ตอนที่
1
ความลับที่รอวันเปิดเผย
เหตุการณ์ก่อนที่อัญชันจะมาเข้าร่างของซูเหมยหลิง
ซูเหมยหลิงบุตรสาวคนเดียวของขุนนางที่มีหน้าที่สำคัญในวังหลวง บัดนี้นางอายุได้ 18 ปี ชีวิตของบุตรสาวคนเดียวของนางก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป แม้ว่านางจะเป็นคนจิตใจดีสักเพียงใดแต่การเป็นนางร้ายในนิยายนั้นก็ย่อมทำให้นางมีอุปสรรคทั้งเรื่องรัก เรื่องการใช้ชีวิตที่ยากลำบาก
“ในเมื่อท่านแม่ทัพหลงอี้ฟงไม่อยากแต่งงานกับข้าเหตุใดข้าต้องไปขอร้องอ้อนวอนคนอย่างนั้นด้วย” ซูเหมยหลิงเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองไปที่สาวใช้ที่เตรียมชุดมาให้กับเธอสำหรับการเดินทางไปขอร้องหลงอี้ฟงถึงเรื่องที่เขาจะยกเลิกงานแต่งงานกับนาง
“คุณหนูเจ้าคะ ถ้าคุณหนูไม่ไปขอร้องให้ท่านแม่ทัพหลงอี้ฟงแต่งงานในเร็ววันนี้ อีกไม่นานต้องมีหญิงสาวนางอื่นมาแย่งท่านแม่ทัพไปแน่นอนเจ้าค่ะ” หลานซูหมิงเอ่ยขึ้นมาตามที่บิดาและมารดาของซูเหมยหลิงออกคำสั่งให้เธอมาพูดอย่างนี้กับนาง
“ก็ไม่ใช่เรื่องที่ข้าต้องกังวลใจ ในเมื่อเขาคิดว่าข้าไม่ดี ไม่อยากได้สตรีอย่างข้าเป็นภรรยาเหตุใดข้าต้องอยากได้เขาเป็นสามีด้วย สตรีอย่างข้ามีทางเลือกมากมายและมีบุรุษมากมายที่อยากได้ข้าเป็นภรรยา ข้าไม่จำเป็นต้องทำอย่างที่ท่านพ่อกับท่านแม่สั่งเจ้ามาบังคับให้ข้าทำในตอนนี้” ซูเหมยหลิงเอ่ยขึ้นมาแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนเช่นเดิม
“คุณหนูเจ้าค่ะ จะยอมทำตามที่ข้าบอกหรือไม่เจ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปเรียกนายท่านมาพูดกับคุณหนูเองนะเจ้าคะ” หลานซูหมิงเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองไปที่ใบหน้าของซูเหมยหลิงแล้วรอไม่นานนางก็กำลังจะออกจากห้องนั้นไป
“เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวท่านพ่ออย่างนั้นหรือซูหมิง”
“ไม่รู้เจ้าค่ะ” สาวใช้เอ่ยขึ้นมาแล้วก็เดินต่อเพื่อออกจากห้องนั้นไปเพื่อไปบอกกับบิดาของนางถึงเรื่องนี้ที่นางไม่ยอมทำตามคำสั่ง
“ข้าขอเวลาเป็นพรุ่งนี้ได้หรือเปล่าล่ะ” ซูเหมยหลิงเอ่ยขึ้นมาแล้วก็เดินไปจับที่มือของสาวใช้คนสนิทเป็นการขอร้องให้ไปขอร้องบิดาของนางอีกที
“ได้เจ้าค่ะ แต่แค่พรุ่งนี้วันเดียวหลังจากนั้นคุณหนูต้องทำตามคำสั่งทุกอย่างนะเจ้าคะ”
“ตกลงข้าเข้าใจแล้ว แต่วันนี้ข้าขอออกไปเดินเล่นที่ตลาดสักหน่อย ข้าจะได้หาซื้อผลไม้ไปฝากท่านแม่ทัพด้วย” ซูเหมยหลิงเอ่ยขึ้นมาแล้วก็ยิ้มออกมาซึ่งสาวใช้ก็รู้ทันว่านางแค่อยากไปเดินเที่ยวเล่นที่ตลาดเพียงเท่านั้นนางไม่ได้ต้องการจะซื้อของไปฝากท่านแม่ทัพอย่างที่เอ่ยออกมา
วันต่อมาซูเหมยหลิงที่บอกว่านางจะไปพูดคุยเรื่องแต่งงานกับท่านแม่ทัพตามที่นางได้ตกลงไว้ นางก็หาเรื่องไม่ไปหาท่านแม่ทัพหลงอี้ฟงอยู่ดี สาเหตุที่นางไปไม่ได้นั่นก็คือนางอ้างว่านางไม่สบาย
“คุณหนูเจ้าคะ ไม่สบายก็ต้องดื่มยาต้มของท่านหมอนะเจ้าคะ ถ้าคุณหนูไม่ดื่มอย่างนี้ก็แสดงว่าคุณหนูไม่ได้ป่วยจริงนะเจ้าคะ”
“ข้าไม่อยากกินมันขมแต่ข้าไม่สบายจริง ๆ เจ้าเองก็เหมือนคนอื่น ๆ ที่คิดว่าข้าชอบโกหก”
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะเจ้าคะ ไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อแต่เพียงว่าตอนนี้ถ้าคุณหนูไม่สบายก็ควรจะกินยาต้มหม้อนี้ให้หมดนะเจ้าคะ”
“ก็ได้แต่ข้าคิดว่ากินแค่ครั้งเดียวก็น่าจะหายเป็นปลิดทิ้งแล้ว”
“ถ้าคุณหนูหายดีแล้วก็ต้องไปพบท่านแม่ทัพนะเจ้าคะ ป่านนี้ท่านแม่ทัพคงไม่พอใจแย่แล้วนะเจ้าคะ ที่เมื่อวานคุณหนูนัดไว้แล้วก็ไม่ไปพบ”
“ข้าดื่มยาต้มนี้เข้าไปแล้วทำไมข้าง่วงอย่างนี้นะ” ซูเหมยหลิงเอ่ยออกมาตามอาการจริง ๆ ของนางเนื่องจากหลังจากที่นางดื่มยาต้มนี้เข้าไปก็ทำให้นางง่วงขึ้นมาในทันทีซึ่งสาวใช้กลับคิดว่านางแค่หาเรื่องไม่อยากพูดเรื่องที่ท่านแม่ทัพเท่านั้นเอง
จวนตระกูลเหม่ย
ตระกูลเหม่ยเป็นครอบครัวของอดีตขุนนางที่เป็นสหายกับบิดาของซูเหมยเทียน ทั้งสองครอบครัวรู้จักกันมานาน บิดาของทั้งสองเป็นเพื่อนกันแต่มารดาของทั้งสองไม่ชอบหน้ากันเช่นเดียวกับบุตรสาวทั้งสองของสองตระกูลที่ไม่ชอบหน้ากันเช่นเดียวกับมารดาของพวกนาง
เหม่ยหยางฉี เป็นลูกสาวคนเล็กของตระกูลที่แอบรักและหวังอยากแต่งงานกับท่านแม่ทัพหลงอี้ฟงและนี่คือสาเหตุที่บิดาและมารดาของซูเหมยหลิงอยากให้บุตรสาวแต่งงานกับแม่ทัพหนุ่มมากความสามารถเพรียบพร้อมทุกอย่างอย่างหลงอี้ฟง
เหม่ยหยางฉีที่ได้ยินว่าซูเหมยหลิงไม่สบายนางก็มาเยี่ยมตามที่บิดาของนางสั่งให้มาแต่ความเป็นจริงแล้วนางไม่อยากแม้แต่จะเห็นหน้าของซูเหมยหลิงเสียด้วยซ้ำ
หลังจากที่เหม่ยหยางฉีมาเยี่ยมซูเหมยหลิงและได้สั่งให้สาวใช้นางหนึ่งนำยาต้มที่บอกว่าบิดานางฝากมาให้กับซูเหมยหลิงดื่มนางก็มีอาการที่แย่ลง นางมีอาการหายใจไม่ออกแล้วนางก็เหมือนหมดสติแต่ในตอนนั้นไม่มีใครอยู่ในห้องนั้นกลับนางทำให้ไม่มีใครรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่หลังจากที่นางหมดสติไป นางกลับตื่นขึ้นมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้นางไม่ใช่ซูเหมยหลิงคนเดิมอีกต่อไป