ตอนที่ 4
อาบน้ำด้วยกัน
“ก็อาบน้ำไง ...ถอดเสื้อผ้าออกซิ”
ซิปด้านหลังของเธอถูกรูดลงอย่างรวดเร็ว ปาริชาติ ชะงักเล็กน้อย รีบเอี้ยวตัวกลับมาจับมือหนาของเขาไว้แน่น และมองด้วยแววตาขึงขัง
"เฮียจะทำอะไร! ปิ่นจะถอดเอง"
"ชู่วว์!!! อย่าส่งเสียงดังสิลูกอยู่ข้างนอก เดี๋ยวลูกก็รู้หรอก ว่าเราทะเลาะกัน แค่อาบน้ำด้วยกันจะเป็นอะไรไป"
ดวงตาสีนิลเข้มกระตุกไหว เมื่อเห็นทรวงอกอิ่มทรงหยดน้ำแสนงดงามตรงหน้าที่มีเพียงที่ปิดจุกกันนิดกั้นไว้ ปาริชาติ ผู้เป็นภรรยายังคงสวยผุดผาดเสมอ
ไม่ต่างจากวันแรกที่เขาได้พบและแต่งงานกับเธอ
กรามของชายหนุ่มบทเบียดเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูนเด่น ความรู้สึกมากมายซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาที่หลุบต่ำลง
"ไม่เอา! เฮียอาบไปก่อน ปิ่นอาบทีหลังก็ได้ค่ะ"
หญิงสาวเบือนหน้าหนี เมื่อเห็นเรือนกายเปลือยเปล่าแน่นเครียดของผู้เป็นสามี พลันสองแก้มเธอก็ผ่าวร้อนแดงระเรื่อดังลูกตำลึงสุก
จักรวาล มองกริยานั้นพร้อมคำรามต่ำในลำคอ
"ทำไมต้องทำเรื่องง่ายๆให้ยุ่งยากกว่าเดิม ก็แค่อาบน้ำด้วยกัน เมื่อกี้เธอก็พูดเหมือนไม่อยากจะหย่าไม่ใช่เหรอ"
"......"
ริมฝีปากอิ่มสวยของปาริชาติเน้นแน่นเข้าหากัน
ใช่...เธอไม่อยากจะหย่ากับเขา ไม่เลยสักนิด
แม้ว่าเขาจะพูดคำนี้กับเธอหลายต่อหลายครั้งก็ตาม เรื่องทรัพย์สมบัติอะไรนั่น เธอก็แค่พูดขึ้นมาเท่านั้น ต่อให้เธอไม่ได้อะไรจากโชติพิทักษ์เธอก็ไม่เสียใจแม้แต่น้อย
"รีบมาอาบให้เรียบร้อยจะได้กลับไปพักผ่อนพรุ่งนี้ต้องตื่นไปโกดังแต่เช้า"
ร่างหนาหันหลังกลับไปยังอ่างอาบน้ำใบใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดฝักบัว ก้าวเข้าไปในอ่างแล้วเอนกายหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย
"มาถูหลังให้หน่อย ฉันไม่ได้นอนแช่อ่างมาหลายวันแล้ว"
ปาริชาติ ผ่อนลมหายใจเล็กน้อย หันไปหยิบผ้าขนหนูมาพันตัว แล้วย่อกายไปนั่งตรงขอบอ่าง เอื้อมมือหยิบสบู่เหลวมาบีบใส่ใยขัดตัว ลูบไล้ยังไหล่หนาให้ปรับให้เขาเอนนั่งตรงและขัดยังแผ่นหลังของเขาช้าๆ
ความเงียบบังเกิดขึ้น เสียงน้ำที่ไหลลงกระทบกับน้ำในอ่าง คือเสียงที่ดังที่สุดในตอนนี้
จักรวาล รู้สึกได้ถึงความอุ่นซานจากมือนิ่มเล็กที่ลูบไล้บนผิวกร้านของเขา ทว่าหญิงสาวก็ยังคงนิ่งเงียบ อะไรบางอย่างผุดขึ้นมาในใจของเขา
"แล้วที่ไม่สบายดีขึ้นหรือยัง?"
"ค่ะ ดีขึ้นแล้ว วันก่อนคุณยุตเอายาสมุนไพรมาให้ ปิ่นทานแล้วรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย"
หมับ!!!
มือหนาจับยังข้อมือเล็กก่อนจะเหวี่ยงร่างบางให้ลงมายังอ่างพร้อมกับตน
"ว้าย!! เฮียทำอะไรเนี่ย !"
ปาริชาติตระหนกเล็กน้อย เมื่อถูกเหวี่ยงจนใบหน้าจมลงไปกับน้ำในอ่างจนน้ำเซ็นซ่านกระจาย เมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้ว เธอจึงจ้องมองเขาอย่างขุ่นเคือง
"ไหนบอกไม่มีอะไรกัน! ทำไมพูดถึงมันบ่อยจัง เจอกันบ่อยแค่ไหนมันเอายามาให้เมื่อไหร่? แล้วเอามาให้ที่ไหน?"
เสียงดุเข้มเอ่ยถาม ดวงตาคู่สีนิลดำมืดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"เขาเอามาให้ที่บ้านกับคุณแม่เมื่อวันก่อนค่ะ เฮียพูดอะไร? ที่ปิ่นพูดไปนี่เฮียไม่เคยเชื่อใจปิ่นเลยใช่ไหม?"
ก่อนหน้านั้นที่จะแต่งงานกัน เธอเคยเห็นประกายบางอย่างจากดวงตาของเขา ที่มีเธออยู่ในนั้นอย่างเต็มเปี่ยม และมันค่อยเลือนหายไปตามกาลเวลา เมื่อเกิดความระหองระแหงจากหลายๆสาเหตุ
สามีคนที่เธอเคยรักและคิดว่าเขาเชื่อใจคนนั้นไม่มีอีกแล้ว
"ฉันก็อยากจะเชื่อเธอนะ แต่ดูจากการกระทำของเธอแล้วมีอะไรให้ฉันไว้ใจได้บ้าง"
จักรวาล ดันร่างของภรรยาออกห่าง ความร้อนวาบจากฝ่ามือหนาที่เขาจับยังหัวไหล่บางของเธอ ทำให้ปาริชาติรู้สึกราวกับโดนนาบด้วยไฟบริเวณนั้น
หญิงสาวไม่ตอบโต้อะไรเขานอกจากนั้น
ใบหน้าสวยก้มลงต่ำ รับรู้เพียงว่าสามีเหยียดกายลุกขึ้น ชำระล้างคราบสบู่ออกจากตัว และก้าวออกจากอ่างหยิบแปรงสีฟันมาแปรงฟันอย่างลวกๆ ก่อนจะดึงผ้าขนหนูมาพันตัว แล้วเดินออกจากห้องน้ำที่ถูกปลดล็อคเรียบร้อยแล้ว
"ปะป๊าอาบน้ำเสร็จแล้วเหรอคะ?"
เสียงทักของ ผิงผิง ที่นั่งอยู่บนเตียงนอนใหญ่ ทำให้คิ้วหนาของจักรวาลย่นเข้าหากันอย่างประหลาดใจ ด้วยคิดว่าลูกสาวน่าจะหลับไปแล้ว
"ผิงผิง ยังไม่นอนอีกเหรอลูก? ดึกมากแล้วนะครับ"
ปกติลูกสาวของเขานอนไม่เกินสามทุ่มครึ่ง ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะห้าทุ่มแล้ว แต่เด็กหญิงยังคงนั่งตาแป๋วอยู่บนเตียงนอนของเขาโดยไม่มีวี่แววของความง่วงนอนเลยสักนิดเดียว
"ยังเลยค่ะผิงผิงยังไม่ง่วง หนูอยากฟังนิทานปะป๊าเล่าให้ฟังหน่อยซิคะ"
เด็กหญิงเด็กยิ้มหวานแล้วเดินเข้าไปใกล้ผู้เป็นพ่อ ก่อนจะเปรยตามองไปทางผู้เป็นแม่ที่เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูผืนเดียว
มุมปากของผิงผิงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แม้รู้ว่าอาจจะยังไม่สามารถเชื่อมสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้ดีเหมือนเดิม แต่อย่างน้อยก็ทำให้ทั้งสองได้เข้ามาใกล้ชิดกันมากขึ้น
"เดี๋ยวแม่เป่าผมแป๊บนึงนะลูก"
ปาริชาติรีบจัดการใส่เสื้อผ้าเป็นชุดนอนอย่างรวดเร็ว และรีบไปนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้งริมห้อง หยิบสกินแคร์ขึ้นมาชโลมผิวอย่างพิถีพิถัน
"ปะป๊าไปเป่าผมให้ม่ามี๊หน่อย จะได้แห้งไวๆ"
หัวคิ้วหนาของจักรวาลขมวดย่นเข้าหากัน ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ตั้งแต่เขาเดินเข้ามาในห้องนี้ เมื่อเห็นลูกสาวยื่นไดร์เป่าผมมาให้
"นะคะปะป๊า"
ทว่าเสียงหวานกังวานนั้นก็ทำให้เขาใจอ่อน จนต้องรับไดร์เป่าผมในมือแล้วไปจัดการยืนอยู่ด้านหลังภรรยา
ปาริชาติมองท่าทีของผู้เป็นสามีด้วยแววตาฉงน เมื่อเห็นเขาเอื้อมมือมาจับผมของเธอแบ่งเป็นช่อๆ และลงมือเป่าช้าๆ
มันเกิดอะไรขึ้นกันนี่?
หากบอกว่าเขากินยาลืมเขย่าขวด หรือว่าสมองเขาได้รับความกระทบกระเทือนเธอก็จะเชื่อ
เพราะกริยาที่เขาทำกับเธอตอนนี้มันผิดแผกไปจากที่ผ่านมาเหมือนหน้ามือเป็นหลังมือ
"อยู่นิ่งๆ.... เดี๋ยวผมไม่แห้ง"
เสียงนุ่มทุ้มต่ำเอ่ยบอกขณะบรรจงเป่าผมให้เธออย่างตั้งใจ ร่างหนาขยับเข้ามาใกล้ จนหญิงสาวสัมผัสได้ถึงความแข็งแน่นเครียดที่เบียดชิดอยู่กับแผ่นหลังของตน
****************