bc

นารา [MPREG​ | FEMBOY​]

book_age18+
427
FOLLOW
2.0K
READ
second chance
pregnant
confident
sweet
bxb
lighthearted
witty
supernature earth
mpreg
like
intro-logo
Blurb

สวรรค์กลั่นแกล้ง... ให้เขาตายตั้งแต่อายุยังน้อย

ตอนนี้เขากำลังจะได้กลับไปเกิดใหม่

หากใครจะไปคิดว่า การเกิดใหม่ กลับกลายเป็น ร่างใหม่ เสียอย่างนั้น

ไม่เพียงแค่ร่างกาย ที่คล้ายคลึง แต่กับชื่อก็เหมือนกัน

'นารา'​

chap-preview
Free preview
Prologue
Prologue ผมตายแล้ว ตายและกลายเป็นเพียงวิญญาณร่อนเร่ที่เฝ้ารอการเกิดใหม่ เคว้งคว้างไร้ทิศทาง จมปลักอยู่กับเพียงภาพความทรงจำก่อนตายที่ฉายวนเวียนซ้ำไปมา โดยไม่รู้เลยว่าจะต้องทนอยู่ในสภาพเช่นนี้ไปอีกนานแค่ไหน "ถึงเวลาของคุณแล้วครับ" เสียงของใครบางคนดังขึ้นในโสตประสาท ภาพในหัวที่แสนเจ็บปวดค่อย ๆ เลือนรางลงและกลายเป็นเพียงแสงสว่างขาวโพลนเข้ามาแทนที่ ความอึดอัดที่กดทับอยู่ในอกจางลงไปราวกับวิญญาณได้ถูกชำระล้างและเยียวยา มันเบาหวิวและโล่งสบาย ทั้งยังอบอุ่นเสมือนถูกห้อมล้อมด้วยพลังงานบางอย่าง ดวงวิญญาณลอยล่องออกไปจากห้วงแห่งความอาลัยอาวรณ์ เดินไปตามเส้นทางที่มีแสงสว่างคอยนำทางอยู่เบื้องหน้า ของขวัญจากพระเจ้ากับชีวิตใหม่ +++ “เจ็บ” ความเจ็บปวดที่แล่นริ้วทำให้สติที่เลือนรางของผมชัดเจน ร่างกายหนักอึ้งไม่อาจขยับเขยื้อนเนื่องจากความร้าวระบมที่แล่นพล่านอยู่ทั่วร่าง ผมขมวดคิ้วให้กับความรู้สึกแรกที่พบเจอหลังจากฟื้นคืนสติกลับมา ทำไมถึงเจ็บไปทั้งตัวแบบนี้ ผมถามตัวเองทั้งที่รู้ดีว่าคงไม่ได้คำตอบ ในใจก็นึกหวนถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ในความทรงจำอันแสนเลือนรางและคล้ายกับมีม่านหมอกบดบัง ผมจำได้ว่าตัวเองนั้นตายไปแล้วและได้ล่องลอยไปยังสถานที่ใดสักที่ซึ่งไร้ผู้คน ใช่ ผมตายไปแล้ว ผมตายและกลายเป็นวิญญาณที่ถูกส่งมาเกิดใหม่ ทว่าความเป็นจริงกลับไม่ใช่อย่างที่คิด ผมไม่ใช่ทารกที่ลืมตาดูโลกอย่างใสซื่อบริสุทธิ์ ทุกความทรงจำ จิตสำนึกรู้คิด และทุก ๆ ความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นยังชัดเจนอยู่ในหัวของผม และไม่มีทีท่าจะเลือนหายไปเลยแม้แต่น้อย “อึก” ความเจ็บปวดที่แล่นริ้วเข้ามาอีกครั้งทำให้ร่างของผมกระตุกเกร็ง ศีรษะปวดระบมราวกับมีเข็มนับพันทิ่มแทง และในวินาทีต่อมา ภาพความทรงจำแปลกตาของใครบางคนก็แล่นผ่านเข้ามาในหัวของผมราวกับฉายหนัง “เจ็บ อึก! อ๊า” ผมดิ้นเร่าอยู่บนเตียงคับแคบ มือสองข้างซึ่งมีสายยางบางอย่างพันรัดระโยงระยางถูกยกขึ้นกุมศีรษะ ภาพตั้งแต่อดีตของเด็กชายคนหนึ่งซึ่งผมไม่รู้จักถูกส่งผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนก้อนอาเจียนเคลื่อนมาจ่ออยู่ที่ลำคอ ผมกรีดร้อง ทุบขมับตัวเองอย่างแรงเพื่อหมายจะให้ความทรมานนี้จางลงไป “โอ๊ย! หยุดเถอะ พอสักที” ผมครวญครางเสียงแหบพร่า ไม่ต่างจากสัตว์ป่าที่ได้รับบาดเจ็บ ร่างกายของผมคุดคู้เข้าหากัน เหงื่อเม็ดเป้งไหลซึมตามไรผม ผสมปนเปกับน้ำตาระลอกใหญ่ที่พรั่งพรูออกมาราวกับเขื่อนแตก ผมสะอึกสะอื้น ขบกรามจนเส้นเลือดผุดตามผิวหนังบนใบหน้า ความทรมานยังคงกัดกินผมอย่างหนัก และถ้าหากมันยังไม่หยุดลง ผมคงไม่อาจประคับประคองสติที่หลงเหลืออยู่ได้ “อึก!” ผมพลิกตัวไปมา ความเจ็บปวดเริ่มลดลงเมื่อภาพความทรงจำที่ฉายอยู่ในหัวค่อย ๆ เลือนรางหายไป และไม่นานนักมันก็ทุเลา ทว่ารอยบาดแผลที่ถูกทิ้งไว้กลับยังชัดเจนอยู่ในความรู้สึก “แฮก...แฮก” ผมหอบหายใจถี่รัว ฝืนปรือตาอันแสนหนักอึ้งของตัวเองขึ้น พลางพลิกร่างที่คุดคู้เปลี่ยนมานอนหงายเหยียดแขนขาเพื่อความสบาย แสงแดดที่ส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาช่วยเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงออกไปของผมให้กลับคืนมา ลมหายใจของผมค่อย ๆ ถูกปรับให้กลับมาอยู่ในจังหวะปกติ ร่างกายไม่สั่นระริกเป็นเจ้าเข้าอีกแล้ว และในไม่ช้าจิตใจของผมก็สงบลงตามไปด้วย ผมสูดลมหายใจเข้าปอดให้ลึกที่สุดเพื่อตั้งสติ ขบคิดพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่อย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง ภาพความทรงจำของใครบางคนที่แล่นพล่าน แม้จะผ่านไปอย่างรวดเร็วทว่าผมกลับจำมันได้ดี เมื่อยกแขนยกขาขึ้นมาสำรวจก็พบว่านี่ไม่ใช่ร่างกายที่คุ้นเคยของผม อีกทั้งยังไม่ใช่ร่างของเด็กทารกเกิดใหม่ ดังนั้นผมจึงได้แต่ทุ่มเถียงกับตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อนัก แต่คิดให้หัวระเบิดอย่างไร ทุก ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นก็ล้วนสนับสนุนทฤษฎีที่ไม่น่าเป็นไปได้ทฤษฎีเดียว ทฤษฎีที่ว่า ตัวผมนั้นไม่ได้ ‘เกิดใหม่’ อย่างที่ตนคิด ทว่ากลับถูกส่งมา ‘ร่างใหม่’ ของใครบางคน ร่างของคนที่ชื่อเหมือนกันกับผม... นารา ผมหลับตาลงสำรวจลึกลงไปในความทรงจำที่ฝังอยู่ เด็กผู้ชายเจ้าของร่างที่ยังโตไม่เต็มวัยนี้มีอายุเพียงแค่สิบหกปี ในขณะที่ผมมีอายุก่อนตายได้ราว ๆ ยี่สิบห้าปี เด็กคนนี้กระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ในขณะที่ผมซึ่งไม่มีความคิดจะฆ่าตัวเองถูกยิงจนพลัดตกสะพานและตายลง ซึ่งเหตุการณ์ก่อนตายของพวกเรามีความคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก นั่นก็คือสถานที่ล่วงลับในแหล่งน้ำ นาราคนนี้เป็นคนของตระกูล ‘เทวา’ ตระกูลที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่ และยังถูกนับเป็นความผิดพลาดที่ตระกูลเทวาไม่ต้องการ เพียงเพราะเด็กอายุสิบหกปีคนนี้เกิดมาจากภรรยานอกสมรส บิดาผู้ให้กำเนิดนึกชังและไม่สนใจไยดี ทั้งคนในตระกูลก็ล้วนดูถูกเหยียดหยามจนคุณภาพชีวิตของเขาไม่ได้ดีนัก แม้เทวาจะเป็นตระกูลที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ แต่ก็ร่ำรวยเงินทองทรัพย์สมบัติ หากนาราผู้ซึ่งสืบเชื้อสายจากเจ้าของตระกูลกลับถูกเลี้ยงดูอย่างยาจก และถูกปฏิบัติราวกับเป็นลูกคนใช้ ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมจึงไม่มีใครโผล่มาเยี่ยมนาราที่กระโดดน้ำฆ่าตัวตายที่โรงพยาบาลเลยสักคน คนพวกนั้นอาจจะดีใจด้วยซ้ำที่เด็กผู้ซึ่งมีสิทธิ์ในสมบัติถูกตัดทิ้งไปอย่างน่าสมเพช ความเกลียดชังและซึมเศร้าอันเป็นผลพวงมาจากความทรงจำของเจ้าของร่าง ทำให้ผมอดร้องไห้ออกมาไม่ได้ ผมปล่อยให้ตัวเองสะอื้นตัวโยนแล้วกอดหมอนข้างเอาไว้แน่น ผ้าห่มยกขึ้นคลุมศีรษะเพื่อหลบซ่อนไม่ให้ใครเห็น ความเศร้าเสียใจที่ส่งต่อมาให้ ทำให้ผมขมขื่นและแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือความไม่ยินยอมที่จะถูกรังแกและตายไปอย่างน่าสมเพชอีก แอ๊ด เสียงประตูห้องพักคนไข้ถูกดันออกด้วยฝีมือของพยาบาลสาวคนหนึ่ง คุณหมอวัยกลางคนในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้ม ในมือของเขามีชาร์ตคนไข้ ในขณะที่พยาบาลด้านหลังเข็นถาดอาหารและถ้วยยาตามเข้ามาด้วยอย่างรู้งาน “รู้สึกเป็นอย่างไรบ้างครับ” คุณหมอเอ่ยถามผม เมื่อมาหยุดยืนที่ข้างเตียง “ยังเจ็บอยู่บ้างครับ” ผมตอบกลับไปเสียงแผ่ว คุณหมอเพียงพยักหน้ารับ แล้วผมก็ถูกสอบถามอาการอีกหลายอย่างก่อนจะถูกพยาบาลพยุงให้ลุกขึ้นนั่งบนเตียง เพื่อเตรียมกินข้าวกินยาตามที่คุณหมอสั่ง ผมเหลือบมองถาดอาหารที่มีแต่อาหารสีจืดชืดก่อนจะแอบเบ้ปากน้อย ๆ แล้วหันไปหาคุณหมอเพื่อถามข้อสงสัยบางอย่างของตนเอง “รอยแผลเป็นพวกนี้สามารถรักษาให้หายได้ไหมครับ” ผมถลกแขนเสื้อและยื่นมันออกไปข้างหน้า เผยรอยแผลเก่าที่มองผ่าน ๆ ก็รับรู้ได้ว่าเกิดจากการเฆี่ยนตี และที่สำคัญมันไม่มีแค่ที่แขนเพียงที่เดียว คุณหมอก้มลงมองมัน เขาชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความสับสน ก่อนแววตาอ่อนโยนคู่นั้นจะทอประกายเห็นใจ “แน่นอนครับ ถ้าหากรักษาอย่างถูกวิธี” ผมพยักหน้า คุณหมอเอ่ยอธิบายถึงขั้นตอนการดูแลตัวเอง เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูโดยเร็วอย่างตั้งใจ ทั้งอาหารที่ควรกินและไม่ควรกินในช่วงนี้ก็ถูกบรรจุรวมอยู่ในนั้นด้วย ร่างกายของนารานั้นแต่เดิมล้วนขาดสารอาหารและเจริญเติบโตได้ไม่สมวัย ดังนั้นเขาจึงยังตัวเล็กและแทบจะไม่มีกล้ามเนื้อเลยสักนิด ผมจึงจำเป็นต้องฝืนกินอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพเพื่อช่วยให้ร่างกายที่แสนอ่อนแอนี้แข็งแรงโดยพลัน “ขอบคุณครับ” ผมยิ้มขอบคุณ และเมื่อคุณหมอจากไปผมก็ได้แต่ก้มลงมองแขนขาที่ลีบเล็กของร่างใหม่แล้วอดทอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ ให้ตายเถอะ ผิวสวย ๆ นี่ไม่ควรจะมีตำหนิเลยสักนิด +++ หลังจากพักฟื้นที่โรงพยาบาลครบหนึ่งอาทิตย์ร่างกายของผมก็กลับมาเป็นปกติ ถึงจะไม่เต็มร้อยแต่การได้ออกจากโรงพยาบาลย่อมดีกว่าการนอนอุดอู้อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมทั้งวัน ผมจึงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่วันนี้จะได้ออกจากโรงพยาบาล คุณหมอเจ้าของคนไข้บอกให้พยาบาลพาผมออกมารอรถของที่บ้านมารับที่จุดจอดรับส่งผู้ป่วย เพราะนาราผู้เป็นเจ้าของร่างคนเก่าไม่มีเครื่องมือสื่อสารใดเลย แม้แต่เสื้อผ้าก็ยังต้องสวมชุดคนไข้กลับ เมื่อพยาบาลมาส่งผมยังจุดหมายเธอก็ฉีกยิ้มบอกลาและเดินจากไป บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลจึงเหลือแค่ผมยืนอยู่ในชุดคนไข้เพียงคนเดียว “เพราะฉันต้องผ่านทางมาทางนี้หรอกนะยะ ถึงได้แวะมารับแกน่ะ!” รถหรูคันหนึ่งพุ่งเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทที่ผมยืนอยู่อย่างรุนแรง ประตูรถถูกเปิดออกและปิดลงเสียงดังด้วยฝีมือของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งตวาดแว๊ดอย่างไม่พอใจก่อนที่ผมจะเห็นตัวเสียอีก “ยังมามองหน้าหาเรื่องอีก อยากมีปัญหากับฉันหรือไงห๊ะ!” ผมหรี่ตามองเธออย่างพิจารณา และเมื่อสำรวจใบหน้านั้นอย่างชัดเจนจนรู้ว่าคน ๆ นี้เป็นใคร เธอคือ ‘อันดา’ ลูกสาวคนรองของตระกูลเทวา มีศักดิ์เป็นพี่สาวของนารา ทั้งยังเป็นที่รู้จักในฐานะนางเอกดาวรุ่งชื่อดังอยู่ ณ ขณะนี้ และที่สำคัญ คน ๆ นี้เคยทำร้ายนารามาก่อน ผมเม้มริมฝีปากแน่น ระงับความกลัวที่เกิดจากสัญชาตญาณ ก่อนจะมองเมินการกระทำหยาบคายของพี่สาวนาราทิ้งไป ผมสาวเท้าก้าวขึ้นรถอย่างมั่นคง เมื่อจัดที่นั่ง คาดเซฟตี้เบลท์เรียบร้อย ผมก็เลือกปิดเปลือกตาลง ปิดกั้นเสียงโหวกเหวกโวยวายที่ดังตามมาจากด้านหลัง อันดาคงโกรธ เธอถึงเดินกระแทกเท้าปึงปังเพื่อมาขึ้นรถ มีเสียงสบถดังหลายระลอก ทว่าผมเลือกที่จะไม่ใส่ใจ อย่างไรก็ตามนี่เป็นที่สาธารณะ ดังนั้นคนที่ต้องสวมแว่นกันแดดตลอดเวลาที่ออกไปข้างนอกอย่างอันดา คงไม่ทำอะไรผมให้เป็นเรื่องใหญ่ และโชคดีอีกครั้งที่เธอขับรถซึ่งสื่อทุกสำนักรู้ว่าเป็นรถของนางเอกชื่อดัง ดังนั้นผมจึงสามารถโดยสารมันกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย ผมแสร้งหลับตามาตลอดการเดินทาง ทนทำหูทวนลมฟังเสียงสบถด่าสักหน่อย และเมื่อเข้าเขตบ้านพักของเทวา ผมก็เปิดเปลือกตาขึ้นมองบ้านหลังใหญ่ที่ตกแต่งอย่างโอ่อ่าหมายอวดความร่ำรวย พื้นที่ตั้งกว้างขวางสมกับเป็นตระกูลใหม่ที่ต้องการประกาศศักดา ระยะทางจากประตูรั้วทางเข้าจนถึงตัวบ้านจริง ๆ จึงต้องใช้เวลาเดินทางพอสมควร ผมกวาดสายตาสำรวจต้นไม้ใบหญ้าและของตกแต่งตามทาง แต่เมื่อตัวบ้านหลังใหญ่ปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้าบ่งบอกว่าสิ่งที่กำลังรอผมอยู่ใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ผมก็ปัดความคิดไร้สาระออกไปจากหัวทันที ถึงเวลาที่ผมต้องวางแผนสำหรับการอยู่ร่วมกับงูเห่าทั้งฝูงเสียแล้ว - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

คุณอาของหนู...น่ารักกว่าใคร

read
7.9K
bc

เป็นแฟนผมนี่มันไม่ดียังไงครับเฮีย

read
3.2K
bc

Heroine (ที่นี่ไม่มี นางเอก)

read
14.8K
bc

เป็นได้แค่เพื่อน(รัก)

read
7.8K
bc

งูบ้านนี้สายพันธุ์เหมียว (Luna V.)

read
1K
bc

Friendship จุดจบสายเถื่อน

read
1K
bc

มายารัก

read
2.6K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook