EPISODE 04 : STUBBORN

2281 Words
“พังหมดเลย” ฉันร้องออกมาเบาๆ ทันทีที่เห็นฝายน้ำล้นตรงหน้าของฉัน น้ำป่ายังคงไหลหลากอยู่เลยสังเกตจากสีของน้ำที่ยังคงขุ่นมัว กระแสน้ำยังไหลเชี่ยวเป็นอย่างที่ฉันคิดว่าเรายังไม่สามารถซ่อมแซมมันได้ในตอนนี้ “นายนั่งรอฉันอยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะเดินไปดูรอบๆนี้ก่อน” ฉันเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าหลังจากที่ฉันปูเสื่อที่พกมาด้วยเรียบร้อยแล้ว “เธอจะไปไหน” เขาเอ่ยถามฉันเสียงเรียบ “เดี๋ยวฉันจะไปเดินดูรอบๆไง หูนายมีปัญหาปะ” “เธอก็ดูอยู่นี่ไงไม่เห็นต้องเดินไปไหน” เขาเอ่ยบอกกับฉันหน้าตาเฉย พร้อมกับมองมายังฉันอย่างไม่เข้าใจ “นายกลัวรึไง” ฉันยืนเท้าเอวพร้อมกับมองไปยังร่างสูงอย่างไม่เข้าใจเขาเช่นกัน ฉันจะมาที่นี่คนเดียวก็จะตามมาด้วย พอฉันจะเดินไปดูรอบๆคนเดียวก็พูดเหมือนจะไม่ให้ฉันไปอีก ‘หัวจะปวดนะกับผู้ชายคนนี้’ “…” “ฉันไม่ไปไกลหรอกเดี๋ยวฉันกลับมา นายนั่งพักอยู่นี่แหละ” ฉันเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าเสียงใส ก่อนจะเดินออกไปทันทีไม่รอให้เขาคัดค้านอะไรอีก “บัว” ร่างสูงตะโกนเรียกตามหลังฉันมา “ไม่ฟังแล้ว” ฉันก็ตะโกนตอบกลับเขาไปทันทีเช่นกัน “ทำไมเธอดื้อจังวะ” “เรื่องของฉัน แบร่!” ฉันหยุดเดินก่อนจะหันไปหลอกเค้า จริงๆฉันแค่อยากเดินสำรวจดูรอบนี้เพื่อดูวัสดุที่จะใช้ซ่อมแซ่มฝายเท่านั้นไม่ได้จะไปไหนไกลหรือนานนักหรอก “มองหาอะไรหรอ?” ฉันเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าที่นั่งหันหลังให้ฉันอย่างสงสัย ฉันเห็นเขาชะเง้อคอมองหาอะไรมาสักพักแล้ว เขาหันหลังมามองที่ฉันเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปเช่นเดิม “…” “เหมือนนายงอลฉันเลย ฉันไปแป๊บเดียวเอง” ฉันเอ่ยบอกร่างสูงออกไปอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักก่อนจะนั่งลงข้างๆเขา “เธอทำอะไร” ร่างสูงถามฉันขึ้นพร้อมกับขยับเข้ามาหาฉันเล็กน้อย ก่อนจะมองมายังภาพที่ฉันกำลังสเก็ต “ฉันสเก็ตภาพน่ะ” “ฝีมือดี...” “แน่นอนสิฉันอุตส่าห์เรียนมาตั้งหลายปี” “เธอเรียนจบอะไรมา?” ร่างสูงเอ่ยถามฉันเสียงเรียบ “ฉันจบมัณฑนศิลป์…แล้วนายล่ะจบอะไรมาหรอ?” ฉันเอ่ยถามร่างสูงข้างๆกลับไป ก่อนจะหันไปจ้องมองฉันนิ่งๆ “ฉันจบบริหาร” “ว๊าว!! สุดยอดไปเลย” “เธอฝีมือดีทำไมไม่ออกไปทำงานข้างนอก?” เขาเอ่ยถามฉันอีกครั้ง วันนี้เขากินยาผิดประเภทมารึป่าวนะปกตินอกจากตีกัน ฉันกับเขาคุยกันดีๆแทบจะนับครั้งได้เลย แต่วันนี้มาแปลกเขาพูดไม่หยุดและยังสงสัยนู้นนี่เต็มไปหมดเลย “ฉันพึ่งเรียนจบยังไม่ได้รับปริญญาเลย อีกอย่างงานช่วงนี้หายากด้วยฉันเลยถือโอกาสช่วงนี้พักไปก่อนน่ะ” ฉันตอบคำถามเขากลับไป ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาสเก็ตภาพของฉันต่อไป “อ่อ” “นายหลอกถามฉันไม่ยุติธรรมเลยทีฉันถามนายไม่เห็นจะตอบเลย” ฉันเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าออกไปอย่างงอลๆ “คำถามของเธอมันจะทำให้ตัวเธอเองตกอยู่ในอันตราย” ร่างสูงเอ่ยบอกกับฉันเสียงเรียบ “นายพูดเหมือนกับโดนมาเฟียไล่ล่าเลยอ่ะ” ฉันพูดออกไปเรื่อยอย่างไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะนี่มันชีวิตจริงนะไม่ใช่นิยายที่จะโดนมาเฟียตามล่ามันคงไม่มีหรอกน่า “...” “นายเงียบทำไมไม่เถียงฉันล่ะ เดี๋ยวฉันก็คิดว่านายโดนมาเฟียตามล่าจริงๆหรอก” “ไร้สาระ” “เอ้า! หมอนี่นิทำไมต้องว่าด้วย” ฉันหันไปมองร่างร่างสูงตาขวาง อย่าให้บัวชมพูต้องแปลงร่างนะฉันพูดด้วยดีๆ มาว่าฉันไร้สาระซะงั้น “บ้านเธออยู่ที่นี่รึป่าว” “ไม่ตอบ ฉันไม่อยากคุยกับนาย” ฉันเอ่ยบอกกับร่างสูงเสียงเรียบพร้อมกับหันหน้าหนีเขาไปอีกทาง “หึ งอลรึไง” เขาขยับเข้ามาใกล้ฉันพร้อมกับก้มลงมามองฉันใกล้ “นี่นาย” ฉันเอ็ดเขาเสียงดังออกมาด้วยความตกใจ พร้อมกับผลักอกเขาออกไปเบาๆ ทันทีที่ใบหน้าหล่อเหลาของร่างสูงเข้ามาใกล้ใบหน้าของฉัน “เธองอล” “เออฉันงอล...นายช่วยเงียบหน่อยฉันต้องการสมาธิ” ฉันเอ่ยบอกกับร่างสูงเสียงเงียบ ก่อนจะตั้งสติและตั้งใจทำงานตรงหน้าต่อ 15.00 น. “ดีน ดีนตื่นเถอะ” ฉันเรียกร่างสูงที่นอนพักสายตาข้างๆฉันเบาๆ “…” เขาลืมตามองมาทางฉันเล็กน้อย “เรากลับกันเถอะ เดี๋ยวพวกชาวบ้านคงจะพากันกลับมาแล้ว” ฉันเอ่ยบอกกับเขาเสียงใส ก่อนจะเก็บของตรงหน้าลงกระเป๋าเป้ใบใหญ่ของตัวเอง “มาเดี๋ยวฉันสะพายเอง” เขาเอ่ยบอกกับฉันเสียงเรียบก่อนจะดึงกระเป๋าออกจากมือของฉัน พร้อมกับสะพายไว้ด้านหลังของเขาเรียบร้อย “นายนี่อวดเก่งจัง ร่างกายตัวเองก็ยังไม่แข็งแรงดี” ฉันพึมพำกับตัวเองเบาๆ “ฉันได้ยิน เลิกบ่นแล้วกลับกันได้แล้ว” “เชิญค่าคุณผู้ชาย” ฉันเอ่ยประชดเขาเบาๆ ~ครืนนนนน~ ~ครืนนนนน~ “รีบไปกันเถอะ” ฉันรีบเดินตามร่างสูงออกไปทันทีที่ได้ยินเสียงร้อง ถ้าช้ากว่านี้มีหวังได้เปียกปอนกลับเรือนแน่ๆ และอีกเหตุผลถึงจะมีทางเดินแต่ถ้าฝนตกก็จะทำให้พื้นลื่นมันอาจทำให้เราทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บได้ “ให้ฉันช่วยไหม” ฉันเดินเข้าไปถามเขาเสียงอ่อน ขากลับทางเดินจะค่อนข้างยากกว่าตอนเรามาเนื่องจากขามาเราเดินลงเขาเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นขากลับก็เป็นเหมือนหนังชีวิตเลยล่ะเพราเราต้องเดินขึ้นเขาถึงจะไม่ไกลเท่าไหร่แต่ก็ทำให้เหนื่อยเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน “…” เขาไม่ตอบฉันแต่เขากลับยื่นแขนแกร่งอีกข้างของเขาที่ว่างอยู่มายังฉัน ฉันมองไปที่เขาเล็กน้อยก่อนจะคว้าแขนแกร่งของเขาไว้ เราทั้งคู่จะเดินไปตามทางพร้อมกันโดยที่ฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนช่วยใครกันแน่ “ดีน...ทำไมนายถึงสักตะขาบที่หลังมือหรอ?” ฉันเอ่ยถามเขาออกไปด้วยความสงสัยทันทีที่เห็นรอยสักตะขาบบนหลังมือหนาที่จับไม้เท้าไว้แน่น ถ้าสังเกตุดีๆเหมือนฉันจะเห็นรอยแผลเป็นที่บริเวณรอยสักของเขาด้วย “ความเจ็บปวด” ร่างสูงเอ่ยบอกกับฉันนิ่งๆ “เจ็บปวด?” “เหนื่อยไหม?” เขาหยุดเดินก่อนจะเอ่ยถามฉันเสียงเรียบ เราสบตากันเล็กน้อยใบหน้าหล่อเหลาของร่างสูงตรงหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อที่ไหลออกมาจนเปียกชุ่ม อากาศค่อนข้างอบอ้าวอีกไม่นานฝนคงจะตกลงมาแน่ๆ “ฉันเหนื่อยนิดนึง นายละไหวไหม” ฉันเอ่ยถามร่างสูงกลับไป ~ครืนนนนน~ ~ครืนนนนน~ “ฉันไหว” ร่างสูงเอ่ยบอกกับฉันเสียงเรียบ “ดีน! ถ้านายไม่ไหวก็บอกฉันตรงๆ นายไม่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้นี่” ฉันเดินไปยืนตรงหน้าขวางทางเขาไว้ หลังจากนั้นฉันจึงเอ่ยบอกกับชายตรงหน้าด้วยน้ำเสียงจริงจัง ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเขาโตมาในสภาพแวดล้อมแบบไหน หรือในชีวิตของเขาเคยผ่านอะไรมาบ้าง เท่าที่ฉันสัมผัสได้จากผู้ชายคนนี้ คือเขาเหมือนมีเรื่องราวมากมายเก็บซ่อนอยู่ภายในใจ ถึงปากของเขาจะหนักไม่ยอมพูดออกมา แต่สิ่งที่แววตาของเขามันแสดงออกมามันไม่สามารถหลอกฉันได้ “…” “ฉันเคยบอกนายแล้วดีน ฉันไม่รู้ว่านายแบกรับอะไรไว้อย่างน้อยก็ตอนอยู่ที่นี่ถ้านายเจ็บนายก็บอกกับฉัน ถ้านายเหนื่อยนายไม่ไหวก็บอกกับฉัน” “…” “สำหรับฉันนายไม่จำเป็นต้องเข้มแข็ง ไม่ต้องเก่งอยู่ตลอดเวลาหรอกนะ ถึงเราจะพึ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่ฉันไม่เคยต้องการอะไรจากนาย” “…” “นายเป็นคนนะดีนนายมีเลือดมีเนื้อ นายมีหัวใจเหมือนๆกับฉัน ถ้านายเหนื่อยก็แค่เหนื่อย ถ้านายไม่ไหวนายก็ไม่จำเป็นต้องเก็บหรือกดมันไว้” ฉันเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าเสียงเรียบ ฟุบ! “อ๊ะ!!” เขาดึงฉันเข้าไปกอดไว้แน่นถึงฉันจะตกใจอยู่บ้าง แต่มันเหมือนฉันรับรู้ได้ถึงแรงกดดัน และความรู้สึกมากมายที่ผู้ชายคนนี้แบบรับมันเอาไว้ฉันกอดตอบเขาหลวมๆ “ฉันเจ็บท้อง” ร่างสูงเอ่ยบอกกับฉันเสียงเรียบ ใบหน้าของเขายังคงวางอยู่บนบ่าบางของฉัน “ไม่เป็นไรๆเดี๋ยวเรานั่งพักกันตรงนี้ก่อนเนอะ” ฉันเอ่ยบอกกับร่างสูงเบาๆ พร้อมกับลูบหลังของเขาเบาๆไปด้วย “นั่งขอนไม้นี่ก่อนนะ ฉันขอดูแผลหน่อย” ฉันพยุงร่างสูงนั่งลงบนขอนไม้ที่อยู่ไม่ไกล ก่อนที่ฉันจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเขาพร้อมกับย่อตัวนั่งลงตรงหน้าของเขา ฉันค่อยๆเปิดเสื้อของเขาขึ้นช้าๆก่อนจะเห็นรอยเขียวช้ำที่หน้าท้องของเขา ตอนนี้คงยังทำอะไรไม่ได้กลับไปถึงเรือนค่อยประคบเอาอย่างน้อยก็ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้เขาได้บ้าง “อือ” เขาครางออกมาเบาๆทันทีที่มือของฉันสัมผัสโดนรอยเขียวช้ำของเขา “ฉันขอโทษ เดี๋ยวกลับไปฉันประคบให้นะ” ฉันเอ่ยบอกกับเขาเสียงอ่อน ก่อนจะปิดเสื้อเขาลงตามเดิม “ฉันอยากให้นายไปหาหมอ อย่าน้อยก็ไปเอกซเรย์ดูสักหน่อยก็ยังดี” “…” ~ครืนนนนน~ ~ครืนนนนน~ “ดื่มน้ำก่อน” ฉันยื้อขวดน้ำเปล่าให้กับร่างสูงก่อนจะเดินกลับไปนั่งลงข้างๆเขา “เธอกินก่อน” เขาเอ่ยบอกกับฉันนิ่งๆก่อนจะดันมือที่ถือขวดน้ำอยู่มาทางฉัน “อืม” ฉันทำตามเขาอย่างว่าง่าย เพราะถ้ามัวแต่เกี่ยงกันฉันว่าวันนี้คงไม่มีใครได้ดื่มน้ำกันพอดี “เธอมีโทรศัพท์รึป่าว” “มีสิแต่ที่นี่ไม่มีสัญญาณหรอกนะ เราต้องเดินขึ้นไปบนเขาอีกทาง” ฉันเอ่ยบอกกับร่างสูงเสียงใส ก่อนจะยื่นขวดน้ำไปให้เขา “ฉันจำเป็นต้องใช้มัน” “ได้สิ นายรีบหายเดี๋ยวฉันพาขึ้นไป” ฉันเอ่ยบอกกับฉันพร้อมรอยยิ้ม ไม่ว่าเขาจะเป็นใครมาจากไหนเขาก็คงมีครอบครัวที่ยังรอเขาอยู่นี่เนอะ เขาขาดการติดต่อไปนานขนาดนี้ครอบครัวของเขาคงจะเป็นห่วงน่าดู “เราไปกันเถอะ” ซ่า! ซ่า! ซ่า! อีกประมาณสามเมตรเราทั้งสองก็จะถึงเรือนอยู่แล้วเชียว ฝนดันตกลงมาซะก่อนทำให้เส้นทางตรงหน้าขาวไปหมดตอนนี้วิสัยทัศโดยรอบย่ำแย่มาก ฉันกอดแขนแกร่งของเขาไวไม่ยอมห่างพร้อมกับพยุงร่างสูงข้างๆไว้แน่น ฝนมันตกค่อนข้างหนักฉันกลัวว่าเขาจะลื่นล้มลงไปและแผลของเขาจะระบมไปมากกว่าเดิม ส่วนมือหนาของเขาก็กุมมือของฉันไว้แน่นเช่นกัน อีกเพียงไม่กี่เมตรก็จะถึงเรื่องอยู่แล้วแต่มันเหมือนไกลแสนไกลเหลือเกิน ซ่า! ซ่า! ซ่า! “ถึงสักที” ฉันบ่นออกมาเบาๆ ทันทีที่เดินเข้ามาถึงเรือน “เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเดี๋ยวไม่สบาย” ร่างสูงเอ่ยบอกกับฉันเสียงเรียบตามแบบของเขา “นายเข้าไปเปลี่ยนข้างบนเถอะ เดี๋ยวฉันเอาผ้าแล้วไปอาบน้ำ” “อืม” “บัว” เสียงพี่กระถินตะโกนแข่งกับสายฝนอยู่ที่หน้าประตู “จ้าพี่” ฉันรีบตะโกนตอบพี่กระถินทันที “หาที่หลบสิ” ฉันกระซิบบอกกับร่างสูงเบาๆ “…” ร่างสูงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหลบข้างๆตู้ ภาพที่ฉันเห็นมันทำให้ฉันต้องกลั้นขำจนหน้าแดงเพราะภาพที่เห็นคือ ร่างหนาที่แอบในช่องว่างซึ่งมันพอดิบพอดีกับตัวของเขาจนทำให้ขยับตัวไปไหนไม่ได้ สงสารก็สงสาร จะขำก็ขำ “บัว” แอ๊ดดดดด!!! “จ้า” ฉันขานรับพี่กระถินเสียงใสพร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้เธอทันทีที่ประตูเรือนถูกเปิดออก “ทำไมตัวเปียกแบบนี้ล่ะ ไปซนที่ไหนมา” “บัวไปดูฝายมาค่ะ นี่ก็กำลังจะไปอาบน้ำ” ฉันเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าเสียงใส “งั้นรีบไปอาบน้ำเลย พี่เอาข้าวเย็นมาให้บัวจะได้ไม่ต้องเดินไป” พี่กระถินเอ่ยบอกกับฉันก่อนจะยื่นปิ่นโตในมือของเธอมาให้ฉัน “ขอบคุณจ้าพี่กระถิน” “จ้า...เอ่อบัวอีก 3 วันจะมีงานแต่งในหมู่บ้านเผื่อบัวอยากเห็นพิธีกรรมของที่นี่” “บัวอยากเห็นค่ะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD