bc

หลุมพรางร้อยรัก

book_age18+
287
FOLLOW
1K
READ
HE
time-travel
arrogant
sweet
bxg
mystery
campus
like
intro-logo
Blurb

บางสิ่งที่เกิดมาคู่กัน แม้จะอยู่ห่างไกล

แต่โชคชะตาจะนำพาให้มาพานพบ

นางคือผู้ที่ชะตาชักนำให้เดินทางข้ามเส้นแบ่งกาลเวลา

เพราะค้นพบกำไลหยกปริศนาสองวงโดยมิได้ตั้งใจ

นางต้องเอาตัวรอดจากองค์ชายห้าแห่งแคว้นจ้าว

จึงต้องสร้างข่าวลือขึ้นมา แต่แล้วนางกลับถูกจับยัดใส่เกี้ยวเจ้าสาว

ของจอมมารจ้าววังเมฆาอัคคีโดยที่นางมิได้เต็มใจ

จอมมารที่ใครๆ ต่างก็หวาดกลัวเช่นเขา

กลับรับนางเอาไว้อย่างยินดียิ่ง ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่านางมิใช่เจ้าสาวของเขา

เมื่อไม่มีทางเลือกนางจึงได้ทำพันธสัญญาร่วมกันระหว่างนางกับเขา

โดยที่นางมิรู้เลยว่าพันธสัญญานั้นจะย้อนคืนมา

ร้อยรัดหัวใจนางจนมิอาจแยกจาก!

chap-preview
Free preview
บางสิ่งที่เกิดมาคู่กัน 1
ท่ามกลางผู้คนมากมายซึ่งเดินสวนกันในท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง หญิงสาวร่างสูงโปร่งพร้อมกระเป๋าเดินทาง ก้าวออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ใบหน้าภายใต้แว่นตาสีชากวาดมองไปยังป้ายภาษาจีน ทั้งนี้ก็เพื่อมองหาชื่อของตัวเอง ในบรรดาป้ายชื่อมากมาย หลังจากที่กลับไปยังบ้านเกิดได้ไม่ถึงเดือน ‘จิรวรรณ ไป๋’ หญิงสาวลูกครึ่งไทย-จีนวัยยี่สิบสี่ปี ซึ่งเพิ่งจะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้จำต้องกลับมาที่ประเทศจีนอีกครั้ง เพราะได้รับการแจ้งข่าวการเสียชีวิตของ ‘ไป๋ฮุ่ยหวง’ บิดาบังเกิดเกล้า นานมาแล้วพ่อกับแม่ของหญิงสาวแยกทางกันด้วยดี ‘อัญชลี’ มารดาของหญิงสาวแต่งงาน และมีครอบครัวใหม่ที่อบอุ่น ส่วนบิดาของหญิงสาวย้ายกลับมาอยู่ที่จีน นับจากแยกทางกับมารดา หญิงสาวก็ไม่ได้ติดต่อกับบิดาบ่อยนัก ทั้งที่มาเรียนอยู่ที่จีน เพราะทางครอบครัวของไป๋ฮุ่ยหวงไม่ค่อยพอใจในการแต่งงานของบิดามารดาของตนแต่แรก ทำให้จิรวรรณไม่ค่อยคุ้นเคยกับญาติๆ ฝ่ายบิดาเท่าที่ควร จนกระทั่งบิดามาจากไป หญิงสาวจึงได้รับข่าวจากญาติของบิดาซึ่งติดต่อไปให้มาร่วมงานศพ จิรวรรณเดินเข้าไปสะกิดชายวัยกลางคนที่ถือป้ายชื่อของตน จากนั้นรถคันหรูก็วิ่งออกมาจากท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง กระทั่งชั่วโมงต่อมาคฤหาสน์หลังงามก็ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ ภาพบรรยากาศการพบกันของญาติๆ ในละครน้ำเน่าปรากฏขึ้นในหัว และแล้วมันก็เป็นความจริง ความเย็นชาของทุกคนในบ้านทำให้แทบจะถอนหายใจออกมาดังๆ แน่ละสิก็คฤหาสน์หลังนี้มันกลายเป็นของหญิงสาวอย่างถูกต้อง หลังจากที่งานศพเสร็จสิ้น และญาติฝ่ายบิดาก็ไม่มีทางที่จะเห็นด้วย การมาครั้งนี้แม้ไม่ได้ต้องการรับสิ่งใด เพราะต้องการหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย เพียงคิดว่าอย่างน้อยก็ต้องมาร่วมงานศพ ทว่าทนายของตระกูลไป๋ยืนยันว่าคฤหาสน์หลังนี้ต้องเป็นของหญิงสาวเท่านั้น ความรู้สึกโดดเดี่ยวตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้ ทำให้หญิงสาวคิดถึงเมืองไทย ยังดีที่มี ‘หยูจิ้ง’ แม่บ้านเก่าแก่ของตระกูล ที่คุยอย่างเป็นมิตร ทั้งยังดูแลเรื่องต่าง ๆ รวมไปถึงการพาหญิงสาวไปยังห้องพัก               คฤหาสน์หลังนี้มีพื้นที่กว้างขวาง ซึ่งห้องที่หยูจิ้งจัดเอาไว้ให้หญิงสาวเป็นห้องที่อยู่ชั้นบนสุด คาดว่าน่าจะเป็นห้องที่ดีที่สุดในบ้าน เพราะได้ยินเสียงกระแนะกระแหนดังมาเข้าหูอยู่ไม่ขาดสาย และเจ้าของเสียงก็คือ ‘ไป๋ฮุ่ยเหอ’ ที่มีศักดิ์เป็นน้าสาวของจิรวรรณ               “ห้องนี้คุณท่านเตรียมเอาไว้ให้คุณหนูนานแล้วค่ะ คุณท่านหวังเอาไว้เสมอว่าคุณหนูจะย้ายมาอยู่ที่นี่” หยูจิ้งเอ่ยยิ้มๆ “นี่เป็นบันทึกของคุณท่าน และนี่กุญแจห้อง กุญแจเซฟรหัสเปิดเซฟอยู่ในนี้ค่ะ” หยูจิ้งยัดทุกอย่างใส่มือของจิรวรรณ               “ทำไมจะต้องมีกุญแจห้องละคะ”               “ห้องนี้มีข้าวของมากมายค่ะ คุณหนูเข้าไปเปิดดูก็จะรู้เอง” หยูจิ้งอยากจะพูดเต็มทีว่ามีข้าวของที่มีคนคอยจ้องตาเป็นมัน แต่นางก็ไม่ได้พูดออกมา “ตามสบายนะคะ เวลาอาหารเย็นคือหกโมง พรุ่งนี้เช้าตอนเก้าโมงคือเวลาฝังศพ ป้าจะเข้ามาเรียกตอนแปดโมง”               “ขอบคุณค่ะ” จิรวรรณเอ่ยขอบคุณยิ้มๆ เมื่อหยูจิ้งปิดประตูหญิงสาวก็มองไปรอบๆ ห้องอย่างเหนื่อยใจ ครอบครัวของบิดาร่ำรวยมากทั้งยังเป็นตระกูลเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง ดังนั้นญาติๆ จึงไม่ยอมรับมารดาของหญิงสาวที่เป็นชาวต่างชาติ จิรวรรณเปิดบันทึกของบิดาอ่าน และพบจดหมายที่เขียนด้วยลายมือถูกพับสอดเอาไว้ภายใน ที่สำคัญจดหมายฉบับดังกล่าวยังจ่าหน้าซองถึง ‘อวี้หลัน’ ซึ่งเป็นชื่อจีนของหญิงสาว ‘อวี้หลัน พ่อคิดถึงลูกเหลือเกิน พ่อยกทุกอย่างที่พ่อเพียรสร้างมาให้ลูกสาวคนเดียวของพ่อ อย่าได้คิดยกมันให้คนอื่นหรือว่าปฏิเสธ มันควรจะเป็นของลูก พ่อรักลูกและหวังว่าลูกจะมีชีวิตที่ดี’                                                            ‘ไป๋ฮุ่ยหวง’              จิรวรรณนั่งอ่านสมุดบันทึกของบิดาอยู่ครู่ใหญ่ ทั้งยังพบว่าบันทึกนี้ คล้ายกับว่าไป๋ฮุ่ยหวงจดเอาไว้เพื่อให้หญิงสาวอ่านโดยเฉพาะ มันมีทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน ส่วนต่างๆ ของบ้าน มุมโปรด หนังสือเล่มโปรด หรือแม้กระทั่งจำนวนตัวเลขของบัญชีธนาคาร ซึ่งตัวเลขมันก็น่าตกใจเอามากๆ หลังจากอาบน้ำเสร็จหญิงสาวเหลือบไปเห็นกุญแจเซฟ แต่ยังไม่ทันได้เปิด หยูจิ้งก็มาเรียกลงไปข้างล่างเสียก่อน เพราะไป๋ฮุ่ยหมิงมาพบทั้งยังขอย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ …ไม่ใช่เฉพาะตัวเขา แต่เป็นทั้งครอบครัว เรื่องนี้ทำให้หยูจิ้งกับไป๋ฮุ่ยหมิงโต้เถียงกันอย่างรุนแรง กระทั่งหญิงสาวที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ เกิดรำคาญขึ้นมา “ถ้าจะย้ายเข้ามาอยู่ถาวรเกรงว่าคงจะไม่ได้หรอกค่ะ แต่หากคุณลุงยังหาบ้านใหม่ไม่ได้ หนูก็จะให้ย้ายเข้ามาอยู่ชั่วคราว แต่ได้แค่สองเดือนนะคะ” หญิงสาวยื่นคำขาด ในขณะที่หยูจิ้งไม่เห็นด้วย ตอนแรกจิรวรรณไม่รู้ว่าทำไม แต่พอกลับเข้าห้องแล้วเปิดตู้เซฟก็เข้าใจทันที ตู้เซฟขนาดใหญ่ถูกเติมเต็มเอาไว้ด้วยชุดเครื่องเพชร ไม่เท่านั้นยังมีของมีค่าที่จัดแบ่งเอาไว้เป็นสัดส่วน เรียงกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย …ข้าวของมากมายขนาดนี้จะให้เอาไปทำอะไร ใส่หรือ ใส่ไปไหนละ ยังไม่ทันทำอะไรต่อหยูจิ้งก็เข้ามาอีก “คราวนี้ใครคะป้า” จิรวรรณเดินตามหยูจิ้งออกมา “ล็อกห้องด้วยค่ะคุณหนู อย่าลืมนะคะ ไปไหนมาไหนทุกครั้งล็อกห้องเสมอ จนกว่าคนพวกนี้จะย้ายออกไปหมด” “แหมป้าคะ” จิรวรรณเบ้หน้า “เชื่อป้าเถอะค่ะ” หยูจิ้งเอ่ย “ก็ได้ค่ะ” ถึงอย่างนั้นก็หันกลับไปล็อกห้องโดยดี  ผู้ที่มาหาครั้งนี้คือทนายประจำตระกูลไป๋ เขาเข้ามาแจกแจงหุ้นของโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งไป๋ฮุ่ยหวงถือครองอยู่ แต่ครั้งนี้จิรวรรณสามารถโอนให้ใครก็ได้ ทำให้ญาติๆ หลายคนที่ได้ฟังตาโต และพยายามที่จะพูดเอาใจเพื่อให้หญิงสาวยกให้ หลังจากเสร็จงานศพจิรวรรณโทรไปปรึกษากับมารดาเรื่องมรดกที่ได้รับ มารดาของหญิงสาวแนะนำให้แบ่งหุ้นต่างๆ ให้ญาติทุกคนเท่าๆ กัน แต่มีข้อแม้ว่าพวกเขาจะต้องย้ายออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้ เพราะอยู่ด้วยกันไปก็รังแต่จะทำให้อึดอัดเปล่าๆ เมื่อยื่นข้อเสนอไปทุกคนก็ตอบตกลงแทบจะทันที ซึ่งนั่นก็ทำให้หญิงสาวแทบจะถอนหายใจออกมาดังๆ หากจะคิดอีกแง่พวกเขาก็ยังช่วยดูแลงานศพของบิดาเป็นอย่างดี เพราะหญิงสาวนั้นไม่รู้ว่าจะต้องจัดการอย่างไร อย่างน้อยพวกเขาก็ทำตัวสมเป็นญาติบ้าง ห้าวันหลังจากงานศพหญิงสาวได้รับโทรศัพท์จากทนายของบิดา ให้ไปเข้าร่วมงานประมูลที่ไป๋ฮุ่ยหวงเคยบริจาคเงินเอาไว้ สถานที่ก็คือพิพิธภัณฑ์โบราณที่ไป๋ฮุ่ยหวงสร้างขึ้นเพื่อการกุศล จิรวรรณอยู่ในชุดสูทสีเขียวเข้มกางเกงขาสั้น เมื่อก้าวเข้าไปในงานก็มีท่าทีลังเล เพราะไม่รู้จักใครในงานเลยสักคน ส่วนใหญ่สินค้าที่นำมาประมูลก็จะเป็นจำพวกเครื่องเพชร ซึ่งตัวหญิงสาวไม่ได้สนใจเท่าไหร่นักจึงได้ตัดสินใจเข้าไปเดินดูรอบๆ พิพิธภัณฑ์แทน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ดังนั้นข้าวของที่นำมาจัดโชว์ส่วนใหญ่จะที่มีกลิ่นอายความเก่าแก่ ไม่ว่าจะเป็นรูปวาด เสื้อผ้า โต๊ะเก้าอี้ หรือแม้แต่เครื่องประดับ เดินมาได้สักพักสายตาก็ปะทะเข้ากับกล่องสีแดงใบหนึ่ง มันวางอยู่บนพื้นที่มีสีเดียวกันกับผนัง หากมองเผินๆ ก็แทบจะมองไม่เห็น รอบกายก็เงียบงัน เพราะคนส่วนใหญ่ต่างก็อยู่งานกันทั้งนั้น ดังนั้นจึงตัดสินใจหยิบขึ้นมาดู แม้จะไม่ได้ชำนาญเรื่องนี้ แต่เมื่อมองเห็นกำไลหยกสีเขียวสองอันที่วางอยู่ในกล่อง หญิงสาวก็รู้ทันทีว่ามันคือกำไลหยกเนื้อดี …อันหนึ่งยังมีสภาพสมบูรณ์ส่วนอีกอันหักไปแล้ว เมื่อดูชัดๆ จึงเห็นว่ากำไลหยกทั้งสองถูกสลักเอาไว้ กำไลวงที่สมบูรณ์สลักเอาไว้ว่า ‘บางสิ่งที่เกิดมาคู่กัน แม้นจะอยู่ห่างไกล’ ความที่อยากรู้ว่าอีกอันสลักเอาไว้ว่าอย่างไร ทำให้หญิงสาวหยิบหยกที่หักมาต่อกันแล้วอ่านบทกลอนอ**บท ‘โชคชะตาทั้งสองจะนำทางให้พานพบ’ เมื่ออ่านจบแสงสีเขียวก็สว่างจ้าขึ้นจากกำไลทั้งสองวง ก่อนที่จะเข้าครอบคลุมร่างทั้งร่างของหญิงสาว เมื่อแสงนั้นจางลงจิรวรรณก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย กระบี่อ่อนตวัดออกไปข้างหน้า ฉวัดเฉวียนอย่างคล่องแคล่ว มองดูแล้วคล้ายกำลังร่ายรำ ทว่ามันจะน่าสุนทรีย์กว่านี้ หากมิใช่ว่ากระบี่เล่มนั้นกำลังดื่มเลือด มองไปซ้ายขวาชิ้นส่วนของผู้คนที่ล้มลงคนแล้วคนเล่า เลือดที่อาบนองไปทั่ว ส่งกลิ่นคาวคลุ้งตลบอบอวล กระนั้นก็ยังไม่สาแก่ใจ เพราะมันมิอาจคลายความแค้นที่คนเหล่านั้นบังอาจวางยาสังหารบิดาบุญธรรมของเขา “ท่านพ่อ!!!” เสวียนหมิงสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เขาคือจ้าววังเมฆาอัคคี ผู้นำสูงสุดของพรรคมารที่ชาวยุทธ์ทั้งหลายต่างก็ครั่นคร้าม ข่าวความโหดเหี้ยมเลือดเย็นของเขาแพร่สะพัด ในคืนที่เขายึดครองวังเมฆาอัคคี ด้วยอายุเพียงยี่สิบสามในตอนนั้น เขากลับเข่นฆ่าคนในพรรคอย่างไม่ปรานีแล้วครอบครองตำแหน่งท่านจ้าว โดยไม่สนใจคำครหาใดๆ จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาถึงห้าปีครึ่งแล้ว แต่เขาไม่อาจลืมเหตุการณ์เหล่านั้นลงไปได้เลย ว่ากันว่าที่เขาทำเช่นนี้ เป็นเพราะเขาต้องการแก้แค้นให้อดีตจ้าววังอย่างหลี่เฟิงเสวียน ผู้ซึ่งเป็นบิดาบุญธรรม เนื่องมาจากในตอนที่เขารับตำแหน่งผู้คุมกฎ และออกไปปฏิบัติภารกิจของพรรคอยู่นั้น หลี่เฟิงเสวียนถูกวางยาและถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ภายในคืนเดียวหลังจากที่เสวียนหมิงกลับเข้าพรรค เขาฆ่าคนในพรรคให้ตายตกตามกันไปถึงร้อยกว่าคน จับผู้บงการกรอกยาพิษชนิดเดียวกันที่เขาใช้กับหลี่เฟิงเสวียนด้วยตัวเอง แล้วนั่งมองคนผู้นั้นตายลงช้าๆ ด้วยดวงตาว่างเปล่า หลี่เฟิงเสวียนเป็นบิดาบุญธรรมที่เสวียนหมิงให้ความรักและความเคารพเป็นอย่างมาก เพราะในตอนที่เขายังเด็กเขา และลั่วอิงยี่ผู้เป็นมารดาที่ตั้งครรภ์ ได้รับการช่วยเหลือจากหลี่เฟิงเสวียน บิดาที่แท้จริงของเขาคือจางหย่วนจิน ซึ่งเป็นหมอสมุนไพรที่เก่งที่สุดในเมืองหลวง แต่เพราะเรื่องราวการแก่งแย่งชิงดีในอดีตของราชสำนักทำให้จางหย่วนจินถูกฆ่า ซึ่งเสวียนหมิงและลั่วอิงยี่ ก็ได้หลี่เฟิงเสวียนกับเหยียนหว่านเอ๋อเป็นคนช่วยเหลือออกมาจากการคุมขัง เหยียนหว่านเอ๋อมีที่มาที่ไปไม่ธรรมดา ไม่มีถ้อยคำใดสามารถอธิบายตัวตนของนางได้ เพราะนางปรากฏตัวขึ้นในตอนที่จางหย่วนจินยังไม่แต่งงานกับลั่วอิงยี่ อีกทั้งนางยังเป็นอาจารย์ของจางหย่วนจิน ทว่านางหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หลังจากอยู่กับทั้งสองได้ไม่กี่ปี หลังจากนั้นหลายปีนางก็ปรากฏกายขึ้นอีก โดยที่รูปลักษณ์ของนางไม่ได้เปลี่ยนไปสักนิด แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานหลายปี นางจำกัดการไปมาของตัวเองว่า ‘นักเดินทางข้ามเวลา’ ในตอนที่เหยียนหว่านเอ๋อพาหลี่เฟิงเสวียนเข้าไปช่วยทั้งสองออกมา แม้เสวียนหมิงจะสูญเสียน้องที่ยังไม่ได้ลืมตามาดูโลก ทว่าสองแม่ลูกก็นับว่ารอดมาได้ เพื่อหลบหนีจากศัตรู หลี่เฟิงเสวียนให้เสวียนหมิงใช้แซ่อิ่น ทั้งยังมอบชื่อใหม่คือ ‘อิ่นเมิ่ง’ และอ้างกับคนอื่นว่าลั่วอิงยี่คือฮูหยินของเขา ดังนั้นคนทั่วไปจึงเรียกนางว่าฮูหยินอิ่น หรือ ‘อิ่นมู่’ เพราะลั่วอิงยี่ซาบซึ้งในพระคุณของหลี่เฟิงเสวียน นางจึงเปลี่ยนชื่อให้บุตรชายจาก ‘จางหย่วนหมิง’ เป็น ‘เสวียนหมิง’ ซึ่งคล้องจองกับชื่อของหลี่เฟิงเสวียน เพื่อให้เขารำลึกถึงบุญคุณของหลี่เฟิงเสวียนเสมอ ด้านหนึ่งเขาคือ อิ่นเมิ่ง บัณฑิตอ่อนแอที่มีอาชีพเป็นพ่อค้าธรรมดาหาเช้ากินค่ำที่ชาวบ้านละแวกนั้นรู้จักเขา แต่อีกด้านหนึ่งเขาคือ เสวียนหมิง จอมมารจ้าววังเมฆาอัคคีที่ใครๆ ต่างก็หวาดกลัว วังเมฆาอัคคีตั้งอยู่บนหุบเขาอัคคี หุบเขาสูงชันที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของเมืองอันหนิง เมืองหลวงแคว้นจ้าว เส้นทางขึ้นไปยังหุบเขาอัคคีเต็มไปด้วยหน้าผาสูงชัน ตัวเรือนพักต่างๆ และห้องโถงของวังเมฆาอัคคี ถูกสร้างขึ้นภายในถ้ำที่เจาะลึกเข้าไปในภูเขาหิน โดยการใช้กำลังภายในขั้นสูงเจาะหินเข้าไปเป็นโพรง หอสูงต่างๆ ถูกสร้างขึ้นเหลื่อมล้ำกันไป คล้ายขั้นบันไดสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงยอดเขาที่มีแนวราบ ที่นั่นคือสุสานจ้าววังคนก่อนๆ ที่ได้รับการฝังอย่างมีเกียรติ หากมองจากด้านล่างของหุบเขา จะสามารถมองเห็นวังเมฆาอัคคีได้อย่างชัดเจน ทว่าหากมีผู้ที่คิดจะบุกรุกเข้าไป หรือมีผู้ที่คิดจะปีนขึ้นไปคงจะต้องคิดนานหน่อย เพราะทางเข้าและรอบๆ หุบเขาเต็มไปด้วยค่ายกลกับดักซึ่งยังไม่เคยมีคนนอกฝ่าเข้าไปได้ “ท่านจ้าววัง การเดินทางครั้งนี้ท่านไม่จำเป็นต้องไปด้วยตัวเองก็ได้” จั่วจินเหิง ผู้คุมกฎซ้ายของวังเมฆาอัคคีเอ่ยเสียงเครียด “ไม่เป็นไร ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าผู้ที่กล้าหาญถึงกับกล้าท้าทายข้ามันคือผู้ใด” เสวียนหมิงเอ่ยเนิบนาบ ใบหน้างดงามของเขาครึ่งหนึ่ง อยู่ภายใต้หน้ากากเหล็กสีดำวับวาว ดวงตาของเขาแฝงเอาไว้ด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสะพรึงกลัว หลายวันมานี้จั่วจินเหิงตามสืบร่องรอย ของผู้ที่เข้ามาขโมยองุ่นอัคคี กระทั่งรู้ว่าจะมีการเปิดประมูลขึ้นที่โรงเตี๊ยมมั่งมี เมืองเลี่ยอู่ทางใต้ของเมืองหลวง “เรื่องครั้งนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับพรรควายุ เพราะโรงเตี๊ยมมั่งมีเป็นกิจการของพรรควายุ ดังนั้นหากท่านจ้าววังไปด้วยตัวเอง อาจจะ....” “เจ้ายังคงห่วงว่าจะผิดใจกับพรรควายุอยู่หรือ ลองว่าคนของพรรควายุรู้ทั้งรู้ว่าองุ่นอัคคีเป็นของวังเมฆาอัคคี แล้วพวกเขายังตั้งใจให้หัวขโมยผู้นั้นยืมสถานที่จัดประมูลขึ้น เจ้าคิดหรือว่าพวกเขาจะยังมีความคิด ที่จะรักษาสัมพันธไมตรี” รอยยิ้มของเสวียนหมิงขัดแย้งกันกับดวงตาที่แฝงเอาไว้ด้วยแววสังหารเป็นอย่างยิ่ง “ทางนี้ก็ฝากเจ้าด้วยก็แล้วกัน ข้าจะไปกับหานเยวี่ย นางเพิ่งจะได้รับตำแหน่งผู้คุมกฎได้ไม่นาน จำเป็นจะต้องพานางไปเรียนรู้บ้าง” “ขอรับ” จั่วจินเหิงรับคำ แม้จะกังวลว่าถังหานเยวี่ยอาจเป็นภาระให้เสวียนหมิง เพราะฝีมือของนางยังคงต้องเรียนรู้อีกมาก แต่ในเมื่อเสวียนหมิงตัดสินใจเช่นนั้นแล้วเขาจะทำอย่างไรได้ “ท่านจ้าววัง” ถังหานเยวี่ยเรียกเขาจากด้านหลัง ทั้งสองกำลังอยู่ระหว่างการเดินทางไปยังเมืองเลี่ยอู่ ที่จะต้องใช้เวลาเดินทางถึงสี่วันเต็มๆ แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องเร่งร้อนใจ แต่เสวียนหมิงกลับยังมีท่าทีสบายอกสบายใจยิ่ง นั่นทำให้ถังหานเยวี่ยอดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ “เรื่องสำคัญเช่นนี้ ท่านกลับเลือกที่จะพาข้ามาด้วย มิใช่ผู้คุมกฎซ้าย ข้าเกรงว่าความสามารถของข้าอาจยังไม่ถึงขั้น” “เจ้าอยู่ในวังเมฆาอัคคีมานาน ติดตามอวิ๋นหยามาตั้งแต่นางได้รับตำแหน่งผู้คุมกฎขวา งานทุกอย่างที่นางเคยทำเจ้าล้วนเข้าใจ” เสวียนหมิงเอ่ยชื่อของอดีตผู้คุมกฎของเขาที่ทำผิดกฎ และถูกลงโทษอย่างเคร่งครัด คนในวังเมฆาอัคคีลือกันว่าอวิ๋นหยาเป็นคนสนิทของเสวียนหมิง นางเก่งที่สุด และเสวียนหมิงก็ไว้ใจนางที่สุด ทว่านางก็ยังถูกเขาตัดสินโทษอย่างไม่ละเว้น นั่นยิ่งทำให้ทุกคนเกรงกลัวมิกล้าล้ำเส้นแม้แต่น้อย “แต่วรยุทธ์ของข้านั้นยังต่ำต้อยนัก” “วรยุทธ์มิใช่ทุกสิ่ง ข้าเลือกเจ้าเพราะเจ้ามีบางสิ่งที่เหนือกว่าผู้อื่น ดังนั้นเจ้าจะต้องหาให้เจอ สิ่งที่เจ้ามีและเหนือกว่าผู้อื่น” เสวียนหมิงยังคงมีใบหน้าเย็นชา เขาควบม้าขึ้นหน้าแล้วทะยานออกไป ถังหานเยวี่ยจึงได้แต่เร่งตามเขาไป นางยังคงอดที่จะกังขาไม่ได้ว่า อะไรกันที่นางมีเหนือกว่าผู้อื่น จิรวรรณกะพริบตาปริบๆ พร้อมกับกลอกตาไปมา ภาพที่มองเห็นรอบกายเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง ทำให้ต้องขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับหันไปมองทุกอย่างอย่างแตกตื่น ภาพของต้นไม้สูงใหญ่ตรงหน้า มองยังไงก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะอยู่ในพิพิธภัณฑ์เลยแม้แต่น้อย พอหันหลังกลับมาอีกฝั่งก็พบกับถนนเส้นเล็กๆทอดยาวไปตามแนวป่า กระทั่งก้มลงมองกำไลหักในมือด้วยความหวาดหวั่น เสียงบางอย่างกำลังวิ่งตรงเข้ามาก็เรียกความสนใจให้หันไปมอง ม้าสองตัวกำลังวิ่งตรงมาบนหลังม้าตัวที่วิ่งนำอยู่คือบุรุษผู้หนึ่ง เขาสวมชุดสีขาวสะอาดสะอ้าน ทว่าบนใบหน้าของเขากลับมีหน้ากากบดบังไปกว่าครึ่ง ดูเหมือนเขากำลังเองก็กำลังจ้องมองยังหญิงสาวที่ยืนอยู่ริมถนนเช่นกัน เสวียนหมิงควบม้ามาด้วยความเร็วเต็มเหยียด เขาเพ่งมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ริมถนนกลางป่าอย่างระแวดระวัง ชุดแปลกตาสีเขียวดูไม่คล้ายชุดของหญิงสาวแคว้นจ้าว ปลีน่องและเรียวขาเรียบเนียนทั้งสอง โผล่ออกมาจากชุดประหลาดตา ทำให้เขาเพียงนึกถึงหญิงนางโลมที่พยายามยั่วยวนหลอกล่อบุรุษ หญิงสาวเองก็คล้ายจ้องเขม็งมายังเขาเช่นกัน เสวียนหมิงรั้งสายบังเ**ยนเพื่อลดความเร็วของม้าลง ใบหน้าของหญิงสาวผู้นั้นชัดเจนขึ้น นางเงยหน้ามามองสบตากับเขา ใบหน้านวลเนียนงดงามฉายแววฉงน ทั้งยังมีแววสับสนอยู่ในที นางละสายตาจากเขา แล้วมองไปยังม้าสีน้ำตาลตัวโต ก่อนจะยื่นมือออกมาและแตะลงไปบนแผงคอม้าอย่างลังเล “ว้าว ม้าของคุณสวยจัง” นางเอ่ยออกมาเบาๆ ทั้งยังเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มงดงามให้เขา “ท่านจ้าววัง” เสียงของถังหานเยวี่ยดังขึ้นด้านหลังเขา ทำให้ทั้งคู่หันกลับไปมอง ทว่าพอเสวียนหมิงหันกลับมาอีกครั้งหญิงสาวตรงหน้าก็หายไปแล้ว “มีอะไรหรือเจ้าคะ” ถังหานเยวี่ยเห็นอยู่ๆ เสวียนหมิงก็หยุดม้า นางได้แต่หยุดม้าลงเช่นกัน “หายไปไหนแล้ว” เสวียนหมิงขมวดคิ้วมองไปรอบๆ “อะไรหรือเจ้าคะ” “หญิงสาวคนเมื่อครู่” “หญิงสาวหรือเจ้าคะ หญิงสาวที่ไหนกัน” ถังหานเยวี่ยเองก็มองไปรอบๆ เช่นกัน ทว่าตั้งแต่ต้นนางก็มองไม่เห็นผู้ใดสักคนในรัศมีสายตา นางยังสงสัยด้วยซ้ำว่าเสวียนหมิงหยุดม้าด้วยสาเหตุใด

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.5K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.9K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook