“บัว บัวตื่นได้แล้วลูก”
“ห้ะ!!...” ฉันสะดุ้งตัวขึ้นมาจากที่นอนของตัวเองทันทีด้วยความตกใจ เหมือนฉันจะได้ยินเสียงของพ่อตัวเองเลย ‘จะเป็นไปได้ไง หูฝาดแหละ’
“บัวลูกตื่นหรือยัง” เสียงพ่อของฉันดังมาจากประตูหน้าเรือนปลุกฉันให้ตื่นจากภวังค์ทันที ฉันรีบมองหาร่างสูงที่ฉันคุ้นเคยแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ‘เขาหายไปไหนของเขา?’
“บัว”
“จ้าพ่อ...” ฉันขานรับท่านเสียงใสพยายามทำตัวเองให้เป็นปกติที่สุด พร้อมกับเดินออกไปเปิดประตูเรือนให้พ่อทองเข้ามาด้านใน ท่านเดินเข้ามาลูบตัวฉันอย่างเอ็นดูก่อนจะสวมกอดฉันแน่น เพราะความคิดถึงของท่านก็เราไม่ได้เจอกันเป็นเดือนเลยนี่เนอะ
“ตื่นสายเชียวตัวแสบของพ่อ”
“บัวคิดถึงพ่อกับแม่ และก็ยายที่สุดเลยค่ะ” ฉันกอดตอบพ่อด้วยความคิดถึงเช่นกัน
“งั้นหนูรีบไปล้างหน้าล้างตาเตรียมตัวกลับบ้านเรากันลูก”
“แล้วเรื่องซ่อมฝายล่ะคะ”
“เดี๋ยวพายุลูกใหญ่จะเข้าอีกลูกเราคงซ่อมกันตอนนี้ไม่ได้หรอกลูก”
“หรอคะ”
“ไปลูกบัวไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อย แม่ทำของโปรดรอหนูไว้เยอะเลย” พ่อบอกกับฉันเสียงอ่อน พร้อมกับลูบหัวของฉันอย่างเอ็นดู
“ค่ะพ่อ” ฉันเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าเสียงอ่อน
“งั้นเดี๋ยวพ่อไปรอที่บ้านลุงดำนะลูก”
“ค่า” พอฉันพูดจบพ่อก็เดินออกไปทันที
“ดีน ดีน” ฉันเดินหาร่างสูงที่ฉันคุ้นออกไปทันทีที่ฉันมั่นใจแล้วว่าบริเวณไม่มีใครนอกจากฉัน ฉันเดินออกไปหาเขารอบเรือนแต่ก็พบเพียงแต่ความว่างเปล่า
“ดีน ไปไหนของเขานะ” ฉันบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ อย่างน้อยถ้าฉันจะต้องออกจากที่นี่วันนี้ฉันก็ควรจะบอกเขาก่อน...
“ดีน นายอยู่ที่นี่รึป่าว” ฉันวิ่งไปดูยังฝายที่ฉันเคยพาเขาไป แต่ก็ไม่พบเขา ‘ความรู้สึกหวิวๆในหัวใจของฉันมันคืออะไรกันนะ?’ ฉันวางมือลงที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเองเบาๆ พร้อมกับถามตัวเองอยู่ภายในใจ
“ฉันต้องออกไปจากที่นี่แล้วนะดีน” ฉันเอ่ยบอกกับความว่างเปล่าตรงหน้า ก่อนจะเดินกลับมาเก็บของยังเรือนของตัวเอง ในหัวของฉันสับสนไปหมดมันมีทั้งความรู้สึกที่เป็นห่วง และแอบโกรธเขาอยู่หน่อยๆที่ไปไหนก็ไม่บอกฉันเลย ‘ทำไมอยู่ๆ ก็หายไปล่ะ’ เขายังปลอดภัยดีอยู่ใช่ไหมนะ
“เฮ้อ!!” ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ สุดท้ายแล้วชีวิตของฉันก็กลับมาในทิศทางที่มันควรจะเป็นสินะ ไม่ว่าจะเคยเกิดอะไรขึ้น หรือแม้แต่ความรู้สึกมากมายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องทิ้งมันไว้ที่นี่สินะ เพราะเราคงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก
...
[DO’S PART]
กรุงเทพมหานคร...
“เฮียยยยยย...” จีซัสน้อยชายเพียงคนเดียวของผมตะโกนเรียกผมดังมาตั้งแต่ที่หน้าประตู พร้อมกับร่างสูงที่ผมไม่ได้เจอเป็นเดือน จีซัสเดินเข้ามายังโซฟาที่ผมนั่งอยู่ มันเดินมาพร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะสำรวจร่อยรอยบนตัวของผมอย่างละเอียด
“ผมเป็นห่วงเฮียมากเลยนะเว้ย” มันบอกผมเสียงสั่นก่อนจะสวมกอดผมไว้แน่น มือหนาของผมลูบหลังน้องชายตัวดีเบาๆ อย่างปลอบประโลม ปกติจีซัสมันไม่ใช่คนที่จะแสดงมุมอ่อนแอแบบนี้ให้ใครเห็นตั้งแต่เด็กจนโตนับครั้งได้เลยที่มันแสดงท่าทีแบบนี้ออกมา
ผมกับจีเรามีกันเพียงสองคนพี่น้องเท่านั้น ผมเลี้ยงน้องและดูแลมันมาเองกับมือเลยก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่วันที่จีซัสเกิดแม่ของเราเสียเลือดมากมันทำให้ท่านต้องจากเราไปก่อนวัยอันควร
ทันทีที่พ่อรู้ว่าแม่เสียเขาก็ทิ้งน้องไว้กับแม่นมทันที ท่านไม่หันกลับมาสนใจจีซัสเลยสักนิด แม้แต่อุ้มเด็กทารกตัวน้อยๆที่พึ่งเกิด และเด็กคนนั้นก็ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกของเขายังไม่เคยคิดจะอุ้มเลยสักครั้ง วันนั้นผมอายุเพียง 8 ขวบเท่านั้นเองที่พ่อเลือกจะไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศโดยไม่กลับมาที่นี่อีกเลย ผมเลือกที่จะอยู่ที่นี่กับน้อง ถึงภายนอกพวกผมจะมีเงินใช้ไม่ขาดมือ พวกผมไม่เคยต้องอกอยาก มีเงินใช้ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่หมด แต่ความอบอุ่นที่พวกผมต้องการพวกผมไม่เคยได้รับมันเลย
ผมถึงเข้าใจความรู้สึกของน้องดี เพราะสำหรับจีผมเปรียบเสมือนโลกทั้งใบของมันเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าภายนอกคนอื่นจะมองว่ามันเป็นคนแบบไหนก็ตาม แต่สำหรับผมน้องก็ยังคงเป็นเด็กน้อยที่ผมทั้งรักและอยากปกป้องมากที่สุด มันอาจจะดูเป็นคนแข็งกระด้างแต่ความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเลย
“ถ้าเฮียเป็นอะไรไปจีจะตามหามันให้เจอแล้วฆ่ามันด้วยมือของจีเอง” จีซัสเอ่ยบอกกับผมเสียงสั่นด้วยความโกรธแค้น
“ใจเย็นๆน้องชายแค่ตายมันง่ายไป เดี๋ยวต่อไปเฮียจัดการเอง” ผมเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าเสียงเรียบ
“…” ร่างสูงคายอ้อมกอดออกจากผม ก่อนจะมองมาที่ผมนิ่งๆ อย่างช่างใจ
“เฮียแม่งเป็นแบบนี้ตลอด แต่ต่อไปเฮียต้องบอกจีนะเว้ยว่าทำอะไรบ้าง”
“เป็นเมียเฮียหรือไง” ผมเอ่ยบอกกับกับน้องชายตัวดีนิ่งๆ ก่อนจะหยิบแก้วเหล้าตรงหน้ามาดื่มอย่างอารมณ์ดี
“หัวเฮียกระทบกระเทือนปะ” จีซัสพูดขึ้นอย่างไม่คิดอะไรมาก พร้อมกับมือหนาแย้งแก้วเหล้าในมือของผมไปดื่มจนหมดแก้ว
“…”
“ไปแอบซุกเมียไว้ที่ไหนปะเนี่ย”
“…”
“เฮียเงียบแบบนี้ผมคิดจริงนะเว้ย เฮียมีเมียจริงดิ?” มันเอ่ยถามผมขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับมองหน้าผมอย่างรอคำตอบ
“เพ้อเจ้อ” ผมเอ่ยบอกกับร่างสูงที่นั่งข้างๆ เสียงเรียบ พร้อมกับยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย
เมื่อช่วงเช้าที่ผมออกมาจากหมู่บ้าน ร่างบางยังคงนอนหลับอยู่เลยเธอดูมีความสุขจนทำให้ผมไม่กล้าปลุกเธอ ผมจึงต้องออกมาก่อนโดยที่ไม่ได้บอกเธอไว้ ตลอดทางที่กลับออกมาไม่มีวินาทีไหนเลยที่ผมไม่คิดถึงร่างบางที่คอยดูแลผมมาเกือบเดือน ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็เถอะมันทำให้ผมได้รู้จักผู้หญิงคนนี้ในหลายๆมุม เธอมีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีความมั่นใจในตัวเองกล้าได้กล้าเสีย บางทีก็ดูแมนยิ่งกว่าผู้ชายซะอีก ผมชอบที่เธอพูดจาฉะฉานถึงปากบางของเธอจะชอบเถียงผมไม่หยุดก็เถอะ แต่ผมกลับมองว่าเธอมีเสน่ห์สำหรับผมมากจริงๆ รวมถึงใบหน้าคมสวยดุของเธอยังคงตราตรึงใจผมไม่หาย
“หึ” ยิ่งนึกถึงผมก็ยิ่งคิดถึงเธอ
คนอย่างผมถ้ามีแค้นต้องชำระมีบุญคุณต้องทดแทน แต่สำหรับบัวความรู้สึกที่ผมมีให้เธอมันบอกว่าเธอพิเศษสำหรับผมมากกว่าที่อยากจะทดแทนบุญคุณ ผมรู้ใจตัวเองดีว่าตัวเองต้องการอะไร ผมไม่เคยปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองอยู่แล้วถึงผมจะไม่มีประสบการณ์ในเรื่องความรักก็เถอะ เมื่อก่อนผมไม่รู้ด้วยว่าความรักมันคืออะไร หน้าตาเป็นแบบไหน แต่ตอนนี้เหมือนผมจะรู้แล้ว...
“ไม่ปกติแล้วว่ะเฮีย”
“ไม่มีอะไรทำรึไง กลับบ้านไปได้แล้วไป” ผมเอ่ยบอกกับร่างสูงข้างๆเสียงเรียบ
“โอ้โห่! นี่กล้าไล่น้องเลอะ งั้นไม่กลับคืนนี้จีจะนอนกับเฮีย” จีซัสเอ่ยบอกกับผมอย่างทะเล้นตามแบบของมัน
“ก็นอนดิ” ผมเอ่ยบอกกับมันเสียงเรียบ เพราะผมรู้ดีว่ามันเป็นยังไงถึงเราสองคนจะเป็นพี่น้องที่สนิทกันมาก แต่เราทั้งคู่ก็ต่างมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง และยิ่งมันติดเมียแบบนี้ด้วยแล้วมันไม่มีทางนอนกับผมอย่างที่ปากมันพูดแน่นอน
“โหว่ ไม่สนุกเลยพวกรู้ทัน”
ก็อกๆๆ !!!
“เฮียเบลซ” จีซัสร้องเรียกร่างสูงที่เดินเข้ามาใหม่
“ไงมึง” ไอ้เบลซเพื่อนรักเพียงคนเดียวของผมทักขึ้นทันที ก่อนจะเดินเข้ามานั่งลงยังโซฟาตรงข้ามกับผม
“ขอบใจมึงมากที่ช่วยจัดการเรื่องในบริษัทให้กู” ผมเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าเสียงเรียบพร้อมกับมองไปที่มันนิ่งๆ ผมกับมันรู้จักกันมาตั้งแต่ผมจำความได้ อีกอย่างนอกจากแม่นมผมก็ยังมีครอบครัวของมันช่วยกันเลี้ยงผมกับน้องมาตั้งแต่เด็ก พ่อของผมกับพ่อของไอ้เบลซเป็นเพื่อนรักกัน ตั้งแต่แม่ของผมเสียไปผมกับน้องก็มีม๊าและป๊าของไอ้เบลซนี่แหละที่เป็นเหมือนกับแม่กับพ่อของผมกับจีซัสด้วยอีกคน
“เรื่องแค่นี้ ว่าแต่ร่างกายมึงไม่ไปตรวจหน่อยหรอวะ” มันเอ่ยบอกกับผมออกมาเสียงเรียบ แต่ก็เต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“ไม่หว่ะ” ผมปฏิเสธมันออกไปเสียงเรียบ
“ร่างกายคงจะไม่เป็นไรแล้วล่ะเฮียเบลซ แต่อย่างอื่นนี่สิ...” จีซัสเอ่ยบอกกับไอ้เบลซอย่างกวนๆ ก่อนจะส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาที่ผม
“อาการของมันเป็นยังไง หืม...” ไอ้เพื่อนรักของผมก็ยังจะเล่นรับส่งบทกับไอ้น้องชายตัวดีของผมอีก
“ก็ผมไม่เห็นดวงใจที่แข็งดั่งหินผาอยู่ในร่างของเฮียดีนแล้วไงครับ”
“หืม...”
“ตั้งแต่กลับมาถึงก็เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่ใช่เฮียคนเดิมของผมเลยอ่ะ”
“มันขนาดนั้นเลยหรอวะ?” ไอ้เบลซหันมาถามผมนิ่งๆ แต่ใบหน้าของมันแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มจางๆ เหมือนมันกำลังล้อผมยังไงยังงั้น
“มันขนาดนั้นเลยเฮีย”
“พากันกลับไปกกเมียเลยไป...” ผมเอ่ยไล่มันทั้งสองคนออกไปอย่างไม่ได้จริงจังมากนัก
“เออน่ากูกลับแน่ ว่าแต่เรื่องมึงจะเอาไงต่อ” ไอ้เบลซเอ่ยถามผมเสียงเรียบ ก่อนจะรอมาที่ผมนิ่งๆอย่างรอคำตอบ
“อย่างที่กูบอก...มันจะโผล่หัวออกมาเอง”
“อย่าบอกนะว่าเป็นมัน...งั้นรออะไรวะเฮียจัดการเลยดิ”
“ใจเย็นน้องชาย คนอย่างมันไม่มีทางทำเองคนเดียวได้” ผมเอ่ยบอกกับน้องชายเพียงคนเดียวเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปมองที่เพื่อนสนิทของตัวเองนิ่งๆอย่างรู้กัน
“แต่เฮีย...มันไม่ปลอดภัยถ้ามันรู้ว่าเฮียกลับมาแล้ว” จีซัสเอ่ยบอกกับผมเสียงเครียด ผมเข้าใจว่าน้องเป็นห่วงผมมาก และยิ่งมันเป็นคนเลือดร้อนแบบนี้ผมเองก็ยิ่งเป็นห่วงมันมากกว่าเดิมไปอีก
“เชื่อเฮีย…เรื่องนี้เดี๋ยวเฮียจัดการเอง” ถ้าผมไม่รีบปรากฎตัวตอนนี้อีกไม่นานมันต้องหันมาทำร้ายน้องชายของผมอย่างแน่นอนซึ่งผมปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นไม่ได้ แต่ถ้าจะจัดการกับพวกมันผมต้องมีหลักฐานที่จะมัดตัวมันมากพอจะตีงูก็ต้องตีให้ตาย
“ผมอยากช่วย”
“ถ้าอยากช่วยเฮีย จีต้องดูแลตัวเองให้ดี เข้าใจที่เฮียพูดใช่ไหม” ผมเอ่ยบอกกับน้องชายเพียงคนเดียวของผมเสียงเรียบ
“ผมก็ดูแลตัวเองดีอยู่แล้วปะ คนอย่างจีซัสใครจะมาทำไรได้” ร่างสูงข้างๆ เอ่ยบอกกับพวกผมอย่างภาคภูมิใจและมั่นใจในตัวเองซะเหลือเกิน
“แต่เท่าที่เฮียรู้มา มีไม่ใช่หรอคนคนนั้น” ไอ้เบลซพูดขึ้นเสียงเรียบ
“หึ”
“โห่! เฮียมันก็ไม่เหมือนกันปะ”
“จีมีจุดอ่อนดูแลเธอให้ดีล่ะ เพราะถ้าศัตรูมันรู้มันจะทำร้ายจีได้ง่ายขึ้น”
“…”
“มันจัดการดวงใจของจีแค่คนเดียว มันก็เหมือนทำลายจีได้ทั้งคนแล้ว” ผมเอ่ยบอกกับร่างสูงข้างๆ เสียงเรียบ
“ครับเฮีย ผมไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรดวงใจของผมแน่นอนครับ”
“…หึ.../...หึ...”
“ว่าแล้วผมก็กลับไปกกเมียดีกว่า พอดีมีเมียให้กกอะครับ” จีซัสเอ่ยบอกกับผมอย่างกวนๆ
“ถ้ามึงต้องการแค่บอกกู พร้อมช่วยเสมอ” ไอ้เบลซเอ่ยบอกกับผม ก่อนที่มันจะยืนขึ้นเต็มความสูง
“ขอบคุณมึงมากเว้ย”
“ระหว่างพวกเราไม่มีอะไรต้องขอบคุณ เรามันครอบครัวเดียวกัน” ร่างสูงตรงหน้าเอ่ยบอกกับผมเสียงเรียบ
“กลับกันดีๆเว้ย” ผมพูดจบพวกมันสองคนก็แยกย้ายกันกลับทันที
ก็อกๆๆ !!
“เข้ามา”
“ขออนุญาติครับนาย” ไอ้ริวมือขวาคนสนิทของผมเดินเข้ามา ก่อนจะยื่นไอแพดในมือมาให้ผม
“ข้อมูลทั้งหมดที่นายต้องการอยู่นี่แล้วครับ”
“แล้วอีกเรื่อง”
“ผมส่งคนไปคอยดูแลเรียบร้อยแล้วครับ”
“ขอบใจ...กลับไปพักเถอะ” ผมเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าก่อนจะก้มอ่านเอกสารในมือต่อ
“ครับนาย”