เมื่อได้เวลาอาหารเย็นแม่บ้านก็ได้ขึ้นมาตามหงส์หยกลงไป และที่นั่งประจำของหงส์หยกก็ต้องเป็นซ้ายมือของรภีอย่างเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว “ตักกับข้าวให้น้องหน่อยสิ” ผู้อาวุโสที่นั่งอยู่หัวโต๊ะพูดกับรภีขึ้นหลังจากหงส์หยกใช้มือได้เพียงข้างเดียว “ก็ยังมีมืออยู่นี่ครับ” รภีพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไรค่ะคุณปู่ หงส์ว่าหงส์ตักทานเองคงทานอร่อยกว่า” หงส์หยกยิ้มให้ผู้อาวุโสก่อนจะตอบกลับไปด้วยประโยคที่ทำให้รภีถึงกับหันมามองหน้าเธอด้วยสายตาดุดัน แต่หงส์หยกก็ไม่ได้เกรงกลัวสายตานั้นของรภีเลยแม้แต่น้อย สุดท้ายเธอก็เลือกจะนั่งกินข้าวในส่วนของเธอต่อไป มื้ออาหารคาวได้ผ่านพ้นไปจนมาถึงของหวานล้างปาก และช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่คนในบ้านจะสามารถพูดคุยถามไถ่กันได้ และหงส์หยกก็ใช้โอกาสนี้ในการพูดเรื่องของตัวเองออกไป “คุณปู่คะ หงส์มีเรื่องอยากขอน่ะค่ะ” เมื่อมีโอกาสที่คนอื่นๆ ไม่ได้พูดแล้ว หงส์หยกก็พูดขึ้น “จะขออะไรไป

