bc

เมียคุณปราบ

book_age18+
221
FOLLOW
1.2K
READ
office/work place
childhood crush
like
intro-logo
Blurb

ปราบศึกมองหญิงสาวในชุดนักศึกษาอย่างพิจารณา เพราะจู่ ๆ เธอก็มาขอพบและเสนอตัวเองแลกกับโฉนดบ้านพร้อมที่ดินที่บิดาเธอเอามาจำนองไว้

“อืม...”

ชายหนุ่มยกมือลูบคางแล้วมองมาที่เธอไม่ละไปทางอื่น เขาทำราวกับอยากพูดบางอย่าง ซึ่งแววตาที่เขาใช้มองเธอมันเหมือนกับกำลังพิจารณาสินค้าชิ้นหนึ่ง ทำเอามิรินถึงกับหน้าชาแล้วชาอีก

“เธอรู้หรือเปล่าว่าพ่อเธอเอาบ้านมาจำนองไว้เท่าไหร่”

“ค่ะ หนึ่งล้านสามแสนค่ะ”

“แล้วเธอคิดว่าร่างกายของเธอมันมีค่าขนาดนั้นเลยเหรอ...”

คำถามนั้นสร้างความอับอายให้กับเธอจนใบหน้าเหมือนจะหมดความรู้สึกไปชั่วขณะ

“ว่าไงล่ะ อย่าเงียบเพราะฉันไม่ชอบพูดอยู่ฝ่ายเดียว”

น้ำเสียงเข้มขรึมแต่จริงจังของปราบศึกไม่ได้มีแววล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย หากเรื่องที่เธอต้องการมาคุยไม่ได้สลักสำคัญอะไรมิรินคงจะวิ่งหนีอายไปเสียนานแล้ว

“คะ... คือ... หนูไม่มีอย่างอื่นจะแลกเปลี่ยนค่ะ”

“ฟังนะ...”

คนตัวโตพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางผ่อนคลายกว่าเดิม

“ถึงฉันจะขาดเซ็กซ์ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะหน้ามืดซื้อผู้หญิงด้วยเงินหลักล้าน ถึงรูปร่างหน้าตาเธอจะถูกใจฉันก็เถอะ ราคาที่เธอเสนอฉันสามารถเรียกดารานางแบบมาใช้บริการได้เลยนะ”

มิรินกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก อายแสนอายที่ต้องมาเสนอตัวให้เขาทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายแสดงออกชัดเจนว่าไม่ต้องการ แต่เธอก็จำต้องข่มความอายนั้นไว้แล้วทำสิ่งที่ตั้งใจให้สำเร็จ

“แต่หนู... ยังไม่เคย... เอ่อ... ไม่เคยมีใครนะคะ”

หญิงสาวเสนอในสิ่งที่คิดว่าอาจจะทำให้เขาสนใจแต่ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบสนิท

“หนึ่งล้านนี่ค่าซิงสินะ”

มือเล็กบีบกันแน่นอยู่บนตัก ภายในอกอัดอั้นจนอยากจะร้องไห้ออกมาเพราะความกดดัน

“เอาเถอะ ฉันเห็นแก่ความพยายามของเธอ แต่คงจะยกหนี้ให้ไม่ได้หรอกนะ เพราะมองยังไงก็ไม่คุ้ม เอาเป็นว่าเธอมาหาฉันอาทิตย์ละสองครั้งแทนค่าดอกก็แล้วกัน ส่วนค่าความสาวของเธอในครั้งแรกฉันจะลดหนี้ให้ห้าแสน ถือว่าฉันใจดีสุด ๆ แล้วนะ จะรับหรือไม่รับข้อเสนอนี้ก็แล้วแต่เธอ”

“ค่ะ หนูตกลง”

มิรินตอบตกลงโดยที่ไม่เสียเวลาคิดเลยสักนาที

“ถือว่าเธอฉลาด...”

ปราบศึกกล่าวชมตรง ๆ เพราะการที่เธอตอบรับมันดีกับตัวเธอเอง หากว่ามิรินต่อรองหรืออิดออดเขาก็ไม่จำเป็นต้องเห็นใจเธออีก

“พรุ่งนี้มาหาฉันที่นี่ตอนห้าทุ่ม”

“ค่ะ”

ถึงแม้ใจจะสั่นแต่มิรินก็ยังคงรับคำหนักแน่น

“วันนี้ไปได้แล้ว...”

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

เธอยกมือประนมไหว้ทั้ง ๆ ที่ในใจอยากจะใช้นิ้วจิ้มตาคนเย่อหยิ่งเสียให้บอด ปราบศึกเป็นเหมือนที่ใคร ๆ กล่าวขานเอาไว้ไม่ผิดเพี๊ยน เขาเย่อหยิ่ง ถือตัว และเคร่งขรึมไร้รอยยิ้มจนบางคนพูดเอาไว้ว่าเขาเหมือนมัจจุราชที่ไร้ความรู้สึก แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เป็นผู้ชายที่หล่อเหลาราวกับเทพเทวดา รูปร่างกำยำบึกบึน เรียกได้ว่าไร้ที่ติ

“เดี๋ยว!”

“คะ...”

“อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร เพราะคนอื่นอาจจะส่งลูกมาล้างหนี้เหมือนที่พ่อเธอทำ”

ถึงแม้จะพยายามอดทนมาตลอดแต่สุดท้ายหญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะโต้เถียงเมื่อเขาแตะต้องบิดา

“พ่อไม่ได้ส่งหนูมาค่ะคุณกำลังเข้าใจผิด! และเรื่องนี้หนูก็อยากขอให้คุณช่วยเก็บเป็นความลับเหมือนกัน หนูไม่ต้องการให้ใครรู้โดยเฉพาะพ่อ”

ปราบศึกกดยิ้มมุมปากเมื่อเธอพูดจบ ซึ่งเป็นรอยยิ้มแรกที่เธอได้รับจากเขา แต่มันคือรอยยิ้มที่ไม่ประทับใจเอาเสียเลย เพราะมันแฝงไปด้วยความเยาะหยันและดูแคลน

“เชิญ!”

เขาผายมือไปทางประตูเมื่อเห็นว่าเธอยืนมองเขาคล้ายจะเอาเรื่อง มิรินจึงทำได้เพียงสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วเดินออกมา เพราะสถานะของเธอในตอนนี้ไม่เอื้ออำนวยให้ทำอะไรมากไปกว่านั้น

น้ำตาที่เอ่อขังในดวงตากลมโตไม่ได้มาจากความเสียใจ แต่เป็นเพราะอับอายจนกลั้นมันเอาไว้ไม่ได้ มิรินเดินออกจากโรงแรมหรูโดยไม่เงยหน้ามองใคร ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครรู้ว่าเธอไปทำอะไรมา แต่เธอก็รู้สึกว่าสิ่งที่เพิ่งทำลงไปมันน่าละอายเกินทน

‘แกทำถูกแล้วมิริน’

หญิงสาวบอกตัวเองในใจ เพราะหากว่าย้อนเวลากลับไปได้เธอก็ยังคงเลือกทำเหมือนเดิม

ปราบศึก...

ชื่อของผู้ชายที่เธอต้องบำเรอเขาผุดขึ้นมาในความคิด ชื่อเสียงของเขาที่ได้ยินมาไม่ค่อยดีนัก เพราะมีข่าวลือหนาหูว่าเขาคือนักธุรกิจที่สนใจเพียงแต่ผลประโยชน์ ไม่มีความเมตตาให้กับใครทั้งสิ้น ซ้ำยังเป็นคนเย่อหยิ่งถือตัวเสียจนน่าหมั่นไส้ ซึ่งวันนี้มิรินก็ได้พิสูจน์กับตัวเองแล้วว่าสิ่งที่ได้ยินมานั้นเป็นความจริง

“มิริน...”

สองเท้าเล็กในรองเท้าคัชชูชะงักกึกเมื่อได้ยินเสียงเรียก ก่อนที่เธอจะรีบปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว

“ค่ะพ่อ”

“หนูไปไหนมา กลับเสียจนมืดค่ำ”

“หนู... ไปเอ่อ... หางานทำค่ะ”

ใบหน้าคุณมารุตสลดวูบเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกสาวบอก

“ถ้าพ่อไม่โง่หนูก็คงไม่ต้องลำบากแบบนี้”

“พ่อไม่ต้องคิดอะไรแบบนั้นเลยนะคะ ความจริงหนูควรทำงานพิเศษนานแล้วด้วยซ้ำ”

มิรินบอกตามจริง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาพ่อดูแลเธออย่างดีไม่เคยปล่อยให้ลำบาก รวมทั้งไม่ยอมให้เธอทำงานพิเศษเพราะอยากให้เอาเวลาไปทุ่มเทกับการเรียน ถึงแม้บ้านเธอจะไม่ได้มีฐานะร่ำรวย แต่เงินเดือนข้าราชการครูของพ่อก็เลี้ยงเธอได้อย่างไม่ลำบาก

แต่ที่เหตุการณ์มาพลิกผันก็เพราะพ่อของเธอมีรักครั้งใหม่กับม่ายสาวคนหนึ่ง และก็ถูกอีกฝ่ายปอกลอกจนหมดเนื้อหมดตัว แม้แต่บ้านก็ยังเอาไปจำนองไว้กับปราบศึกซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมชื่อดัง

“พ่ออย่าโทษตัวเองเลยค่ะ”

“ขอบใจนะที่ไม่โกรธพ่อ”

“ค่ะ แต่หนูอยากจะรู้ว่าทำไมพ่อถึงเลือกเอาที่ดินไปจำนองกับคุณปราบศึกแทนที่จะเป็นธนาคารคะ”

คุณมารุตหลบตาลูกสาวเพราะความละอายก่อนจะตอบคำถาม

“เพราะพ่อรู้ว่าเขาอยากได้ที่ตรงนี้ เขากว้านซื้อจากชาวบ้านไปแล้วหลายคน พ่อเลยเอาไปเสนอเขาในราคาที่มากกว่าธนาคารจะให้เป็นเท่าตัวและเขาก็ตกลงทันที”

“ค่ะ หนูเข้าใจแล้ว”

“มิรินไม่โกรธพ่อนะลูก...”

“ไม่ค่ะ หนูขอแค่พ่ออย่าท้อ เราจะช่วยกันไถ่ถอนมันออกมาให้ได้ เพราะที่นี่เป็นมากกว่าบ้าน ทุก ๆ ตารางนิ้วที่นี่มีความทรงจำเกี่ยวกับแม่อยู่”

“พ่อจะพยายามนะ แต่...”

“หนูจะช่วยพ่อเองค่ะ หนูทำได้”

“ตอนนี้พ่อค้างเงินดอกเขาจะสามเดือนแล้ว อีกไม่นานเขาคง...”

“เขาไม่ยึดห

chap-preview
Free preview
เมียคุณปราบ1
ปราบศึกมองหญิงสาวในชุดนักศึกษาอย่างพิจารณา เพราะจู่ ๆ เธอก็มาขอพบและเสนอตัวเองแลกกับโฉนดบ้านพร้อมที่ดินที่บิดาเธอเอามาจำนองไว้ “อืม...” ชายหนุ่มยกมือลูบคางแล้วมองมาที่เธอไม่ละไปทางอื่น เขาทำราวกับอยากพูดบางอย่าง ซึ่งแววตาที่เขาใช้มองเธอมันเหมือนกับกำลังพิจารณาสินค้าชิ้นหนึ่ง ทำเอามิรินถึงกับหน้าชาแล้วชาอีก “เธอรู้หรือเปล่าว่าพ่อเธอเอาบ้านมาจำนองไว้เท่าไหร่” “ค่ะ หนึ่งล้านสามแสนค่ะ” “แล้วเธอคิดว่าร่างกายของเธอมันมีค่าขนาดนั้นเลยเหรอ...” คำถามนั้นสร้างความอับอายให้กับเธอจนใบหน้าเหมือนจะหมดความรู้สึกไปชั่วขณะ “ว่าไงล่ะ อย่าเงียบเพราะฉันไม่ชอบพูดอยู่ฝ่ายเดียว” น้ำเสียงเข้มขรึมแต่จริงจังของปราบศึกไม่ได้มีแววล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย หากเรื่องที่เธอต้องการมาคุยไม่ได้สลักสำคัญอะไรมิรินคงจะวิ่งหนีอายไปเสียนานแล้ว “คะ... คือ... หนูไม่มีอย่างอื่นจะแลกเปลี่ยนค่ะ” “ฟังนะ...” คนตัวโตพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางผ่อนคลายกว่าเดิม “ถึงฉันจะขาดเซ็กซ์ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะหน้ามืดซื้อผู้หญิงด้วยเงินหลักล้าน ถึงรูปร่างหน้าตาเธอจะถูกใจฉันก็เถอะ ราคาที่เธอเสนอฉันสามารถเรียกดารานางแบบมาใช้บริการได้เลยนะ” มิรินกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก อายแสนอายที่ต้องมาเสนอตัวให้เขาทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายแสดงออกชัดเจนว่าไม่ต้องการ แต่เธอก็จำต้องข่มความอายนั้นไว้แล้วทำสิ่งที่ตั้งใจให้สำเร็จ “แต่หนู... ยังไม่เคย... เอ่อ... ไม่เคยมีใครนะคะ” หญิงสาวเสนอในสิ่งที่คิดว่าอาจจะทำให้เขาสนใจแต่ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบสนิท “หนึ่งล้านนี่ค่าซิงสินะ” มือเล็กบีบกันแน่นอยู่บนตัก ภายในอกอัดอั้นจนอยากจะร้องไห้ออกมาเพราะความกดดัน “เอาเถอะ ฉันเห็นแก่ความพยายามของเธอ แต่คงจะยกหนี้ให้ไม่ได้หรอกนะ เพราะมองยังไงก็ไม่คุ้ม เอาเป็นว่าเธอมาหาฉันอาทิตย์ละสองครั้งแทนค่าดอกก็แล้วกัน ส่วนค่าความสาวของเธอในครั้งแรกฉันจะลดหนี้ให้ห้าแสน ถือว่าฉันใจดีสุด ๆ แล้วนะ จะรับหรือไม่รับข้อเสนอนี้ก็แล้วแต่เธอ” “ค่ะ หนูตกลง” มิรินตอบตกลงโดยที่ไม่เสียเวลาคิดเลยสักนาที “ถือว่าเธอฉลาด...” ปราบศึกกล่าวชมตรง ๆ เพราะการที่เธอตอบรับมันดีกับตัวเธอเอง หากว่ามิรินต่อรองหรืออิดออดเขาก็ไม่จำเป็นต้องเห็นใจเธออีก “พรุ่งนี้มาหาฉันที่นี่ตอนห้าทุ่ม” “ค่ะ” ถึงแม้ใจจะสั่นแต่มิรินก็ยังคงรับคำหนักแน่น “วันนี้ไปได้แล้ว...” “ค่ะ ขอบคุณค่ะ” เธอยกมือประนมไหว้ทั้ง ๆ ที่ในใจอยากจะใช้นิ้วจิ้มตาคนเย่อหยิ่งเสียให้บอด ปราบศึกเป็นเหมือนที่ใคร ๆ กล่าวขานเอาไว้ไม่ผิดเพี๊ยน เขาเย่อหยิ่ง ถือตัว และเคร่งขรึมไร้รอยยิ้มจนบางคนพูดเอาไว้ว่าเขาเหมือนมัจจุราชที่ไร้ความรู้สึก แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เป็นผู้ชายที่หล่อเหลาราวกับเทพเทวดา รูปร่างกำยำบึกบึน เรียกได้ว่าไร้ที่ติ “เดี๋ยว!” “คะ...” “อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร เพราะคนอื่นอาจจะส่งลูกมาล้างหนี้เหมือนที่พ่อเธอทำ” ถึงแม้จะพยายามอดทนมาตลอดแต่สุดท้ายหญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะโต้เถียงเมื่อเขาแตะต้องบิดา “พ่อไม่ได้ส่งหนูมาค่ะคุณกำลังเข้าใจผิด! และเรื่องนี้หนูก็อยากขอให้คุณช่วยเก็บเป็นความลับเหมือนกัน หนูไม่ต้องการให้ใครรู้โดยเฉพาะพ่อ” ปราบศึกกดยิ้มมุมปากเมื่อเธอพูดจบ ซึ่งเป็นรอยยิ้มแรกที่เธอได้รับจากเขา แต่มันคือรอยยิ้มที่ไม่ประทับใจเอาเสียเลย เพราะมันแฝงไปด้วยความเยาะหยันและดูแคลน “เชิญ!” เขาผายมือไปทางประตูเมื่อเห็นว่าเธอยืนมองเขาคล้ายจะเอาเรื่อง มิรินจึงทำได้เพียงสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วเดินออกมา เพราะสถานะของเธอในตอนนี้ไม่เอื้ออำนวยให้ทำอะไรมากไปกว่านั้น น้ำตาที่เอ่อขังในดวงตากลมโตไม่ได้มาจากความเสียใจ แต่เป็นเพราะอับอายจนกลั้นมันเอาไว้ไม่ได้ มิรินเดินออกจากโรงแรมหรูโดยไม่เงยหน้ามองใคร ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครรู้ว่าเธอไปทำอะไรมา แต่เธอก็รู้สึกว่าสิ่งที่เพิ่งทำลงไปมันน่าละอายเกินทน ‘แกทำถูกแล้วมิริน’ หญิงสาวบอกตัวเองในใจ เพราะหากว่าย้อนเวลากลับไปได้เธอก็ยังคงเลือกทำเหมือนเดิม ปราบศึก... ชื่อของผู้ชายที่เธอต้องบำเรอเขาผุดขึ้นมาในความคิด ชื่อเสียงของเขาที่ได้ยินมาไม่ค่อยดีนัก เพราะมีข่าวลือหนาหูว่าเขาคือนักธุรกิจที่สนใจเพียงแต่ผลประโยชน์ ไม่มีความเมตตาให้กับใครทั้งสิ้น ซ้ำยังเป็นคนเย่อหยิ่งถือตัวเสียจนน่าหมั่นไส้ ซึ่งวันนี้มิรินก็ได้พิสูจน์กับตัวเองแล้วว่าสิ่งที่ได้ยินมานั้นเป็นความจริง “มิริน...” สองเท้าเล็กในรองเท้าคัชชูชะงักกึกเมื่อได้ยินเสียงเรียก ก่อนที่เธอจะรีบปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว “ค่ะพ่อ” “หนูไปไหนมา กลับเสียจนมืดค่ำ” “หนู... ไปเอ่อ... หางานทำค่ะ” ใบหน้าคุณมารุตสลดวูบเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกสาวบอก “ถ้าพ่อไม่โง่หนูก็คงไม่ต้องลำบากแบบนี้” “พ่อไม่ต้องคิดอะไรแบบนั้นเลยนะคะ ความจริงหนูควรทำงานพิเศษนานแล้วด้วยซ้ำ” มิรินบอกตามจริง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาพ่อดูแลเธออย่างดีไม่เคยปล่อยให้ลำบาก รวมทั้งไม่ยอมให้เธอทำงานพิเศษเพราะอยากให้เอาเวลาไปทุ่มเทกับการเรียน ถึงแม้บ้านเธอจะไม่ได้มีฐานะร่ำรวย แต่เงินเดือนข้าราชการครูของพ่อก็เลี้ยงเธอได้อย่างไม่ลำบาก แต่ที่เหตุการณ์มาพลิกผันก็เพราะพ่อของเธอมีรักครั้งใหม่กับม่ายสาวคนหนึ่ง และก็ถูกอีกฝ่ายปอกลอกจนหมดเนื้อหมดตัว แม้แต่บ้านก็ยังเอาไปจำนองไว้กับปราบศึกซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมชื่อดัง “พ่ออย่าโทษตัวเองเลยค่ะ” “ขอบใจนะที่ไม่โกรธพ่อ” “ค่ะ แต่หนูอยากจะรู้ว่าทำไมพ่อถึงเลือกเอาที่ดินไปจำนองกับคุณปราบศึกแทนที่จะเป็นธนาคารคะ” คุณมารุตหลบตาลูกสาวเพราะความละอายก่อนจะตอบคำถาม “เพราะพ่อรู้ว่าเขาอยากได้ที่ตรงนี้ เขากว้านซื้อจากชาวบ้านไปแล้วหลายคน พ่อเลยเอาไปเสนอเขาในราคาที่มากกว่าธนาคารจะให้เป็นเท่าตัวและเขาก็ตกลงทันที” “ค่ะ หนูเข้าใจแล้ว” “มิรินไม่โกรธพ่อนะลูก...” “ไม่ค่ะ หนูขอแค่พ่ออย่าท้อ เราจะช่วยกันไถ่ถอนมันออกมาให้ได้ เพราะที่นี่เป็นมากกว่าบ้าน ทุก ๆ ตารางนิ้วที่นี่มีความทรงจำเกี่ยวกับแม่อยู่” “พ่อจะพยายามนะ แต่...” “หนูจะช่วยพ่อเองค่ะ หนูทำได้” “ตอนนี้พ่อค้างเงินดอกเขาจะสามเดือนแล้ว อีกไม่นานเขาคง...” “เขาไม่ยึดหรอกค่ะ เพราะหนูจะจัดการดอกเบี้ยที่ค้างไว้เอง” “หนูจะเอาเงินที่ไหนมาน่ะมิริน หนูเพิ่งได้งานพิเศษวันนี้เองไม่ใช่เหรอ” “ค่ะ แต่หนูจะหยิบยืมเงินเพื่อนไปจ่ายเขาก่อน” “ใครเขาจะให้ยืมขนาดนั้นล่ะมิริน เงินไม่น้อยเลยนะลูก” “ยายเปรี้ยวค่ะพ่อ แล้วงานพิเศษที่หนูหาได้ก็งานเอ็มซีแบบยายเปรี้ยว ต่อไปหนูจะเป็นคนจัดการเรื่องดอกเบี้ยของบ้านเอง ส่วนพ่อก็หาคืนส่วนอื่นนะคะ” คุณมารุตได้แต่ยืนคอตกเพราะรู้ดีว่าตัวเองไม่อาจห้ามปรามอะไรได้ ทั้ง ๆ ที่ใจอยากจะบอกให้ลูกสาวปล่อยทุกอย่างที่ยึดติดแต่ก็ไม่กล้าพูด เพราะรู้ดีว่ามิรินรักบ้านหลังนี้มากแค่ไหน “พ่อไม่ต้องกังวลนะคะ เราจะผ่านมันไปได้แน่” สองพ่อลูกมองสบตาเพื่อเป็นกำลังใจให้กันและกัน เพราะมีกันแค่สองคนพ่อลูก ต่างฝ่ายต่างจึงเป็นกำลังใจที่สำคัญ 23:05 น. ร่างอ้อนแอ้นในชุดกระโปรงลายดอกไม้สีชมพูหวานยืนลังเลอยู่ที่หน้าห้องของท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสุดท้ายแล้วก็ต้องก้าวเข้าไปด้านในแต่สองเท้ากลับหนักอึ้ง นี่เป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของเธอ มิรินไม่เคยคิดมาก่อนว่าต้องมาอยู่ในจุดนี้ แต่เมื่อมันเป็นไปแล้วเธอก็จะทำทุกอย่างไม่ให้เลวร้ายลงกว่าเดิม ปึง!! คนตัวเล็กก้าวถอยหลังเมื่อจู่ ๆ ประตูก็ถูกเปิดออกกะทันหันพร้อมกับร่างกำยำในชุดสูทสีดำสนิทของปราบศึก และเมื่อพบว่าเธอยืนอยู่หน้าห้องสิ่งแรกที่เขาทำคือพลิกดูนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือ “เวลานัดกับใครเธอควรมาก่อนเวลานะ” เขาสอนเธอตรง ๆ แต่มิรินฟังคล้ายกับถูกตำหนิ “หนู... มาถึงสักพักแล้วค่ะ” “ทำไมไม่เข้าไปล่ะ ลังเล หรือเปลี่ยนใจ” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเชิงถามซึ่งเธอรู้สึกว่าตอบยากเหลือเกิน “ว่าไง... ฉันไม่ได้คิดจะมัดมือชกเธอหรอกนะ จะเปลี่ยนใจก็ได้ไม่ว่ากัน” ปากก็บอกว่าเธอสามารถเปลี่ยนใจได้ แต่แววตาคมดุที่มองมากลับคาดคั้นจนรู้สึกได้ “ไม่ค่ะ หนูไม่เปลี่ยนใจ” “งั้นก็ไปกัน...” “ไปไหนคะ” “ที่นี่ห้องทำงาน เห็นเธอว่ายังซิงคงอยากมีประสบการณ์ครั้งแรกบนเตียงมากกว่ามั้ง หรือชอบผาดโผนบนโต๊ะทำงานดี” แววตาของปราบศึกวาววับในขณะที่พูด ดูผิดเป็นคนละคนกับเมื่อวานโดยสิ้นเชิง มิรินจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมใคร ๆ ถึงเปรียบเขาเป็นเหมือนเสือ “ไง... โต๊ะทำงานหรือเตียง” หญิงสาวถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หัวใจเต้นโครมครามเพราะรู้ดีว่าไม่ว่าจะตอบแบบไหนก็น่าอายพอกัน “ละ... แล้วแต่คุณค่ะ” “หืม... ว่าง่ายแบบนี้ฉันชอบนะ เอาเป็นว่าคืนนี้เตียงละกัน ฉันประชุมมาทั้งวันขี้เกียจเอาท่ายาก” มิรินถึงกับหน้าร้อนวูบแต่คนพูดกลับไม่สะทกสะท้านจนหญิงสาวนึกค่อนขอดในใจ ว่าเขาคงจะจัดเจนและหน้าทนเสียจนพูดจาลามกได้คล่องปาก “ตามมา” แต่ไม่ว่าเขาจะเป็นอย่างไรหรือต่อให้เขาเลวร้ายกว่านี้ มิรินก็ยังต้องยอมเดินตามไปอย่างว่าง่าย เพราะเธอไม่อาจหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นอยู่ @คอนโด ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องปราบศึกก็สลัดเสื้อผ้าออกจากตัวต่อหน้าต่อตาคนที่ยืนอ้าปากค้าง มิรินตกตะลึงจนลืมเมินหน้าหนีจากภาพตรงหน้า และเธอปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเรือนร่างกำยำที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อของเขางดงามดั่งรูปปั้น ยังดีที่ตอนนี้เขายืนหันหลังให้จึงไม่เห็นว่าเธอกำลังมองอยู่ “ฉันจะไปอาบน้ำ ถ้าอยากเริ่มเลยก็ตามมาอาบด้วยกัน” “หนู... อาบมาแล้วค่ะ” “อาบแล้วก็ต้องอาบอีก ฉันชอบร่างกายที่สะอาดทุกซอกทุกมุม” เขาพูดโดยที่ไม่หันกลับมามองเธอก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำ เหลือเพียงมิรินที่ยังคงยืนใจเต้นโครมครามไม่ขยับไปไหน ถึงแม้จะรู้ว่ายังไงคืนนี้เธอก็ต้องเป็นของเขาแต่มิรินก็ไม่กล้าพอที่จะตามเขาเข้าไป คนตัวเล็กนั่งรอที่โซฟาจนปราบศึกเดินกลับออกมาในชุดคลุมอาบน้ำสีแดงเลือดหมู พอเขาเหลือบตามองเธอก็รีบลุกขึ้นแล้วเดินเข้าห้องน้ำอย่างรู้งานโดยไม่ต้องให้เขาบอกซ้ำ นั่นถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีเพราะชายหนุ่มรู้สึกพอใจในความหัวไวของเธอ

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.5K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.9K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook