bc

ร่ายมนต์รักพิทักษ์ใจเธอ

book_age12+
143
FOLLOW
1K
READ
shifter
mystery
like
intro-logo
Blurb

จะทำอย่างไรเมื่อเธอถูกผู้จัดการส่วนตัวของเขาจ้างให้มาคุ้มครองเขาจากเหล่ามนต์ดำและวิญญาณร้ายที่ถูกส่งมาจากบรรดาแฟนคลับทั้งที่ลับและที่แจ้ง เพียงเพราะคลั่งไคล้อย่างบ้าคลั่งและต้องการจะครอบครองเขา

"มนต์ชญา หรือน้ำมนต์" หญิงสาวผู้มีสัมผัสพิเศษ สามารถมองเห็นผีและสิ่งเร้นลับได้ และก็พอมีวิชาของดีติดตัวมาบ้างจากการร่ำเรียนสืบทอดมาจากบิดาที่เป็นสัปเหร่อ เธอบังเอิญมาพัวพันกับ "คีตะ" เนื่องจากเธอต้องมาทำงานกับเขาและเธอเองก็ยังเป็นแฟนคลับคนหนึ่งของเขาที่เป็นนักร้องนักแสดงระดับซุปเปอร์สตาร์ซึ่งเป็นที่หมายปองของสาวน้อยสาวใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่สาวเทียม

เมื่อความหล่อความมีเสน่ห์ของเขาเริ่มเป็นภัยแก่ตัวเอง เขาเริ่มถูกคุกคามจากเหล่าไสยศาสตร์ มนต์ดำ วิญญาณร้ายที่ถูกส่งมาในรูปแบบของฝากของขวัญจากแฟนคลับที่คลั่งไคล้เขามากเกินไปจนอยากจะครอบครองตัวเขา และสะกดเขาให้อยู่กับตนเองตลอดไป

เธอที่เป็นหนึ่งในกลุ่มแฟนคลับที่ชอบผลงานและได้ตามเขาไปตามสถานที่ทำการแสดงต่างๆ เพราะได้มาทำงานพิเศษพาร์ทไทม์เป็นทีมงานดูแลศิลปิน เธอเห็นวิญญาณร้ายรอบๆตัวเขา จนเธอได้เข้ามาช่วยเขาให้รอดพ้นจากสิ่งเร้นลับเหล่านั้นครั้งแล้วครั้งเล่า

แรกๆเขาก็ยังไม่เชื่อว่าเรื่องพวกนี้มีอยู่จริงจึงไม่ค่อยจะให้ราคาเธอเท่าไร หนำซ้ำยังมองว่าเธอเพี้ยนด้วยซ้ำ

แต่โชคดีที่ผู้จัดการส่วนตัวของเขาพอจะเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติอยู่บ้างจึงได้ขอร้องให้เธอมาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวให้กับเขาเพื่อช่วยปกป้องเขาจากอำนาจมืดมนต์ดำทั้งหลาย

หลายครั้งที่เขาตกอยู่ในอันตรายเพราะไม่ยอมให้ความร่วมมือในการป้องกัน เวลาเธอเตือนอะไรก็หาว่าเพ้อเจ้อ

มีเหมือนกันที่เธอเริ่มเบื่อกับความดื้อด้านของเขา จากแฟนคลับก็สู่คู่กัด ไม่มีคำว่าลดราวาศอก

เมื่อเรื่องราวคลี่คลายวิญญาณร้ายสลายไป เธอจะยังได้ใกล้ชิดกับเขาอยู่อีกหรือเปล่านะ

ถ้าเธอไม่ได้สร้างเสน่ห์เล่ห์กลอันใดกับเขา เขาจะสนใจเธอบ้างหรือเปล่า

ถ้าเขารักเธอจะเป็นเพราะมนต์เสน่ห์หรือเสน่หาจากหัวใจ

หรือเรื่องร้ายจะกลายเป็นเรื่องรัก...เขาน่าจะโดนมนต์รักจากเธอเข้าเสียแล้ว

chap-preview
Free preview
กำเนิดของมนต์ชญา
"อุแว๊ อุแว๊ อุแว๊" เสียงเด็กน้อยดังแว่วมาจากทางไปป่าช้า "เสียงเด็กที่ไหนดังแต่เช้าวะ" บุญล้อมสัปเหร่อของวัดที่สร้างบ้านไม้ขนาดเล็กอาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณหลังวัดได้ยินเสียงขณะที่เขากำลังล้างหน้าล้างตาหลังจากตื่นนอนและเตรียมตัวไปช่วยหลวงปู่บัวบิณฑบาตร "หรือหูแว่วแต่เช้าเด็กที่ไหนจะมาร้องแถวนี้" บุญล้อมพึมพำกับตัวเองเพราะไม่คาดคิดว่าจะมีเด็กมาอาศัยอยู่แถวนี้บ้านของเขาอยู่หลังวัดก่อนถึงป่าช้าเพียงไม่กี่ร้อยเมตร "อุแว๊ อุแว๊ อุแว๊" เสียงเด็กยังคงดังไม่หยุด "ยังไงเสียแล้ววะ หรือเอ็งจะมาขอส่วนบุญ เออเดี๋ยวไปบิณฑบาตรกับหลวงปู่เสร็จข้าก็จะกลับมากรวดน้ำให้" "อุแว๊ อุแว๊ อุแว๊" คำพูดของบุญล้อมไม่ได้ทำให้เสียงเด็กเงียบหายไป "ไหนไปดูหน่อยสิวะ ยังไงกัน" บุญล้อมเป็นสัปเหร่อจอมขมังเวทย์เขาไม่เคยกลัวหากต้องเผชิญหน้ากับเหล่าวิญญาณหรือภูตผีปีศาจทั้งหลาย เขาสาวเท้าเดินเร็วๆเพราะกลัวจะสายไปช่วยหลวงปู่ไม่ทันแต่ใจก็ต้องรู้ให้ได้ว่าเสียงมาอย่างไร เมื่อไปถึงป่าช้าเขาก็มองหันรีหันขวาหาต้นตอของเสียง จนกระทั่งมองเห็นห่อผ้าขาวที่ดุ๊กดิ๊กกระดิกไปมาได้อยู่ใต้ต้นกล้วยตานี "อ้าว เฮ้ย นี่มันเด็กจริงๆนี่หว่า" บุญล้อมอุทานตกใจพร้อมย่อตัวลงไปอุ้มเด็กขึ้นมา "เอ็งมาจากไหนวะ หรือใครเอามาทิ้งไว้ ผู้หญิงเสียด้วย น่าเกลียดน่าชังจริงนังหนู ใครกันนะมันใจร้ายเอาเอ็งมาทิ้งได้ลงคอ" "ไปๆเดี๋ยวไปหาหลวงปู่กัน" เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้แล้วจริงๆเขาจึงได้อุ้มเด็กออกไป ............................................................................................................ "นมัสการครับหลวงปู่ วันนี้ถ้ากระผมไม่ไปบิณฑบาตรด้วยมีเด็กวัดคนไหนไปด้วยหรือไม่ครับ" บุญล้อมถามหลวงปู่ "ก็มีนะ เดี๋ยวให้ไอ้เจ้าจ้อนมันไปช่วยก็ได้ ว่าแต่ทำไมหรือถึงไปไม่ได้ เอ้า!แล้วนั่นลูกเต้าเหล่าใครล่ะ" หลวงปู่เมตตาแต่ก็สงสัยว่าเขาไม่เคยที่จะไม่ไปช่วยหากไม่จำเป็นเช่นไม่สบายจริงๆ หลวงปู่พูดพร้อมหันไปเตรียมบาตรไม่ทันสังเกตุในทีแรกว่าบุญล้อมหอบเอาอะไรมาในอ้อมแขนด้วย จนได้หันมาคุยอีกทีถึงได้สะดุดตาเข้ากับเด็กน้อย "เนี่ยแหล่ะครับต้นเหตุที่ทำให้ขอตัวในวันนี้" บุญล้อมยิ้มแป้นให้หลวงปู่ "กระผมได้ยินเสียงเด็กมันร้องมาจากทางไปป่าช้าหลังบ้านกระผมโน่นแหน่ะหลวงปู่มองหาใครก็ไม่มี น่าจะพวกพ่อแม่วัยรุ่นไม่มีปัญญาเลี้ยงเอามาทิ้งไว้" บุญล้อมสาธยายเหตุการณ์ความเป็นมาให้หลวงปู่ฟัง "แล้วนี่หมายความว่าโยมจะเลี้ยงนังหนูนี่มันนะรึ" "ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นครับหลวงปู่ เอ็นดูมัน จะว่าถูกชะตาก็ว่าได้ กระผมเองก็ไม่มีครอบครัวที่ไหนเลี้ยงมันไว้เอาบุญสักคนคงไม่เสียหลาย หลวงปู่ว่าไหมครับ" เขาหว่านล้อมให้หลวงปู่เห็นดีเห็นงามด้วย "ในเมื่อวาสนามันมาสัมพันธ์กันแล้วถึงจะไม่ใช่สายเลือดก็ถือว่ามีบุญได้มาเป็นพ่อลูกกันดีกว่าปล่อยให้เด็กมันเป็นกำพร้าเสียเปล่าๆ" หลวงปู่เองก็เวทนาในตัวเด็ก "ตัวยังแดงๆอยู่เลย ดีที่ไปเจอก่อนที่พวกมดพวกตัวเงินตัวทองจะมาคาบไป" ยิ่งพูดบุญล้อมก็ยิ่งสังเวชใจในชะตากรรมของเด็กน้อยผู้นี้ "ไปอยู่กับพ่อนะนังหนู" บุญล้อมโยกตัวไปมาเป็นการกล่อมเขาเองก็เลี้ยงเด็กไม่เป็นหรอกแต่อาศัยการได้เห็นคนเฒ่าคนแก่เห่กล่อมลูกหลาน "ให้นังหนูมันชื่ออะไรดีครับหลวงปู่" บุญล้อมขอความเมตตาหลวงปู่ช่วยตั้งชื่อให้ “ขออาตมากลับจากบิณฑบาตรก่อนนะแล้วเดี๋ยวเรามาว่ากันเรื่องชื่อลูกสาวคนใหม่ของเอ็งไอ้ล้อม ฮ่าๆๆ” หลวงปู่หัวเราะยิ้มให้ ซึ่งก็เป็นที่ชอบอกชอบใจของบุญล้อมไม่น้อยเลยทีเดียว …………………………………… “เราไม่รู้วันเดือนปีเกิด ก็ถือเอาฤกษ์ที่เราและเขามีวาสนาได้เจอกันก็คือวันนี้เป็นวันเกิดเลยก็แล้วกันนะ" หลวงปู่บัวกล่าวกับบุญล้อม "ได้ครับหลวงปู่" บุญล้อมน้อมรับตามหลวงปู่ "อืม หลวงปู่ให้ชื่อว่ามนต์ชญาแล้วกันนะแปลว่าชนะใจ" "เพราะมากเลยครับหลวงปู่ ชนะใจแล้วก็ชนะสิ่งไม่ดีด้วยนะครับ นังหนูมันถูกทิ้งให้อยู่ในป่าช้ายังรอดมาได้ ดวงมันแข็งไม่ใช่เล่น" บุญล้อมรู้สึกภูมิใจกับลูกสาวหมาดๆ "แล้วชื่อเล่นล่ะครับหลวงปู่" "เอ้า มาหลวงปู่จะรดน้ำมนต์ให้ก่อน เออให้มันชื่อเล่นว่าน้ำมนต์เลยแล้วกัน" หลวงปู่นึกขึ้นได้ก็เอาชื่อนี้เลยทันที "ดีเลยครับหลวงปู่เพราะทั้งชื่อจริงชื่อเล่น" บุญล้อมเห็นดีเห็นงามไปเสียหมด ด้วยว่ารักและนับถือหลวงปู่อะไรที่มาจากหลวงปู่เขาก็ว่าดีทั้งนั้น "พ่อจะเลี้ยงหนูให้ดีที่สุดเท่าที่พ่อจะทำได้เลยลูก" บุญล้อมดูรักและถูกชะตาเด็กหญิงคนนี้เอามาก "กระผมขอตัวก่อนนะครับหลวงปู่ จะได้ไปหานมหาผ้าอ้อมให้นังหนูน้ำมนต์มันด้วย" บุญล้อมขอตัวลาหลวงปู่ "เออ ไปๆ เจริญพรๆ" หลวงปู่อวยพรให้พ่อมือใหม่ในวัยกลางคน "เอ นังหนูนี่ดูท่าจะไม่ธรรมดา" หลวงปู่พูดขึ้นมาหลังจากที่บุญล้อมอุ้มมนต์ชญาออกไป สิ่งที่หลวงพ่อเห็นคือกลุ่มวิญญาณรูปร่างโปร่งแสงรัศมีสีทองเรื่อๆรายล้อมอยู่รอบๆตัวหนูน้อยแต่ไม่ได้มาเพื่อทำร้ายคล้ายว่ามาคุ้มครองมากกว่า ...................................................................................................................... "โอ๋ๆๆๆนอนนะลูก" เสียงบุญล้อมเฝ้าโอ๋เฝ้ากล่อมลูกน้อยไม่ห่าง "ไอ้กระจิ๊ดริด ไอ้กระจ้อยร่อย คืนนี้เอ็งอย่ามาหยอกมันนะเดี๋ยวมันไม่นอนทั้งคืน" บุญล้อมหันไปที่โต๊ะหมู่บูชาที่ด้านล่างสุดของชั้นเป็นขวดโหลขนาดเล็กที่มีตุ๊กตาไม้แกะสลักจิ๋วอยู่ข้างใน 2 ตน หรือรักยม นั่นเอง บุญล้อมเป็นสัปเหร่อที่มีวิชาอาคมพอตัวเพราะโดยอาชีพด้วย แต่เป็นทางสายขาวเอาไว้ป้องกันตัวและช่วยเหลือคนตามสมควร แต่เขาก็ไม่ได้มองเห็นผีทุกครั้งไปหรอก แล้วแต่กรณีจะปรากฎมาให้เห็น ส่วนเจ้ารักยมสองสหายก็มักจะมาสำแดงฤทธิ์ให้ได้ยินเป็นเสียงเสียมากกว่า "โครมมม ตึง" เสียงดังของ ของเล่นที่หล่นลงจากโต๊ะเหมือนเป็นการตอบว่ารับทราบแล้ว .............................................................................................................. บุญล้อมเลี้ยงน้ำมนต์ตามมีตามเกิดแต่ก็ให้ความรักความอบอุ่นกับเธอจนเธอเองไม่รู้สึกว่ามันขาด เขาให้การศึกษาจะมีมากมีน้อยเขาก็สู้เพื่อเธอ "แม่ตานีจ๋า เห็นกระจิ๊ดริดกับกระจ้อยร่อยไหม ไปซ่อนตั้งนานแล้วหนูหามันไม่เจอเสียที" เสียงเด็กน้อยน้ำมนต์ในวัย10ขวบเดินมาทางต้นกล้วยตานีแล้วก็หยุดยืนคุยกับต้นกล้วยนั้นเสียงเจื้อยแจ้ว "โน้นนนน มันอยู่โน่นแหน่ะ อย่าเข้าไปถึงป่าช้านะมันอันตราย ผีตายโหงตายห่ามาจากไหนบ้างก็ไม่รู้ไหนจะวิญญาณไม่มีญาติอีก" แม่ตานีแสนสวยบอกกับเด็กน้อยด้วยความเอ็นดูและเป็นห่วงเป็นใย "ขอบใจจ้ะ หนูไปหาเพื่อนหนูก่อนนะ" เพื่อนเล่นที่เธอเล่นด้วยแต่เล็กแต่น้อยก็คือเจ้ากระจิ๊ดริดกับเจ้ากระจ้อยร่อย รักยมที่พ่อบุญล้อมของเธอเลี้ยงเอาไว้นี่แหล่ะ "โป้ง ฉันเจอเธอแล้วกระจิ๊ดริด" หนูน้อยเดินอ้อมหลังต้นไม้แล้วก็ทำท่าโป้งกับอากาศ มีแค่เธอเท่านั้นที่เห็นวิญญาณพวกนี้ ทั้งหมดอยู่ในสายตาของบุญล้อมผู้เป็นพ่อ เขารู้ว่าเธอเป็นเด็กที่มีสัมผัสพิเศษ แต่เขาก็ไม่ได้เป็นห่วงอะไรมากนักเพราะรู้ว่ามีรักยมน้อยคอยตามดูแลเป็นเพื่อนเล่นอยู่ "ไอ้กระจิ๊ดริด ไอ้กะจ้อยร่อย อย่าพาน้องไปเล่นไกลนะ ถ้าดื้อไม่เชื่อพ่อจะตีด้วยหวาย" หลายครั้งที่ลูกสาวขอออกไปเล่น บุญล้อมก็จะตะโกนผ่านลมไปเสมอเป็นการบอกให้รู้ว่าดูแลน้องด้วย จะด้วยความเคยชินหรือด้วยความมีจิตที่เข้มแข็งน้ำมนต์ไม่เคยกลัวเลยเมื่อเห็นสิ่งลี้ลับทั้งดีและไม่ดี หากบังเอิญเจอวิญญาณเธอก็มักจะมาเล่าให้พ่อฟัง "พ่อจ๋า เมื่อกี้หนูเจอผีหัวขาด มันมาแกล้งหลอกหนู" เด็กหญิงพูดหน้าตาเฉย "แล้วเอ็งกลัวมันไหมล่ะ" บุญล้อมถามแกมหยอกเล่น "ไม่จ้ะ แม่ตานีมาไล่ให้พอดี มันไม่กล้าเข้ามาใกล้หนูหรอกจ้ะ" น้ำมนต์ยิ้มด้วยความภูมิใจที่เธอมีบอดี้การ์ดชั้นดี "ฮ่าๆๆ เอ็งมันลูกพ่อของแท้ไม่กลัวอะไรสักอย่าง" บุญล้อมหัวเราะชอบใจ ....................................................................

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.5K
bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.6K
bc

พันธะร้าย..ดวงใจรัก

read
2.1K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.0K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook