bc

เถื่อนเสน่หา

book_age18+
609
FOLLOW
2.0K
READ
billionaire
manipulative
badboy
sweet
bxg
humorous
city
colleagues to lovers
gentle and slow
outside-the-bedroom
like
intro-logo
Blurb

เหตุเกิดจากความเข้าใจผิด ทำให้นายทหารนาวิกโยธินต้องพิสูจน์เพื่อค้นหาความจริงจากกระเทยหน้าสวย และพบว่าหมอศัลยกรรมสมัยนี้เก่งเหลือเชื่อ ทำกระเทยให้เหมือนผู้หญิงได้แม้กระทั่งความฟิตและแรงตอดรัดเป็นจังหวะ

“หัวเราะอะไร ฉันพูดจริงนะ นายไม่กลัวเหรอ HIV น่ะเป็นแล้วตายสถานเดียวนะ”

“ถ้าฉันไม่ใส่ ฉันก็ไม่ติด นี่...เธอจะคิดอะไรมากทำไมกัน ฉันจะทำให้เธอมีความสุขนะ หรือว่า...ตรงนี้ของเธอไม่มีความรู้สึก” เขาถามแล้วตีหน้าสงสาร มือกำลังกดคลึงเนินเนื้อนุ่มที่มีไรขนบางๆ ปกปิด เธอเลือกหมอได้เก่ง ทำออกมาเหมือนราวกับของจริง แต่เขาไม่รู้ว่าภายในจะเหมือนจริงหรือเปล่า

“อา...” ชาครียาหลุดครางออกมาเสียงหลง เมื่อนักรบสอดปลายนิ้วเข้าไปในส่วนลี้ลับที่เธอเองไม่เคยได้แตะต้องมันอย่างสนิทสนมขนาดนี้มาก่อน เขาถือดีอะไรมาแตะต้องของสงวนของเธอกัน ได้แต่นึกค้านอยู่ในใจแต่ทำอะไรเขาไม่ได้ เพราะแค่คลึงเคล้นร่างเธอก็อ่อนเป็นขี้ผึ้ง แล้วนี่ยังรุกรานร่างกายเธออีก “เอาออกไป ฉันไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วไม่อยากเชื่อสิ่งที่เธอพูด การกระทำของเธอมัน

chap-preview
Free preview
1/1
            เมื่อเรือลาดตระเวนของเหล่านาวิกโยธินแห่งราชนาวีไทยทอดสมอลงเทียบท่า เหล่าทหารกล้าสวมเครื่องแบบทหารเรือเต็มยศสะพายเป้ก็เดินเรียงแถวออกมาจากท้องเรือ นำหน้าด้วยนายทหารที่มียศน้อยเรียงไปจนถึงผู้บังคับการจนถึงกัปตันเรือ หนึ่งในนั้นมีร่างสูงตระหง่านของน.ท.นักรบ ผดุงกิตติศักดิ์ ร.น. หรือที่ใครๆ ต่างก็เรียกขานว่า‘ผู้พันรบ’ในชุดลายพรางติดเครื่องหมายแผ่นผ้าไว้บนหน้าอกด้านขวา มีรูปท้องทะเล ท้องฟ้า ภูเขาและหน้าผา ระหว่างสมอสองอันที่พันกันด้วยเชือก มีความหมายว่า ภายใต้ความสามัคคีกลมเกลียวของกองทัพเรือ จะเป็นรั้วที่เข้มแข็งเพื่อคุ้มครองป้องกันภัยที่จะมาคุกคามต่อน่านน้ำ น่านฟ้าและชายฝั่งทะเลของไทย ตรงกลางมีครุฑเหยียบโลกที่ปรากฏอยู่บนแผนที่ประเทศไทย มีสมอเสียบปักอยู่ หมายถึงการเป็นทหารนาวิกโยธินที่ขึ้นตรงต่อกองทัพเรือและปฏิบัติงานภายใต้การควบคุมและสนับสนุนจากกองทัพเรือ ร่างสูงเดินสะพายเป้คล้องไหล่ออกมาจากเรือลาดตระเวนของหน่วยรีคอน หรือหน่วยลาดตระเวนสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกและจู่โจม มีชื่อเต็มๆ ว่า Amphibious Reconnaissance and Raid เมื่อเหล่าทหารต่างพากันเดินเรียงแถวตอนลึกออกมาแล้วแทนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้านหลังจากที่ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนมานานแรมปี พวกเขาก็พากันไปหยุดยืนเรียงแถวหน้ากระดานราวกับตอนที่อยู่บนเรือ และเมื่อร่างของผู้พันรบเดินเข้าไปใกล้ เสียงกล่าวคำปฏิญาณก็ดังกึกก้องและกล่าวออกมาได้อย่างพร้อมเพรียงกัน จนผู้บังคับกองพันอย่างนักรบต้องยืนนิ่ง ยืดอกแล้วกล่าวไปพร้อมๆ กับผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความรักชาติ แม้จะถูกต้านทานอย่างหนัก จากศัตรูที่โหดเหี้ยม ภูมิประเทศและลมฟ้าอากาศ จะเลวร้ายสักปานใดก็ตาม ก็หาทำให้ทหารหน่วยนี้เสียขวัญ จนเปลี่ยนความตั้งใจแต่อย่างใดไม่ เพราะเรายึดมั่นอยู่เสมอว่า ภารกิจเหนือสิ่งอื่นใด...แม้ชีวิต             ตามมาด้วยการทำความเคารพผู้บังคับบัญชาและเสียงตบเท้าที่ดังตามมา นักรบตีหน้าขรึมทั้งที่อยากยิ้มอย่างนึกดีใจที่ประเทศชาติได้มีรั้วที่จงรักภักดีมอบกายถวายใจให้อย่างหมดสิ้น ดังคำปฏิญาณที่พร้อมใจกันกล่าวแม้ในยามที่พักศึกยกพลขึ้นฝั่งเพื่อกลับไปเยี่ยมบ้าน เยี่ยมเยียนบุพการีและทุกคนที่รออยู่เบื้องหลัง คำปฏิญาณที่เป็นเหมือนคำสัตย์สาบานฝังรากลึกอยู่ในใจ จนอยากจะกล่าวออกไปทั้งสามเวลา คนได้ยินก็ใจชื้นและนึกนิยมชมชอบทหารรักชาติกองนี้             “รีคอน นักรบเลือดเหล็ก กลับบ้านกันครั้งนี้ก็จงจำไว้ว่าอย่าทำตัวเหลวไหล ให้เสียชื่อเกียรติภูมิความเป็นทหารกล้า จนต้องอับอายขายหน้ากันทั้งกอง”             “ผู้พันครับ ผมจะไม่ทำตัวเหลวไหล แต่ผมจะไหลไปตามน้ำ” หนึ่งในนั้นตอบกลับมาหน้าแป้นแร้นจนเห็นฟันขาวตัดกับหน้าคล้ำๆ เกือบจะเป็นนิโกรเพราะกรำแดดกรำฝนมานาน             “น้ำเมาล่ะสิมึง ถ้ากูรู้ว่าพวกมึงคนใดคนหนึ่ง เมาจนขาดสติ ทำตัวให้เสียเกียรติความเป็นทหารกล้า ตีรันฟันแทงกับคนอื่น กลับกองเมื่อไหร่กูจะจับถ่วงน้ำ ล่อฉลามกันให้เข็ด”             “โธ่...ผู้พันล่ะก็ใจร้ายตลอดเลย” ยังมีเสียงโอดครวญดังออกมาให้ได้ยิน             “กูไม่ได้พูดเล่น!” นักรบกล่าวเสียงขรม “รึพวกมึงคนใดคนหนึ่งอยากลองดีก็เอา”             “ไม่ดีกว่าครับ ไปเถอะพวกเรา ไปซะก่อนจะถูกจับถ่วงน้ำ”             นักรบส่ายหน้ายิ้มๆ มองกลุ่มทหารที่พากันเดินจากไป เขาไม่ได้พูดเล่นหรือแค่คิดจะขู่ให้กลัวเกรง แต่ถ้ารู้เมื่อไหร่เป็นได้เจอของจริงเมื่อนั้น และเขาก็เชื่อมั่นว่าไม่มีใครกล้าคิดลองดี เพราะรู้จักผู้บังคับกองพันเช่นเขาเป็นอย่างดี คนอย่างเขาพูดคำไหนเป็นคำนั้นไม่เคยพูดแค่จะข่มขู่             เขาเดินตามหลังเหล่าทหารกล้าแห่งหน่วยลาดตระเวนสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกและจู่โจมไปเรื่อยๆ เพราะตั้งใจว่าจะกลับบ้านด้วยการโดยสารรถทัวร์เหมือนดังเช่นทหารคนอื่นๆ แต่เท้ายาวๆ ในรองเท้าคอมแบ็ตก็ต้องชะงัก เมื่อมีรถหรูคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดตรงหน้า             “ว่าไงไอ้เสือ”             เสี่ยยุทธนาเป็นบิดาของนักรบ พอทราบว่าบุตรชายได้พักราชการก็ดีใจจนออกนอกหน้าแล้วรีบบึ่งรถจากกรุงเทพฯ มารับในทันที             “คุณพ่อ! รู้ได้ยังไงว่าผมจะกลับบ้าน” นักรบตอบยียวนตามสไตล์ของเขา             “ฉันรู้แต่ว่า แกจะต้องไปกับฉันไอ้รบ” ฝ่ายคนเป็นพ่อก็ไม่คิดจะยอมแพ้ กว่าจะได้เจอหน้ากันก็นานเป็นปี จะให้ติดปีกบินเป็นนกนางแอ่นไปเกาะโน้นเกาะนี้ก็กระไรอยู่             นาวาโทหนุ่มหรือถ้าเปรียบเป็นยศนายทหารที่เรียกกันง่ายๆ ก็คือพันโท ถึงกับอมยิ้มและรู้สึกว่ากำลังจะได้กลับบ้านเกิดเมืองนอนก็คราวนี้ กลับไปนี่จะไปนอนหนุนตักมารดาให้หายคิดถึง             “ถ้าผมไม่กลับ มีหวังคุณนายนภาพรคงตามไปดึงหูยานแน่ๆ ใช่ไหมครับ” ร่างสูงกล่าวแล้วเปิดประตูรถพาตัวเองเข้าไปนั่งข้างบิดา แล้วก้มลงกราบบนบ่าหนาๆ ของท่าน “คุณพ่อสบายดีนะครับ”             “เออ...พ่อกับแม่สบายดี” เสี่ยยุทธนาจับต้นแขนลูกชายก่อนจะลูบไปมา “แกล่ะ สบายดีสินะ”             “ครับ ผมไม่ได้เจ็บ ไม่ได้ป่วยที่ตรงไหน”             “แต่เดี๋ยวแกอาจจะปวดหัวเพราะแม่แกก็ได้ เตรียมตัวไว้เถอะ”             

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

ไฟรักซาตาน

read
54.1K
bc

วิวาห์(ไม่)ไร้รัก

read
9.5K
bc

นางสาวอินทุอรณ์

read
12.3K
bc

อ้อนรักพ่อผัว

read
8.2K
bc

ปราบพยศรักยัยรุ่นพี่

read
1.2K
bc

ยังเก็บดวงใจไว้ให้เธอNC25+++

read
9.4K
bc

Warning baby เมียห้ามเลิกรัก

read
3.6K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook