๓.นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

2203 Words
กว่าจะมาถึงเรือนน้ำก็เปียกเท้าไปเสียหมด สองนายบ่าวพากันพยุงร่างแม่หญิงขึ้นเรือนหลังใหญ่ตามยุคตามสมัย ถือว่าโอ่อ่าสมฐานะพอดูชม คนบนเรือนที่รอบุตรชายอย่างใจจดใจจ่อก็ลุกพรวดขึ้นเมื่อเห็นเรือเข้ามาเทียบท่าหน้าบ้าน ก่อนจะรีบเดินไปยังหน้าบันไดถัดจากที่นั่งกลางบ้าน ชายชราถือไม้เท้าค้ำยันตามวิสัยคนเฒ่าคนแก่ที่แข้งขาไม่ค่อยจะดีเดินนำคุณหญิงและคนอื่นๆ ไปดักหน้าลูกชายทันที “มีเหตุกระไร ใยถึงมิยอมรอรับคู่หมั้นคู่หมายของลูกกันเล่าพ่อราม” “ไหว้สาขอรับเจ้าคุณพ่อ...ลูกมีราชการด่วนจึงมิได้อยู่รอ..” “จริงอยู่ที่ว่างานนั้นสำคัญ แต่ใช่ว่าจักรั้งรอไม่ได้เสียเมื่อไหร่ มันใช่เหตุรือที่ออกไปทำการตั้งแต่เวลาชาย” ออกญาพระศรีสุริยะเอ่ยขึ้นเพราะรู้งานของบุตรชายตนอยู่แล้วว่าต้องทำอะไรเมื่อใด แต่ที่ดูบุตรชายไม่เต็มใจทำและพยายามหลีกเลี่ยงคือการไปรับคู่หมั้นคู่หมายของตนถึงได้ออกไปทำงานตั้งแต่บ่าย “คุณพี่เจ้าคะ ลูกอาจจักมีเหตุผล” คุณหญิงซ่อนกลิ่นผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้นหลังจากที่ยืนฟังอยู่นาน “แม่ซ่อนกลิ่นก็เป็นเสียอย่างนี้” ออกญาพูดขึ้นพร้อมกับเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างขัดใจเมื่อเห็นภริยาให้ท้ายลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตน ก่อนที่คุณหญิงจะหันมาทางลูกชายและจับที่แขนแกร่งของเขาเบาๆ “พ่อรามรู้หรือไม่ ว่าน้องหายตัวไประหว่างทางมาเรือนเราจนป่านฉะนี้ยังมิมีวี่แววแม่หญิงเลย แม่กลัวจักเกิดเรื่องกระไรขึ้นกับน้อง” “ไยถึงได้พึ่งบอกลูกขอรับ....!” ออกพระรามได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้นระหว่างที่เขาไม่อยู่รอ นี่ก็ดึกมากแล้วซ้ำยังไม่มีข่าวคราวอะไรเลย “จะโทษถามมากความได้กระไรตอนนี้ มิหนำซ้ำพ่อรามยังพาแม่หญิงจากบ้านเรือนใดเข้าเรือนเราเสียอีกนี่...มิใช่การหักหน้าแม่พริกดอกรึ!” ออกญาผู้เป็นพ่อออกเสียงเข้มดุดัน ก่อนที่คุณหญิงจะชะเง้อคอไปมองหญิงสาวร่างอวบที่สลบสไหลอยู่โดยมีบ่าวไพร่ผู้หญิงคอยประครองไว้ คุณหญิงถึงกับเอามือทาบอกตกใจจนดวงตาเบิกโพลงแล้วหันไปมองหน้าลูกชายของตน “มิได้เป็นเช่นนั้นดอกขอรับเจ้าคุณพ่อ แม่หญิงผู้นี้ลูกช่วยไว้จากโรงน้ำชา...นางกำลังถูกออกหลวงผู้หนึ่งจักฆ่าแกงแล้วนำศพนางไปทิ้งขอรับ” “จริงรึพ่อราม” คุณหญิงเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีตกใจ แต่ตกใจได้ไม่ทันไรบ่าวทั้งสามที่มาจากเมืองละโว้ได้ล่องเรือถึงเรือนก่อนเพื่อแจ้งเหตุที่แม่หญิงของตนหายไปหลังจากรอจนค่ำ ก็รีบวิ่งกรูเข้าไปกอดขาแม่หญิงผู้นั้นที่ออกพระรามพามาไว้เสียแน่นพร้อมกับร้องห่มร้องไห้เสียงดังระงม “แม่หญิง!!! ฮือ...แม่หญิงของบ่าว” “ว่ากระไรนะ นางสาลี่?” ออกญาผู้เป็นพ่อตกใจก่อนจะรีบเดินเข้าไปใกล้ๆ บ่าวไพร่ที่พยุงไว้รู้งานทันทีเชิดใบหน้านั้นขึ้นให้ออกญาท่านมองเห็นได้ชัด คราวนี้ไม่ใช่แค่ออกญาเจ้าเรือนเท่านั้นตกใจ คุณหญิงซ่อนกลิ่นที่เป็นภริยาก็ตกใจด้วยไม่แพ้กัน “โอย...แม่จักเป็นลม” “เจ้าคุณแม่ขอรับ!” ออกพระรามรีบเข้าไปพยุงผู้เป็นแม่ที่ตอนนี้กำลังจะล้มพับไปอีกคน แต่ออกพระรามดูมีท่าทีตกใจมองแม่หญิงผู้นั้นก่อนจะหันกลับมามองผู้เป็นแม่อย่างตั้งคำถาม “หมายว่ากระไรขอรับ?” “นี่แม่พริกแกง...บุตรสาวของออกพระนครพราหมณ์เพื่อนรักพ่อ...คู่หมั้นคู่หม้ายของพ่อรามอย่างใดเล่า” ผู้เป็นพ่อหันไปเอ่ยขึ้นบอกลูกชายตัวเอง ออกพระรามถึงกับทำหน้าตกใจมองแม่หญิงผู้นั้นนิ่งค้าง ...จริงรึ? แม่หญิงผู้นี้น่ะรึคือคู่หมายของข้า? ...งานช้างแล้วอ้ายรามเอ๋ย!.... เมื่อรู้ความจริงทั้งหมดแล้วบ่าวไพร่ทั้งสามก็นำพาร่างแม่หญิงของตนไปยังห้องหอนอนที่ทางคุณหญิงซ่อนกลิ่นได้จัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งห้องอยู่ตรงข้ามกับห้องของออกพระรามพอดิบพอดี หญิงสาวที่สลบสไหลไม่รู้เรื่องอยู่ในห้องอย่างสบายใจ ด้านนอกก็มีการถามไถ่พูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ออกพระรามจึงได้เล่าความจริงทั้งหมดแต่ไม่ทั้งหมด เว้นไว้ในเรื่องที่ไม่อาจเล่าได้มันจะพลอยเสียชื่อแม่หญิงเอาเสียเปล่าๆ และอีกอย่างที่นางทำแบบนั้นเพราะฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดที่ได้รับไป “เป็นจริงดังนั้นรึพ่อราม?” “ขอรับเจ้าคุณพ่อ แผนการงานราชในวันนี้จึงมิสำเร็จลุล่วงขอรับ” “อืม...จักว่าอย่างไรดี...จักว่ามันถูกลิขิตมาแล้วก็คงมิผิด” “อย่างไรแม่ก็คิดว่า แม่พริกนี้แลที่จักเป็นภริยาลูก” “แต่ลูกมิได้ชอบพอพึงใจนางขอรับ...ลูกมิอาจรับนางเป็นภริยาได้” “เพราะเหตุใด? บอกพ่อให้กระจ่างชัดที” ออกญาหันไปพูดกับลูกชายตัวเองด้วยสีหน้าจริงจังที่ลูกชายไม่ยอมรับคู่หมายที่เขาและเพื่อนสนิทได้ให้คำสัญญาต่อกันไว้ “ลูก...” ออกพระรามตะกุกตะกักไม่กล้าที่จะตอบออกไปตามจริง ...จักให้ตอบอย่างใดเล่า...ว่านางทั้งอวบอ้วน ทั้งทำบัดสีต่อหน้าต่อตาในโรงน้ำชา...เป็นแม่หญิงต้องอดทนสำรวมเอาไว้ให้ได้ นั่นคือสิ่งที่แม่หญิงทั่วฟ้าทุกเมืองควรพึงกระทำ แต่นางมิใช่... “ว่าอย่างใดเล่าพ่อราม” คุณหญิงซ่อนกลิ่นผู้เป็นแม่คะยั้นคะยอรอฟังคำตอบจากลูกชายของตน “ลูกมีคนที่ลูกหมายตาเอาไว้แล้วขอรับ” ตอบไปอย่างนั้นทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีผู้ใดในใจสักคน ถ้าจะเอ่ยนามแม่หญิงผู้นั้นเห็นทีคงจะคิดไม่ทัน ที่ดูจะเข้าท่าเรียบร้อยหน่อยคงเป็นแม่หญิงเดือนแรมน้องสาวของจหมื่นพันแสงเพื่อนของเขาเท่านั้น ที่มักจะติดสอยห้อยตามพี่ชายมาที่เรือนของเขาบ่อยๆ ซ้ำยังเป็นแม่บ้านแม่เรือนมีนิสัยเรียบร้อยดังผ้าพับไว้ ชายใดพบเห็นคงไม่มีผู้ใดปฏิเสธที่ตกแต่งกับนางแต่ถึงอย่างนั้น ออกพระรามก็หาได้มีใจให้นางไม่ เห็นกันมาตั้งแต่เด็กคิดคบกับนางก็แค่น้องสาวเท่านั้น “ถึงจะเป็นจริงดังพ่อรามว่า...พ่อรามคงรู้อยู่แก่ใจในฐานะชายอยุธยามิอาจผิดสัจจะสัญญาที่ลั่นไว้ได้” “แม่พอจักรู้แล้วว่าผู้ใดที่พ่อรามหมายตา” คุณหญิงซ่อนกลิ่นพูดแล้วยิ้มออกมาปรายตามองหน้าลูกชายที่ยิ้มเจื่อน “ยังพอมีเวลาหนาพ่อราม...ดูแม่พริกไปเสียก่อนเถิดค่อยตัดสินใจ” ผู้เป็นพ่อเอ่ยอย่างใจเย็น “...ขอรับเจ้าคุณพ่อ หากเจ้าคุณพ่อต้องการเช่นนั้น” ในเมื่อเป็นเรื่องที่เขาต้องตอบรับไปแบบนี้ เขาคงจะต้องทำอะไรสักอย่างให้นางยอมรับเขาไม่ได้หรือค่อยตกลงหารือกันว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องงานแต่งนี้ ถึงจะเป็นคำสัตย์สัญญาของทั้งสองขุนนางแต่ถ้าบุตรทั้งสองเห็นพร้อมต้องตรงกันว่ามีคนหมายตาไว้ทั้งคู่ผู้เป็นพ่อเป็นแม่ก็ต้องยอมตามใจถือว่าไม่มีฝ่ายใดเสียชื่อเสียง เมื่อพูดคุยเจรจากับผู้เป็นพ่อแม่จบก็อดไม่ได้ที่จะเดินตรงไปยังห้องหอนอนของแม่หญิงพริกแกง พอดิบพอดีที่ท่านหมอออกมาจากห้องของนาง เขาไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปไถ่ถามท่านหมอทันที “เป็นอย่างไรบ้างท่านหมอ?” “โชคยังดีที่นางรอดมาได้ พิษยาปลุกกำหนัดในร่างกายแม่หญิงมีมากจนโรคหัวใจนางกำเริบขอรับ” “แล้วอย่างไรอีกเล่า?” “ข้ามิอาจรู้ได้ว่าจักมีพิษใดในร่างกายของแม่หญิงอีกหรือไม่ขอรับ เพราะพิษที่กินเข้าไปมิได้มีเพียงชนิดเดียว...คาดว่าต้มยาให้นางกินตามเวลาก็จักทุเลาขอรับออกพระ” “เช่นนั้นรึ...ขอบน้ำใจท่านหมอ” “ขอรับ เช่นนั้นข้าขอลา” พอหมอเดินจากไปเขาก็ยังคงยืนมองหน้าห้องของแม่หญิงคู่หมายอย่างเงียบๆ จะบอกว่าสงสารก็สงสารอยู่ไม่น้อย แต่ถึงยังไงเขาคิดว่าเขาคงไม่คิดจะออกเรือนอยู่แล้ว เพราะอยากทุ่มเทให้กับงานราชการให้เต็มที่และยังมีเรื่องของนางที่ติดขัดในใจเขาอยู่ หาใช่ว่าเขารังเกียจแต่แค่เขาก็เป็นผู้ชายในยุคสมัยที่หัวโบราณ การมีหน้ามีตาในชนชั้นย่อมสำคัญอยู่แล้วมันจะได้ไม่เสียชื่อครอบครัวของเขาและตัวเขาเองที่เป็นถึงออกพระอีกด้วย... ความฝันร้ายที่เห็นตัวเองล้มหัวฟาดชักโครกตายทำให้พริกแกงสะดุ้งตื่นขึ้นมาสุดตัวเหงื่อไคลท่วมไปหมด มองดูรอบๆ ก็ยิ่งตกใจเมื่อสิ่งที่เห็นไม่ใช่ห้องพักรูหนูที่คุ้นเคย แต่กลับเป็นห้องเรือนไทยน่ากลัวและมืดสลัว เสียงไก่ขันดังไปทั่วบริเวณรอบๆ ที่เธออยู่ พริกแกงค่อยลุกออกจากเตียงตั่งกว้าง เดินด้วยท่าทางย่องเบาค่อยๆ เปิดหน้าต่างมองไปรอบๆ ก็เห็นบ้านเรือนทรงไทยและยังมีคนนุ่งผ่าเตี่ยว เกาะอก จงกระเบน เต็มไปหมด ทรงผมชายหญิงแทรกกลางรั้งตึงไปด้านหลังเหมือนยุคสมัยก่อนไม่มีผิดเพี้ยน เธอรีบหดตัวลงทรุดนั่งข้างหน้าต่างก่อนจะตบหน้าตัวเองอย่างแรง เพี๊ยะ!! “โอ๊ย!! แม่งโคตรเจ็บ!...แสดงว่า...ไม่ได้ฝันเหรอวะ?” พูดไปพลางสำรวจตัวเองไป อีกใจหนึ่งก็ตื่นเต้นอีกใจก็อยากจะร้องไห้ออกมา เคยเห็นแต่ในละครไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวไม่หนำซ้ำความรู้ยังเป็นศูนย์!! ในหัวที่ศึกษามาอย่างหนักก่อนจะมาที่นี่คือเรื่องอย่างว่า...ไม่มีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทยเลยสักนิดเพราะไม่ได้สนใจ!! “จริงเหรอวะ?” พูดไปน้ำตาคลอไปก่อนจะลุกขึ้นไปส่องกระจกทรงกลมที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเตียงนัก มองดูรูปร่างที่เละเทะของตัวเองอย่างหดหู่ “เขามีแต่หลุดเข้ามาในร่างแม่หญิงงามราวกับนางในวรรณคดี แต่กูดันหลุดเข้ามาในร่างเจ้าแม่ช้างชบาแก้วเนี่ยนะ อีพริกเอ้ยอีพริก!!” พล่ามบ่นไปทำหน้างอแงใส่ตัวเองในกระจกไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก นึกโทษชีวิตที่รันทดในโลกที่ผ่านมาแล้วยังจะมาเคราะห์ซ้ำกรรมหนักย้อนอดีตได้ชีวิตใหม่ทั้งทียังมาอยู่ในร่างนี้ ซวยซ้ำซวยจนเรียกว่าเจ้าแม่ความซวยได้เลยเมื่อนึกถึงเมื่อคืนที่ดันช่วยตัวเองต่อหน้าหนุ่มหล่อด้วยแล้วก็ยิ่ง... ...มีอะไรฉิบหายกว่านี้อีกไหมวะอีพริก!!... งอแงกับตัวเองไปมองหน้ากระจกไปก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาแล้ว แต่พอมองดูดีๆ ใบหน้าของเธอก็ยังคงเป็นเธอแค่อวบอ้วนมากไปหน่อยจนเสียความมั่นใจไปหมด “แม่หญิงตื่นแล้วหรือเจ้าคะ?” บ่าวสองคนเปิดประตูเข้ามาก็เห็นแม่หญิงของตนนั่งทำหน้ายู่ยี่อยู่หน้ากระจกเสียแล้ว ก่อนที่บ่าวอีกคนจะรีบพุ่งเข้ามาหาเธอพร้อมร้องห่มร้องไห้จับมือเธอไว้แน่น “บ่าวเป็นห่วงแทบแย่เลยเจ้าค่ะแม่หญิง คิดว่าแม่หญิงจักเป็นอันใดไปเสียแล้ว” สาลี่เอ่ยขึ้นทั้งน้ำตา “แม่หญิงหายไปแบบนั้นบ่าวหัวใจจะวายเจ้าค่ะ” จันเอ่ยซ้ำยังร้องไห้ตามเพื่อนของตน “คราวหน้าบ่าวจะมิยอมปล่อยแม่หญิงไปคนเดียวอีกแล้วเจ้าค่ะ” แจ่มพูดขึ้นต่อจากเพื่อนบ่าว “เอ่อ...” “ต่อให้บ่าวตายก็ไม่ยอมปล่อยแม่หญิงไปคนเดียวเจ้าค่ะ!” ทั้งสามคนพูดขึ้นพร้อมกัน พริกแกงทำได้แค่ทำหน้างงแล้วมองคนเหล่านั้นโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ... ...ใครนักวะเนี่ย? เอาเถอะ...อย่างน้อยก็มีดีอยู่เรื่องนึงละว้า...ไม่ได้ย้อนมาเป็นทาส!!... “เอาล่ะ...คือว่า...พวกพี่...ชื่ออะไรกันคะ?” เธอพยายามตั้งสติก่อนจะเอ่ยถามบ่าวทั้งสามด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแม้ในใจอยากจะร้องไห้เต็มที ...ก็ต้องสู้ล่ะวะ...ไหนๆ ก็มีชีวิตรอดมาได้ชีวิตนี้ล่ะ! อย่างแรกคือต้องลดน้ำหนัก!! ... “แม่หญิง...ว่ากระไรนะเจ้าคะ?!!” ถามอย่างพร้อมเพรียงกันอีกครั้งด้วยใบหน้าตกใจ พริกแกงสะดุ้งโหยงมองทั้งสาม ...แหม...คัดบ่าวไซด์พิเศษมาให้กูเลยนะ...เยี่ยมจริงๆ!!....
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD