bc

ดวงใจอาชา

book_age18+
268
FOLLOW
1K
READ
forbidden
HE
brave
drama
bxg
musclebear
like
intro-logo
Blurb

~ หนักหน่วง ฉับไว สมชาติอาชา ~

เก่งกาจ ... ตำรวจหน่วยอาชาแม้ภายนอกจะดุดันแต่จิตใจแสนอ่อนโยน

กัลยกร ... นักศึกษาในเหตุกราดยิง ได้เจอกับรักแรกพบท่ามกลางห่ากระสุน

chap-preview
Free preview
ตอนที่ 1 ตัวประกัน
“รวมตัวภายในหนึ่งชั่วโมง” เมื่อข้อความเด้งเข้ามาในมือถือที่จอแตกไปครึ่งหนึ่ง ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของก็ทิ้งทุกอย่างตรงหน้าแล้วรีบสวมเครื่องแบบทันที “หนักหน่วง ฉับไว สมชาติอาชา” มันคือคำขวัญประจำหน่วยอาชา ตำรวจนับพันอยากมีตราอาชาประดับที่หน้าอกมันคือรูปม้าขนาบข้างด้วยปืนสองกระบอกแต่การฝึกสุดโหดทั้งร่างกายและจิตใจทำให้ผู้เข้าสมัครหลักพันผ่านหลักสูตรแค่หลักสิบและนายเก่งกาจ กำจัดภัยก็คือหนึ่งในสิบของหน่วยอาชา “เตรียมชิงตัวประกัน พื้นที่ขอกำลังเสริมมา” เพื่อนในหน่วยที่มาถึงก่อนอธิบายแบบรวบรัด เก่งกาจพอทราบเรื่องราวมาบ้างจากสื่อออนไลน์ต่างๆ แต่ข้อมูลสับสนไม่เหมือนกันสักที่ บ้างก็ว่าตัวประกันตายหมด บ้างว่าหนีออกมาได้ส่วนหนึ่ง บ้างว่ายังอยู่ในมหาวิทยาลัยและได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่อีกไม่กี่อึดใจเมื่อรถหุ้มเกราะไปถึงที่หมายความจริงและภารกิจทุกอย่างจะชัดเจนขึ้น อาชาคือตำรวจหน่วยพิเศษที่เชี่ยวชาญการใช้อาวุธทุกประเภท ผ่านการอบรมหลักสูตรต่อต้านการก่อการร้าย เทคนิคการป้องกันตัวหลากหลายแบบและยังไปอบรมที่ FBI อีกหลายสิบหลักสูตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและนำความรู้มาปรับใช้ “ทำอะไรอยู่วะ” เก่งกาจถามเพื่อนในชุดพร้อมรบที่นั่งเคียงกัน “กำลังจะจับเมียทำลูก” คนข้างๆ ตอบ “มึงก็ตอบไม่เกรงใจคนโฉดเลย” คนถัดไปบอก “ไอ้เก่งมันกำลังจับหมอนข้างทำเมีย มึงไม่รู้อะไร” เพื่อนฝั่งตรงข้ามพูดแล้วผู้ชายอีกสิบกว่าคนก็หัวเราะกับมุกประจำหน่วย “เสือก !” เก่งกาจตะโกนแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ “ถ้ารอดกลับไปกูจะสั่งแซลมอนมาแดกสักสิบโล” เก่งกาจอาลัยเจ้าปลาสีส้มเนื้อนุ่มเหลือเกิน กำลังจะเข้าปากแล้วเชียวแต่ก็โดนเรียกตัวซะก่อน เพื่อนที่นั่งข้างๆ ตบไหล่ให้กำลังใจ คนที่เหลือก็เงียบไปเพราะทุกคนรู้ดีว่าการเข้าร่วมภารกิจแต่ละครั้งมีโอกาสสูงมากที่จะไม่ได้กลับไปหาคนที่รักหรือกลับไปแบบเป็นๆ ครบสามสิบสองประการ แต่พวกเขาหาได้กลัวไม่…พวกเราอาชาพร้อมพลีชีพปกป้องชาติและประชาชน ครึ่งชั่วโมงหน่วยอาชาก็มาถึงที่หมาย จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้สนามฟุตบอลของเอกชน ทางหน่วยจึงประสานขอใช้พื้นที่ซึ่งเจ้าของเต็มใจเป็นอย่างยิ่งแถมยังมีน้ำใจเตรียมน้ำและอาหารไว้ให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคน กองทัพนักข่าวและประชาชนก็ไปรวมกันที่นั่นด้วย “หน่วยหนึ่งนำเข้าไปแล้ว หน่วยของเราจะเข้าไปเสริมเพื่อชิงตัวประกัน” ผู้บัญชาการของหน่วยอาชาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ในสังกัด มีการวางแผนเพื่อความรัดกุมแล้วก็ถึงเวลาที่หน่วยอาชาต้องเข้าพื้นที่ “หนักหน่วง ฉับไว สมชาติอาชา” ตำรวจหน่วยพิเศษทั้งยี่สิบคนกอดคอกันแล้วเปล่งคำขวัญเพื่อปลุกจิตใจให้ฮึกเหิม จากนี้คือนาทีชีวิตที่ย้อนคืนไม่ได้ถ้าพลาดคือตาย จุดเกิดเหตุคือห้องสมุดในมหาวิทยาลัย นักศึกษาบางส่วนที่หนีออกไปไม่ทันซุกซ่อนตัวอยู่ตามจุดต่างๆ ต้องขอบคุณโลกออนไลน์ที่ทำให้หน่วยรู้พิกัดที่แน่ชัดของคนร้ายเพราะน้องๆ นักศึกษาคอยรายงานสถานการณ์แบบเงียบๆ ผ่านช่องแชทกับอาจารย์และเพื่อนๆ หน่วยอาชายี่สิบคนแยกเป็นสิบคู่เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ของห้องสมุดและจุดบอดต่างๆ ชั้นหนึ่งถึงสามเคลียร์ตามข่าวกรองเหลือแค่ชั้นสี่กับชั้นห้าที่มีตัวประกัน “อาจารย์ !!! หนูอยู่ชั้นสาม ข้างๆ ตู้รางวัล” นักศึกษาหญิงคนหนึ่งเพิ่งเสี่ยงชีวิตเดินไปหยิบแบตเตอรี่สำรองที่ตกอยู่บนพื้นแล้วเสียบเข้ามือถือตัวเอง โชคดีเหลือเกินที่มันยังใช้งานได้ ไอ้โจรมันชั่วช้ามากตัดไฟทั้งตึกจนมืดตื้อมันต้องไม่ใช่มือสมัครเล่นกิ๊กก๊อกแน่ๆ “แต่พวกฉันเกี่ยวอะไรด้วย” สาวน้อยคิดด้วยความคับแค้นใจ ฉันไม่น่าเป็นคนดีเข้ามาคืนหนังสือเลยให้ตายสิแทนที่จะตรงกลับบ้าน รู้งี้ยอมเสียค่าปรับสิบกว่าบาทก็ไม่ต้องมาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่ในนี้แล้ว “ตัวประกันหญิงหนึ่งคน ติดอยู่ชั้นสาม” “อาชาสิบ อาชาเจ็ดรับทราบ” เก่งกาจคืออาชาเจ็ดและนวพลคืออาชาสิบตอบรับ จากนั้นจึงเคลื่อนที่กลับลงไปชั้นสามอย่างว่องไวแต่เงียบกริบ “ระวังหลังให้ด้วย” นวพลบอกแล้วออกจากที่กำบัง “น้องครับ มาทางนี้” ผมเห็นเธอแล้ว นักศึกษาหญิงทำตามที่บอกอย่างเคร่งครัดคือหมอบอยู่กับพื้น คอยรายงานความเคลื่อนไหวผ่านแชทหลักของมหาวิทยาลัยและที่สำคัญปิดเสียง ปิดสั่น เปิดไฟหน้าจอให้สว่างน้อยที่สุด ภารกิจของทั้งสองคือนำตัวประกันออกจากตึกจะมากจะน้อยก็ต้องหาทางพาออกไปให้ได้ หากหลบซ่อนต่อไปแล้วเกิดการปะทะจะเสี่ยงต่อการสูญเสียโดยไม่จำเป็น สองหน่วยพิเศษกับเด็กสาวที่กลัวจนตัวสั่นเคลื่อนที่ลงชั้นล่างไปตามแนวกำบัง จากการรายงานคนร้ายยังอยู่ที่ชั้นสี่แต่ก็นอนใจไม่ได้ “ชั้นสองเคลียร์” เก่งกาจได้รับการยืนยันจากคนในหน่วยจึงพาตัวประกันเดินลงไปที่ชั้นนั้นโดยมีนวพลคอยระวังหลังและชั้นหนึ่งก็ยังเงียบไร้การเคลื่อนไหวอีกเพียงไม่กี่ก้าวกัลยกรก็จะได้รับอิสระ “ปังๆ” เสียงปืนดังขึ้นสองนัดแล้วตามด้วยเสียงกรีดร้อง คนร้ายซุ่มยิงจากชั้นสี่แล้วหายตัวไปราวกับล่องหนได้ “แค่ถากๆ ต้องหาที่หลบก่อน ยังไม่ปลอดภัยจนกว่าชั้นสี่จะยืนยัน” เก่งกาจบอกเพื่อนที่เข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง กัลยกรจึงโดนประกบหน้าหลังจากตำรวจที่โผล่มาแค่ลูกตาเพราะเขาใส่ชุดพรางแบบแขนและขายาวแถมใส่ไอ้โม่งด้วย “ปังๆๆๆ” ขณะพากันเคลื่อนที่ไปด้านหน้าคนร้ายก็ยิงปะทะอีกครั้ง นวพลโต้กลับโดยมีเก่งกาจคอยเป็นกำลังเสริมเพราะตอนนี้แขนข้างที่ถนัดอาบไปด้วยเลือดสดๆ “หลบหลังตู้ ไป !” นวพลผลักเพื่อนกระเด็นไปอีกทาง เก่งกาจจึงกระชากแขนนักศึกษาคนนั้นมาด้วย “ฉิบหาย ! ขอโทษครับ” ตู้ไม้ที่พังไปครึ่งหลังมีเศษแหลมๆ ยื่นออกมา เก่งกาจไม่ทันระวังจึงโดนเกี่ยวเข้าที่ไอ้โม่งแล้วผ้าเกือบครึ่งก็ครูดติดอยู่กับซากตู้ นั่นแปลว่าใบหน้าของผมไม่ได้รับการปกปิดแล้ว “ห่วงแขนก่อนไหมคุณ” ฉันบอกคนที่วุ่นวายอยู่กับหน้าทั้งที่แขนมีเลือดไหลอาบ “ผมให้ใครเห็นหน้าไม่ได้” เก่งกาจยืนยัน กฎข้อนี้เป็นกฎสูงสุดการเผยตัวต่อบุคคลภายนอกในขณะปฏิบัติหน้าที่คือโทษที่ร้ายแรงมาก นอกจากจะทำให้ตัวเองได้รับอันตรายยังเสี่ยงต่อคู่หูและสมาชิกในหน่วย “ใช้นี่แทนได้ไหม” ฉันเปิดกระเป๋าเป้แล้วหยิบเสื้อยืดสีชมพูส่งให้ วันนี้ฉันหอบเสื้อผ้ามาเรียนด้วยเพราะจะกลับบ้านที่สระบุรี “ขอบคุณครับ” ผมรับมาแล้วผูกเสื้อปิดหน้าไว้ “แขนคุณดูไม่ดีเลย” ฉันมองชุดสีเขียวเข้มที่ตอนนี้แขนเสื้อกลายเป็นสีดำไปแล้วเพราะเลือดไหลไม่หยุด “ไกลหัวใจครับ คุณไม่ต้องกลัวนะ ถ้าได้สัญญาณเมื่อไหร่ผมจะพาคุณออกไปทันที” “เอาเอ่อ … เสื้อยืดแล้วกัน” กัลยกรเปิดกระเป๋าอีกครั้ง ฉันเจอผ้าอนามัยแต่แล้วก็เปลี่ยนใจถึงจะมั่นใจในความสะอาดแต่เขาคงไม่สะดวกใจเท่าไหร่ “ผ้าอนามัยก็ได้ครับ มันซับเลือดดีกว่า” “คุณไม่ถือนะ” “ไม่เลยครับ เท่าไหร่ครับ” “โอ๊ย ! นี่คุณเสี่ยงตายมาช่วยฉันนะคะ กะอีแค่ผ้าอนามัยห่อเดียวฉันไม่คิดเงินหรอก เอาไปเลยค่ะ” “เสื้อคุณใหม่มากเลย เพิ่งซื้อใช่ไหม” เก่งกาจชวนอีกฝ่ายคุยเพื่อลดความตึงเครียด “ใช่ค่ะแต่ไม่เป็นไรหรอกตัวไม่กี่ร้อย” ฉันนั่งกอดเข่าสายตามองไปที่พื้น ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะอยู่ใกล้ความตายขนาดนี้ พ่อกับแม่คงเป็นห่วงน่าดูแถมมือถือก็หล่นหายไปแล้ว “คุณชื่ออะไรเหรอ” ฉันถามเพราะนึกออกแค่นั้น “ผมบอกไม่ได้” “จริงด้วย ขอโทษนะคะแต่ฉันไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร” “คุณเรียนอยู่ปีไหนแล้ว” “ปีหนึ่งค่ะ คณะนิเทศ” “เรียนจบแล้วอยากเป็นอะไรครับ” “นักข่าวค่ะ” กัลยกรตอบโดยไม่ต้องคิดเพราะสิ่งนี้อยู่ในหัวของฉันมาหลายสิบปี ภาพเดียวที่ชัดเจนมาตลอดก็คือได้ถือไมค์ออกหน้ากล้องได้สัมภาษณ์ผู้คนได้ค้นหาความจริง เขาชวนคุยไปเรื่อยเปื่อย ในความหวาดกลัวก็ได้อารมณ์ขันเข้ามาช่วยผ่อนคลาย ที่ผ่านมาฉันคิดว่าทหาร ตำรวจและคนในเครื่องแบบจะต้องจริงจังขึงขังตลอดเวลาแต่แท้ที่จริงพวกเขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีอารมณ์เหมือนคนทั่วๆ ไป คนเราต้องเข้มแข็งแค่ไหนกันนะถึงได้เล่าเรื่องขำขันทั้งที่แขนเลือดไหลไม่หยุดเป็นฉันคงเป็นลมหรือนอนนิ่งๆ เพื่อประหยัดพลังงาน ดีกว่ามาชวนคนแปลกหน้าคุยเรื่องไร้สาระเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันต้องขำแบบไร้เสียงหัวเราะ “กรี๊ดดดดด” กัลยกรแหกปากลั่นแล้วก็โดนอุดปากไว้ ชั้นบนกำลังกราดยิงกันชุดใหญ่ “ตุบ !” มันเกิดขึ้นต่อหน้าต่อหน้าฉันชัดเจนทั้งภาพและเสียง คนร้ายใบหน้าอาบเลือดพลัดหล่นจากชั้นสี่แล้วกระแทกกับเคาน์เตอร์ชั้นหนึ่ง เกิดความโกลาหลอยู่พักใหญ่กับตึกห้องสมุด เจ้าหน้าที่ไม่รู้กี่สิบหน่วยกรูกันเข้ามาโดยที่ฉันได้รับคำสั่งให้นั่งนิ่งๆ และเงียบกริบที่สุด “เคลียร์ !” เสียงกึกก้องดังกระหึ่มขึ้นมาพร้อมกันแล้วฉันก็โดนประกบหลังแบบก้าวต่อก้าว อึดใจต่อมาฉันก็ถูกนำไปส่งที่เต็นท์ของผู้ประสบภัยเพื่อตรวจร่างกาย ในความวุ่นวายฉันไม่ได้ขอบคุณไม่ได้บอกลาคนที่ช่วยชีวิตเลยแต่ฉันไม่มีวันลืมใบหน้า น้ำเสียง ความอ่อนโยนและความสุภาพของเขาแน่ๆ ทั้งชีวิตก็ลืมไม่ได้

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.5K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.6K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
34.0K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook