแค่ได้ยินคำว่า ‘ผมก็ชอบคุณเหมือนกัน’ สติก็พร่าเลือนไปทันที เธอพยักหน้าตอบรับทันทีโดยไม่รู้เลยว่ากำลังเล่นกับไฟ “ค่ะ ฉันไม่รังเกียจ” ร่างอ้อนแอ้นถูกอุ้มให้ลอยเหนือพื้นไปอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรง แสนรักในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับแมงเม่าที่เห็นว่าไฟสวยงาม ความลุ่มหลงที่เธอมีต่อเขาทำให้เธอตัดสินใจโดยไม่คำนึงถึงผลพวงที่จะตามมา คืนนั้นคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันน่าอดสูระหว่างเธอกับเวคิน ฐานะที่เธอได้รับมันไม่ใช่เพียงคนในความลับ แต่มันเลวร้ายกว่านั้นมากในความรู้สึกของเธอ และแสนรักไม่อาจโทษใครได้เลยนอกจากตัวเองที่ปล่อยให้ความรักและลุ่มหลงบังตาจนเลือกเดินเส้นทางผิด สิ่งที่เธอคาดผิดไปถนัดคือการที่เธอคิดว่ามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาจะทำให้สุขสมหวัง แต่เปล่าเลย เพราะความสุขนั้นมันแค่ชั่วคราวเท่านั้น ทันทีที่เวคินก้าวออกจากคอนโดซึ่งเป็นรังรัก สายตาที่เขามองเธอคือคนรู้จักทั่วไปเท่านั้น ทำให้เธอเหน็บหนาวอ้างว้างได้ทุกครั้งที่เห็น แต่แล้วยังไงล่ะ! สุดท้ายไม่ว่าจะกล้ำกลืนฝืนทนกับสถานะของเล่นอย่างไร เธอก็ไม่อาจตัดใจพาตัวเองเดินออกมาได้ ทุก ๆ ครั้งที่เธอพยายามเอาตัวและใจออกห่าง ส่วนลึกก็จะโหยหาอ้อมกอดของเขาจนไม่อาจทนได้ ราวกับคนที่ถูกครอบงำด้วยเสน่ห์มนตร์ดำก็ไม่ปาน (เสียงโทรศัพท์) เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้แสนรักถึงกับสะดุ้ง เพราะสติหลุดลอยอยู่ในภวังค์ความคิด ‘ความสุข’ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งตัดพ้อเขาอยู่ในใจมากมาย แต่พอเห็นชื่อที่ขึ้นหน้าจอกลีบปากอิ่มก็คลี่ยิ้มอย่างลืมตัว “ฮัลโหลค่ะ” “ลืมบอกไปว่าพรุ่งนี้จะมาค้างด้วยนะ” “ได้ค่ะ แล้วคุณจะมาประมาณกี่โมงคะ แสนจะได้รู้ว่าต้องเตรียมมื้อไหนบ้าง” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้นเมื่อรู้ว่าคืนพรุ่งนี้จะได้นอนหลับในอ้อมแขนเขาตลอดทั้งคืน “เตรียมตั้งแต่มื้อเช้าเลย” “ค่ะ ๆ ได้ค่ะ” “ถ้าไม่อยากทำเองสั่งมาก็ได้นะ” “ไม่เป็นไรค่ะ แสนอยากทำเอง” “อืม...” เวคินรับคำสั้น ๆ แล้วกดตัดสายไป ส่วนแสนรักก็นั่งอมยิ้มก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงเพื่อเตรียมอาหารสำหรับวันพรุ่งนี้ เธอโตพอที่จะรู้ว่าสิ่งที่เธอกำลังทำมันเป็นการกระทำที่โง่งม เธอทั้งรักทั้งหลงเวคินจนหน้ามืดตาบอด มองข้ามแม้กระทั่งความรู้สึกของตัวเอง แต่ถึงจะรู้อย่างนั้นเธอก็ไม่สามารถหักใจจากเขาได้เลย “อ้าวแสน มาซื้ออะไรจ๊ะ เยอะแยะเชียว” มาลินี หนึ่งในรุ่นพี่ที่ทำงานร้องทักเมื่อเห็นแสนรักเดินเข็นรถเข็นอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต “สวัสดีค่ะพี่ตา แสนมาซื้อของสดเข้าบ้านค่ะ” “ซื้อเยอะขนาดนี้กะว่าพรุ่งนี้จะไม่ออกไปไหนเลยละสิ” “จ้ะ วันหยุดแสนจะกินแล้วก็นอน” “แค่นั้นก็สวรรค์แล้ว เออนี่!” จู่ ๆ มาลินีก็ทำท่าคล้ายนึกบางอย่างออกแล้วจึงขยับเข้ามาใกล้ “รู้มั้ยว่าตอนนี้เขาลือกันสนั่น ว่าท่านประธานของเราแอบกินพนักงานในโรงแรม” “อะ...เอ่อ...งั้นเหรอพี่” “ใช่ ข่าวว่าซื้อคอนโดให้อยู่เลยนะ” “ระ...เหรอพี่” “ใช่ นี่พวกพี่ก็เดากันอยู่ว่าใคร เพราะปกติไม่เคยเห็นท่านประธานยุ่งกับพนักงานคนไหนเลยนะ” “เอ่อ...แล้วพี่ตารู้มาจากใครคะ” “ก็เรวดี เลขาท่านประธานเป็นเพื่อนกับยายกี้ไง ก็เลยมาเล่า แต่แค่สงสัยนะไม่ได้ฟันธง แต่ถึงอย่างนั้นพี่ว่าต้องมีมูลแหละ ถ้าท่านประธานซุกเด็กอีกไม่นานก็ต้องมีคนรู้” “อ้อ...ค่ะ” “อืม...ตอนนี้เรวดีคอยสังเกตอยู่แหละ ถ้ามีข่าวพี่จะมาอัปเดต” “ค่ะ” มาลินีเดินจากไปแล้ว แต่แสนรักยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ ในหูแว่วได้ยินคำพูดที่เวคินเคยบอกเอาไว้ “ถ้ามีคนระแคะระคายเรื่องของเรา เราต้องยุติเรื่องที่ทำอยู่นะ ผมไม่อยากให้เสียระบบ” เพียงแค่คิดว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะต้องจบลง น้ำตาก็รื้นขึ้นจนดวงตาแดงก่ำ ในสมองคิดเพียงว่าจะทำเช่นไรไม่ให้เวคินรู้ว่า ตอนนี้สิ่งที่พยายามปกปิดเริ่มมีคนระแคะระคายแล้ว …. “คุณหนึ่งคะ คุณท่านบอกว่าถ้ามาให้ไปหาที่ห้องด้วยค่ะ” ทันทีที่ร่างสูงก้าวเข้าบ้าน สาวใช้ก็รีบเข้ามารายงานทันที “อืม...” เวคินรับคำสั้น ๆ แล้วจึงเดินขึ้นบันไดช้า ๆ ในใจคาดเดาว่าเรื่องที่บิดาต้องการพบเขาก็คงจะไม่พ้นเรื่องธุรกิจอีกเหมือนเคย ถึงคุณชาญยุทธจะยกตำแหน่งประธานให้ลูกชายคนโตอย่างเขาแล้ว แต่ก็ยังไม่อาจปล่อยวางเรื่องของธุรกิจที่ทำอยู่ได้ เพราะสำหรับคุณชาญยุทธแล้วไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการเจริญก้าวหน้าและเงินทอง ก๊อก ก๊อก ก๊อก “เข้ามา” ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปเมื่อได้ยินเสียงตอบรับแล้วจึงพบว่าบิดานั่งพิงหัวเตียงดูข่าวในทีวีเหมือนเช่นเคย “มีอะไรเหรอครับพ่อ” คุณชาญยุทธวางรีโมตในมือลงพร้อมขยับนั่งตัวตรงเพื่อพูดคุยกับลูกชาย แต่เวคินกลับเอนหลังพิงพนักโซฟาด้วยท่าทางผ่อนคลายแตกต่างจากบิดา “พ่อมีเรื่องสำคัญจะบอก” “ครับ” “ที่ดินตรงพัทยาที่พ่อบอกอยากได้ หนึ่งจำได้มั้ย” “ได้สิครับ” ชายหนุ่มตอบรับโดยไม่เสียเวลาคิด ทำไมเขาจะจำไม่ได้ในเมื่อที่ดินตรงนั้นคือทำเลทองที่นักธุรกิจตาถึงทุกคนอยากได้ ติดตรงแค่เจ้าของไม่ยอมขายทั้ง ๆ ที่มีคนพร้อมทุ่มไม่อั้น “อืม...ตอนนี้เขาพร้อมขายให้เราแล้วนะ” “หืม...” เวคินยับตัวพร้อมขมวดคิ้วด้วยความสงสัยทันทีที่ได้ยิน “ได้ไงครับ ทำไมจู่ ๆ เขาถึงยอมขายเรา” “ใช่ เขาขายเรา แถมยังลดราคาให้อีกครึ่งหนึ่งจากที่เราเคยเสนอให้” คราวนี้เวคินถึงกับเลิกคิ้วก่อนเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะตัวเขาเองก็เดินเส้นทางธุรกิจมาจนจัดเจน จึงพอจะเดาได้ว่ามันต้องมีอะไรมากกว่าการซื้อขาย “เขาต้องการอะไรจากเราเป็นข้อแลกเปลี่ยนครับ ขอร่วมหุ้นด้วยงั้นเหรอครับ” คุณชาญยุทธยิ้มอย่างมีเลศนัยเมื่อลูกชายตั้งคำถาม “เปล่า ข้อแลกเปลี่ยนง่าย ๆ คุณณรงค์พร้อมขายที่ครึ่งราคาให้เรา เพียงแค่หนึ่งยอมแต่งงานกับลูกสาวของเขา” “แต่งงานเหรอครับ” ชายหนุ่มทวนคำนั้นซ้ำอีกครั้งด้วยท่าทีสงบ ไม่แสดงความตกใจหรือไม่พอใจใด ๆ มีเพียงความแปลกใจที่ฉายชัดอยู่ในแววตาเท่านั้น

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.4K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.9K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.4K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
33.9K
bc

รอยแค้นแห่งรัก

read
55.7K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook