ฉันมองนาฬิกาเรือนเล็กที่ติดอยู่กับข้อมือด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ไม่รู้ว่ามาอยู่ในจุดนี้ได้อย่างไร
แต่คงไม่เป็นไร...
ผู้ชายคนนั้นเขาคงไม่ว่างมา มันก็แค่งานคืนสู่เหย้าของโรงเรียนมัธยม ไม่ใช่งานสังคมระดับสูงที่เขาให้ความสำคัญ
“วี! ” เสียงร้องเรียกจากด้านหลังปลุกภวังค์ให้ฉันหันกลับไปมอง ด้วยสัญชาติญาณความอยากรู้ตามประสามนุษย์คนหนึ่ง
“สวัสดีสาลี่” ฉันทักทายและยิ้มให้อย่างจริงใจ
สาลี่เป็นเพื่อนผู้หญิงที่ฉันสนิทในระดับมัธยม แต่พอจบปีการศึกษาเราก็ห่างกันไปเลย ฉันไม่เคยติดต่อหรือรู้ข่าวคราวของเพื่อนเก่า เพราะเจตนาปล่อยผ่านในทุกเรื่อง
‘เรื่องดีก็ไม่เก็บ… เรื่องเจ็บก็ไม่จำ’
ทุกวันนี้ฉันยึดอาชีพนักเขียนอิสระหาเลี้ยงตัว ขายหัวคิดเพื่อดำรงชีพ ยึดติดกับปัจจุบัน ไม่หมกมุ่นกับอดีตที่เจ็บช้ำ และไม่ฝันหวานกับอนาคตที่ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ถึงไหม
“ห้ามหายไปจากกลุ่มเพื่อนอีกนะวี” สาลี่ออกคำสั่งเมื่อเรายืนคุยกันได้สักพัก และรับรู้เรื่องราวของกันและกันมากพอสมควร
สาลี่กำลังจะแต่งงานรอบที่สองในอีกสองเดือนข้างหน้า โดยที่รอบแรกแต่งไปเมื่อไหร่และกับใคร ฉันยังไม่รู้เลย
‘ถ้าเพื่อนจะโกรธ... มันก็คงไม่แปลก’
“ตูมตามจะมาไหมสาลี่” ฉันถามหาอีกคนด้วยความคิดถึง
ตูมตามเป็นเพื่อนในกลุ่มที่คอยสร้างสีสันให้ตลอด ตามเป็นสาวประเภทสองที่ร้อนแรงมากๆ เคยโดดเรียนคาบวิชาคณิตศาสตร์เพื่อไปเรียนเพศศึกษากับแฟนหนุ่มต่างสถาบัน หลังจากนั้นก็มาเล่ารายละเอียดถึงฉากร่วมรักให้เหล่าผองเพื่อนสนิทฟัง กลายเป็นเรื่องขำขันที่เราต้องหัวเราะร่วมกันตลอด เพราะตามโดดเรียนบ่อยซะเหลือเกิน
“มาสิ พวกเราถามหาวีทุกปีเลยนะ” สาลี่กุมมือฉันเพื่อถ่ายทอดออกมาว่ายังคิดถึงกันอยู่
“ขอบใจนะ” ฉันยิ้มให้ด้วยความรู้สึกประทับใจ
‘เพื่อนที่ดี… ต่อให้ห่างไปหลายปีก็ยังเป็นเพื่อนกัน’
“อยากอ่านงานเขียนของวีจัง เดี๋ยววันหลังเรานัดกันนะ” สาลี่แสดงอาการตื่นเต้นเมื่อกล่าวถึงอาชีพของฉัน
‘เธอกลายเป็นคนชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ช่างประจบเอาใจเพื่อนจริงๆแม่สาลี่คนดีประจำกลุ่ม’
“ขอช่องทางการติดต่อทุกๆช่องทางด้วยค่ะบุคคลปริศนา” สาลี่ยื่นมือถือมาพลางพูดจาล้อเลียน
“ปริศนาอะไร แค่ปลีกวิเวกไปหลายปีเอง” ฉันอ้างแล้วยื่นมือถือคืนให้ หลังจากที่บันทึกทุกอย่างไว้ที่เครื่องอีกฝ่ายแล้ว
“เข้าไลน์กลุ่มมอปลายด้วยนะวี ลี่ส่งไปแล้ว”
“ได้สิ” ฉันล้วงมือถือในกระเป๋าสะพายออกมากดตอบรับในคำขอ เพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการรับรู้ข่าวสารของเพื่อนๆทันที
“อย่าหยิ่งให้มันมากนะคะ ขนาดดาราดังยังยอมอยู่ในกลุ่มด้วยเลย”
“...” ฉันแทบหยุดหายใจขณะสาลี่พูดกระทบไปถึงใครบางคน
คนที่เลวระยำและทำให้ฉันไม่อยากพบเจอใคร ผู้หญิงใสๆตายไปเมื่อเจอความสารเลว!
“เข้าไปกันเถอะ เพื่อนๆอยู่ข้างในเยอะเลย”
ฉันเดินเข้ามาในงานที่จัดขึ้นภายในหอประชุมโรงเรียน โดยถูกสายตาหลายคู่จับจ้องมา แต่ฉันไม่รู้ว่ามองสาลี่หรือฉันกันแน่ เนื่องจากว่าฉันไม่สบตาใคร หวั่นใจว่าจะเจอใครที่ไม่อยากเจอ แต่ด้วยภาระหน้าที่เขาคงปลีกตัวมาลำบาก ฉันเผลอติดตามเขาผ่านสื่อเสมอ
ทั้งที่ย้ำเตือนตัวเองตลอดว่า ‘พอเถอะ’
“ปรารถนามาด้วยเหรอ”
“ปีนี้มาเว้ยเฮ้ย! ”
“หายไปไหนมาตั้งหลายปี”
“สวยจังเลยวี! จีบตอนนี้ทันไหม”
ฉันยิ้มให้ทุกคำพูดและตอบกลับไปบ้าง เมื่อเพื่อนพวกนี้ฉันไม่สนิทเท่าไหร่ จากนั้นก็หาที่นั่งเหมาะๆพูดคุยกับสาลี่ต่อ
“แม่นางปรารถนา! ” เสียงร้องคุ้นๆหู ฉันรีบหันหน้าไปดูจึงรู้ว่าเป็นตูมตาม ฉันรีบโผเข้ากอดด้วยความคิดถึง ก่อนจะดึงมานั่งคุยกัน
ตูมตามมีความเปลี่ยนไป….
จากที่เป็นกะเทยในวันนั้นได้ผันมาเป็นเกย์แล้ว ตามบอกว่าเกย์เข้าสังคมง่ายกว่า และหากินง่ายดี
“แบบนี้ก็ได้เหรอ” ฉันหัวเราะทุกครั้งที่ตูมตามเล่าเรื่องความสัมพันธ์
“ว่าแต่แกเถอะวี ทุกวันนี้ซิงยังอยู่ดีไหม” ตูมตามสบประมาทไปตามประสา แต่ทว่ากลับกระทบที่ใจฉันเต็มๆ
‘ความบริสุทธิ์ที่เคยมี... แฟนเก่าได้ย่ำยีจนป่นปี้ไปหมดแล้ว’
“ปลาบปลื้ม! ”
ฉันสะดุ้งเฮือก! เมื่อตูมตามยืนขึ้นเพื่อโบกมือเรียกผู้มาใหม่
“ทางนี้ว่างนะ! ” สาลี่ร้องบอกขณะปลาบปลื้มและเพื่อนอีกสองคนมีอาการลังเล
“ไปห้องน้ำนะ” ฉันบอกเพื่อนทั้งสองแล้วรีบก้าวขาที่มั่นคงเดินออกไป
เพิ่งรู้ว่ามันยากแค่ไหน…
ที่ปั้นหน้าว่าไม่เป็นอะไร ทั้งที่ข้างในยัง ‘ระบม’
ฉันเดินออกมารับลมที่ด้านนอก ปล่อยให้เพื่อนทั้งสองอยู่ข้างใน ปล่อยให้การแสดงต่างๆเล่นไป ปล่อยให้ใจฉันเต้นไปตามจังหวะที่ควรเป็น ไม่ใช่เต้นจนแทบจะหลุดออกจากอกจากการได้พบหน้าเขา
“อื้อ! ” ฉันพยายามร้องประท้วงทันทีที่ถูกปล้นจูบในมุมมืด นึกโทษตัวเองที่ประมาท แต่นึกไปนึกมาสัมผัสมันเริ่มคุ้น และความหวานละมุนก็เริ่มมา
ฉันไม่ผลักไสเมื่อรู้ว่าใครเป็นคนจู่โจม…
“ยังง่ายเหมือนเดิมเลย” ปลาบปลื้มเหยียดหยามหลังจากดูดดื่มเรียวปากฉันเสร็จ
“ของเคยๆใครเขาจะเล่นตัวกัน” ฉันเย้ยหยันและดันตัวเองออกจากอ้อมกอด
สัมผัสร้อนๆของคนที่เคยรัก ยอมรับว่าทำให้หวั่นไหว แต่ฉันไม่มีทางให้ใจกลับไป เพราะเจ็บแทบตายตอนที่เขาขยี้ลงดินลง
ทั้งที่ใจจริงฉันหวังจะเป็นผู้หญิงที่เขา ‘ยกย่อง’