เรื่อง เส้นทางหัวใจของนางร้าย บทนำ
บทนำ
ในโลกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและวุ่นวายของโลกปัจจุบัน อัญชัน เป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่หลงใหลในเรื่องราวของนิยายจีนโบราณ หญิงสาวคนนี้ไม่คาดคิดเลยว่าความหลงใหลนี้จะนำพาเธอเข้าสู่การผจญภัยที่จะทำให้เธอไม่อาจลืมเลือนอีกต่อไป
ในวันหนึ่งขณะที่อัญชันกำลังเดินเที่ยวตลาดนัดหนังสือ เธอได้ไปพบกับแผงหนังสือเก่าที่ดูรกร้าง ภายในมีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะมีอายุมาก กระดาษเริ่มเปื่อยยุ่ยและปกที่ถูกปิดด้วยผ้าสีคราม อัญชันรู้สึกดึงดูดใจอย่างประหลาด เธอหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาและพลิกดูเนื้อหาภายในเป็นเรื่องราวของหญิงสาวในสมัยราชวงศ์ถังที่ต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้เพื่ออำนาจ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอสนใจ สิ่งที่เธอสนใจนั้นเป็นตัวของท่านแม่ทัพหนุ่มที่เพียงแค่เธอได้อ่านการบรรยายถึงเขาก็ทำให้เธอรู้สึกอยากเจอเขาขึ้นมาจริง ๆ
“ทำไมแค่อ่านเราถึงได้อยากรู้จักกับท่านแม่ทัพผู้นี้กันนะ รีบกลับบ้านไปอ่านดีกว่า”
“เดี๋ยวสิแม่หนู ยังไม่ได้จ่ายเงินยายเลยนะ” เสียงของหญิงชราดังขึ้นมาจากข้างหลังของอัญชันที่ทำให้เจ้าตัวสะดุ้งโหยงขึ้นมาเนื่องจากเธอไม่คิดว่าจะมีใครอยู่ข้างหลังของเธอ
“เท่าไรค่ะคุณยาย” อัญชันรีบเอ่ยถามขึ้นมาในทันทีเพราะเธอเองเริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับสถานที่แห่งนี้
“ยายคิดกับเจ้าเพียงสิบบาทเท่านั้นเพราะหนังสือเล่มนั้นมันเป็นของเจ้า ไม่ว่าใครมาซื้อยายก็ไม่ขายให้”
“ถ้าอย่างนั้นหนูให้ยายไปเลยหนึ่งร้อยค่ะ เพราะหนูไม่มีเหรียญสิบค่ะคุณยาย หนูไปก่อนนะคะ” อัญชันพูดพร้อมกับยื่นธนบัตรสีแดงให้กับคุณยาย
อัญชันรีบเดินออกมาจากร้านหนังสือเก่า ๆ นั่นแล้วก็รีบขึ้นรถขับกลับมาที่บ้านในทันที
“พรุ่งนี้ไม่ได้ไปทำงานเพราะฉะนั้นแล้วฉันจะอ่านนิยายเรื่องนี้จนดึกแค่ไหนก็ได้” อัญชันเป็นสาวออฟฟิศที่เข้ามาทำงานในตัวเมืองหลวงเพียงคนเดียวและเธอเองก็ตัวคนเดียวมาโดยตลอดเพราะเธอเป็นเด็กกำพร้าไม่มีญาติหรือแม้แต่พ่อกับแม่เธอก็ไม่มี
หลังจากที่อัญชันทำอาหารทานอาหารเย็น อาบน้ำเสร็จเธอก็เข้านอนและแน่นอนว่าการเข้านอนของเธอในวันนี้คือการอ่านนิยายที่เธอซื้อมาสด ๆ ร้อน ๆ แต่หนังสือเก่ามาก ๆ เธอจึงคิดว่าควรอ่านก่อนที่เนื้อหามันจะขาดหายไปก่อน
อัญชันนอนอยู่บนเตียงนอนโดยมีแสงสว่างออกมาจากโคมไฟข้าง ๆ เตียงนอนของเธอ
อัญชันเริ่มอ่านไปเรื่อย ๆ จนเธออ่านมาถึงเรื่องราวของนางร้ายในนิยายเธอกลับรู้สึกสงสารตัวร้าย ๆ ทั้ง ๆ ที่มันไม่ควรเป็นอย่างนั้น
“ก็แค่เป็นตัวร้ายในเรื่องแต่ไม่ได้อยากร้ายเพียงแค่นางรักท่านแม่ทัพมากก็เท่านั้นเอง ส่วนนางเอกก็ไม่ได้รักท่านแม่ทัพเพียงแค่อยากใช้อำนาจเพื่อปกป้องบิดาของนางเพียงเท่านั้น” อัญชันเอ่ยขึ้นมาคนเดียวก่อนที่เธอจะวางหนังสือลงที่โต๊ะข้างเตียง
“พักก่อนขอไปหาอะไรกินดีกว่า” อัญชันเดินไปที่ตู้เย็นภายในห้องนอนของเธอเพื่อหาของกินแล้วเธอก็กลับมาที่เตียงนอนของเธออีกครั้งแต่เมื่อเธอเดินกลับมาที่เตียงนอน จู่ ๆ ก็มีแสงสว่างเจิดจ้าปรากฎขึ้นมาจากหนังสือแล้วแสงจ้านั้นก็ปรากฎขึ้นรอบตัวเธอ อัญชันรู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปในโลกของนิยายที่เธอกำลังอ่าน ก่อนที่เธอจะทันได้คิดอะไร ร่างกายของเธอก็ล่องลอยและหายไปจากตรงนั้น
อัญชันลืมตาขึ้นอีกครั้ง พบว่าตัวเองอยู่ในห้องที่ตกแต่งอย่างงดงามตามแบบจีนโบราณ เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ก็ได้กลายเป็นผ้าไหมหรูหรา และมีสาวใช้หลายคนคอยรับใช้อยู่รอบตัว
“นี่เรามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” อัญชันเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ แต่เมื่อสาวใช้เห็นเธอลืมตาขึ้นมาก็รีบเข้ามาถามเธอในทันที
“คุณหนูเหมยหลิงเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ให้ข้าไปตามท่านหมอมาให้นะเจ้าคะ” หลานซูหมิงที่เป็นสาวใช้คนสนิทเอ่ยถามเจ้านายของตน อัญชันที่ได้ยินชื่อของเธอในตอนนี้ก็ต้องตกใจเพราะมันคือชื่อของนางร้ายที่เธอเพิ่งอ่านมาในนิยาย
“แล้วเจ้าชื่อว่าหลานซูหมิงใช่หรือไม่”
“ใช่เจ้าค่ะ คุณหนูลืมข้าอย่างนั้นหรือ”
“ข้าไม่ได้ลืมข้าแค่มึน ๆ ศีรษะเล็กน้อย เจ้าอย่ากังวลใจไป ว่าแต่ทำไมข้ามานอนอยู่อย่างได้ล่ะ”
“คุณหนูทานข้าวแล้วก็อาเจียนออกมาแล้วอยู่ ๆ ก็หมดสติไป ท่านหมอมาตรวจอาการก็บอกว่าคุณหนูได้รับสารพิษแต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำเพราะแม่ครัวที่ทำอาหารถูกลักลอบทำร้ายจนเสียชีวิตไปแล้วเจ้าค่ะ” หลานซูหมิงเอ่ยขึ้นมาแล้วก็น้ำตาไหลออกมาเพราะนางกับแม่ครัวคนนั้นสนิทสนมกันมานานหลายปี
“อย่างนี้ก็หมายความว่าต้องมีคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้” ซูเหมยหลิงเอ่ยขึ้นมาแล้วก็พยายามลุกขึ้นนั่งแต่พอนางจะนั่งก็มีอาการเวียนศีรษะทำให้นางต้องทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง
“อย่าเพิ่งลุกนะเจ้าคะ ท่านหมอบอกว่าให้คุณหนูนอนพักผ่อนแล้วก็ดื่มน้ำแกงถอนพิษนี้จนกว่าอาการจะดีขึ้น”
“ข้าเข้าใจแต่ตอนนี้ข้าอยากรู้ยิ่งนักว่าใครมันช่างกล้าทำร้ายข้า ถ้าข้าได้หนังสือเล่มนั้นมาด้วยป่านนี้ข้าคงรู้ไปนานแล้วว่าใครกันที่เป็นคนวางยาพิษข้า”
“หนังสืออะไรหรือเจ้าคะ” หลานซูหมิงเอ่ยถามเจ้านายเมื่อได้ยินเรื่องหนังสือที่ซูเหมยหลิงเอ่ยขึ้นมา
“ไม่มีอะไรข้าก็พูดไปเรื่อยเปื่อยเจ้าอย่าถือสาข้าไปเลย ข้าขอนอนพักผ่อนก่อนนะ ส่วนเจ้าก็ไปทำหน้าที่ของเจ้า ข้าอยากนอนพักผ่อนเงียบ ๆ คนเดียว”
“ได้เจ้าค่ะ ข้าจะไปรอคุณหนูอยู่ข้างนอกห้องนะเจ้าคะ มีอะไรเรียกข้านะเจ้าคะ”
ซูเหมยหลิงพยักหน้าตอบตกลงก่อนที่สาวใช้จะเดินออกจากห้องนอนของนางแล้วไปนั่งรออยู่หน้าห้องตามที่ซูเหมยหลิงต้องการ