ตอนที่9 เปลี่ยนวิธีเอาคืน

1770 Words
สุดท้ายหงส์หยกก็ถูกรภีลากเข้ามาถึงตัวบ้านของอันนาที่ตอนนี้มีพ่อแม่ของอันนานั่งอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา และหงส์หยกรู้ดีว่าไม่เพียงอันนาที่ไม่ชอบเธอ แต่พ่อแม่ของอันนาเองก็ไม่ชอบเธอเช่นกัน “ขอโทษคุณอาทั้งสองแล้วก็อันนาซะ” รภีสั่งหงส์หยกขึ้นหลังจากทำการทักทายผู้ใหญ่เป็นที่เรียบร้อย “.....” หงส์หยกกลับนั่งนิ่งไม่ยอมทำตามที่รภีสั่ง “จริงๆ พี่ภีไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้ก็ได้นะคะ” อันนาที่เห็นแบบนั้นก็พูดขึ้นอย่างไม่ถือสา แต่จริงๆ ตอนนี้ในใจของเธอนั้นสะใจไม่น้อยที่หงส์หยกกำลังจะต้องก้มหัวขอโทษเธอ “ไม่ได้หรอก เพราะที่ผ่านมาพี่ไม่เคยให้หงส์หยกขอโทษอันจริงจัง เธอถึงได้มีนิสัยแย่ๆ ไม่เลิก” รภีตอบกลับไปอย่างที่คิด เพราะที่ผ่านมาเวลามีเรื่องกัน หงส์หยกยังไม่ถึงขั้นทำให้อันนาเสียหน้าต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ และไม่ได้เสียหน้าต่อหน้าพ่อแม่ตัวเองด้วย นั่นจึงทำให้รภีสามารถปล่อยผ่านมาได้ แต่ครั้งนี้แขกนับร้อยในงานต่างก็พูดกันปากต่อปาก พ่อแม่ของอันนาก็เสียหายไปด้วย นั่นทำให้รภีต้องแสดงความรับผิดชอบและความจริงใจออกมา “คนทำผิดแล้วรู้จักสำนึกมันยังน่าให้อภัยนะ แต่ถ้าทำผิดแล้วยังคิดไม่ได้ คนแบบนี้ไม่ควรค่าจะยกโทษให้เลย” คุณอันณีพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทางดื้อรั้นของหงส์หยก “งั้นเหรอคะ แล้วคนที่รู้ว่าคนอื่นมีภรรยาอยู่แล้วแต่ยังมีพฤติกรรมออดอ้อนออเซาะ คนแบบนี้จะให้มองว่าบริสุทธิ์ใจได้อีกเหรอคะ” หงส์หยกที่นั่งเงียบมาตลอดหันไปสบตากับคุณอันณีก่อนจะย้อนถามออกไป “มันจะมากไปแล้วนะ!” แล้วเสียงดุดันของคุณจรุณก็ตะคอกขึ้นอย่างไม่พอใจที่ภรรยาและลูกสาวกำลังโดนดูถูก แต่เขาจะไม่ร้อนตัวแบบนี้เลยถ้าเขาไม่ได้รู้ดีแก่ใจว่าลูกสาวของเขาคิดยังไงกับรภี และพ่อแม่อย่างพวกเขาก็เห็นดีด้วยไม่น้อยเพราะรู้ดีว่ารภีไม่ได้คิดอะไรกับหงส์หยก เพราะแบบนั้นมันเลยไม่ต่างจากคนร้อนตัวที่ทนไม่ไหว “ฉันให้เธอมาขอโทษ ไม่ได้มาสร้างเรื่องเพิ่ม!” รภีกัดฟันพูดกับหงส์หยกออกไปอย่างทนไม่ไหวที่ยังกล้าสร้างปัญหาไม่หยุด “ขอโทษไปแล้วได้อะไร เพราะทุกคนคงจะรู้ดีว่าการขอโทษนี้มันจอมปลอมและไม่ได้มาจากใจ!” หงส์หยกย้อนรภีกลับไปให้รู้ และเธอก็คิดว่าต่อให้เธอพูดว่าขอโทษออกมาทุกคนก็รู้ดีว่ามันไม่ได้มาจากใจของเธอ แต่... “อย่างน้อยก็ทำให้เธอสึกนึกได้ไง ว่าถ้ายังทำอะไรโง่ๆ แบบเมื่อคืนอีก เธอจะต้องเจอกับอะไร!” รภีพูดขึ้นเสียงเยือกเย็นก่อนจะออกแรงกระชากหงส์หยกไปตรงอันนาและพ่อแม่ของเธอแล้วกดหงส์หยกให้คุกเข่าลงอย่างแรง ตุบ! ความเจ็บจากการกระแทกนั้นยังไม่เท่าความเจ็บช้ำที่กำลังคุกเข่าอยู่ต่อหน้าคนอย่างอันนาและพ่อแม่ของเธอเลยสักนิด นั่นทำให้หงส์หยกเริ่มต่อสู้กับแรงของรภีเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องอยู่ในสภาพนี้ หมับ! ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งของรภีออกแรงบีบต้นแขนและบังคับไม่ให้หงส์หยกหนีไปไหนได้ ส่วนฝ่ามืออีกข้างบีบเข้าท้าทอยของหงส์หยกอย่างแรงก่อนจะออกแรงกดหัวของเธอให้ก้มลงไปข้างหน้า “ปล่อยหงส์นะ!” หงส์หยกพยายามสะบัดตัวเองให้หลุดจากมือของรภี แต่มันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อฝ่ามือเพียงข้างเดียวของเขาก็เกือบรวบคอของเธอได้หมด ไหนจะแรงที่ต่างกันอย่างเทียบไม่ติดนั่นอีก “พี่ภี” อันนาเรียกรภีขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักใจ แต่ภายในใจกำลังโล่ดแล่นอย่างมีความสุขที่เห็นรภีทำให้หงส์หยกตกอยู่ในสภาพแบบนี้ได้ “ขอโทษอันนาและพ่อแม่ของอันนาซะ!” คำสั่งดังขึ้นอีกครั้งและออกแรงกดท้ายทอยของหงส์หยกลงไปที่พื้นเพื่อให้เธอได้ขอโทษ แม้ตอนแรกเขาตั้งใจให้หงส์หยกมายกมือไหว้ขอโทษธรรมดาๆ แต่เพราะความดื้อของเธอมันกลับทำให้เขาต้องใช้วิธีนี้ วิธีที่จะทำให้เธอจดจำไปตลอดชีวิต และเลิกทำนิสัยแย่ๆ อย่างที่ผ่านมาสักที เพราะถ้ายังกล้าทำ เธอก็จะได้ก้มหัวขอโทษคนอื่นแบบนี้อีกนั่นเอง “ปล่อยหงส์นะ! ปล่อย!!!” หงส์หยกออกแรงดิ้นสู้อย่างไม่ยอม นั่นทำให้รภียิ่งออกแรงลงไปมากกว่าเดิม มากจนสุดท้าย... ปึก! สุดท้ายหน้าผากมนก็โขกกับพื้นอย่างไม่แรงไม่เบาจากแรงบังคับของรภี แม้จะมีพรมปูอยู่ แต่มันก็ไม่ได้นุ่มพอที่จะทำให้ไม่เจ็บได้ แต่หัวที่ว่าเจ็บ มันยังไม่เท่ากับหัวใจของเธอในตอนนี้เลยสักนิด หัวใจที่ถูกทำร้ายจากผู้ชายที่เธอรัก ที่ตอนนี้เขาทำให้เธอคุกเข่าและก้มหัวแทบเท้าของผู้หญิงที่เธอเกลียดได้ในที่สุด สุดท้ายเธอก็ทำในสิ่งที่เกลียดที่สุดลงไปอย่างปฏิเสธไม่ได้ “พอแล้วค่ะ แค่นี้ก็ถือว่าเธอได้รับบทเรียนของเธอแล้ว” อันนาขยับเท้าของตัวเองไปใกล้หัวของหงส์หยกเล็กน้อยอย่างไม่มีใครสังเกตได้นอกจากหงส์หยกที่หูได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว และไม่นานก็ตามมาด้วยเสียงของอันนาที่พูดออกมาราวกับแค่นี้ก็พอแล้ว นั่นทำให้รภีผ่อนแรงที่จับหงส์หยกไว้ พรึ่บ! หงส์หยกสะบัดตัวออกจากการจับของรภีก่อนจะลุกแล้ววิ่งออกจากบ้านของอันนาไปอย่างคนขี้แพ้ทันที แต่ตอนนี้เธอยังชนะได้อีกเหรอ เท้าของอันนาแทบจะเหยียบหัวของเธออยู่แล้ว เธอยังมีอะไรจะชนะได้อีก สุดท้ายร่างบางก็ทำได้เพียงวิ่งออกมาจากบ้านหลังนั้นด้วยความอับอายและเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด พร้อมกับน้ำตาแห่งความเจ็บใจที่มันไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ หงส์หยกเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย เดินไปเผื่อมันจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้บ้าง แต่ไม่ว่าแดดจะร้อนแค่ไหน เสียงรถจะดังยังไง แต่มันกลับไม่สามารถกลบเสียงความเจ็บช้ำในใจของเธอไปได้เลยสักนิด ไม่เลย ปี๊ดๆ แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังก่อนรถคันหนึ่งจะขับมาดักหน้าหงส์หยกพร้อมกระจกที่ลดลง “หงส์!” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นเรียกสติหงส์หยกให้หันกลับไปยังต้นเสียง “ทิพย์” ช่อทิพย์ เพื่อนสนิทของหงส์หยกที่ไม่ได้เจอกันมานาน ทำให้หงส์หยกดีใจขึ้นมาไม่น้อย “ขึ้นมาก่อน!” ช่อทิพย์ปลดล็อครถก่อนจะเรียกหงส์หยกขึ้นรถ และนั่นก็ทำให้หงส์หยกพาตัวเองขึ้นไป “แกมาอยู่แถวนี้ได้ยังไง” หงส์หยกถามเพื่อนสาวขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ได้ข่าวว่าเพื่อนเธอต้องไปประจำที่ต่างจังหวัด นั่นทำให้เธอไม่ได้เจอกันมานาน “สาขาที่ต่างจังหวัดได้คนแล้วน่ะ ฉันก็เลยกลับมาทำที่เดิมคืน...” “ว่าแต่แกมาเดินทำอะไรแถวนี้ แล้วทำไมหน้าเหมือนร้องไห้มาแบบนั้นล่ะ” ช่อทิพย์ตอบก่อนจะถามกลับไปอย่างที่เห็นสีหน้าของเพื่อนเธอ “มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ” “กับคุณรภี?” แน่นอนว่าช่อทิพย์รู้เรื่องของหงส์หยกไม่น้อย เพราะเธอคืออีกคนที่หงส์หยกกล้าเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง “ฉันถูกสามีตัวเองลากให้ไปขอโทษผู้หญิงที่เขารู้สึกดีด้วยน่ะ” หงส์หยกพูดในสิ่งที่เกิดขึ้นออกมาก่อนจะเล่ารายละเอียดให้ช่อทิพย์ได้ฟัง “จนถึงขนาดนี้แล้ว คุณรภีก็ยังไม่รู้สึกอะไรกับแกเลยสักนิดงั้นเหรอ” ช่อทิพย์พูดขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ คนแต่งงานกันมาสองปีกว่าแล้ว อยู่กินกันมาขนาดนี้ แต่กลับยังเกลียดชังไม่เปลี่ยน “เขาจะรู้สึกอะไรกับฉันได้ยังไง ในเมื่อผู้หญิงที่เขารู้สึกดีด้วยยังวนเวียนอยู่รอบตัวเขาตลอด” ถ้าไม่มีใคร อย่างน้อยเขาอาจจะมองเห็นเธอบ้าง แต่เพราะนี่สายตาเขาไม่ว่างมองเธอเลยไง ผลที่ได้ก็คือเธอไม่เคยอยู่ในสายตาของเขา “สิ่งที่คุณรภีทำวันนี้มันก็เกินไปจริงๆ นั่นแหละ” ช่อทิพย์พูดขึ้นอย่างที่คิด แม้จะเกลียดกันยังไง แต่ก็ไม่ควรให้คุกเข่าก้มหัวให้ขนาดนี้ เขาเองก็รู้ว่าหงส์หยกเกลียดอันนา การทำแบบนี้ยิ่งกว่าการหักหน้าหงส์หยกซะอีก “ฉันจะทำยังไงดีทิพย์ ฉันทั้งรักทั้งเหนื่อย จะถอยก็ไม่ง่ายเลย” หงส์หยกที่ได้เจอเพื่อนอีกครั้งก็ระบายและปรึกษาออกมาอย่างไร้หนทางแล้วจริงๆ “แกไม่ต้องถอยออกมาหรอก แต่แกต้องเปลี่ยนวิธีการเอาคืนก็แค่นั้น” ช่อทิพย์รู้ดีว่าชีวิตหงส์หยกเป็นแบบไหน นั่นเลยทำให้เธอรู้ว่าการถอยออกจากรภีไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับหงส์หยก และวิธีที่เพื่อนอย่างเธอจะแนะนำได้ก็คือการเปลี่ยนวิธีการเอาคืน “ยังไง” “ที่ผ่านมาแกใช้อารมณ์และความตรงไปตรงมามากเกินไป นั่นเลยทำให้คนจับจุดอ่อนของแกได้ง่าย ฉะนั้นต่อไปแกต้องมีกลยุทธ์ในการสู้เพื่อให้เขาอ่านแกไม่ออก” “ฉันไม่ค่อยเข้าใจ” หงส์หยกที่ได้ฟังแบบนั้นก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เพราะที่ผ่านมาเธอการแสดงออกของเธอก็มีแค่สองอย่าง คนถูกกดขี่ข่มเหง และการได้ระบายความอัดอั้นในใจออกไปด้วยความงี่เง่าและเปิดเผยทุกความไม่พอใจออกมา “เดี๋ยวฉันอธิบายให้แกฟัง แต่แกต้องไปกินข้าวกับฉันก่อน” ช่อทิพย์ที่ตั้งใจจะออกไปหาอะไรกินตั้งแต่แรกก็พูดขึ้น และแน่นอนว่าหงส์หยกก็ตอบรับออกมาอย่างง่ายดาย เพราะเธอเองก็ยังไม่อยากกลับบ้านเหมือนกัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD