บทที่1
@หน้าบริษัทแห่งหนึ่ง
ซ่า! เสียงฝนเม็ดใหญ่ตกลงมากระทบพื้นอย่างแรงจนผู้คนที่กำลังเดินออกจากบริษัทต้องหยุดฝีเท้าไว้ด้านหน้าเพื่อหยิบร่มที่พกมาด้านในกระเป๋ากางออกแล้วจึงเดินฝ่าสายฝนไปขึ้นรถเมล์ที่กำลังจอดรอและจะเคลื่อนตัวออกในไม่กี่นาที
เช่นเดียวกับชายหนุ่มร่างสูงผิวขาวที่หยิบร่มออกมาจากกระเป๋าแล้วกางมันออกระหว่างเดินฝ่าสายฝนไป แต่ทั้งที่กางร่มแบบนี้แล้วแต่ตัวของเขากลับเปียกฝนจนต้องถอยหลังกลับไปอยู่ในห้องโถงของบริษัทตามเดิม
ฝ่ามือหนายกร่มขึ้นมาดูแล้วก็ต้องกระพริบตาตัวเองปริบๆ เมื่อร่มมันถูกหนูกัดจนเป็นรูขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถกันน้ำฝนได้เลยสักนิด เขาจึงถอนหายใจออกมาแรงๆ แล้วหันไปมองด้านหน้าที่รถเมล์กำลังเคลื่อนตัวออกไป
ขายาวจึงรีบวิ่งฝ่าสายฝนออกไปอีกครั้งเพื่อจะขึ้นรถเมล์ ทว่าคนขับกลับมองไม่เห็นจึงได้ขับออกไปไม่ได้สนใจเขาเลยสักนิด มือนุ่มจึงยกขึ้นมาลูบน้ำฝนบนใบหน้าของตัวเองทิ้งแล้วก้มมองเสื้อผ้าที่มันเปียกภายในเวลาไม่กี่นาที
“ไอ้กัญเอ้ย! จะสู้ชีวิตทั้งทีก็โดนชีวิตสู้กลับอีก!” เสียงทุ้มนุ่มบ่นตัวเองก่อนจะสาวเท้าไปยืนใต้ต้นไม้ เพราะด้วยความที่เปียกปอนเหมือนลูกหมาตกน้ำขนาดนี้คงกลับเข้าไปยืนในบริษัทไม่ได้
ปริ๊นนน!! เสียงแตรจากลัมโบร์กินีสีดำมาจอดเทียบทางเท้าทำให้ชายหนุ่มร่างสูงหันไปมอง สักพักกระจกก็ถูกลดลงจนเห็นว่าคนขับเป็นผู้หญิงที่มองไปยังด้านหน้าไม่ได้มองเขา และเมื่อเขาไม่เดินไปหาหล่อนจึงหันมากวักมือเรียก
“ครับ…” เมื่อเดินมาหยุดด้านข้างรถแล้วเขาก็เอ่ยคำว่า ‘ครับ กับเจ้าของลัมโบร์กินี ใบหน้าเรียวสวยหันมามองเขาด้วยสายตาที่เรียบนิ่ง พรึ่บ! แล้วหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กออกมาจากกระเป๋าโยนลงบนเบาะ
“ขึ้นมา!” แล้วบอกกับคนที่ยืนตากฝนอยู่ด้านนอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“แต่ผมเปียก”
“นายเปียกทั้งตัว!”
“ผมไม่ได้เล่นมุก…”
“แล้วจะยืนเปียกอีกนานไหม รีบขึ้นมานั่งทับผ้าขนหนูไปเลย” ไม่เพียงแต่พูดเธอยังเปิดประตูให้เด็กหนุ่มพร้อม เขาจึงต้องยอมขึ้นไปนั่งแล้วปิดประตูรถ จากนั้นรถก็ถูกขับเคลื่อนออกไปตามถนนที่มีฝนตกลงมาไม่ขาดสายและเหมือนจะแรงขึ้นไปเรื่อยๆ
ระหว่างนั่งรถก็ขอมาแนะนำตัวกันหน่อย เขา กัญชา ชัชนัยท์ ชื่อที่มีความหมายว่าความยินดีของนักรบ อายุตอนนี้คือ18ปี เป็นนักเรียนมัธยมปลายปีสุดท้าย
ส่วน เธอ หญิงสาวข้างกายเขานั้นมีชื่อว่า เรย์ เรอิ อายุ25ปี พ่อเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นส่วนแม่เป็นคนญี่ปุ่น แต่ตัวเธอเกิดและเติบโตที่เมืองไทยและเธอเป็นผู้มีพระคุณของเขา
เรย์มีน้องสาวหนึ่งคน ส่วนตัวเขามีพี่สาวหนึ่งคน…พ่อเรย์เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในทุกด้าน แม่เรย์เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงและร่ำรวยเป็นอันดับสองของญี่ปุ่น ส่วนพ่อแม่เขานอกจากแยกทางกันแล้ว แม่ก็เป็นแค่คนงานในโรงงานต่างจังหวัด ส่วนพี่สาวเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารของเพื่อนเรย์และเขาก็อาศัยอยู่กับพี่สาวแค่สองคน
“มายืนตากฝนทำไม!” หลังจากภายในรถเงียบมานานเรย์จึงเป็นฝ่ายถามด้วยน้ำเสียงดุๆ สายตายังคงจับจ้องไปยังถนนด้านหน้า
“ผมจะกลับรถเมล์แต่เขาไม่รอเลยวิ่งตามออกมาเรียกแต่ก็ไม่ทันอยู่ดี”
“แล้วร่มในมือทำไมไม่กาง”
“ตอนหยิบออกมาไม่ได้ดู หนูมันกัดขาดครับ”
“เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าถ้าไม่มีรถกลับให้โทรหาฉันหรือพี่ฝ้าย” เรย์ยังคงถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบริ่ง แล้วชำเลืองตาไปมองชายหนุ่มข้างกายที่นั่งตัวสั่นด้วยความหนาวจากความเปียกและเครื่องปรับอากาศภายในรถจนเธอต้องเอื้อมมือไปปิดแอร์ให้เขา
“ผมเกรงใจ…”
“ถ้าฉันไม่ขับรถผ่านทางนี้นายก็คงยืนตากฝน”
“พี่เรย์ ผมก็ไม่ได้โง่ที่จะมายืนตากฝนสักหน่อย…” หากเรย์ไม่มาเขาก็อาจจะเดินไปยืนตามป้ายรถเมล์ คงไม่มายืนใต้ต้นไม้ที่ไม่ได้เป็นร่มให้ตัวเองหรอกคุณพี่เรย์นี่จะมาหาว่าเขาโง่น่ะสิ
“ไปทำอะไรที่นั่น”
“ไปส่งน้ำครับ ฮัดชิ่ว!” ตอบพร้อมกับรีบยกมือขึ้นมาปิดปากจาม เรย์จึงหันมามองเขาอีกแวบก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปจอดในโรงจอดรถของคอนโด “พี่ครับ มาคอนโดพี่เหรอ?” ก***าจึงเอ่ยถามเมื่อคิดว่ามันน่าจะเป็นคอนโดที่เรย์อยู่
ร่างเพรียวไม่ตอบอะไรเมื่อดับรถแล้วเจ้าตัวก็เดินลงไป ทำให้ก***าต้องเปิดประตูแล้ววิ่งไปหาเธอที่กดล็อครถแล้วเดินตรงเข้าไปในตัวคอนโดแล้ว
“พี่ไม่ส่งผมกลับบ้านเหรอครับ?”
“นายอยากกลับบ้าน?”
“กะ ก็แน่ล่ะสิผมเปียกผมหนาวอยากกลับไปอาบน้ำนอน”
“ที่ห้องฉันมีห้องน้ำและที่นอน” ขาเรียวหยุดเดินแล้วหันมาบอกร่างสูงที่รีบดึงตัวเองกลับไปทันทีเมื่อกำลังจะเดินชนเรย์ที่อยูๆ ก็หยุดเดินกะทันหัน ใบหน้าเรียวสวยจ้องมองชายหนุ่มที่มีความสูงมากกว่าเธอค่อนข้างจะเยอะเพราะขนาดที่เธอใส่ส้นสูงแล้วยังสูงเพียงแค่ต้นคอของเขา
“พี่จะให้ผมนอนกับพี่?”
“แล้วนายสนใจไหมล่ะ” ถามพร้อมกับก้าวขาไปขึ้นลิฟต์ ก***าก็เดินเข้ามายืนด้านข้างโดยที่ไม่ได้ตอบคำถามของเรย์ ในสายตาของเขาเรย์เป็นผู้หญิงที่สวยและด้วยความที่เป็นลูกครึ่งก็ยิ่งดูสวยคม เก่งเรื่องการทำงานสุดๆ ดูทะมัดทะแมงและมีความเป็นผู้ใหญ่สูง
แต่มีนิสัยหนึ่งที่ขัดใจเขาก็คือความเฉยชา ความนิ่งเฉยนี่แหละ ไม่ว่าจะพูดหรือทำอะไรเรย์ก็จะแสดงออกมาแค่ความนิ่งเฉย ฟังจากคำพูดที่เธอพูดกับเขาก็น่าจะเข้าใจนะว่ามันนิ่งเฉยยังไง จนเขาคิดว่ามันคงเป็นนิสัยของเธอและเริ่มชินมันไปแล้ว