EPISODE 08 : SUSPICIOUS…?

1871 Words
[BUA’S PART] 3 วันต่อมา... “โอ้โห่ พ่อเอาขนาดนี้เลยหรอคะ” ฉันถามพ่อออกไปด้วยความตกใจ พ่อของฉันท่านเล่นใหญ่มาก ท่านลงทุนซื้อคอนโดให้เป็นของขวัญสำหรับการเริ่มต้นทำงานครั้งแรกของฉัน ถึงห้องที่พ่อซื้อไว้จะเป็นห้องที่มีขนาดเล็กสุดของที่นี่ก็เถอะ แต่คอนโดนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแบบนี้ราคาก็คงไม่ธรรมดาแน่ๆ “เอาขนาดนี้แหละ” พ่อพูดขึ้นก่อนจะหันมายิ้มกว้างให้กับฉัน ถึงภายนอกพ่อจะดูดุมากแค่ไหน แต่สำหรับสายตาฉันท่านเป็นสามีที่รักภรรยา เป็นคุณพ่อที่อบอุ่นของลูกสาวอย่างฉันมาก “แม่คะดูพ่อ” ฉันหันไปขอความช่วยเหลือจากหญิงวัยกลางคนที่วันและเวลาไม่สามารถทำให้ความงดงามของท่านจางหายไปเลย ฉันเดินเข้าไปกอดแม่ฉันอย่างอ้อนๆ ถ้าเป็นคำพูดของแม่พ่อต้องเชื่อแน่นอน จริงๆ อยู่ที่นี่มันก็สะดวกสบายดีหรอก แต่มันดูสิ้นเปลืองเกินไปสำหรับฉัน “แม่ว่าพ่อเค้าทำถูกแล้วนะลูก อยู่ที่นี่ระบบความปลอดภัยก็ดีพ่อกับแม่จะได้ไม่ต้องกังวลด้วย” “แม่อ่า...” “อีกอย่างมันก็อยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานของหนูนี่ ถ้ารถติดลูกก็จะได้เดินไปทำงานได้ไม่ต้องรีบร้อน” “เนอะที่รักเนอะ” พ่อเดินมากอดแม่ฉันด้วยอีกคน “อยู่ที่นี่เถอะลูก” แม่เอ่ยบอกกับฉันเสียงอ่อน “ก็ได้ค่ะ นี่หนูเชื่อแม่นะ” ฉันหันไปบอกกับแม่เสียงอ่อน ก่อนจะหันไปส่งสายตาหยอกล้อกับพ่อของฉัน “ปล่อยๆเลยนี่เมียพ่อนะ” “ก็แม่หนูเหมือนกันนี้” “พอๆ เลิกเถียงกันได้แล้วขึ้นไปดูห้องกันขาดเหลืออะไรจะได้ไปซื้อเพิ่ม” แม่ห้ามศึกระหว่างฉันกับพ่อเอาไว้ ก่อนที่เราทั้งสามคนจะพากันขึ้นมาดูห้องที่พวกท่านแอบซื้อไว้ให้ฉัน “อยู่ชั้น 8 หรอค่ะ” “ใช่ลูก หนูกลัวรึป่าว” แม่เอ่ยถามฉันด้วยความเป็นห่วง เพราะท่านรู้ดีว่าฉันไม่ใช่คนกลัวความสูงขนาดนั้น แต่ฉันแค่ไม่ชอบอยู่ที่ที่มันสูงๆเท่านั้นเอง “ไม่ค่ะหนูไม่กลัว” “อ้าว เจ่เจ้” “สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่” เจ้ไอรีนเดินเข้ามาหาเราทั้งสามคนก่อนจะทักทายพ่อกับแม่ของฉันอย่างนอบน้อม เท่าที่ฉันจำได้ฉันยังไม่ได้บอกเจ่เจ้กับเฮียภูผาเลยนี่นาว่าฉันจะย้ายมาอยู่ที่นี่ งั้นก็แสดงว่าพ่อกับแม่ของฉันท่านคงปรึกษาพี่ๆ เรื่องซื้อคอนโดนี้ให้ฉันแน่ๆเลย “สวัสดีจ้า/สวัสดีลูก” “ตัวแสบเจ่เจ้คิดถึง” เจ้ไอรีนเดินเข้ามากอดฉันไว้แน่น ก่อนที่เราทั้งสี่คนจะพากันเดินเข้ามาในห้อง 808 ซึ่งก็คือห้องของฉันนั่นเอง “ชอบไหม” เจ้ไอรีนเอ่ยถามฉันขึ้นทันทีที่ประตูห้องเปิดออก ห้องของฉันเป็นห้องขนาด 26 ตารางเมตร ถูกตกแต่งไปด้วยเฟอร์นิเจอร์อย่างครบครันสไตน์โมเดิร์น เป็นห้องที่ดูเรียบๆ สีขาวสะอาดตาแต่ก็มีความโดดเด่นของผนังไม้สีน้ำตาลทำให้บรรยากาศภายในดูสงบและผ่อนคลายเป็นอย่างมาก ห้องฉันมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกอย่างแล้วฉันคิดว่าคงไม่ต้องซื้อหรือตกแต่งอะไรเพิ่มอีกแล้วล่ะ “ชอบค่ะ เจ่เจ้ออกแบบให้หนูเองเลยหรอคะ” ฉันถามร่างบางตรงหน้าออกไปอย่างตื่นเต้น “ใช่สิ!...ฝีมือเจ่เจ้เองอยู่ให้มีความสุขนะน้องพี่ ยินดีต้อนรับนะบัว” “ขอบคุณค่ะเจ่เจ้ของหนู ว่าแต่เฮียผาไปไหนหรอค่ะ” ฉันเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกไปด้วยความสงสัย เพราะปกติเฮียผาแกไม่เคยพลาดเรื่องแบบนี้เลยนะ “ไปตรวจงานที่ต่างจังหวัด” “อ่อค่า...” “เอ่อบัว พรุ่งนี้เริ่มงานวันแรกไปประชุมกับลูกค้าเป็นเพื่อนเจ้นะ” เธอเอ่ยบอกกับฉันพร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้ “ได้เลยค่ะ” “ยังไงวันนี้พักผ่อนนะเดี๋ยวพี่ต้องกลับไปเตรียมพรีเซนต์ก่อน ไอรีนขออนุญาติกลับก่อนนะคะคุณพ่อคุณแม่” เจ้ไอรีนเอ่ยบอกกับฉันก่อนจะหันไปพูดกับพ่อและแม่ของฉันอย่างนอบน้อม “จ้า!...แม่ฝากน้องด้วยนะลูก” “ไอรีนจะดูแลน้องอย่างดีค่ะ” เธอเอ่ยบอกกับแม่ของฉันพร้อมรอยยิ้ม “พ่อขอบคุณมากนะไอรีน ช่วยจัดการให้หมดเลย” “ไอรีนยินดีค่ะพ่อ” เช้าวันต่อมา... 10.00 น. “ทำงานวันแรกก็งานใหญ่เลยนะบัว” เจ้บัวเอ่ยแซวฉันเบาๆ ในขณะที่เธอกำลังขับรถฝ่ารถติดไปยังสถานที่นัดหมายให้ทันเวลา “หนูต้องทำอะไรบ้างหรอคะ” ฉันเอ่ยถามร่างบางข้างฉันออกไปด้วยความสงสัย เพราะวันนี้ฉันเริ่มงานวันแรกฉันยังไม่ค่อยรู้ระบบอะไรเท่าไหร่นัก แต่เจ้พาฉันมาประชุมงานใหญ่แบบนี้มันทำให้ฉันค่อนข้างกังวล ถึงเจ้จะเล่าเกี่ยวกับรายละเอียดของงานคร่าวๆ ให้ฉันฟังแล้วก็ตาม เจ้ไอรีนบอกกับฉันว่าลูกค้ามีพื้นที่เปล่าอยู่หนึ่งผืนเขาต้องการจะสร้างรีสอร์ทซึ่งลูกค้ารายนี้มีรีสอร์ทและโรงแรมอยู่แทบทุกจังหวัดทั่วประเทศ นี่ยังไม่รวมอยู่โรงแรมที่ต่างประเทศอีกนะ “ปกติบริษัทนี้เรียกประมูลงานเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ” “แล้วทำไมครั้งนี้เขาถึงเรียกเราไปพบล่ะคะ” “นั่นสิ แต่ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตามเจ้จะทำมันออกมาให้ดีที่สุด” ร่างบางเอ่ยบอกกับฉันเสียงหนักแน่น ถึงบริษัทของเฮียภูผากับเจ้ไอรีนพึ่งจะเปิดได้ไม่นาน ดังนั้นงานนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีถ้าบริษัทน้องใหม่อย่างบริษัทของเราจะได้รวมงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่แบบนี้ “วันนี้บัวคอยช่วยเจ้จดรายละเอียดต่างๆก็พอ ที่เหลือเดี๋ยวเจ้จัดการเอง” “ได้ค่ะ” “เจ้ขอโทษด้วยนะบัว ลูกค้าเข้ากระทันหันและอีกอย่างเค้าเน้นย้ำมาว่างานนี้อยากให้คนรู้เรื่องน้อยที่สุดก่อน และขอเป็นคนที่ไว้ใจได้เจ้ไม่มีใครแล้วนอกจากหนู” เจ้ไอรีนเอ่ยบอกกับฉันเสียงเรียบซึ่งมันเป็นอีกหนึ่งบุคลิกของเจ้แกถ้าหากว่าเจ้แกกำลังตั้งใจทำอะไรสักอย่าง เจ้ไอรีนเป็นคนที่จริงจังมากนะเวลาทำงานต่างจากเจ้ไอรีนตอนเมาราวกับคนละคน “ด้วยความยินดีค่ะ หนูจะทำให้เต็มที่” ฉันเอ่ยบอกกับเธอไปด้วยน้ำสดใส พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้กับร่างบางข้างๆ “ของคุณจ่ะน้องรักของพี่” @AYA GROUP “อือหือ บริษัทใหญ่มากเลยอะเจ้” ฉันกระซิบบอกกับเจ้บัวเบาๆ ทันทีที่เราเดินเข้ามาด้านใน ด้านนอกที่ว่าสวยสง่าแล้วยังเทียบไม่ได้กับด้านในเลย เพราะเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นรวมถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆฉันไม่อยากประเมินราคาเลยกลัวตกใจ “ใช่บัว...เราทำได้เจ้จะไม่ตื่นเต้น” เจ้บัวเอ่ยบอกกับฉัน ก่อนที่เธอจะหันไปพูดกับตัวเองเบาๆ มันทำให้ฉันยิ้มตามเธออย่างอดไม่ได้ ต่อให้เธอจะเก่งและมีความสามารถมากแค่ไหนก็ตาม ทุกคนมีช่วงเวลาที่ประหม่าได้เหมือนกัน “ไม่ต้องกังวลนะคะ หนูจะอยู่ข้างๆเจ้เอง” ฉันจับมือเธอไว้ก่อนจะบีบมันเบาๆ ก่อนจะเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้าเสียงใสพร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้เธอ “เจ้รักหนูที่สุดเลย” เธอตอบกลับมาพร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้ฉัน “หนูก็รักเจ่เจ้ที่สุดเลยค่ะ” “สวัสดีค่ะ มาขอเข้าพบคุณขจรเดชค่ะ” เจ้ไอรีนเอ่ยทักทายพนักงานประชาสัมพันธ์อย่างนอบน้อม “สวัสดีค่ะ คุณขอเข้าพบใครนะคะ” พี่พนักงานตรงหน้าเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง “ขอเข้าพบคุณขจรเดช โรจน์จรัสภูวดลค่ะ” เจ้ไอรีนเอ่ยบอกร่างบางตรงหน้าอีกครั้ง “เอ่อ...คือ...” “แกๆ คุณดีโอกำลังมา” พี่พนักงานอีกคนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาเรียกพี่พนักงานประชาสัมพันธ์ที่กำลังคุยกับเจ้ไอรีน จากที่ฉันเห็นร่างบางตรงหน้าของฉันเองก็ดูตกใจไม่ใช่น้อยที่ได้ยินชื่อนี้ ‘ดีโอ’ เขาเป็นใครกันทำไมต้องตกใจขนาดนี้ด้วย และพวกเธอก็พากันวิ่งออกไปยืนรอต้อนรับคนที่ถูกเอ่ยถึงยังประตูทางเข้า ทิ้งให้ฉันกับเจ้ไอรีนยืนงงทำอะไรไม่ถูกกันอยู่สองคน “คุณดีโอคือใครหรอเจ้” ฉันขยับเข้าไปใกล้เจ้ไอรีนก่อนจะเอ่ยถามเธอออกไปด้วยความสงสัย “เจ้ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ดูจากที่ทุกคนออกไปยืนต้อนรับขนาดนี้เขาน่าจะใหญ่โตน่าดู” “คนเดียวกันกับคุณขจรเดชรึป่าวค่ะ” “เจ้ก็ไม่รู้เหมือนกัน ถึงบริษัทนี้จะยิ่งใหญ่มากก็จริงแต่ผู้บริหารสูงสุดของที่นี่ไม่ค่อยได้ออกงานสังคมสักเท่าไหร่ ทำให้คนส่วนใหญ่แทบจะไม่มีใครเคยเห็นเขาเลย” ฉันกับเจ้ไอรีนมองภาพตรงหน้าอย่างอึ้งๆ ฉันนึกว่าตัวเองอยู่ในละครซะอีก ‘ทันทีที่ประตูรถหรูถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดร่างใหญ่ นายใหญ่เจ้าของใบหน้าเรียบนิ่งก็ลงมาจากรถหรูด้วยท่วงท่าที่สง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาแต่ก็เต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม...’ ‘ฮ่าฮ่าฮ่า มีแต่ในละครปะ’ “จะเป็นไปได้หรอคะที่คนระดับนี้จะเก็บตัวไม่เข้าสังคมถึงขนาดนี้” ฉันเอ่ยถามร่างบางข้างๆ ด้วยความสงสัย... “ข่าววงในว่ากันว่าเขาฉลาดเป็นกรดแถมยังหล่อลากไส้เลยนะ แต่ที่หน้ากลัวคือภายใต้ใบหน้าที่หล่อเหลานั้นซ่อนความโหดและความหน้ากลัวเอาไว้ด้วยเหมือนกัน” “ถ้าข่าวขนาดนี้ไม่วงในแล้วมั้งเจ้...” ฉันพูดขึ้นเบาๆ “ก็เค้าพูดกันมาแบบนี้...” “คุณดีโอมาแล้ว” เสียงพี่พนักงานพูดขึ้นก่อนที่ทุกคนจะยืนตัวตรงดิ่งยิ่งกว่าเข้าแถวเคารพธงชาติซะอีก ฉันกับเจ้ไอรีนเองก็ไม่ต่างกันทุกคนเกร็งจนทำให้พวกฉันต้องเกร็งตาม “จะหล่อขนาดไหนก็คงสู้...” ฉันหยุดความคิดของตัวเองไว้เท่านั้น ทำไมต้องคิดถึงผู้ชายใจร้ายคนนั้นด้วย คนอะไรจะไปก็ไปไม่บอกลากันสักคำ “เออหล่อจริงๆด้วยบัว” “ห๊ะ...?” ฉันร้องออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ เสียงของเจ้บัวปลุกฉันให้ตื่นจากภวังค์ฉันมองเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างของร่างสูงในชุดสูทสีดำกำลังเดินเข้าลิฟต์ไป แต่สิ่งที่ทำให้ฉันชะงักไปก็คือรอยสักที่หลังมือขวาของเขาทำไมมันถึงเหมือนกับ...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD