2

1377 Words
หลังจากนั้นเมื่อจัดการเรื่องประกันเสร็จและคุณทั้งสองกลับไปแล้ว เธอจึงพาดารินกลับบ้านและช่วยทำความสะอาดบาดแผล “รินขอโทษนะพี่ดา พี่ดาต้องมารับผิดชอบแทนริน” ดารินกล่าวระหว่างที่นั่งทำแผล ยื่นมือเกาะกุมแขนพี่สาวรู้สึกผิดที่สร้างความวุ่นวายให้ทุกคน “ไม่เป็นไรหรอกน่า ไปทำงานแถมยังได้เงินอีก” “พี่ว่ามันแปลกๆไหมที่เขาเสนองานให้พี่” “ไม่มีอะไรหรอก คนรวย เรื่องเงินเขาไม่ใช่ปัญหาหรอก เขาคงอยากได้คนไปทำงานมากว่าลูกชายเขาคงเป็นเด็กเอาแต่ใจ” แม้ดาหลาจะแอบคิดว่ามันแปลกแต่เธอไม่อยากพูดออกไป “ลูกชายเขาอายุเท่าไหร่กันพี่ ถึงขนาดที่ต้องหาคนไปกล่อมให้ยอมผ่าตัด” “พ่อกับแม่ว่ามันแปลกนะลูก ไม่เอาความอะไรแถมยังให้งานลูกอีก” แม้ทั้งสองจะไม่อยากให้ลูกไปทำแต่คงคัดค้านไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงต้องหาเงินก้อนใหญ่เพื่อรับผิดชอบเรื่องนี้แน่ “ให้แม่ไปขอทำงานแทนดีไหม แม่เลี้ยงลูกมาจนโตได้ทำไมจะกล่อมให้ลูกของคุณทั้งสองยอมผ่าตัดไม่ได้ลองดูกันสักตั้ง” “เอาไว้ถ้าดาไม่ไหว จะขอกำลังเสริมจากแม่ดาวนะจ๊ะ จากพ่อพงษ์ จากน้องรินด้วย” ดาหลาว่าก่อนที่ทุกคนจะเข้ามาสวมกอดกันอย่างให้กำลังใจ “วันนี้เป็นวันดี พี่ดาพึ่งเรียนจบเราฉลองดีไหมจ๊ะ เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน หมูกระทะสักชุด เนี่ยตุ๊กตาที่น้องรินซื้อให้พี่ดาก็ขาดหมดแล้ว เดี๋ยวน้องรินเย็บให้ก่อนพี่ดาค่อยมาเอานะ” น้องรินว่าพร้อมอ้อนขอกินหมูกระทะของโปรดมีหรือที่คนที่บ้านจะยอมขัดใจ จึงออกไปซื้อหมูกระทะกินในค่ำคืนนี้และไม่ลืมถ่ายรูปความประทับใจเก็บไว้ เพราะอีกสามวันที่ดาหลาจะต้องเดินทางไปที่บ้านคุณทั้งสองเพื่อเริ่มงาน “โชคดีนะพี่ดา มีอะไรโทรหารินนะ” ดารินที่เป็นผู้เดินออกมาส่งดาหลาที่บ้านเมื่อครบกำหนดนัดหมาย ซึ่งคุณท่านทั้งสองได้ส่งให้คุณลุงคนขับรถมารับเธอ และคุณแม่บ้านอีกหนึ่งคนเพื่อช่วยเธอขนของและเตรียมตัวเข้าบ้าน เธอไม่ลืมเตรียมข้าวมันไก่มาให้อีกหลายห่อเพื่อนำไปแบ่งให้ทุกคนที่บ้านคุณศักดิ์ ของใช้ที่ดาหลาเตรียมไปมีไม่มากนัก นำไปแค่ของที่จำเป็นเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุด ไว้อยู่ไปสักพักก่อนค่อยกลับมาเอาทีหลัง กระเป๋าที่ดารินนำไปวันนี้มีเพียงสามใบ หนึ่งคือกระเป๋าที่มีล้อลากบรรจุเสื้อผ้าและของใช้จำเป็น สองคือกระเป๋าเป้ที่บรรจุคอมพิวเตอร์ สายชาร์จต่างๆ ใบสุดท้ายเป็นกระเป๋าใบเล็กที่ไว้พกโทรศัพท์มือถือและเงินเพียงเล็กน้อย พี่แสงคือแม่บ้านที่มาช่วยดารินในวันนี้ เธอเป็นหญิงอายุสามสิบเจ็ดปีแล้ว และมีลูกชายหนึ่งคน พี่แสงเข้ามาทำงานที่บ้านคุณลุงศักดิ์หรือคุณท่านตั้งแต่อายุได้สิบห้าปีและอยู่ยาวมาจนถึงทุกวันนี้เป็นเวลากว่ายี่สิบสองปีแล้ว ตลอดเส้นทางที่นั่งรถมาดารินพยามจะถามข้อมูลเกี่ยวกับคนในบ้าน เธอยังไม่รู้ว่าความเป็นอยู่จะเป็นอย่างไร คุณท่านทั้งสองบอกเพียงให้เตรียมตัวให้พร้อมเพียงแค่นั้น จากคำบอกเล่าของพี่แสง คุณท่านทั้งสองเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยมีกิจการนำเข้าและส่งออกอัญมณี เครื่องประดับในหลายประเทศ ทำให้ต้องเดินทางบ่อย ซึ่งทั้งสองมีลูกชายคนเดียวคือคุณเขื่อน เป็นผู้ที่เธอจะต้องไปดูแลและทำให้เขายอมเข้ารับการผ่าตัด ส่วนคำถามต่อมา ทำไมต้องเป็นเธอน่ะเหรอ จากการคาดคะเนแล้ว น่าจะเป็นเพราะคุณเขื่อนที่ว่าอารมณ์ร้ายสุดๆ ไม่พอใจอะไรก็ไล่ออก ทำให้ไม่มีใครสามารถทนอยู่กับเขาได้ พยาบาลที่เข้ามาดูแลต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าดูแลไม่ไหวและขอลาออกในที่สุด คนรวยนี่มันเอาใจยากจริงๆ คงด้วยเพราะเธอเข้ามาในฐานะที่ต้องชดใช้ให้กับความผิดของดาริน ซึ่งหากเธอทำไม่ได้จะต้องชดใช้เป็นตัวเงินแทน คุณท่านจึงคาดหวังกับเธอ และได้ฝากถึงเธอให้ช่วยดูแลลูกชายและให้เขายอมรับการผ่าตัดไม่ว่าจะด้วยวิธีใด แถมยังจะมอบโบนัสก้อนโตหากเธอทำสำเร็จ “แต่ก่อนคุณเขื่อนไม่อารมณ์ร้อนแบบนี้หรอกนะคะ แต่หลังจากประสบอุบัติเหตุคุณเขื่อนก็เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเปลี่ยนคนดูแลกี่คนก็ไม่สามารถทนคุณเขื่อนได้ พี่ก็หวังว่าน้องดาจะช่วยดูแลคุณเขื่อน น่าสงสารนะคะ ร่ำรวยมีเงินทองเยอะแต่สิ่งที่คุณเขื่อนต้องการพี่ว่าน่าจะเป็นความรัก คุณท่านทั้งสองงานเยอะค่ะ ต้องเดินทางบ่อย ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับคุณเขื่อน” “อายุเท่าไหร่กันคะ ถึงต้องมาเรียกร้องหาความรักด้วยการทำร้ายคนอื่น” “ปีนี้ก็จะสามสิบแล้วล่ะค่ะ พี่ว่าถ้าน้องดาได้รู้จักตัวตนจริงๆน้องดาจะเห็นใจคุณเขื่อนนะคะ” “รวยขนาดนี้ คนที่น่าเห็นใจน่าจะเป็นเรามากว่านะคะ ทำงานเงินเดือนชนเดือน ไหนจะต้องจากบ้านกว่าจะได้เจอครอบครัวก็ไม่บ่อยหรอกค่ะ แล้วคุณเขื่อนของพี่แสงเป็นคนยังไงคะ ชอบอะไร ดาจะได้หาทางเข้าหา” ดาหลาที่เริ่มรู้ตัวว่าอาจจะพูดมากไปจึงหยุดแล้วถามถึงนิสัยใจคอและความชอบของเขื่อนแทน “คุณเขื่อนเป็นคนใจดี รักเด็ก เห็นใจผู้อื่นนะคะ พยายามจะทำให้ทุกคนสบายใจ แต่หลังเกิดอุบัติเหตุแล้วใจร้อนมากค่ะ อารมณ์ร้ายขึ้น ไม่ว่าคุณท่านจะเอาใจแค่ไหน หรือกลับมาอยู่กับคุณเขื่อนก็ไม่ได้ทำให้คุณเขื่อนดีขึ้น มีแต่ทะเลาะกัน คุณท่านบอกไปซ้ายคุณเขื่อนก็จะไปขวา เดี๋ยวน้องดาไปถึงก็จะรู้เอง” “เขารู้ใช่ไหมคะว่าดาจะไปวันนี้” เธอจะได้เตรียมตัวเตรียมใจก่อน “รู้ค่ะ คุณท่านบอกคุณเขื่อนไว้เมื่อวานก่อนเดินทางไปต่างประเทศ” เพระต้องเดินทางด่วนคุณท่านทั้งสองจึงไม่สามารถอยู่ต้อนรับคนดูแลของลูกชายคนใหม่ได้ ดาหลาได้แต่มองหน้าพี่แสงอย่างรู้ชะตากรรมตัวเองถ้าเขาทำให้คนดูแลคนก่อนๆทนไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เธอจะรอดเหรอ ไหนจะรู้ว่าเธอกำลังไปที่บ้านของเขา แบบนี้คงเตรียมต้อนรับเธออยู่ล่ะสิ ชักหนาวๆขึ้นมาแล้วว่าจะเจอกับอะไร นอกจากพี่แสงจะเล่าความเป็นอยู่ที่บ้านให้เธอฟังแล้ว ยังได้มอบสร้อยพระให้เธออีกหนึ่งเส้นที่หวังให้ปกปักรักษาเธอ “ขอบคุณนะคะพี่แสง ดาจะทำให้สำเร็จค่ะ” “พี่ฝากคุณเขื่อนด้วยนะคะ คุณท่านฝากบอกว่าให้คุณดาทำงานได้เต็มที่เลยค่ะ ทุกคนในบ้านเอาใจช่วย ขอแค่อย่างทำร้ายร่างกายคุณเขื่อนก็พอ” “รับทราบค่ะพี่แสง” คนทั้งบ้านเอาใจช่วย แบบนี้ก็ดีสิ ให้รู้สะบ้างใครเป็นใคร ขนาดเธอที่พึ่งมาวันแรกทุกคนยังเอาใจช่วย ตัวคนเดียวน่ะเหรอจะมาสู้เธอได้ “น่าจะอีกหนึ่งชั่วโมงค่ะ กว่าจะถึง น้องดานอนพักก่อนไหม ถึงบ้านแล้วพี่จะปลุกนะคะ” “ก็ดีค่ะพี่แสง เมื่อคืนดาตื่นเต้นนอนไม่ค่อยหลับเลย” ดาหลาค่อยเอนตัวนอนพัก ในอกกอดหมอนไว้หนึ่งใบแล้วจึงหลับตาลงและหลับไปในที่สุด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD