ตอนที่ 11
ผมดูแลเมียตัวเองได้
ประไพ เป็นแม่ของปาริชาติ ซึ่งไม่ค่อยลงรอยกับจักรวาลเท่าใดนัก แม้ก่อนแต่งงานนั้น ประไพจะเออออห่อหมกกับสมภพผู้เป็นสามี แต่หลังจากงานแต่งของปาริชาติลูกสาวผ่านพ้นไป สมภพก็เสียชีวิตลงด้วยโรคหัวใจ และยิ่งช่วงหลังประไพได้รับรู้เรื่องราวการระหองระแหงของปาริชาติลูกสาวกับลูกเขย
ทำให้ประไพมองลูกเขยในด้านลบขึ้นเรื่อย ๆ
จักรวาลเองก็รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ และเขาสังเกตว่าแม่ยายของเขาพยายามที่จะดึง ชยุต ทายาทคนโตของหิรัญกุลให้มาสนิทสนมกับเมียของเขามากขึ้น
ครั้งนี้ กล้าพามาถึงบ้านของเขา
ดวงตาคู่สีนิลของจักรวาลขุ่นมัวลง เมื่อเห็นสีหน้าแววตาของชยุตที่มองภรรยาคนสวยของเขาขณะย่อกายลงนั่งตรงหน้า
"แม่เพิ่งกลับจากเชียงรายไปดูสวนที่นู่นมา คิดถึงหลานผิงผิงด้วยก็เลยแวะมาหา และชวนพี่ยุตมาด้วย"
ผิงผิง เหลือบตามองคุณยายของตนสลับกับใบหน้าที่บึ้งตึงของจักรวาลผู้เป็นพ่อก็จำต้องปั้นหน้าต่อ แม้ใจจริงจะอยากเดินขึ้นไปบนห้องเพื่อพักผ่อนก็ตาม
เอาน่า! ปั้นหน้าต่ออีกหน่อยละกัน เพื่อภารกิจที่ยิ่งใหญ่นี้
"ผิงผิงก็คิดถึงคุณยายค่ะ ไม่นึกว่าคุณยายจะมาหนูก็เลยเล่นน้ำตกนานไปหน่อย"
เด็กหญิงบอกด้วยน้ำเสียงลิงโลด เธอรู้ดีว่าคุณยายคือหนึ่งในคนสำคัญที่มีส่วนทำให้ความสัมพันธ์ของพ่อกับแม่ของเธอร้าวฉาน ดังนั้นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับพ่อจึงเป็นสิ่งสำคัญในสายตาของคุณยาย
เธอจึงออดอ้อนและชวนคุณยายประไพคุยสารพัดเรื่องราวที่ได้ไปดูโกดังที่สระบุรีกับคุณพ่อและอากง พร้อมบรรยายถึงความเก่งและฉลาดเฉลียวของจักรวาลผู้เป็นพ่อ ให้กับคุณยายฟังไม่ขาดปาก จนประไพเองก็ค่อนข้างแปลกใจ ถึงท่าทีอันสดใสและการช่างเจรจาของหลานสาว
ซึ่งแตกต่างจากที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง
"พอดีพี่เพิ่งกลับจากญี่ปุ่น ไปดูงานมาก็เลยแวะเอาชามาฝากปิ่น"
กล่องชายี่ห้อดังถูกวางไว้บนโต๊ะตรงหน้า จักรวาลหลุบตาลงต่ำมองท่าทีของชยุต ก่อนจะย่อกายลงนั่งข้างๆ ภรรยา วงแขนแข็งแรงพาดโอบไหล่หญิงสาวอย่างถือสิทธิ์
พร้อมตอบกลับเสียงเข้ม
"คราวหลังไม่ต้องก็ได้นะครับ ปิ่นไม่ชอบดื่มชายี่ห้อนี้”
ไอ้กร๊วกเฮ้ย!!
จะจีบเมียกูทั้งที ก็ใช้มุขที่มันดูเนียนกว่านี้หน่อยเถอะ
"...."
เหมือนชยุตจะนิ่งไปสักพัก ก่อนจะหันไปเหลือบตามองประไพ ที่ตอนนี้เอาแต่สนใจคุยกับผิงผิงหลานสาวผิดกับทุกครั้ง
"เอ่อ ยังไงปิ่นก็ต้องขอบคุณพี่ยุตมากเลยนะคะที่อุตส่าห์ซื้อมาฝาก แต่คราวหน้าไม่ต้องก็ได้ค่ะปิ่นเกรงใจ"
ปาริชาติ เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศที่อึมครึม
ด้วยไม่คิดว่าจักรวาลจะเอ่ยถ้อยคำนี้ออกมาและแสดงท่าทีเช่นนั้น ตอนแรกเธอคิดว่าเมื่อมาถึงเขาจะหนีไปบ้านใหญ่เหมือนทุกครั้งเพราะปกติแล้วเธอจะอยู่บ้านหลังนี้กับลูกสาวแค่สองคน ส่วนใหญ่ช่วงหลังเขาจะนอนพักห้องนอนใหญ่บ้านหลังเดียวกับปู่ประเสริฐ
จึงไม่คิดว่าเขาจะอ้อยอิ่งอยู่กับเธอแบบนี้
"นั่นสินะครับ"
จักรวาลเอ่ยสมทบแล้วขยับมาใกล้ภรรยายิ่งกว่าเดิม "คราวหลังอย่าลำบากดีกว่า เมียผม ...ผมดูแลเองได้"
น้ำเสียงทายาทคนโตของโชติพิทักษ์นั้น ทำให้ชยุตรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมา แม้เขาจะรู้ดีว่าท่าที ที่เขาแสดงออกต่อปาริชาติตอนนี้ค่อนข้างจะเปิดเผยพอสมควรแต่เขาก็มีเว้นระยะห่างเพื่อให้เกียรติหญิงสาวอยู่เสมอ
ด้วยช่วงหลังเขารู้สึกเห็นใจปาริชาติที่ต้องมาทนอยู่กับความสัมพันธ์ในฐานะสะใภ้ใหญ่ของตระกูลโชติพิทักษ์ เขารู้ดีว่าการแต่งงานต่อทั้งคู่นั้นเกิดจากความต้องการของสมภพและประเสริฐที่เป็นเพื่อนกัน ซึ่งหลังจากสมภพเสียไปแล้ว
เขาก็ได้ทราบข่าวที่ไม่ดีเท่าไหร่เกี่ยวกับคนในตระกูลนี้ทั้งการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน ยิ่งหลังจากที่ปาริชาติคลอดลูกสาว เธอก็ยิ่งได้รับความกดดันจากครอบครัวนี้มากขึ้นยิ่งกว่าเดิม
อีกทั้งยังได้ข่าวว่าตอนนี้สุรีมาศแม่ของจักรวาลนั้นพยายามที่จะทาบทามผู้หญิงคนใหม่ให้กับจักรวาล
นั่นทำให้ชยุตยิ่งเห็นใจปาริชาติยิ่งกว่าเดิม
แม้เขาจะไม่ได้อยากให้ครอบครัวของเธอร้าวฉาน แต่ชยุตก็ไม่อยากเห็นเธอเจ็บปวดกับความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่นี้ และเขาจะไม่คิดรังเกียจเธอเลยสักนิดไม่ว่าเธอจะเป็นหม้าย หย่าร้าง หรือผ่านการแต่งงานมีลูกมาแล้วก็ตาม
ปาริชาติยังคงเป็นดอกไม้ที่งดงามสำหรับเขาเสมอ
"ผมไม่ได้ลำบากใจอะไรเลย ผมยินดีที่จะทำหลายสิ่งหลายอย่างให้กับปิ่น"
ชยุตตอบอีกฝ่ายอย่างที่ใจตัวเองรู้สึก แต่นั่นกลับทำให้ใบหน้าหล่อเหลาของเจ้าของบ้านอึมครึมขึ้นยิ่งกว่าเดิม
"คงจะดีนะครับถ้าคำพูดนี้ ไม่ใช่คำพูดที่กำลังบอกกับเมียคนอื่น" จักรวาล แค่นเสียงสูง มุมปากของเขากระตุกไหวจนรู้สึกอยากจะชกหน้าคนขึ้นมาตงิดๆ
บรรยากาศการสนทนาเต็มไปด้วยความตึงเครียด นั่นทำให้ประไพกับชยุตต้องขอตัวกลับก่อน ปาริชาติเดินมาส่งแม่ของตัวเองที่รถ ขณะผ่อนลมหายใจออกมา
"แม่ก็ไม่นึกว่าจะเจอคุณใหญ่ที่นี่ ปกติมาบ้านทีไรแม่เห็นแต่หนูอยู่กับผิงผิงแค่สองคน ก็เลยชวนพี่ยุตเขามาด้วย แล้วเป็นไงบ้างลูกเรื่องหย่าที่คุณใหญ่เขาเคยพูดไว้ หนูจะเอายังไงต่อ"
ถ้อยคำนั้นแม้เอ่ยเบาๆแต่ร่างหนาของจักรวาลที่เดินตามมาห่างๆ ก็ได้ยินอย่างชัดเจน ตอนแรกเขาจะเดินขึ้นไปข้างบนแต่ไม่รู้เหตุใดเหมือนกันทำให้เขาวนเวียนอยู่ด้านล่างด้วยรู้สึกไม่สบายใจจนกว่าจะเห็นสองคนนี้ออกจากบ้านไปซะก่อน
หึ!! นี่คงจะมาเร่งเรื่องหย่าของเขากับเมียซินะ!
จู่ ๆ จักรวาลก็รู้สึกไม่อยากจะหย่า
"ตอนนี้ปิ่นอยากทุ่มเทให้กับโรงงานโชติพิทักษ์ก่อนค่ะแม่ ปิ่นสงสารอากง หากบริษัทต้องขาดทุนต่อเนื่องหลายปีแบบนี้ ปิ่นอยากจะทุ่มเทใส่ใจกับตรงนี้ให้เต็มที่ก่อน"
ปาริชาติบอกแม่ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ปิ่นไม่อยากจะทำให้อากงไม่สบายใจในตอนนี้ ไหนจะเครียดเรื่องธุรกิจและยังจะต้องมาเครียดเรื่องของปิ่นอีก"
ยังไงประเสริฐก็เป็นเพื่อนกับสมภพพ่อของเธอ ปาริชาติจึงเคารพอากงไม่ต่างจากเป็นพ่อของตัวเอง และนี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ยึดเหนี่ยวให้เธออดทนในการอยู่ที่นี่ แม้สุรีมาศจะไม่ค่อยชอบเธอก็ตาม
"อะไรกันเห็นพูดเรื่องหย่ากันมาตั้งนาน ทำธุรกิจมีปัญหาและอากงไม่สบายกลับจะให้ปิ่นไปแก้ไขซะงั้น ที่ผ่านมาก็ทำเหมือนไม่เห็นหัวหนูกับผิงผิงเลยสักนิด"
ประไพถอนหายใจขณะมองใบหน้าของลูกสาวที่แม้ตอนนี้จะดูสดใสขึ้นแต่แววตานั้นก็ยังแฝงไว้ด้วยความสับสนอยู่ ที่ผ่านมานั้นเธอยอมให้ลูกสาวแต่งงานกับทายาทคนโตของโชติพิทักษ์ เพราะไม่อยากขัดใจสามี แต่เมื่อเห็นความอึดอัดใจของลูกสาวในบ้านหลังใหญ่นี้
ประไพก็ไม่อยากจะฝืนใจบุตรสาวอีกต่อไป
“.....”
"ถ้าหนูไม่สบายใจหรืออึดอัดก็ไม่ต้องทนนะปิ่น ถึงเราจะไม่ได้อะไรเลยก็ตาม แม่ก็ไม่ตำหนิหนูหรอก พาหลานกลับไปอยู่ที่บ้านเราก็ได้"
“....”
ปาริชาติ นิ่งเงียบไปสักพัก รู้ดีว่าที่ผ่านมาได้แสดงความอ่อนแอหลายอย่างให้แม่ตัวเองเห็น แต่ตอนนี้ความคิดของเธอเริ่มเปลี่ยนไปแล้วหลังจากเห็นความสดใสของผิงผิงลูกสาวของเธอ ตอนนี้ปาริชาติอยากจะสู้ในหลายสิ่งเพื่อชนะใจของสามีและอยากให้ลูกสาวตัวเองมีความสุข
"ตอนนี้ปิ่นโอเคค่ะแม่ แต่ถ้ามีอะไรปิ่นจะบอกแม่เป็นคนแรกเลยนะคะขอบคุณมากค่ะ"
ใบหน้าสวยยิ้มละไม ขณะโอบกอดผู้เป็นแม่
ต่อจากนี้ ไม่ใช่เวลาที่เธอจะต้องอ่อนแออีกต่อไปแล้ว หญิงสาวบอกตัวเอง
.
.
"ยังไม่ทันไรก็มีผู้ชายมาทวงเรื่องหย่าถึงบ้านเลยนะ กลัวฉันจะไม่หย่าให้ขนาดนั้นเลยหรือไง?"
จักรวาล โพล่งออกมาหลังจากที่เบนท์ลีย์คันหรูเคลื่อนตัวออกไปแล้ว เขาได้ยินทุกถ้อยคำที่แม่ยายพูดกับภรรยาและได้เห็นทุกสายตาอ้อยอิ่งของไอ้ชยุตที่มองปาริชาติมาตลอด นั่นทำให้เขายืนเป็นมาหวงก้างไม่ยอมไปไหน
"คุณแม่ก็แค่ห่วง กลัวว่าปิ่นจะคิดมากจนไม่สบาย"
"จะห่วงอะไรก็ให้มันมีขอบเขตหน่อยนะ อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ยังเป็นเมียฉันอยู่และเป็นซ้อใหญ่ของโชติพิทักษ์ทำอะไรก็ช่วยไว้หน้าและให้เกียรติฉันหน่อยแล้วกัน"
ไม่รู้ทำไมเหมือนกันว่าเขาถึงหงุดหงิดได้มากขนาดนี้ ทั้งๆที่ปาริชาติเองก็แทบจะไม่ได้พูดคุยอะไรกับไอ้หน้าจืดนั่นเลยสักนิดเดียว และเรื่องการหย่านี้ก็เป็นเขาเองที่บอกกับประไพแม่ยายเมื่อหลายเดือนก่อน
แต่เห็นสีหน้าระริกระรี้ของไอ้หมอนั่น เมื่อแม่ยายพูดเรื่องการหย่า จักรวาลก็หงุดหงิดจนลืมไปเลยว่าต้นตอทุกอย่างมันมาจากตัวเขาเอง
"แล้วปิ่นไม่ให้เกียรติเฮียตรงไหนคะ?"
หญิงสาวหันมาถามเขา "ทุกอย่างเฮียเป็นคนพูดเองทั้งนั้น เมื่อสักครู่ปิ่นก็แทบจะคุยกับพี่ยุตนับคำได้เลย อีกอย่างเรื่องการหย่าเป็นเฮียไม่ใช่เหรอ ที่โทรไปบอกกับแม่เอง แม่ปิ่นก็ย่อมห่วงเป็นธรรมดา"
คำพูดของภรรยาทำให้จักรวาลนิ่งเงียบเสียเอง
เพราะไม่รู้ว่าจะเถียงยังไง
ตอนนี้เขาประหลาดใจกับท่าทีแต่ละอย่างของเธอ ทั้งกิริยาท่าทางที่ดูเข้มแข็งแต่นุ่มนวล และแววตาที่มุ่งมั่นแตกต่างจากแต่ก่อนที่มีแต่ความโศกเศร้า รวมถึงอะไรหลายอย่างตั้งแต่เธอเสนอแผนงานต่างๆ ให้กับพ่อเขา จนตอนนี้เหมือนเธอจะเป็นมือขวาให้กับพ่อเขายิ่งกว่าเขาเสียอีก
อีกทั้งตอนนี้เหมือนพ่อของเขาจะปลื้มผิงผิงลูกสาวของเขามาก จนจักรวาลไม่เข้าใจในหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือในตอนนี้
.
"เฮียไม่กลับบ้านใหญ่เหรอคะ?"
คิ้วเรียวสวยของปาริชาติขมวดเข้าหากัน ด้วยหลังจากทานมื้อเย็นเสร็จแล้ว จักรวาลก็เดินขึ้นมาในห้องนอนแล้วปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละนิดด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนจะย่อกายลงนั่งยังโซฟาใหญ่มุมห้อง
"แปลกใจอะไร? นี่บ้านฉัน!"
".….…"
ปาริชาติยิ่งฉงนเข้าไปใหญ่ ปกติแล้วเขาจะต้องกลับบ้านใหญ่และนอนอยู่ที่นั่นบนห้องนอนเขา มีแค่เมื่อคืนก่อนเท่านั้นที่เขานอนเพราะเหตุการณ์บังคับ
"จะตกใจอะไรนักหนา ผัวเมียกันก็ต้องอยู่บ้านเดียวกันซิ"
"พูดเหมือนไม่ใช่เฮียเลยนะคะ"
เขาเป็นคนพูดเองนี่นา ว่าถ้าเธออยากกอดทะเบียนสมรสก็ให้นอนกอดคนเดียวไป แล้วเธอก็คุ้นชินกับการอยู่คนเดียวในห้องนี้มาเกือบสองปีแล้ว
จักรวาลสะบัดหน้าไปมา ขณะถอดเสื้อออกจากตัว แล้วเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ต่อไปฉันจะอยู่ที่นี่ และนอนห้องนี้กับเธอทุกวัน"
**************