bc

เล่ห์ร้ายชะตารักนักฆ่าบุปผาเบญจมาศ

book_age18+
187
FOLLOW
1.3K
READ
HE
drama
childhood crush
like
intro-logo
Blurb

เส้นทางการหาเบาะแสเพื่อคืนความเป็นธรรมให้ตระกูลต้องพลิกผัน เมื่อนักฆ่าสาวหัวใจด้านชาต้องพบกับแม่ทัพน้อยที่ใคร ๆ ต่างขนานนามว่าหมาป่าเลือดเย็นที่มีเพียงใบหน้าเดียวไร้รอยยิ้ม

"ท่านแม่ทัพน้อยปล่อยข้าก่อนเจ้าค่ะ"

เหมือนเพิ่งได้สติจึงเรียกอีกคนให้ปล่อยมือออกจากเอวนางสักที

chap-preview
Free preview
เล่ห์ร้าย_1
จวนสกุลเยว่ ฉัวะ... ฉึก... เกร้ง! เสียงคมกระบี่ทั้งสองดังเสียดหูผู้คนที่อยู่ในระแวกนั้น บุรุษรูปงามสวมชุดทะมัดทะแมงกำลังซ้อมวิชากระบี่ที่ลานกว้างของจวนสกุลเยว่ "พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านออกกระบี่เร็วเกินไปแล้ว ข้าตามไม่ทัน" เสียงเจื้อยแจ้วของสตรีอายุแปดขวบเอ่ยค้อนพี่ใหญ่ทั้งสองของนาง "หนิงเอ๋อร์? เจ้าแอบดูพวกข้าอีกแล้ว ระวังเถอะ ท่านพ่อรู้เข้าจะถูกลงโทษเอา" เยว่ฉินจื่อบุตรคนโตของเยว่จิ้นกงตำหนิน้องเล็กสุดของตระกูล "พี่ใหญ่พี่รองปกป้องข้าอยู่แล้ว ใช่หรือไม่เจ้าคะ" เสียงเล็กช่างฉอเลาะเอาตัวรอดเก่งประหนึ่งหญิงสาวที่ผ่านพิธีปักปิ่นมาแล้ว "แน่นอน หากพี่ใหญ่ไม่ยื่นมือช่วย ยังมีพี่รองผู้หล่อเหลาอยู่ทั้งคน" "เย่ ๆ ข้ารักพี่รองที่สุดเลย" ร่างน้อยรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดคุณชายรองเยว่อินกวานอยากออดอ้อน ตัวนางเท่าเพียงเอวของเขา แต่ท่าทางช่างดูโตกว่าวัยเป็นอันมาก "เพราะมีน้องรองให้ท้าย หนิงเอ๋อร์ของเราถึงได้ยิ่งโตยิ่งเหมือนบุรุษเช่นนี้" ปากกล่าวตำหนิ ทว่าเยว่ฉินจื่อกลับก้าวเข้าไปลูบผมน้องเล็กเยว่อันหนิงอย่างเอ็นดู "พี่ใหญ่ ท่ารำกระบี่เมื่อครู่คือกระเรียนเหินนภาใช่หรือไม่เจ้าคะ" ทางสะดวกไร้เงาของบิดา เยว่อันหนิงจึงต้องรีบรวบรวมข้อมูลเก็บไว้ศึกษาลับ ๆ "น้องเล็กความจำดียิ่ง กระเรียนเหินนภาพวกเราฝึกซ้อมกันนับครั้งได้เจ้ายังจำแม่นถึงเพียงนี้" เยว่อินกวานกล่าวจบจึงนั่งยอง ๆ ลงพลางลูบผมน้องสาวอย่างเอ็นดูความเฉลียวฉลาดนี้ของนาง เดิมทีเยว่อันหนิงเป็นเด็กค่อนข้างพิเศษ นางอยู่ในครรภ์มารดาเพียงแค่เจ็ดเดือนก็คลอดก่อนกำหนด ใคร ๆ ต่างมองว่าเด็กคนนี้ต้องเป็นคนขี้โรค ป่วยออด ๆ แอด ๆ เพราะอายุครรภ์ไม่ครบเฉกเช่นคนทั่วไป แต่ทุกอย่างกลับกันหมด... เพียงเก้าเดือนเยว่อันหนิงก็สามารถวิ่งได้คล่องแคล่วราวกับเด็กหนึ่งขวบขึ้น แถมยังสามารถพูดได้ชัดถ้อยชัดคำในเวลายังไม่ถึงสิบเดือนดี ลมปราณภายในยิ่งไม่ต้องพูดถึง นางมีมากกว่าสตรีทั่วไปที่โตกว่าถึงครึ่งส่วน ชาวบ้านในละแวกนั้นต่างบอกว่าเยว่อันหนิงคือเด็กที่สวรรค์ประทานมาให้เยว่ฮูหยิน หากแต่เรื่องเหนือธรรมชาติที่ไร้หลักฐานพิสูจน์ใครจะกล้ายอมรับ ทุกคนในตระกูลต่างมองว่าที่เยว่อันหนิงเก่งและฉลาดเพราะตัวนางใฝ่หาความรู้เข้าตัวเสียมากกว่า เยว่อันหนิงเริ่มเรียน เขียน อ่าน ตั้งแต่ยังไม่สองขวบ ความรู้ทั่วไปก็เริ่มแตกฉาน เพียงแค่นางมักเก็บความฉลาดเหล่านี้เอาไว้เพราะไม่อยากถูกเด็กวัยเดียวกันมองว่านางแตกต่างจากพวกเขาจนไร้สหายคบหา ครั้นอายุเจ็ดขวบก็เริ่มอยากลองจับกระบี่ของมีคม หากแต่ตอนนั้นเรี่ยวแรงเด็กหรือจะควงกระบี่เล่มใหญ่เช่นบุรุษตัวโตได้ เยว่อันหนิงจึงใช้เพียงแค่กิ่งไม้ร่ายรำกระบี่ตามพี่ใหญ่กับพี่รองของนาง นานวันเข้าเยว่จิ้นกงทนพฤติกรรมของบุตรสาวคนเล็กที่ทำตัวราวเป็นบุรุษมากกว่าสตรีไม่ไหวจึงสั่งห้ามไม่ให้เยว่อันหนิงแอบมาฝึกกระบี่กับพี่ชายทั้งสอง แต่มีหรือคนดื้อรั้นเช่นนางจะยอม เยว่อันหนิงจดจำท่วงท่าที่พี่ใหญ่กับพี่รองสอนให้แล้วแอบฝึกเองตามลำพัง หากวันไหนมีข่าวว่าพี่ชายทั้งสองซ้อมประลองดาบกันที่ลานแห่งนี้เยว่อันหนิงก็จะแอบมาดูและจดจำกระบวนท่าใหม่ ๆ ของพวกเขา เป็นเช่นนี้จนถึงแปดขวบ เยว่อันหนิงสะสมทั้งวิชาบุ๋นและบู๊มากกว่าสตรีวัยเดียวกันเสียอีก "ข้าได้ข่าวว่าท่านพ่อให้เจ้าเย็บถุงหอมให้น้องสามมิใช่หรือ" เยว่ฉินจื่อหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดกระบี่แล้วเก็บลงฝักพลางถามจี้ใจดำอีกคน "พี่ใหญ่เจ้าคะ การเย็บถุงหอมจะทำอย่างลวก ๆ มิได้ หนิงเอ๋อร์จึงต้องออกมาทำหัวให้โล่งค่อยกลับไปปักต่อ โอ้ย!" "เจ้านี่ต่อปากต่อคำเก่งที่หนึ่ง นับวันจะยิ่งเหมือนพี่รองเจ้าที่ชอบแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ ไปแล้ว" "อ้าว พี่ใหญ่พูดเช่นนี้ข้าเคืองนะขอรับ" เสียงหัวเราะของทั้งสามดังลั่นเมื่อต่างคนต่างพูดจาหยอกล้อกันได้เข้าขาเสียเหลือเกิน "มีคนมา!" ทว่าเสียงหัวเราะนั้นกลับเงียบลงในเวลาต่อมาเมื่อเยว่ฉินจื่อได้ยินเสียงฝีเท้าผู้มาเยือนกำลังตรงมาทางนี้ "เช่นนั้นข้าไปซ่อนก่อนนะเจ้าคะ" เยว่อันหนิงรีบวิ่งไปยังใต้ต้นไห่ถังและแอบซ่อนด้านหลังรูปปั้นกระต่ายพ่อลูกตัวโตเกือบห้าฉื่อ ทันใดนั้นเจ้าของฝีเท้าก็ปรากฎขึ้น "เป็นท่านนี่เอง" เยว่อินกวานเอ่ยอย่างโล่งใจ "คาราวะคุณชายใหญ่ คุณชายรอง" เฉินปู้เกาคนสนิทของแม่ทัพใหญ่เยว่จิ้นกงทำความเคารพคุณชายของสกุลเยว่ ด้านหลังเขามีเด็กหนุ่มวัยราว ๆ สิบสี่ปียืนรออยู่ไม่ไกล สายตาเฉียบคมของดรุณผู้นั้นผินมองเด็กน้อยที่แอบซ่อนอยู่ด้านหลังรูปปั้นกระต่าย ทั้งคู่เผลอสบตากันในระยะไกล "รองแม่ทัพเฉินมาที่จวนเยว่ด้วยเรื่องด่วนอันใดหรือ" คุณชายใหญ่เยว่ฉินจื่อเอ่ยถามพลางครุ่นคิด ในเวลาเช่นนี้เฉินปู้เกาต้องอยู่ข้างกายบิดาในกองทัพมิใช่หรือ เหตุใดเขาถึงได้มาปรากฎตัวที่นี่โดยที่ไร้เงาของบิดามาด้วย "แม่ทัพใหญ่ให้ข้านำสิ่งนี้มาให้คุณชายใหญ่" จดหมายฉบับหนึ่งถูกเฉินปู้เกายื่นให้ หลังจากรับมาอ่านแล้วจึงโคลงศีรษะเข้าใจการมาในครั้งนี้ของคนสนิทบิดา "เช่นนั้นท่านตามข้ามา น้องรองเจ้าจัดการทางนี้ด้วย" คำว่า 'จัดการทางนี้' ที่เยว่ฉินจื่อสั่งหมายถึงเจ้าน้องเล็กที่แสนซนที่แอบซ่อนอยู่ "เข้าใจแล้วพี่ใหญ่" "เช่นนั้นข้าน้อยขอลาตรงนี้เลย" เฉินปู้เกาค้อมศีรษะกล่าวลาเยว่อินกวานแล้วเดินตามหลังบุตรคนโตของเยว่จิ้นกงโดยมีบุตรชายของตนที่อยากมาเปิดหูเปิดตาจวนสกุลเยว่สักครั้งรั้งท้าย "นี่คือของที่ท่านพ่อให้ข้านำมาให้ท่าน" เยว่ฉินจื่อหยิบกล่องไม้สลักลายสวยงามขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ที่เยว่จิ้นกงสั่งไว้ในจดหมายมอบให้เฉินปู้เกา "ขอบคุณคุณชายใหญ่ มะรืนวันมงคลของท่าน แต่ข้าน้อยกลับเสียมารยาทมิได้มาร่วมงานเพราะต้องเดินทางตามคำสั่งแม่ทัพใหญ่ หวังว่าคุณชายใหญ่จะไม่ถือสา" "ธุระที่ท่านพ่อไหว้วานย่อมเป็นเรื่องสำคัญ ท่านเฉินอย่าได้เกรงใจ ไว้กลับจากงานค่อยมาดื่มเหล้าฉลองให้ข้าทีหลังย่อมได้" "คุณชายใหญ่ใจกว้างและเข้าใจผู้อื่นยิ่งนัก ข้าน้อยขอให้ท่านกับว่าที่ฮูหยินครองรักยาวนาน มีลูกหลานสืบสกุลเร็ว ๆ" "ฮ่า ๆ ขอบคุณท่านเฉิน เร่งเดินทางเถิด กว่าจะเดินทางถึงเมืองตู้คงกินเวลาค่อนวัน" "เช่นนั้นข้าน้อยกับบุตรชายขอลา" "เดินทางปลอดภัย" เมื่อทั้งสองพ่อลูกสกุลเฉินกลับออกไปแล้ว เยว่ฉินจื่อหยิบจดหมายฉบับเดิมออกมาอ่านทวนอีกรอบ จู่ ๆ เขากลับรู้สึกว่าในกล่องใบนั้นที่เฉินปู้เการับไปจะต้องเป็นของที่สำคัญและอาจนำพามาถึงความวุ่นวายในภายภาคหน้า "ท่านพ่อ หรือว่าท่านกำลังปิดบังอันใดกับพวกเรา" คนอย่างเยว่จิ้นกงมิเคยติดต่อผ่านจดหมายเช่นนี้ ของทุกชิ้นในห้องเขาหากจะมอบให้ใครเขาจะเป็นคนหยิบจับมันเอง หากแต่ครานี้เหมือนเจ้าของห้องมิต้องการให้ใครรับรู้ว่าได้มอบของบางสิ่งให้กับผู้อื่นจึงได้จัดการมากเรื่องเช่นนี้ "พี่ใหญ่ ข้าจัดการน้องเล็กให้กลับห้องได้แล้วขอรับ" หลังหลอกล่อให้เยว่อันหนิงกลับห้องพักตนเองสำเร็จ เยว่อินกวานเลยรีบตามพี่ชายมาถึงที่นี่ "อืม ทำดีแล้ว" เยว่อินกวานได้ยินสุ้มเสียงพี่ใหญ่รู้สึกถึงความผิดปรกติจึงเอ่ยถาม "พี่ใหญ่มีเรื่องอันใดไม่สบายใจหรือขอรับ" เป็นพี่น้องที่ห่างกันเพียงหัวปีท้ายปี อยู่ด้วยกัน กินด้วยกัน นอนด้วยกัน ออกศึกรบด้วยกันมาตั้งหลายหนจึงจับพิรุธของอีกคนได้อย่างไม่ต้องรอให้เจ้าตัวเอ่ยปรึกษา "จู่ ๆ จิตใจข้าก็ไม่สงบ คล้ายกับอาจจะมีเรื่องใหญ่ตามมาไม่ช้าก็เร็วนี้" ลางสังหรณ์ของเยว่ฉินจื่อแม่นแทบจะทุกครั้ง ทำให้เขามักได้นำทัพหน้าออกไปหยั่งเชิงศัตรูก่อนทุกหน "เมื่อครู่ เฉินปู้เกานำของสิ่งใดไปหรือขอรับ" เยว่อินกวานเดินมาทันได้เห็นตอนพี่ใหญ่เขายื่นกล่องไม้ให้เฉินปู้เกาพอดีจึงใคร่อยากรู้ เยว่ฉินจื่นได้แต่ส่ายหัวเล็กน้อยเพราะเขาไม่ได้เปิดดูของสิ่งนั้นว่ามีอะไรอยู่ด้านใน จังหวะที่บุรุษทั้งสองกำลังจะสนทนากันต่อ เสียงโวยวายจากลานหน้าจวนจึงดังขัดจังหวะขึ้นพอดิบพอดี

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.5K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.0K
bc

พันธะร้าย..ดวงใจรัก

read
2.1K
bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.6K
bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.4K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook